ขับรถกินลม ตะลอนชมรอบเมือง ภูเก็ต ตอน 1

ขับรถกินลม ตะลอนชมรอบเมือง ภูเก็ต ตอน 1

ขับรถกินลม ตะลอนชมรอบเมือง ภูเก็ต ตอน 1
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อช่วงเข้าพรรษามาเยี่ยมเยือน แน่นอนว่าชาวพุทธหลายคนคงมีโอกาสได้ออกจากบ้านแล้วไปร่วมงานอุปสมบท ซึ่งไม่ว่าจะใกล้หรือไกลเราก็พร้อมยิ้มรับและไม่เคยปริปากบ่น ยิ่งได้ไปที่จังหวัดไกลๆ ด้วยแล้ว ต้องบอกเลยว่า เหมือนได้โชคสองชั้น เพราะทั้งเที่ยวทั้งทำบุญ โอ้ยยย...ความสุขเริ่มมาเยือน

สำหรับการเดินทางไปร่วมงานบุญงานกุศลในครั้งนี้ พวกเราได้ไปกันไกลถึงจังหวัด "ภูเก็ต" โดยออกสตาร์ทด้วยเรือบินลำใหญ่จากเมืองหลวงที่แล่นมาลงจอดในท่าอากาศยานนานาชาติของภูเก็ต ซึ่งถ้าคุณมีโอกาสบินในช่วงหัวค่ำเช่นเรา ขอบอกเลยว่า จงเพ่งดูวิวสวยๆ จากบนฟากฟ้ากันให้ดี เพราะแสงไฟในยามค่ำคืนที่จังหวัดภูเก็ตช่างสวยงามและระยิบระยับสมกับเป็นหนึ่งของเมืองท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติต้องยอมซูฮก

หลังจากข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลและได้นอนหลับพักผ่อนเพื่อชาร์ตแรงกาย เช้าวันรุ่งก็ถึงคิวของ "เสี่ยวโบ๋ย" อาหารเช้าของคนภูเก็ต ที่รับรองเลยว่า ถ้าได้ชิมแล้วก็ต้องติดใจกับรสชาติอันหลากหลาย ซึ่งเมื่อก้นหย่อนลงเก้าอี้ เด็กเสิร์ฟหน้าตาสะสวยก็จะยกบรรดาติ่มซำหลากชนิดเป็นสิบๆ ถ้วยมาวางบนโต๊ะทั้งๆ ที่ไม่มีใครเรียกหาเมนู โดยเจ้าถิ่นได้บอกกับเราว่า ถ้าไม่กินก็ตั้งทิ้งไว้ ไม่มีคิดเงินแน่นอน

สำหรับติ่มซำของคนภูเก็ตเขาจะไม่รับประทานคู่กับจิ๊กโฉ่วอย่างที่เราๆ คุ้นเคย เพราะคนที่นี่มีน้ำจิ้มรสเด็ดก็ตรงที่แซมความหวานนิดเปรี้ยวหน่อยคล้ายซอสพริกตามร้านฟาสต์ฟู้ดมาเป็นซอสจิ้ม ซึ่งถ้าจะให้สมบูรณ์แบบ อย่าลืมตะโกนสั่ง "หมี่สั่ว" อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่มีรสชาติกลมกล่อม หมี่เส้นขาวบางๆ น้ำซุปกระดูกหมูหอมๆ โรยหน้าด้วยขิงซอยและต้นหอม แถมท้ายอีกนิดกับไข่ลวกนิ่มๆ แหมมม...นึกแล้วอยากกลับไปกินอีกรอบ

เติมแรงกันจนหนังท้องเริ่มตึงแล้ว ก็ถึงคงเวลาที่จะออกตระเวนรอบเกาะ เพื่อเสพความงามของเมืองแห่งขุนเขาและท้องทะเล โดยการเดินทางสำหรับผู้ที่ไม่ได้เช่ารถ เราขอแนะนำให้เหมารถสองแถว หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "โพท้อง" ในราคา 1,500 บาท ซึ่งอาจจะแพงไปสักนิด แต่ถ้าจะให้ดีแบบเซฟสุดๆ ลองมองหาคนรู้จักแล้วให้ขับรถพาเที่ยวจะช่วยประหยัดเงินไว้มาก

การขับรถชมหาดของภูเก็ต ต้องบอกเลยว่า อาจทำให้คุณงงซักนิด เพราะถนนหนทางที่นี่ค่อนข้างซับซ้อน ซอยเล็กซอยน้อยเลี้ยวไปมาหาสู่กันได้หมด จนแม้แต่คนท้องถิ่นยังออกตัวเลยว่า ขับยาก! แต่รับรองเลยว่า ไม่มีหลง เนื่องจากถนนเกือบทุกเส้นวกกลับมาหากันอย่างมึนๆ

หาดแรกที่เราไปเยี่ยมชมคือ "หาดกมลา" ที่นับว่าไม่ยาวมากนัก เต็มที่ก็ราวๆ 2 กิโลเมตร โดยทรายของหาดแห่งนี้อาจไม่ละเอียดและขาวเนียนอย่างที่คนกรุงคาดไว้ ส่วนความสวยงามของน้ำทะเลจัดว่ายังไม่จับจิต เพราะคลื่นลมที่แรงบวกกับเศษขยะจากมือนักท่องเที่ยวทำให้ธรรมชาติของกมลาหดลดลงชนิดที่ว่าเรายังต้องใจหาย จนในที่สุดไม่มีใครสักคนลงจากรถไปสัมผัสกับหาดแห่งนี้ แต่กระนั้นเลยเกลียวคลื่นก็ยังอุตส่าห์พัดกระเซ็นน้ำเค็มๆ และทรายให้มาฟาดลงบนรถกระบะของเราอยู่ดี

ขับรถเลาะเลี้ยวอีกไม่นานก็มาถึง "หาดกะตะ" ที่ดูเหมือนความงามและความเกลี้ยวกลาดจะไม่ดุดันเท่ากับหาดกมลา โดยหาดแห่งนี้เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำ และยังถูกใช้เป็นสถานที่ฝึกดำน้ำ ซึ่งเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง โรงแรม บังกะโล ร้านอาหารต่างก็เรียงแถวเปิดกันให้รึ่ม!

ขับรถกินลมต่อมาอีกหน่อย ก็ถึงคิวของ "หาดกะรน" ที่ดูจะได้รับความนิยมมากกว่า 2 หาดที่เราได้ไปโฉบมา โดยหาดแห่งนี้นับว่าเป็นชายหาดที่ยาวที่สุดในเกาะภูเก็ต แถมยังมีทรายเม็ดขาวละเอียดดุจคอฟฟี่เมต แต่อย่าหวังว่าคุณจะได้ใส่บิกินี่แล้วเดินลงน้ำได้อย่างสบายใจเฉิบ เพราะที่นี่มีลมแรง คลื่นแต่ละลูกที่พัดเข้าฝั่งจึงสูงและดูสยอง จนสามารถเห็นป้ายห้ามลงเล่นน้ำกับธงแดงปลิวไสวเป็นสัญลักษณ์ของความอันตราย แต่กระนั้นเลยก็ยังมีพวกฝรั่งมังค่าที่ไม่สนคำเตือนออกไปแหวกว่ายท้าทายมฤตยู ซึ่งการกระทำเช่นนี้ คุณหนูๆ ขาซ่าไม่ควรทำตามเด็ดขาด เพราะชาวบ้านแถวนั้นบอกมาว่า คลื่นอาจซัดคุณออกจากฝั่ง หลังจากนั้นตอนจบจะเป็นอย่างไรก็ลองคิดดูกันเอาเอง

ดื่มด่ำกับชายหาดไปหลายแห่งแล้ว ก็ถึงเวลาตบเกียร์ต่ำแล้วไต่เขาให้สูงขึ้นอีกนิด เพื่อพบกับจุดชมวิวสวยๆ ของ "กะรนวิวพอยน์" ที่เป็นเนินสูงให้คุณได้พบกับภาพความงามของสามอ่าว อย่างอ่าวกะตะน้อย อ่าวกะตะ และอ่าวกะรน ที่มีรูปร่างเป็นพระจันทร์เสี้ยวติดต่อกันทั้งสามอ่าว ซึ่งเวลามองลงไปจะรับรู้ได้ถึงความเวิ้งว้างของท้องฟ้าและท้องทะเลที่กว้างใหญ่ เพียงยืนกางแขนให้สุดแล้วเชิดหน้าขึ้นนิดๆ สายลมเย็นๆ กับกลิ่นทะเลหอมๆ จะโถมเข้า ได้อารมณ์เหมือนกำลังร่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ จุดนี้บอกเลยว่า คลาสสิกสุดๆ

นอกจากชมวิวสวยๆ แล้ว คุณยังสามารถได้ยินเสียงเพลงเร็กเก้เบาๆ ของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่อย่าง "บ็อบ มาร์เลย์" ที่ดังมาจากวิทยุเครื่องเล็กของ 2 หนุ่มถัดเดทร็อค ที่เปิดแผงขายสร้อยลูกปัด หมวกถัก และเครื่องหนัง ที่คอยยิ้มแย้มและสร้างบรรยากาศในการชมวิวให้ดียิ่งขึ้น

มากันต่อที่ไฮไลท์ของงานอย่าง "หาดป่าตอง" ที่ได้รับความนิยมอย่างคับคั่งทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งหาดแห่งนี้โดดเด่นที่เกลียวคลื่นสูงๆ จนทำให้นักท่องเที่ยวจากแดกแดนไกลยังต้องคว้าเซิร์ฟบอร์ดมาโต้คลื่นกันอยู่เป็นประจำ ส่วนเรื่องของร้านรวงริมหาดก็แทบจะขึ้นชื่อว่าเป็นพัทยาสองเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งผับ บาร์ โรงแรม ร้านอาหารซีฟู้ด หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า ก็พร้อมใจกันเบียดเต็มสองข้างทาง ซึ่งบรรยากาศเช่นนี้ดูจะเหมาะกับมนุษย์กลางคืนผู้ชื่นชอบออกมาระเริงแสงสีในยามค่ำคืน ยิ่งได้ขับรถวนตามตรอกซอกซอยต่างๆ ของป่าตอง ความรู้สึกอยากสลัดชุดรำลองออกแล้วคว้าเสื้อผ้าสีจี๊ดๆ กับอีกมือหนึ่งถือกระป๋องเครื่องดื่มเย็นๆ เดินจิบชิลๆ ตามท้องถนนก็พุ่งขึ้นมาในหัวทันที แต่ก็อย่างว่าแหละทริปนี้เรามางานบุญ ดังนั้นขอแค่มองแสงไฟสวยๆ ที่วิววับอยู่ข้างทางก็อิ่มอกอิ่มใจเกินพอแล้ว และสำหรับผู้ที่หลงใหลในการถ่ายภาพ นี่คือช่วงเวลาที่คุณจะได้เก็บสีสันแสบๆ เฟี๊ยวๆ ของแสงไฟที่ดูเหมือนจะวิ่งไปมาอยู่รอบตัว ซึ่งช็อตเด็ดก็คงหนีไม่พ้นภาพของสาวงามจากต่างแดนในชุดเซ็กซี่ที่บอกได้คำเดียวว่า ห้ามพลาด

สำหรับ 2 ข้างทางในการขับรถท่องเที่ยวไปมาตามชายหาดต่างๆ คุณจะรับรู้ได้ถึงความสวยงามในแบบของเมืองภูเก็ต ที่ตลอดเส้นทางจะเป็นถนนค่อนข้างขดเคี้ยวและลาดชันเหมือนน้องๆ ทางขึ้นเชียงราย ซึ่งงานนี้การเปิดกระจกรถแล้วปล่อยให้สายลมกับอากาศบริสุทธิ์เข้าปะทะกับผิวกายและใบหน้าจะช่วยให้ความรู้เหนื่อยล้าจากวันทำงานจางหายไปได้ วิวทิวทัศน์ของเมืองภูเก็ตจะไม่เหมือนกับหลายๆ จังหวัดในภาคใต้ประเทศไทย เพราะที่นี่เขามีร้านขายเฟอร์นิเจอร์สวยๆ ผุดขึ้นตลอดทาง จนเราเองยังแอบนึกในใจเลยว่า ควรจะตั้งฉายาให้กับจังหวัดแห่งนี้ว่า เป็นอาณาจักรแห่งการตกแต่ง เนื่องจากผลพลอยได้ของการเป็นเมืองท่องเที่ยวจึงทำให้มีทั้งบ้านและคอนโดเกิดใหม่ในหลายๆ เขต ดังนั้นถ้าจะขายชาวต่างชาติมันก็ต้องงัดกันด้วยดีไซน์ และนี่เองคือคำตอบที่ว่า ทำไมภูเก็ตถึงมากด้วยร้านเฟอร์นิเจอร์สุดชิค

ตบท้ายทริปเบาๆ ก่อนเข้าที่พักด้วยการเยือนอ่าวฉลอง ซึ่งมีท่าเรือยาวๆ ไว้จอดเรือยอร์ทและเรือประมง ซึ่งถ้าไปจุดนี้แล้วมองออกไปทางน่านน้ำ คุณจะได้เห็นเรือยอร์ททั้งเล็กและใหญ่ทอดสมอลอยเต่งกันเต็มไปหมด ขณะเดียวกันก็จะมีนักท่องเที่ยวเดินขวักไขว่ จนแทบไม่เชื่อสายตาเลยว่า กำลังยืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทย เพราะบรรยากาศรอบตัวดูจะโกอินเตอร์ซะเหลือเกิน

หากคุณมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนที่จังหวัดภูเก็ต การเริ่มต้นทริปด้วยการตระเวนดูชายหาดและวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นไปรอบๆ เกาะ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการที่น่าสนใจและคลายความเหนื่อยล้าได้ไม่น้อย ซึ่งการนั่งรถในครั้งนี้จะทำให้คุณรู้ว่า การนั่งแช่อยู่บนรถก็สามารถตรงกับคอนเซ็ปต์ "กอดเมืองไทย ให้หายเหนื่อย" ได้เหมือนกัน

 

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

 

กด Like สนุก! ท่องเที่ยว แค่คลิกเดียว...ก็เที่ยวได้ทุกวัน

อัลบั้มภาพ 10 ภาพ

อัลบั้มภาพ 10 ภาพ ของ ขับรถกินลม ตะลอนชมรอบเมือง ภูเก็ต ตอน 1

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook