เที่ยวเมืองลุง…สุขจุงเบย

เที่ยวเมืองลุง…สุขจุงเบย

เที่ยวเมืองลุง…สุขจุงเบย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ถึงจะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวที่ติดอันดับต้นๆ ของภาคใต้ แต่ถ้าอยากเสพธรรมชาติ รักการผจญภัยสนใจวิถีชีวิตท้องถิ่น พัทลุงมีให้คุณอย่างเหลือเฟือ อย่างที่บอกว่าจังหวัดพัทลุง หรือเรียกสั้นๆ ประสาคนใต้ก็ต้อง "เมืองลุง" ถูกล้อมรอบไปด้วยจังหวัดท่องเที่ยวดังๆ อย่างสงขลา นครศรีธรรมราช และสตูล แต่พัทลุงก็ใช่ว่าจะขี้เหร่ซะเมื่อไหร่ อันที่จริงเมืองที่เงียบสงบจนดูเหมือนเป็นเมืองปิดแห่งนี้มีเสน่ห์ความงามและความสุขซุกซ่อนอยู่มากมาย

ชิมออร์เดิร์ฟเมืองลุง Lisa ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ร่วมเดินทางไปกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ เพื่อไปสัมผัสบางส่วนเสี้ยวของเสน่ห์เมืองลุง หลังจากลงเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่แล้วต่อรถมุ่งหน้าสู่ อ.ป่าออน ใช้เวลาไม่เกิน 50 นาที เราก็ได้ชิมออร์เดิร์ฟแรกของพัทลุงที่สวนสละกว่า 20 ไร่ ของลุงถัน ซึ่งเปิดสวนเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรมา 3 ปีแล้ว จากเดิมปลูกยางพาราปลูกข้าวเป็นอาชีพ แต่เมื่อปี 2547 ยางพาราราคาตกต่ำจึงหันมาปลูกทุเรียนบ้าง ลองกองกับมังคุดบ้าง สุดท้ายมาลงเอยที่สวนสละ โดยนำสายพันธุ์ มาจากจันทบุรี ด้วยสภาพดินและอากาศที่แตกต่างทำให้สละมีรสชาติหวานเปรี้ยวเข้มข้นกว่าสายพันธุ์ต้นฉบับ ถูกอกถูกใจสาวติดเปรี้ยวอย่างเราเป็นที่สุด

รวมไปถึงนักชิมในมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกเจ้าใหญ่ของสวนนี้ ใครอยากชิมสละแสนอร่อยจากสวนลุงถันคงต้องบุกไปถึงสวน ค่าเข้าคนละ 50 บาท เที่ยวชมสวนพูดคุยกับเจ้าของ ได้ทดลองผสมพันธุ์สละ และชิมสละแบบไม่อั้นทั้งที่เป็นสละสดๆ และน้ำสละเย็นชื่นใจ หรือจะซื้อสละกลับบ้าน ก็กิโลละ 50 บาทเท่านั้นจ้า

ดับร้อนเล่นน้ำตก-เที่ยวถ้ำ ชิมสละเป็นออร์เดิร์ฟรองท้องแล้วก็บ่ายหน้าสู่ อ.กงหรา สัมผัสความสวยงามและเย็นฉ่ำของน้ำตกไพรวัลย์ที่ไหลรินมาจากเทือกเขาบรรทัดที่นี่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 7 ชั้น โดยเฉพาะที่ชั้นแรกเป็นลานกว้างเหมาะกับการเล่นน้ำที่สุดยิ่งอากาศร้อนๆ แบบนี้มีผู้คนเข้ามาพักผ่อนเล่นน้ำคลายร้อนกันเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ตามมาคือ เศษขยะตกเกลื่อนกลาดตามซอกหินหรือแม้แต่ในน้ำ เห็นแล้วอดเป็นห่วงความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้ชาวพัทลุงหากไม่ช่วยกันดูแลก็คงสวยอยู่อีกไม่นาน

จากน้ำตกที่เย็นฉ่ำไปสัมผัสความเย็นสบาย ภายในถ้ำพุทธโคดมและถ้ำสุมโน ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ ภายในถ้ำนอกจากมีหินงอกหินย้อยตามห้องต่างๆ ให้ชมกันแล้ว ยังมีห้องโถงกว้างที่ใช้เป็นสถานที่ฝึกวิปัสสนาและประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ โดยเฉพาะที่ถ้ำสุมโนนั้น หลังจากถูกค้นพบโดยพระอาจารย์เดช สุมโน เมื่อ 20 กว่าปีก่อนก็ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นของจังหวัด ในแต่ละปีมีผู้แสวงหาธรรมะทั้งในพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงรวมถึงนักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบและรักธรรมชาติแวะเวียนกันมาไม่ขาดสาย

ไป เที่ยวถ้ำพุทธโคดมต้องแวะลิ้มรสอาหารปักษ์ใต้ ณ กฤษศิลา โฮมสเตย์ ที่คัดสรรวัตถุดิบในท้องถิ่น มาปรุงอาหารทั้งพืชผักปลอดสารพิษและปลาในบ่อเลี้ยง ปรุงเป็นเมนูอร่อยๆ ชวนเจริญอาหารอย่างต้มกะทิใบตาหมัดใส่ไข่มดแดง แกงกะทิ ไก่บ้านกับกล้วยหิน แกงเลียงผักพื้นบ้านใส่กุ้งสด และเด็ดสุดก็ต้องน้ำพริกกะปิกับผักพื้นบ้าน เช่น ลูกชิง ใบตาหมัดลวก ลูกเนียง ผักกูดลวกกะทิและดอกกระโดน ใครชอบกินผัก ชอบรสชาติจัดจ้านรับประกันได้ว่าข้าวจานเดียวไม่พอจริงๆ

ล่องแก่งหนานมดแดง ใครเสพติดการผจญภัยให้ร่างกายได้หลั่งอะดรี-นาลีนต้องไม่พลาดกิจกรรมล่องแก่งผจญภัยกลางสายน้ำเชี่ยวจากอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส ซึ่งมี บริษัทล่องแก่งหลายเจ้าที่ให้บริการ แต่ผู้บุกเบิกต้องยกให้คุณโยธิน เขาไข่แก้ว แห่งแก่งหนาน- มดแดง ผู้มีความคิดอยากเปลี่ยนพื้นที่อิทธิพลทางการเมืองให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สร้างรายได้แก่ชุมชน

กิจกรรมล่องแก่งหนานมดแดงใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เริ่มปล่อยตัวจากอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส พายเรือลัดเลาะผ่านเกาะแก่งต่างๆ กว่า 40 แก่ง โดยมีแก่งไฮไลต์เร้าใจที่เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ อยู่หลายแก่ง เช่น แก่งพี่ แก่งน้อง แก่งมดแดง แก่งยาว และ แก่งลุงจวน แล้วไปสิ้นสุดที่แก่งบ้านวังบอนรวมระยะทาง 6 กม. คิดค่าล่องแก่งผู้ใหญ่คนละ 200 บาท และเด็ก 100 บาท พร้อมเสื้อชูชีพกับหมวกกันน็อก และตลอดเส้นทางมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ขึ้นจากล่องแก่งยังแล้วมีห้องอบสมุนไพรและเครื่องดื่มให้บริการ ที่นี่ยังมีแพ็กเกจพาเที่ยวถ้ำ ไหว้พระ เล่นน้ำตก ล่องแก่ง พร้อมที่พักและอาหารเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนกับธรรมชาติอย่างเต็มที่อีกด้วย

เยี่ยมบ้านนกกับควายน้ำที่ทะเลน้อย มาถึงเมืองลุงทั้งทีถ้าไม่ได้แวะมาเที่ยวอุทยานนกน้ำทะเลน้อยใน อ.ควนขนุน ก็ถือว่ามาไม่ถึง กิจกรรมยามเช้าเริ่มด้วยการไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คลองปากประซึ่งเชื่อมต่อกับทะเลน้อย เป็นจุดที่ นักถ่ายภาพนิยมไปตั้งกล้องรอเก็บภาพชีวิตชาวเลที่ออกหาปลาด้วยการยกยอยักษ์ โดยมีพระอาทิตย์ดวงกลมโตเป็นฉากหลัง...เป็นฉากชีวิตที่งามตรึงใจจริงๆ จากนั้น ลงเรือชมบัวสีสวยและนกหลากชนิดในทะเลน้อย

ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลกแห่งแรกของไทย โดยมากเป็นนกท้องถิ่น เช่น นกอีโก้ง นกพริก นกเป็ดแดง นกอีล้ำ นกอีลุ้ม นกนางนวล นกกระสา และเหยี่ยวต่างๆ แต่ช็อตเด็ดคือภาพความน่ารักของควายน้ำที่ว่ายน้ำหากินอยู่กลางทะเลน้อย นอกจากนี้ ริมทะเลสาบยังเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวทะเลน้อย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถไปชมการผลิตเสื่อกระจูด และปลาดุกร้า หนึ่งในอาหารอร่อยของชาวเมืองลุงนั่นเอง ก่อนกลับเรานั่งรถข้ามสะพานที่ยาวที่สุดของไทยคือ สะพาน(ไสกลิ้ง-บ้านหัวป่า) ที่ทอดยาวเหนือผืนน้ำทะเลน้อยจาก อ.ควนขนุน จ.พัทลุง มุ่งสู่ อ.ระโนด จ.สงขลา ระหว่างทางแวะซื้อปลาแห้ง-กะปิหวาน กลับบ้านไปฝากแม่ พร้อมอำลาและขอบคุณธรรมชาติสวยๆ ของพัทลุงที่ทำให้เราพบความสุขจากการเดินทางอีกครั้ง

Fast Facts
● สนใจแพ็กเกจล่องแก่งหนานมดแดง พร้อมที่พักและอาหาร ติดต่อคุณโยธิน เขาไข่แก้ว โทร. 08-9873-1464 แวะไปชิมสละอร่อยๆ ที่สวนสละลุงถัน ต.หนองธง อ.ป่าบอน โทร. 08-4859-3571 และกฤษศิลาโฮมสเตย์ ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ โทร. 074-621-520
● สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ-พัทลุงได้หลายวิธี สำหรับเครื่องบินต้องลงที่สนามบิน หาดใหญ่ แล้วต่อรถตู้สายหาดใหญ่-พัทลุง ส่วนรถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ไปพัทลุงทุกวัน สอบถามที่โทร. 1490 www.transport.co.th ทางรถไฟโทร. 1690 www.railway.co.th, http://www.railway.co.th/ หรือขับรถยนต์ส่วนตัวไปได้หลายเส้นทาง แต่เส้นทางที่สะดวกที่สุดคือใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ไปจนถึงชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง "สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวพัทลุงได้ที่ ททท. สำนักงานหาดใหญ่ (สงขลา-พัทลุง) โทร. 074-243-747"

ข้อมูลโดย : Lisaguru

คลิกชมภาพสวยๆ ทะเลน้อย สวยมากจนอยากไปเที่ยว


ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook