ตะลุยถิ่น "ไต้หวัน..." ตามหาของกินแบบบ้านๆ

ตะลุยถิ่น "ไต้หวัน..." ตามหาของกินแบบบ้านๆ

ตะลุยถิ่น "ไต้หวัน..." ตามหาของกินแบบบ้านๆ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไปไต้หวันกินไรบ้าง? รีวิวของกินไต้หวันแบบบ้านๆ

ไปไต้หวันกินไรดี? นี่เป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวผมตั้งแต่ก่อนจองตั๋ว ก่อนทำวีซ่าไต้หวันซะอีก แหะๆ ก็เหล่ารีวิวเวอร์ในโลกโซเชียลของเราเค้าไปกินกันและก็ถ่ายรูปกันมาลงเยอะแยะขนาดนั้นนี่ อะไรๆก็น่ากินไปหมด วันนี้ผมจะมารีวิวรสชาติแบบออกจากใจคนอ้วนขาตะลุยกินให้ชมครับ

ระยะเวลาตลอดทริปไต้หวันคือ 5 วัน 4 คืน และเป็นทริปเค้าท์ดาวน์ข้ามปีด้วยครับ สถานที่ไปคร่าวๆ ก็จะเป็น ไทเป – หยางมิงซาน  – และก็กลับมาตะลุยตลาดต่างๆในไทเปครับ

โดยที่เอ็นทรี่นี้ผมจะข้ามรายละเอียดของทริปไปและเจาะไปที่รายละเอียดของกินแต่ละอย่างให้ หาได้ที่ไหน รสชาติเป็นอย่างไร? และ ราคาเท่าไหร่?

และบางเมนู(ส่วนใหญ่) ก็จำชื่อจริงๆของมันไม่ได้ เลยขอตั้งชื่อตามที่เห็นไปนะครับ เพื่อนๆที่ทราบว่าจริงๆไอ้เจ้านี่มันชื่ออะไรก็คอมเม้นท์ไว้ได้เลยครับ เดี๋ยวผมอัญเชิญขึ้นมาแปะเป็นความรู้พร้อมเครดิตครับผม

ไต้หวันกินไรมามั่ง? เรามาเริ่มกันที่สิ่งแรก นั่นก็คือ

แกงบวดเผือกแบบออนบอร์ดของนกสกู๊ตตต!!!

เราเริ่มกันตั้งแต่บนเครื่องเลย ชิ้นนี้ถือว่ากินที่ไต้หวันเพราะน่าจะเปิดกินในน่านฟ้าไต้หวันแล้ว(มั่ว) และจริงๆแล้วมันเป็นส่วนหนึ่งในเซ็ตข้าวของนกสกู๊ต แต่ตัวข้าวกินไปแล้วถ่ายไม่ทันเนื่องจากหิวมาก สติหลุดไปแล้วตอนเปิด ถ่ายไม่ทันจริงๆ

หากินได้ที่ : บนเครื่องนกสกู๊ตเลยครับ บอกแอร์ได้เลย

ราคา : เนื่องจากอยู่ในเซ็ตข้าว ราคา 280 บาท ตีว่าถ้วยละ 80 บาทไปละกัน

รสชาติ : อร่อยเลยล่ะ ได้รสชาติของทุกอย่างที่ควรจะมีในแกงบวด และไม่หวานเกินไป คนไม่ชอบกินหวานสั่งได้เลย รับรองถูกใจ แต่ขอติเรื่องขนาดหน่อยละกัน แม่งน้อยมากกกกกก! ตักสี่คำหมดแล้ว เพลียจริง

คหสต : ควรกินถ้าอยากลอง แต่ควรสั่งไปตอนบุ๊คกิ้งเลยจะได้ส่วนลด ราคาซื้อหน้างานอาจจะรู้สึกเฟลนิดหน่อยถ้าไม่หิวสุดๆ

หลังจากเราถึงสนามบินเถาหยวน และผ่านด่านตม. มาแล้ว ก็เป็นเวลาตีสี่กว่าๆ ตามแพลนเราจะเข้าเมืองสักแปดโมงเช้าเพราะจะรอทำซิมการ์ดที่นี่เลย เข้าเมืองไปแล้วไม่รู้จะมีใครฟังอังกฤษแบบไทยๆเราเข้าใจรึเปล่า ระหว่างหาที่นอนเกิดหิวซะนี่(สายแ_กจริงๆ) เลยลงไปหาอะไรกินที่ร้าน Hi-Life ที่อยู่ชั้นล่างของสนามบิน

ข้าวกล่องสนามบิน

โดยปกติที่ร้าน hi-life ซึ่งเป็นมินิมาร์ทคล้ายๆเซเว่นบ้านเราจะมีข้าวกล่องขายอยู่หลายอย่างมากๆ ผมแรนด้อมหยิบขึ้นมาได้หนึ่งกล่อง ดูจากตัวอย่างหน้ากล่องพอกินได้

หากินได้ที่ : ร้าน hi-life สนามบินเถาหยวน เทอร์มินอล 1 ชั้นล่าง ลงบันใดเลื่อนที่เสียงดังๆน่ารำคาญ ลงไปแล้วเจอเลย

ราคา : 79NT หรือ 86 บาท

รสชาติ : คล้ายๆพะโล้ที่ไม่หวาน มีกลิ่นเครื่องเทศแบบจีนๆอะไรที่เป็นเครื่องยาจีนแบบไม้ๆ ส่วนเนื้อ(หมูหรือเนื้อไม่รู้แต่ไม่น่าใช่หมานะ) ตุ๋นจนเปื่อย มีกระดูกอ่อนกรุบๆมาสองสามชิ้น และเครื่องในน่ากลัวๆมาให้ด้วย ข้าวนุ่มๆอร่อยมากครับ

คหสต : ถ้าหิวๆล่ะก็พอใช้ได้เลย แต่พวกเครื่องในที่ตุ๋นๆรวมมาทำให้ขยึ๋ยนิดหน่อย และพวกเศษๆยาจีนนี่ก็มาเป็นแท่งๆกันเลย โดนไปก็นึกว่าเคี้ยวไม้ไอติมเล่นๆเพลินๆ

หลังจากที่ถึงไต้หวันแล้ว เราก็ไปเดินตลาด Ximending กัน ขอเชิญพบกับ!

ไก่ทอด Hot Star แบบออริจินอลแอดซีเหมินช๊อปปิ้งสตรีท

มาแล้วว ไก่ทอดสุดฮิตที่โด่งดังมาให้คนต่อแถวถึงเมืองไทย ไก่ทอดชิ้นใหญ่ขนาดใหญ่โคตรๆ ทอดต่อหน้าแบบนี้มันยังระยิบระยับ โรยด้วยเครื่องเทศกลิ่นซาอุดิอาระเบีย หรือพริกปาปริก้าที่จะเผ็ดตอนโดนริมฝีปากเท่านั้น สาขานี้จะมีคนต่อคิวรอไม่เยอะ แต่จะเป็นการสั่งและรับบัตรคิวและรอเรียกนะครับ แจ้งเค้าด้วยว่าเราไม่รู้ภาษาจีน ไม่งั้นตะโกนเรียกภาษาจีนอยู่นั่นแหล่ะ ไม่ได้กินนะ ฮ่าๆ

หากินได้ที่ : Ximending ช๊อปปิ้งสตรีท สายสีน้ำเงินถ้านั่งจาก Main Station จุดนี้เลย 

ราคา : 120NT หรือ 130 บาท ราคาเท่าๆกับสาขาเอสพลานาดรัชดาบ้านเราเลย แต่มีแจกคูปองส่วนลดร้านน้ำข้างๆด้วย ลดไปแก้วละ 5NT(ถุย)

รสชาติ : คำแรกๆอร่อยมากๆ อาจเพราะหิวมากๆ ถ้าคุณเดินทางมาถึงกลางๆชิ้น ไอ้พริกปาปริกาที่โรยมาจะเริมโดนริมฝีปาก ทำให้เริ่มซี๊ดๆนิดหน่อย แต่ไม่ได้อารมณ์เผ็ดเท่าที่ควร หลังจากนั้นท้ายๆชิ้นคุณจะเจอกับ แผงกระดูก แบบเยอะมาก น่ารำคาญสุดๆ ผมเป็นอีกคนที่คิดว่าไก่ยี่ห้อนี้ทั้งชิ้นเป็นไก่ไม่มีกระดูกและผิดหวังแรงเมื่อกัดโดนกระดูกในส่วนท้ายนี้ เฮ้อ

คหสต : รสชาติและคุณภาพเหมือนที่ไทยมาก ถ้าใครเคยกินที่ไทยแล้วอยากผ่านก็ไม่ผิด เอาเวลาไปเดินช๊อปปิ้งดีกว่า ซึ่งถ้ากินที่ไทยจะมีน้ำเลม่อนถังๆที่อร่อยมาก แต่มันอิ่มนะ ลงเครื่องมาหิวๆ ใครจะดิ่งมาลองสิ่งที่เป็นออริจินอล ณ ไต้หวันสุดๆ ที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีครับ

ตลอดเย็นนี้เรายังอยู่กันที่ถนนคนเดินซีเหมิน ยังคงตะลุยสอดส่องหาของกินชื่อดังกันต่อไป

ของขึ้นชื่อที่เราเดินมาเอ๊ะแล้วหวดชิ้นต่อไปก็คือ

น้ำกบ!!

ใช่ครับ น้ำกบ ภาษาจีนเค้าเรียกไรไม่รู้แหล่ะ แต่รีวิวเวอร์ชาวไทยทั้งหลายพร้อมใจกันเรียกว่า “น้ำกบ”

หากินได้ที่ : Ximending ช๊อปปิ้งสตรีท ตรงจุดนี้ครับ ร้านที่เป็นห้องแถวปากซอยที่มีแบนเนอร์กบๆนั้นแหละครับ

ราคา : แก้วละ 40NT หรือ ประมาณ 45บาท

รสชาติ : นอกจากจะมีโลโก้เป็นกบแบบเรทโทรวิทฟูลดีเทลออฟตุ่มแล้ว น้ำที่ดูดเข้าไปในปากนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเลียเมือกที่หนังกบตัวที่อยู่ข้างแก้วมากๆ หวานแบบไม่สุดและรสชาติวิ่งตามเมือกขึ้นไปติดอยู่แถวเพดานปากส่วนใน และมีกลิ่นมวนๆเหมือนสมุนไพรอะไรสักอย่างที่เป็นแหล่งที่อยู่ของกบ เรียกว่าคีปคอนเซ็ป “กบ” มากๆ

คหสต :  มรึงงงงง กรูขนลุกง่ะ แก้วนี้ทิ้งเลย ตรงถังขยะข้างๆร้านนั่นแหล่ะ

หลังจากที่วันแรกเราจบวันกันที่ซีเหมินกับน้ำกบเมือก เช้าวันต่อมาเรามีแพลนจะไปลุยอุทยานแห่งชาติ หยางมิงซาน(Yangmingshan) เพื่อจะไปปีนเขา   และจากข้อมูลที่เราอ่านไป เราจะต้องหิ้วข้าวกล่องและน้ำขึ้นไปเอง เพราะที่นู่นจะไม่มีขาย ก่อนจะออกเดินทาง เราเลยแวะเซเว่นใกล้ที่พักเพื่อซื้อข้าวกล่องกัน

ข้าวกล่องเซเว่นที่ระดับความสูง 1,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล!!!

เพราะหิวเลยอร่อยชิบหาย แม้สัมผัสเหมือนเลียถาดรองน้ำแข็งในช่องฟรีสก็ตาม เมนูนี้ธรรมดาสุดๆ จุดเด่นอยู่ที่สถานที่ที่เปิดกิน

หากินได้ที่ : เซเว่นทุกสาขานะ แต่ถ้าจะกินแบบมีคุณค่าต้องหิ้วไปกินบนเขาเหมือนผม

ราคา : แก้วละ 65NT หรือ ประมาณ 70บาท

รสชาติ : หลังจากเวฟเสร็จใหม่ๆจากเซเว่นกลิ่นมันหอมมาก และรูปหน้าปกก็ชวนหม่ำซะเหลือเกิน ระหว่างเดินขึ้นเขาเลยฝากความหวังไว้กับเจ้านี่เต็มที่ ถึงยอดจะเปิดกินแบบฟินสุดๆ แต่ด้วยอุณหภูมิ 10c ตลอดระยะเวลา 3 ชม ในการปีนเขา ทำให้เจ้าข้าวกล่องของเราเย็นกว่าตอนอยู่ในเซเว่นเมื่อเช้าซะอีก แถมหมูที่โปะอยู่ก็ชิ้นบางเหลือเกิน บางแล้วเสือกเย็นอีก โอ้ย พัง เลยต้องรีบกินรีบเดินลงเพราะข้างบนลมแรงมาก ไอ้หมูบางๆนี่ทำน่าจะบินออกจากกล่องตลอดเวลา

คหสต :  ควรเวฟแล้วกินตอนอุ่นๆ ยืนกินมันหน้าเซเว่นน่ะแหล่ะ ที่ของมัน

มาถึงไต้หวันทั้งที สิ่งที่ต้องกินคืออ “ราเมง” อ้าว นั่นมันญี่ปุ่นหรอโทดๆๆ ผิดประเทศ

เนื่องจากแผนไป sun moon lake เราล่มไปเพราะสภาพอากาศและความเมื่อยล้าจากการปีนเอเวอเรสเบสแค้มป์อย่างหนักหน่วงเมื่อวาน วันนี้เลยตั้งเป้าเป็นวันชิลล์ๆและช๊อปปิ้งเดย์ เริ่มจากการพลาดอาหารเช้าของโฮสเทล เลยต้องลากร่างกายซอมบี้ไปหาอะไรกินแถวๆที่พัก แต่เฮ้ย! เราจะกินไรดีล่ะ? ไม่ได้หาข้อมูลเรื่องที่กินแถวนี้มาซะด้วย ด้วยความเคยชิน ผมเปิด app “วงใน” เลยครับ ใช่ครับ วงใน แอปของไทยเรานี่แหล่ะ แต่มีสมาชิกรีวิวร้านอาหารในต่างประเทศเยอะเหมือนกัน(เคยใช้ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น) เลื่อนๆไปตามหน้า near by ก็เจออ “ร้านราเมง” ครับผม

ชาชูเมงไซส์ XL ที่ Hokkaido Santouka Ramen

หากินได้ที่ : ร้าน Hokkaido Santouka Ramen ที่ห้าง Q-Square ติดกับ Taipei City Mall 

ราคา : จำราคาไม่ได้ละครับ น่าจะชามละ 200 NT หรือ ประมาณ 220 บาท

รสชาติ : รสชาติญี่ปุ่นจังเลยครับ ชาชูมีกลิ่นใหม้ๆจากการพ่นไฟและกัดไปนี่ฟินสุดๆกับชั้นหมูกับไขมันที่เข้ากันมากๆ น้ำซุปมิโซะไม่เค็มเกินไป และที่สำคัญที่สุด เส้นเยอะมากๆ โดยที่ไม่รู้สึกว่าอยากจะกินเหลือเลย(เอ๊ะรึกูหิว)

คหสต :  ถือว่าความอร่อยคุ้มกับราคา เหมาะสำหรับคนที่เบื่อกับอาหารจีนแล้วหรือคนที่ไม่กลัวเพื่อนจะด่าว่ามาไทเปเสือกกินราเมงที่มีขายที่ไทย ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลย เพราะใกล้กับ Taipei Main station เดินทางสะดวกดี

หลังจากที่จัดราเมงเป็นเบรคฟาสแล้ว เราก็เดินเล่นๆ วนๆสำรวจตรอกซอกซอยรอบๆบริเวณที่พัก ผ่านมาสักสองแยกจากตึก Q-Square เราก็เจอกับ ร้านชานมไข่มุกร้านนี้ เหตุที่ซื้อเพราะเราหยุดดูโปสเตอร์ sherlock และเถียงกันว่ามันออกซีซันใหม่แล้วหรอ เหลือมาเห็นเมนูเลยสั่งสักแก้วละกัน

ชานมไข่มุกทั่วไปในไทเปหมายเลข1

เพราะจำแบรนด์ไม่ได้(เมนูกูยังอ่านไม่ออกเลย) เลยขอตั้งชื่อแบบนี้ไปก่อน ที่ต้องมีหมายเลขเพราะมีที่จำไม่ได้แบบนี้อีกหลายที่เลยหล่ะ

หากินได้ที่ : ตามแผนที่นี้ไปเลย จุดสังเกตคือเลยเคเอฟซีไปสองห้อง

ราคา :  50 NT หรือ ประมาณ 54 บาท

รสชาติ : รสชาติของชานมไข่มุขที่นี่จะออกจืดๆ ไม่ได้หวานแปร๊ดแบบบ้านเรา ตัวน้ำได้รสชาตินมหอมๆ ส่วนความหวานจะอยู่ที่ตัวไข่มุกดำๆนั่นแหล่ะ รวมกันอร่อยเลยแหล่ะ แต่ยังไม่ว้าวเท่าไหร่ อาจเพราะที่ไทยก็มีให้กินเยอะแล้วมานี่เลยไม่ค่อยแปลกใหม่

คหสต : ธรรมดา แต่ไข่มุกอร่อยเคี้ยวเพลินดี แต่อาจจะดูแพงไปนิดถ้าเทียบกะบ้านเรา แต่มันก็ราคานี้ทั้งไทเปอะนะ

สถานที่ต่อไปที่เราไปเดินเที่ยวกันก็คือ ย่านกงก่วน (Gongguan  / ????) เพื่อนๆแนะนำมาว่าที่นี่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งที่น่ามาเดิน โดยเฉพาะ ร้องเท้า เสื้อผ้า สาวๆไม่ควรพลาดเลย

ผมก็เดินหาอะไรที่เป็นของกินและคนมุงเยอะๆ มาเรื่อยๆ ก็เจอกับร้านนี้

ซาลาเปาไส้หมูย่านกงก่วน

ร้านนี้สะดุดตาเพราะคนมุงรอต่อแถวเยอะ ทั้งที่ยังไม่ใช่ช่วงพีคของวัน รอคิวประมาณ4คิว เข้าไปด้อมๆมองๆดูและสอบถามภาษามือก็ได้ความว่าเป็นซาลาเปา และหมูแน่ๆ เลยต่อแถวขอลองสักหนึ่งลูกละกัน

หากินได้ที่ : ตลาดกงก่วน mrt สายสีเขียว ลง Gongguan เลย ขึ้นฝั่งที่ไม่ใช่มหาลัย ตามแผนที่ไปเลย 

ราคา :  ลูกละ 13 NT หรือ ประมาณ 14 บาท

รสชาติ : ภายนอกเหมือนซาลาเปาบ้านเราเลยแค่เป็นมันๆเหมือนเอาไปทอดมา กัดเข้าไปคำแรก เฮ้ย! เหมือนซาลาเปาบ้านเราเลย กัดให้จบๆแล้วเดินต่อจ่ะ

คหสต : คาดหวังไว้เยอะเพราะคนต่อแถวเยอะแบบร้านเซเลป กัดเข้าไปก็ธรรมดานะ ตัดคะแนนตรงที่แม่งมันติดมือและไม่มีถังขยะให้ทิ้ง เฮ่อ..

เรายังอยู่กันที่ย่านกงก่วน ค่ำคืนนี้เราจะอยู่ที่นี่จนมันกลายเป็น กงก่วนไนท์มาร์เก็ต พ่อค้าแม่ค้าเริ่มกางโต๊ะเปิดร้านตามตรอกซอกซอยที่เมื่อกลางวันยังโล่งอยู่ และเราก็เดินมาพบกับร้านชาไข่มุกอีกแล้ว

ชาไข่มุกกงก่วน

ชาไข่มุกอีกแล้วครับ พยายามลองชิมหลายๆร้านอยากรู้ว่ามันจะต่างกันยังไง

หากินได้ที่ : ตลาดกงก่วน พิกัดนี้เลย 

ราคา :  40NT

รสชาติ : ส่วนชานมยังคงไม่หวานแปร๊ดแบบบ้านเรา จืดๆ แต่ร้านนี้ชานมหอมอร่อยดี ส่วนไข่มุกก็กัดแล้วหวานอร่อยใช้ได้เลย

คหสต : ร้านนี้อร่อยกว่าแก้วที่ผ่านมาแถมราคายังถูกกว่าด้วย อาจเพราะไม่ใช่ร้านแฟรนไชน์ ส่วนตัวคิดว่าน่ามาลองดูถ้ามาเดินช๊อปแถวนี้

ไก่ทอด ไก่ทอด ไก่ทอด นี่มันเป็นประเทศแห่งไก่ทอดรึยังไงน้า

ไก่ทอดป้าแพล่ม ณ กงก่วน

เป็นอันรู้กันว่าคนที่นี่ส่วนมากเค้าไม่พูดภาษาอังกฤษกัน เราก็สื่อสารไปแล้วว่าเราพูดจีนไม่ได้ ป้านี่ก็ยังจะชวนคุยในภาษาจีนอีก โอ๊ยเพลีย

ไก่อร่อยดีนะ

หากินได้ที่ : ตลาดกงก่วน พิกัดนี้เลย 

ราคา :  60NT

รสชาติ : กรอบอร่อยเพราะทอดสดๆ ผงๆที่โรยทำหน้าที่ได้ดีมาก ให้เยอะคุ้มกับราคานะ

คหสต : มันต้องสั่งแล้วรอทอดไง ก่อนสั่งก็ถามว่านี่อะไร โนหมานะป้า โอเคพิกโอเค ป้าก็ทอดไป และก็คุยกับเราไป คุยสนิทกันมาก หัวงเฉาหม่าฮั่นใส่กรูอยู่นั่นแหล่ะ กรูฟังไม่รู้เรื่องเว้ยย รีบทอด หิว

หลังจากที่ได้ไก่ทอดมาจากป้าแล้ว เดินกินมาสองคำ ก็พบกับ

เต้าหู้เหม็น

เฮ้ย! มีแต่คนแนะนำว่าต้องลอง วันนี้ได้มาเจอกับตัวเองจริงๆ เฮ้ยมันเหม็นจริงเว้ย เดินผ่านหน้าร้านนี่กลิ่นเดียวกับขยะเลย มองหน้ากันแล้วตัดสินใจเข้าไปลองเลย

หากินได้ที่ : ตลาดกงก่วน พิกัดนี้เลย 

ราคา :  50NT

รสชาติ : กลิ่นของหน้าร้านก่อนเดินเข้ามาจะเหม็นตามชื่อจริง แต่พอเดินเข้ามานั่งแล้วก็โอเคขึ้นมาหน่อย ได้ลองชิมคำแรก เฮ้ย!! มันอร่อยอะ

เต้าหู้ทอดกรอบใหม่ๆ ข้างนอกกรอบๆแต่ข้างในนุ่มๆ ระอุๆ เทน้ำราดลงไปในเต้าหู้ ฟองอากาศในเต้าหู้จะดูดน้ำราดอร่อยๆไว้ รสชาติดีมากๆ ผักเครื่องเคียงก็เปรี้ยวๆหวานๆ ตัดเลี่ยนได้ดีมาก จานนี้กินร้อนๆสุดยอดมากๆเลย

คหสต : กินเลย แนะนำ ร้านเต้าหู้เหม็นส่วนมากจะเป็นรถเข็นข้างทาง เหม็นเหมือนกันทุกคัน แต่อร่อยชัวร์ กินเลย!

ถัดมาจากเต้าหู้เหม็น เราก็เตร่ไปเรื่อยจนมาเจอกับกลุ่มคนรอต่อแถวกินอะไรสักอย่างอยู่ ด้วยความอยากลองเลยต่อไปกับเค้าด้วย สรุปมันคือ

ขาหมูหมั่นโถว

ร้านนี้คนรอต่อแถวเยอะมาก ท้ายแถวอยู่ประมาณปากซอยเลย 10 คนอย่างต่ำ ในที่สุดเราก็ได้มาชิม

หากินได้ที่ : ตลาดกงก่วน พิกัดนี้เลย 

ราคา :  30NT

รสชาติ : อันนี้อร่อย แนะนำว่าควรกินเลย เป็นเนื้อแป้งหมั่นโถว เอามาผ่าแล้วตักขาหมูและผักดองใส่เข้าไป รสชาติเข้มข้นมาก ต่อแถวทั้งทีซื้อสักสองสามอันนะ คนเยอะชิบหาย

คหสต : อันนี้มาร์คไว้ว่าถ้ามาเดินแถวนี้ควรมากินเลย อร่อยจริงๆ แค่ต่อแถวนานไปหน่อยเท่านั้น(นานชิบ..)ค่ำคืนนี้ยังไม่จบครับ เรายังจะไปต่อกันที่ตลาดของกินที่ดังที่สุดของเมืองไทเป ตลาดซื่อหลิน ไนท์มาร์เก็ตนั่นเอง (เมืองนี้ไนท์มาร์เก็ตมันเยอะจังเนอะ) ขึ้นจาก mrt ยังไม่ทันเข้าตลาดข้ามถนนมาก็เจอกับร้านนี้เลยครับ แถวยาวกว่าร้อยเมตร ท้ายแถวอยู่สี่แยกไฟแดง เจอแบบนี้ต้องลองครับ แค่ท้ายแถวก็ประทับใจแล้ว

ไก่ทอดตลาดซื่อหลิน

หากินได้ที่ : ตลาดซื่อหลิน(Shilin Night Market) ลง Mrt สายสีแดง ลงสถานี Jiantan แล้วเดินตามป้ายไป Shilin Night Market ได้เลยครับ ข้ามถนนไปเจอเลย ร้านนี้  พิกัดนี้ 

ราคา :  90NT

รสชาติ : แตกต่างจากไก่ทอดสไตล์ไต้หวันที่นี่มากๆเลย ทอดสดๆเหมือนกัน แต่ร้านนี้จะมีรสหวานๆด้วย น่าจะเป็นซอสหวานๆเผ็ดๆ แทนที่จะโรยผงๆเครื่องเทศเหมือนร้านอื่น

คหสต : เป็นอีกอย่างที่แนะนำว่าไม่ควรพลาด แต่ไปเดินตลาดก่อนสักรอบแล้วดึกๆค่อยมาต่อคิวก็ได้คนอาจจะน้อยลงสักนิ๊ด

ต่อไปเรามาเดินชมตลาดซื่อหลินกันต่อ ที่ปากทางถนนคนเดินคุณจะเจอ

สตรอว์เบอรี่เคลือบน้ำเชื่อมสุดอร่อย

หากินได้ที่ : ตลาดซื่อหลิน พิกัดนี้ 

ราคา :  ไม้ละ 45NT

รสชาติ : เป็นสตรอว์เบอรี่ลูกใหญ่ที่สดอร่อยมาก ที่สุดๆเป็นน้ำเชื่อมที่เคลือบ มันบางกรอบ ปริมาณเข้ากับเนื้อสตรอว์เบอรี่แต่ละคำที่กัดมากๆ อร่อยๆ แนะนำเลย

คหสต : จะดีมากๆถ้าชิ้นสุดท้ายไม่เป็นมะเขือเทศ(ระยำสุด) ผมกัดเข้าไปกะว่าคำสุดท้ายเป็นเบอรี่เชื่อมสักอย่างที่เปรี๊ยวๆหวานๆอร่อยๆ โดนมะเขือเทศเข้าไป ยังไม่ทันจมเขี้ยวเหมือนมีใครเอาซอสมะเขือเทศมาปาหน้า คนไม่กินจะรู้ว่ามันหยึ๋ยขนาดไหน(แหว่ะๆๆ พิมพ์ไปขนลุกไป อี๋ย์) จริงๆผมรับได้นะถ้าราคา 45NT แล้วได้แค่สตรอว์เบอรี่ 3 ลูก มะเขือเทศไม่ต้องก็ได้นะ อึ๋ย

พบกับไฮไลท์ในค่ำคืนนี้

ไอติมม้วน

จำได้ว่าเคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับมันมา วันนี้เจอกับตัว

หากินได้ที่ : ตลาดซื่อหลิน พิกัดนี้ 

ราคา :  ม้วนละ 50NT

รสชาติ : มันคือไอติมวางบนแผ่นโรตีสายใหม โรยตั่วตัด(โอเคน่า) จากนั้นโรยผักชี(เฮ้ย!) รสชาติแย่มากกกก คำแรกเหมือนยืนเลียไอติมอยู่ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาเป็นถั่วตัด คำที่สองเหมือนมีคนเอามัดผักชีฟาดที่กึ่งปากกึ่งจมูกตอนกำลังหายใจเข้า

คหสต : ถั่วตัดพอไหวนะ แต่ผักชีนี่สุดจะทนครับ เดินห่างลุงคนขายมาแล้วหาที่ทิ้งครับ

วันต่อมาเราไปเที่ยว Tamsui กันครับ Tamsui เป็นเมืองติดทะเลที่อยู่สุดสายของ Mrt สายสีแดงทางทิศเหนือ เราจะมาปั่นจักรยานริมทะเลกัน แต่มาถึงก็ราวๆสิบโมง เลยต้องเดินหาอาหารเช้ากินกัน และอยากลองกินอาหารแบบธรรมดาของที่นี่ดู เลยมาเจอร้านนี้

ข้าวแกงไต้หวัน

ลักษณะร้านจะเป็นตู้กระจกสำหรับเลือกกับข้าวตั้งอยู่ที่หน้าร้านเหมือนร้านข้าวแกงบ้านเรา แต่เราต้องเลือกกับข้าว พวกผัดผักต่างๆ ก่อนสามอย่าง และเขยิบไปเลือกหมูทอด,ปลาทอด หรือหมูชิ้นใหญ่ๆอีกหนึ่งอย่าง

หากินได้ที่ : ถนน Tansui Oldstreet พิกัดนี้เลย 

ราคา :  จานละ 50NT

รสชาติ : รสชาติโอเคพอกินได้ รสไม่จัดเหมือนข้าวแกงบ้านเรา

คหสต : สนุกกับการยืนมองและเลือกผัดผักเพราะมันมีเยอะมาก ประมาณ 20 อย่าง รสชาติธรรมดานะ แต่ถ้าอยากกินอะไรที่คนพื้นเมืองเค้ากินกันก็ที่นี่แหล่ะ

จากนั้นเราก็ไปเดินเล่นริมทะเลกันครับ บรรยากาศดีมาก และก็ได้กลิ่นปลาหมึกย่างครับ ตามกลิ่นไปก็เจอกับ

หมึกย่างรถเข็นริมทะเล

หากินได้ที่ : ถนน Tansui Oldstreet ริมทะเล พิกัดนี้เลย 

ราคา :  ถุงละ 100NT

รสชาติ : เหมือนหมึกย่างงานวัดบ้านเราเลย แถมไม่บดอีก ไม่มีน้ำจิ้มด้วย

คหสต : ไม่หร่อย อย่ากิน แพงมาก 100NT ได้หมึกมาสี่ตัว เค็มและเหนียว

ยังอยู่กันที่ริมทะเลนะครับ หลายคนคงเคยเห็นในรีวิวไต้หวันของท่านอื่นๆและอยากินเจ้านี่ ผมก็เช่นกัน

หมึกทอดไต้หวันแบบทั้งตัว

จำได้ติดตาเลยว่าเคยเห็นคนรีวิวแบบถือทั้งตัว วันนี้เรามาเจอของจริงแล้ววว แต่ว่า…. .. .

หากินได้ที่ : ถนน Tansui Oldstreet ริมทะเล พิกัดนี้เลย 

ราคา :  ตัวละ 150NT

รสชาติ : หมึกทอดธรรมดา ออกจะอมน้ำมันและแป้งหนามาก ถุงที่ทอดให้จริงๆน้อยกว่าตัวหน้าร้านมากๆ

คหสต : อย่าซื้อ อย่าสั่ง ป้าเลวมากหลอกลวงสุด เรื่องมีอยู่ว่าเราเห็นหมึกแบบนี้เลยพุ่งเข้าไปอยากถือกินสักไม้ ถือถ่ายรูปเหมือนรีวิวที่เคยเห็นมา ถามราคาเรียบร้อย ค่อนข้างแพงเลยล่ะ แต่ก็เอาวะ กินกันหลายคน ถือถ่ายรูปชิคๆคูลๆถือว่าคุ้ม มาแล้วทั้งที บอกป้าไปว่าเอาไม้นึง กำลังจะเอื้อมมือไปเลือกหยิบตัวหนวดสวยๆ ป้าร้องห้ามบอกว่าโนโน นิววันนิววัน ฮอตฮอต (คือจะทอดให้ใหม่) เราก็บอกป้าว่าโอเคๆ ด้อนคัดนะบีคอสก็จะเทคโฟโต้กราฟ ป้าบอกโอเคๆ แต่แม่งทอดเสร็จหั่นเฉยเลย ใส่ถุงมาให้เรียบร้อย เฮ้ย! กูบอกไอเซดด้อนคัทอีป้า ป้าก็ใส่ภาษาจีนมาเลย ก้มมองในถุง คือแม่งยังไงก็ปริมาณไม่ใช่อะ ไม่เท่ากับตัวที่เสียบไม้แน่ๆอะ เฟลว่ะ แถมหลังซื้อเพื่อนในกลุ่มจะถ่ายรูปตัวหน้าร้านอีกที ป้ามาไล่บอกไม่ให้ถ่ายเฉยเลยเว้ย คือแม่งตอนก่อนซื้อยังถ่ายกันได้เลย อยากขมับป้ามาก เกลียดสุด

คืนนั้นเรากลับมาที่ตลาดซีเหมินกันต่อเพราะสาวๆยังช๊อปไม่จุใจ ผมเดินถ่ายรูปเล่นเล่นไปเรื่อยจนมาเจอเจ้านี่

ไอศกรีมสวยๆในคืนอันเหน็บหนาว

ตอนนี้อากาศประมาณ 10c เห็นตู้กดไอติม ชั่ววูบเกิดเห่อกล้องอยากถ่ายรูป อยากได้โบเก้สวยๆหลังไอติมโคน คิดแค่นั้นจริงๆ

หากินได้ที่ : ตลาดซีเหมินวอร์คกิ้งสตรีท พยายามหาตู้กดในกูเกิ้ลแมปแล้วแต่ไม่เจอจริงๆ ขออภัย เอาเป็นว่าเดินๆไปเรื่อยแหล่ะ เจอแน่ๆ

ราคา :  โคนละ 30NT

รสชาติ : ผมเลือกแบบผสมสองรสชาติเพื่อความสวยงามของภาพ รสชาติที่ออกมาคือหวานมากครับ และเนื้อไอติมไม่ละเอียด สมเป็นไอติมเพื่อการถ่ายภาพจริงๆ

คหสต : ถ้าอากาศต่ำกว่า 10c เหมาะสำหรับถ่ายเป็นพร๊อบถ่ายภาพมากกว่าเป็นของกิน ราคาก็แพงอยู่ ถ้าถ่ายหลายคนก็ถือว่าคุ้ม แต่ถือนานๆหลายมือ มันละลายนะครับ จะหยดลงกล้องด้วย ระวัง

สักพักสาวๆก็มาหยุดอยู่ที่ร้านๆนึง คนมุงเยอะพอสมควร ผมนึกว่าร้านเสื้อผ้า เลยรอห่างๆ ชะโงกดูดีๆ เป็นร้านเนื้อย่างครับผม

เนื้อย่างพ่นไฟ

เป็นชื้นเนื้อลูกเต๋า นำมาย่างโดยการพ่นไฟแรงๆใส่ และที่สาวๆหยุดมุงก็เพราะว่า ไอ่ตี๋คนพ่นมันหล่อ จบ(มองบน) แต่เอาวะ ลองดู น่าจะอร่อย จัดมาหนึ่งชุด

หากินได้ที่ : ตลาดซีเหมินวอร์คกิ้งสตรีท อันนี้ก็จำพิกัดไม่ได้อีกเหมือนกัน แต่หาไม่ยากครับ ไฟฟู่ คนมุงเยอะๆ

ราคา :  กล่องละ 100NT

รสชาติ : รูปลักษณ์ตอนใส่กล่องจะไม่ค่อยดึงดูดเท่าตอนกำลังเผา เพราะเนื้อมันหด ทางด้านรสชาติถือว่าดีมาก เนื้อนุ่มๆแทรกไขมันไม่เหนียวเลย ผสมรสเค็มจากผงเกลือและเครื่องปรุงที่เหยาะๆไปตอนท้าย

คหสต : สำหรับคนกินเนื้อ อันนี้ควรลองนะครับ ถือว่าอร่อยเลยทีเดียว ถ้าไม่นับโอ้ปป้ามันแอ็คไปหน่อยล่ะก็โอเลย

วันสุดท้ายก่อนเดินทางไปสนามบินผมได้มีโอกาสมากินร้านอาหารญี่ปุ่นตรงข้ามกับที่พัก ที่อยู่มาสามคืนแล้วไม่ได้กินสักทีเพราะคนต่อแถวยาวมากๆ และทุกคร้งที่เรากลับมาก็ไม่ทัน เค้าปิดก่อน วันสุดท้ายเลยดักเลย คือต้องกินให้ได้

ข้าวผัดแซลม่อนไข่กุ้ง+ซาบะย่าง ร้าน SANDO HOUSE

หากินได้ที่ : ฝั่งตรงข้าม Star Hostel MRT Taipei Main Station ออกทางออก Y13 พิกัดนี้เลย 

ราคา :  จำราคาเป๊ะๆไม่ได้ครับ แต่ชุดนี้ไม่เกิน 250NT

รสชาติ : ข้าวผัดแซลม่อนอร่อยมากได้รสชาติแซลม่อน และกุ้งแห้งที่โรยก็หวานๆเข้ากันกับข้าว ไข่กุ้งสดมาก ซอสที่ราดซาบะก็อร่อย แต่ก้างเยอะไปหน่อยต้องหลบเอาเองนะ

คหสต : คุ้มค่ากับการยืนหนาวๆต่อคิวประมาณเจ็ดคิว เพื่อมากินสิ่งนี้ ห้ามพลาดจริงๆสำหรับร้านนี้ วันที่ไปเสียดายซูชิหมดไปแล้ว เฮ้อ

ของกินอย่างต่อไปที่นำเสนอมากๆ อันนี้

โดนัททอด

ทุกเช้าที่เราลงมาจากโฮสเทลที่พัก เราก็จะพบกับแถวๆนึงซึ่งมีคนต่อประมาณสิบคนตลอดเวลา ส่องๆดูแล้วเป็นร้านเบเกอรี่อะไรสักอย่าง ยังไม่น่าสนใจ จนวันสุดท้าย เวลาเหลือเลยอยากลอง โป๊ะเลย!

หากินได้ที่ : ฝั่งตรงข้าม Star Hostel MRT Taipei Main Station ออกทางออก Y13 ติดกับร้าน sando house พิกัดนี้เลย 

ราคา :  ชิ้นละ 25NT

รสชาติ : อร่อยมากกกกกกกก กอไก่ยี่สิบตัว แป้งกรอบแต่ข้างในนุ่มระอุๆ หอมกลิ่นแป้ง โรยด้วยน้ำตาลเกล็ดๆ เหมือนผสมน้ำตาลทรายกับไอซ์ซิ่ง

คหสต : ยืนหวดไปสามชิ้น อร่อยจริง อ้อ ร้านถัดไปมียาคูลท์เลม่อนด้วย เข้ากันดีนะ

ต่อไปผมจะเอาของกินจากเซเว่นมารวมๆกันไว้นะครับ เนื่องจากมันหาซื้อได้ทั่วไป

บะหมี่กึ่งรสเนื้อ

หากินได้ที่ : เซเว่นทุกสาขา

ราคา :  ถ้วยละ 55NT

รสชาติ : รสชาติอร่อยใช้ได้เลย ส่วนซองเนื้อก็ให้มาเยอะ คุ้มกับราคาครับ ให้เนื้อเยอะ ถ้าเอาถูกก็มาถ้วยถูกกว่านี้แต่อันนี้อยากลองกินเนื้อตุ๋นมันน่ะ


น้ำแอปเปิ้ล   

หากินได้ที่ : เซเว่นทุกสาขา

ราคา :  ประมาณ 30NT (จำราคาไม่เป๊ะครับ)

รสชาติ : หวานมากๆ แล้วเปรี๊ยวไปทางบ๊วยเลย ถึงกับต้องพลิกขวดหาว่ามันผสมบ๊วยรึเปล่า แนะนำเทใส่โซดาแล้วกินน่าจะอร่อยกว่ากินเพียว

กาแฟกระบอก

หากินได้ที่ : เซเว่นทุกสาขา

ราคา :  ประมาณ 30NT (จำราคาไม่ได้อีกแล้วครับ)

รสชาติ : รสชาติธรรมดาๆ ไม่ว้าว แต่ที่ซื้อเพราะ packaging มันสวยยยยย เพื่อนทักว่าที่นู่นจิ๋มป๋องขายในเซเว่นเลยหรอ >_<

หมดแล้วครับของกินที่ผมกินมาและได้ถ่ายรูปไว้ บางอย่างกินแต่ลืมถ่ายรูปซะงั้น(หิวหน้ามืด) ก็เลยละไว้ก่อนให้ไปเจอกันเอาเอง ส่วนรีวิวทริปเต็มๆกำลังเขียนครับ

ขอบคุณข้อมูล จาก http://www.7singha.com/2016/01/11/ไปไต้หวันกินไรบ้าง-รีวิ/

อัลบั้มภาพ 27 ภาพ

อัลบั้มภาพ 27 ภาพ ของ ตะลุยถิ่น "ไต้หวัน..." ตามหาของกินแบบบ้านๆ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook