ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
 
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > ทริปเด็ดห้ามพลาด > ภาคเหนือ
ทริปเด็ดห้ามพลาด

รอยพระบาทรัชกาลที่ 9

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

ประวัติความเป็นมา
 เริ่มจากสถานการณ์ก่อการร้ายในจังหวัดเชียงราย ในปี 2497 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานจำนวนหนึ่ง  เดินทางเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อแสวงหาแนวร่วมพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวเขาที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน จ.เชียงราย และ จ.น่าน รวมทั้งพื้นที่ชายแดนด้าน จ.พะเยา ในปัจจุบันบางส่วน  ภายหลังจากสามารถปลุกระดมชาวเขาได้บางพื้นที่จนสำเร็จในปี พ.ศ. 2507 และได้คัดเลือกส่งไปอบรมวิชาการเมืองการทหารรุ่นแรกที่เมืองฮัวมินห์ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเพื่อกลับมาเตรียมงานในพื้นที่ไว้รอรับสมาชิก

  พคท.ซึ่งได้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ จ.เชียงราย ในปี พ.ศ. 2509 เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการชี้นำด้านการเมือง และการทหาร  เมื่อสามารถขยายเขตงานได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง จึงเปิดฉากการต่อสู้ด้วยอาวุธกับเจ้าหน้าที่ในภาคเหนือขึ้นเป็นครั้งแรกที่บ้านน้ำปาน ต.นาไร่หลวง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน  เมื่อ 26 ก.พ. 2510

ซึ่งถือว่าเป็นวัน "เสียงปืนแตก" ของ พคท.ในเขตภาคเหนือ จากนั้นได้ขยายการต่อสู้เรื่อยมา โดย ในวันที่ 9 พ.ค. 2510 ได้มีการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ฝ่านรัฐบาลที่บ้านห้วยชมภู ต.ยยางฮอม อ.เทิง จ.เชียงราย (เป็นครั้งแรกในเขตพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น)

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 พคท.สามารถจัดตั้งฐานที่มั่นในภาคเหนือได้ถึง 9 แห่ง และแห่งที่สำคัญแห่งหนึ่ง คือฐานที่มั่น ดอยยาว-ดอยผาหม่น จ.เชียงราย พคท.ได้จัดตั้งคณะทำงานในรูป "คณะกรรมการจังหวัดเชียงราย" แบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 4 เขตงาน คือ เขตงาน 52 , เขตงาน 9, เขตงาน 7 และเขตงาน 8

 สำหรับพื้นที่ ดอยยาว-ดอยผาหม่น เป็นพื้นที่ควบคุมของเขตงาน 8 ในเขต อ.เทิง และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย รวมพื้นที่ อ.เวียงแก่น และ อ.ขุนตาล ในปัจจุบันนี้ ด้วยกองกำลังติดอาวุธของ พคท. ขณะนั้นมีประมาณ 600 คน มีมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง อีกประมาณ 2,300 คน

ความเคลื่อนไหวที่สำคัญ คือ ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการสร้างทาง และการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง การสู้รบ ณ สมรภูมินี้เกิดขึ้นหลายยุทธการ เช่น ยุทธการอิทธิชัย (วีรกรรมดอยม่อนเคอ) ยุทธการขุนห้วยโป่ง และยุทธการเกรียงไกร (วีรกรรมที่เนิน 1188 พญาพิภักดิ์)

 โดยใช้กำลังทหารในพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าปฏิบัติการกวาดล้าง และปราบปราม ผกค.ตามคำสั่ง ทภ.3/กอ.รมน. ภาค 3 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511- พ.ศ. 2525จึงสามารถกำชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือ พคท. ในปี พ.ศ. 2524

พัน.ร.473 ซึ่งมี พ.ท.วิโรจน์ ทองมิตร เป็น ผบ.พัน (ตำแหน่ง ผบ.ร.17 พัน.3) เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น ตามแผนการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์จนเกิดยุทธการยึดเนิน 1188 บนยอดดอยพญาพิภักดิ์ได้ ยังผลให้ พคท.ล่มสลายในที่สุด

ในวันที่ 27 ก.พ.2525  ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช องค์จอมทัพไทย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวรี พระวรราชาธินัดดามาตุเพื่อทรงเยี่ยมทหารหาญและราษฎร ณ ฐานปฏิบัติการดอยพญาพิภักดิ์ บนสันดอยยาว อ.เทิง จ.เชียงราย

  และได้ทรงพระกรุณา พระราชทานประทับรอยพระบาทของพระองค์ ลงบนแผ่นปูนปลาสเตอร์ ที่ทางฝ่ายทหารได้จัด
เตรียมไว้เพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นมิ่งขวัญแก่ทหารหาญทั้งปวง ซึ่งปัจจุบัน รอยพระยาท คู่หนึ่งได้ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลารอย
พระบาทของ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นที่เคารพ
สักการะของประชาชน คู่กับอนุสาวรีย์ผู้เสียสละ และรอรับการมาเยือนจากนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา

“ขอเป็นฐาน รองบาท ราชวงศ์ ด้วยจำนง จงรัก และภักดี”

 * นี่คือข้อความที่เขียนไว้ที่ฐานของรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พ่อหลวงของคนไทย แห่งค่ายเม็งรายมหาราช
ซึ่งถือ " เป็นรอยพระบาทในหลวงหนึ่งเดียวในเมืองไทย "

ศาลารอยพระบาท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชมหาราช

  เนื่องในศุภวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา นั้นเป็นวโรกาสมิ่งมหามงคลอันพิเศษยิ่งที่ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจักได้แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกร ด้วยการร่วมมือร่วมใจสร้างหอพิพิธภัณฑ์ รอยพระบาท ร.9 ไว้เป็นการถาวรวัตถุที่ทรงคุณค่าและเป็นสมบัติส่วนรวมของชาติสืบไป  วันที่ 30 พฤศจิกายน 2542 คณะกรรมการธิการจัดงานนิทรรศการ "พระก่อพระเกื้อหล้า"

  ได้ทราบความเรื่องรอยพระบาท ฯ และเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์นี้ จึงได้ขอความร่วมมือมายัง กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่ออัญเชิญ รอยพระบาทฯ ไปร่วมจัดนิทรรศการ ฯ อาคารใหม่สวนอัมพร ตั้งแต่วันที่ 1-7 ธันวาคม 2542 และได้อัฐเชิญกลับมาเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2542 ในงานครั้งนี้มีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมจำนวนมาก อีกทั้งมีการแพร่ภาพทางรายการโทรทัศน์หลายช่อง

 คำถามส่วนใหญ่ คือ รอยพระบาทเกิดขึ้นได้อย่างไร ผู้สร้างมีแรงดลใจอย่างไร มีจุดมุ่งหมายทำเพื่ออะไร ไม่เกรงกลัวบารมีบ้างหรืออย่างไร ฯลฯ ซึ่งความสนใจเหล่านี้คงเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของความในใจใคร่รู้ของประชาชนส่วนใหญ่

 ดังนั้นหากได้มีการก่อสร้างหอพิพิธภัณฑ์รอยพระบาท ร.9  และจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์ส่วนนี้ไว้ให้ประชาชนได้ทราบความเป็นมา และเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนความทรงจำ ความยากลำบากของการแย่งชิงอธิปไตยเหนือดินแดนแห่งนี้ก็จะเป็นส่วนทำให้เกิดความรักชาติ หวงแหนแผ่นดินและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

วัถุประสงค์
การก่อสร้างหอพิพิธภัณฑ์รอยพระบาท ร.9
- เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาคเอกชน ประชาชนทุกคน หมู่เหล่าทั่วประเทศ และทหารหาญกองทัพไทย ได้พร้อมเพรียงใจถวายความจงรักภักดี และแสดงความกตัญญูกตเวทีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2550 ด้วยการระดมทุนสร้างปราสาทประดิษฐานรอยพระบาท ร.9 เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถานที่ถาวร และทูลเกล้าถวายเป็นราชสักการะในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา
- เพื่อประดิษฐานรอยพระบาทอันเป็นมหามงคลซึ่งมิ่งขวัญของประชาชนจังหวัดเชียงราย และเป็นที่เคารพเทอทูนของประชาชน
ทั่วไป รวมทั้งเป็นสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงรายต่อไป
- เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์บนเส้นทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตัริย์เป็นประมุข
- เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และทัศนศึกษาของประชาชน และนักท่องเที่ยวทั่วไป

เป้าหมายโครงการ
 - ดำเนินการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้ปนะชาชนทุกหมู่เหล่า หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในจังหวัดเชียงราย และประชาชนทั่วไป รวมทั้งเหล่าทหารหาญแห่งกองทัพภาคที่ 3 ได้มีโอกาสพร่อมเพรียงกันร่วมสร้างหอพิพิธภัณฑ์รอยพระบาท ร.9 และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทหาร จำนวน 1 หลัง อันเป็นถาวรสถาน
- เพื่อพร้อมใจกันถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 80 ปี

 รูปแบบหอพิพิธภัณฑ์รอยพระบาท ร.9
- เป็นสถาปัตยกรรมของภาคเหนือแบบล้านนา
- เป็นที่ประดิษฐานรอยพระบาทได้อย่างสมพระเกียรติ
- ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้รับความสะดวกในการเข้าชมพระบารมีและถวายสักการะ
- นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมและทัศนศึกษาได้โดยสะดวก
- งบประมาณ 20 ล้านบาท ในการสร้าง

พื้นที่ดำเนินการ
บริเวณค่ายเม็งรายมหาราชในส่วนของ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อ.เมือง จ.เชียงราย

คณะกรรมการดำเนินงาน
* ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างศาลารอยพระบาท
* กองทัพบก
* กองทัพภาคที่ 3
* กองพลทหารราบที่ 4
* กรมทหารราบที่ 17
* กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองคสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จังหวัดทหารบกเชียงราย
* ส.ว. และ ส.ส. จังหวัดเชียงราย ร่วมเป็นที่ปรึกษา โครงการก่อสร้างศาลารอยพระบาท

* ผู้มีความประสงค์ร่วมบริจาคได้ที่ *
ธนาคารทหารไทย สาขากองบัญชาการ
กองทัพบก บ/ช โครงการก่อสร้างศาลาฯ
หมายเลข 077-216381-2
และ บ/ช ออมทรัพย์ สาขา เชียงราย
315-2-49067-2

และร่วมบูชาพระกริ่งพ่อหลวงเพื่อระดมทุนก่อสร้างได้ที่
วัดศรีสุดารามวรวิหาร โทร. 0 2433 2229

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ฝ่ายกิจการพลเรือน จังหวัดทหารบกเชียงราย
โทร. 0 5360 0902 , 0 5371 1200-1 ต่อ 3807

กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17
ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมือง จ.เชียงราย 57000
โทร. 0 5371 1205

สนับสนุนข้อมูลจาก
www.tourismchiangrai.com
ออนไลน์วันที่ 7มกราคม 2551
 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 


 

   

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: รอยพระบาทรัชกาลที่ 9

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 9

  1. Re: รอยพระบาทรัชกาลที่ 9

  2. Re: รอยพระบาทรัชกาลที่ 9

    • ความคิดเห็นที่8
    • หากชาติหน้ามีจริงข้าพระพุทธเจ้าฯ ขอตั้งจิตอธิษฐาน ว่าให้ได้เกิดในแผ่นดินที่พระองค์ปกครองและสยามประเทศ นี้ตลอดไปและพระองค์ขอให้มีอายุมั่งขวัญยืนนานอยู่คู่กับสยามประเทศนี้ตลอดกาลนานเท่านาน ข้าฯรักพระองค์ยิ่งชิวิต หาได้มีกษัตริย์ใดในโลกจะประเสริญในเบื่องต้น ท่ามกลาง และในที่สุด ที่พระองค์ทรงทำงานหน้กเพื่อพสกนิกรของสยามให้ได้อยู่ดีกินดีและมีความเป็นศักดิศรีในชาติสยาม.....


      ................มันผู้ใดคิดเทียบพระองค์ตีตัวเสมอพระองค์ขอให้มัน******ตายตกนรกภูมิ และบริวารเครือญาติมัน******ตายๆๆๆอย่างทรมาณมิได้เกิดเป็นมนุษย์อีกเลย...หากมีเจตนาซ่อนเร้นขอให้ได้รับกรรมในชาตินี้โดยเร็ว...



      ........ข้าฯรักพระองค์ในหลวงยิ่งชีวิต ยิ่งกว่าชีวิตตนเอง
    • รักพระองค์ยิ่งชีวิต รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: รักพระองค์ยิ่งชีวิต
      • เมื่อ[19 มกราคม 2551 - 13:00 น.]
      • IP[202.5.87.XXX]
  3. Re: รอยพระบาทรัชกาลที่ 9

    • ความคิดเห็นที่7
    • คห.4 คุณช่างไม่มีกาลเทศะเสียจริง คุณมีเจตนาอะไรกันแน่ เชื่อว่าตาคุณก็ไม่ได้บอด และเชื่อว่าคุณน่าจะอ่านหนังสือพอรู้เรื่องบ้าง คุณใช้สมองส่วนไหนคิดที่บังอาจเอาบุคคลอยู่ในดวงใจ(โดยส่วนตัว)มาเปรียบกับพระองค์ท่าน พระองค์เป็นมากกว่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกนี้ พระองค์เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงประชา เมื่อใดบ้านเมืองเกิดเหตุการณ์ทุกข์ร้อน ก็ด้วยพระบารมีของพระองค์ท่านช่วยปัดเป่า ให้เราได้อยู่บนผืนแผ่นดินนี้มาอย่างร่มเย็นสืบมา การแสดงความคิดเห็นต่างๆ ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ก็ต้องรู้จักสำรวมควรใช้สมองคิดและไต่ตรองก่อน อย่าปล่อยความง่าวของตัวคุณเองออกมาเพ่นพ่านอีก
    • รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: คห.4 ไร้กาลเทศะ
      • เมื่อ[18 มกราคม 2551 - 20:00 น.]
  4. Re: รอยพระบาทรัชกาลที่ 9

  5. Re: รอยพระบาทรัชกาลที่ 9

  6. Re: รอยพระบาทรัชกาลที่ 9

  7. Re: รอยพระบาทรัชกาลที่ 9

  8. Re: รอยพระบาทรัชกาลที่ 9

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้