ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
 
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > ทริปเด็ดห้ามพลาด > ภาคกลาง
ทริปเด็ดห้ามพลาด

ล่องเรือลุ้นหาโลมา ตามหานกนางนวล

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

ยามเช้าแวะบางปะกง ลุ้นระทึกตามหาโลมา “สีสันแห่งท้องทะเล” จังหวัดฉะเชิงเทรา, ยามเย็นแวะบางปู สุขตาสุขใจ ชมฝูงนกนางนวล “สีสันแห่งท้องฟ้า” จังหวัดสมุทรปราการ

  นางสาวเบญจวรรณ สุเนตรวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานททท.ภาคกลางเขต 8 เปิดเผยว่า ช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงเริ่มต้นที่นักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสพบกับความมหัศจรรย์ของการปรับเปลี่ยนฤดูกาล ก่อเกิดกิจกรรมท่องเที่ยวหลายกิจกรรมสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น

พร้อมทั้งเสริมสร้างความรู้เรื่องระบบนิเวศ สร้างจิตสำนึกและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับนักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่น
 สำนักงาน ททท.ภาคกลางเขต 8 จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หนึ่งปีจะมีสักครั้งในพื้นที่ใกล้เมืองหลวง และใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ

จุดแรก
ลุ้นระทึกตามหาโลมา สีสันแห่งท้องทะเลที่ ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา บริเวณปากอ่าวไทย (ปลายแม่น้ำบางปะกง) เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นสถานที่ที่สรรพชีวิตทั้งหลายมาอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข มนุษย์มาอาศัยตั้งหลักปักฐานประกอบอาชีพทำการประมง

 แหล่งเลี้ยงปลากะพงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกอาหารที่ใช้เลี้ยงปลากะพงส่วนที่ลอดตกออกมานอกกระชังเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างให้ระบบนิเวศสมบูรณ์ กุ้ง เคย ปลาเล็กปลาน้อย มากินเศษอาหารจากปลากะพง ปลาขนาดใหญ่ เช่น ปลาดุกทะเล และนกน้ำ ก็จะมากินกุ้ง เคย ปลาเล็ก ๆ ซึ่งถือว่าเป็นห่วงโซ่อาหารที่สมบูรณ์แบบทีเดียว

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ โดยเฉพาะช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ของทุกปี จึงมีโลมาฝูงใหญ่ว่ายเข้ามาหาอาหารอย่างปลาดุกทะเลที่มีอยู่จำนวนมาก (ทำไมโลมาถึงกินปลาดุกทะเลเพียงครึ่งตัว ทิ้งส่วนหัวไว้ให้ชาวประมงช้อนไปทำปลาดุกผัดฉ่า คงต้องไปหาคำตอบ)

 กระแสน้ำเค็มที่ผลักดันน้ำจืดเข้ามาลึกจนถึงแม่น้ำบางปะกงช่วงฤดูหนาว หากลมทะเลพัดเบา ๆ โลมาจะโผล่น้ำขึ้นมาหายใจเนื่องจากออกซิเจนในน้ำมีน้อย หากลมทะเลพัดแรง ถึงคราวที่จะต้องลุ้นระทึกตามหาโลมา ครอบครัวโลมาจะว่ายเป็นฝูงและหยอกล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาน

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับชุมชน ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี เทศบาลตำบลท่าข้ามได้สนับสนุนให้ชาวประมงที่ว่างเว้นจากการประกอบอาชีพหลักนำเรือมาบริการนักท่องเที่ยวพา ชมฝูงโลมาที่ปากอ่าวไทยปากแม่น้ำบางปะกง

 โลมาที่แหวกว่ายหาอาหารบริเวณปากแม่น้ำบางปะกงพันธุ์ที่พบ ได้แก่ โลมาอิระวดี (Irrawaddy Dolphin) ลักษณะเด่น คือ หัวมนไม่มีจะงอยปาก มีคอที่เคลื่อนไหว สีลำตัวหลายสีแปรเปลี่ยนไปตั้งแต่สีน้ำเงินเทาเข้ม จนถึงสีน้ำเงินจาง มีครีบหลังสามเหลี่ยมขนาดเล็กปลายกลมมน, โลมาหลังโหนก (Humpback Dolphin) ลักษณะเด่น คือ มีสีจางจนเป็นสีเหลืองถึงสีชมพู บางครั้งเป็นสีขาวหรือสีเทา แต่สีที่ท้องจะเป็นสีที่จางที่สุดลักษณะทั่วไปคล้ายโลมาปากขวดรูปร่างยาว ปากผอมยิ่งมีอายุมากสีของปากยิ่งจางลงเรื่อย ๆ โดยครีบหลังเป็นฐานกว้างโค้งลงด้านหลัง

กิจกรรมส่องกล้องดูนก ที่มีมากกว่า 50 ชนิด เป็นนกประจำถิ่นและนกอพยพมาช่วงฤดูหนาว เช่น นกกาน้ำ นกแสก ค้างคาวแม่ไก่ นกนางนวล รวมทั้งลิงแสมตัวเล็ก ๆ ที่มาอาศัยอยู่บริเวณป่าชายเลน ศึกษาวิถีชีวิตชาวประมง แหล่งเลี้ยงปลากะพง ชมกระชังปลาที่ลอยอยู่บริเวณปากแม่น้ำนับร้อยร้อยกระชัง ชิมปลากะพง ปลาดุกผัดฉ่า และอาหารทะเลสดใหม่รสชาติอร่อยเลือกสรรเป็นอาหารกลางวันหรืออาหารเย็น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเทศบาลตำบลท่าข้าม โทร. 0-3857-3411-8

จุดที่สอง
สุขตาสุขใจกับฝูงนกนางนวลนับหมื่น สีสันแห่งท้องฟ้าที่สถานตากอากาศบางปู ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ  สถานตากอากาศบางปู ตั้งอยู่ริมทะเลและป่าชายเลน จากอดีตถึงปัจจุบันยังเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมเป็นแหล่งดูนกใกล้เมืองที่สำคัญอีกแห่ง

ซึ่งมีนกน้ำหลายพันธุ์ เช่น นกตีนเทียน นกตะขาบทุ่ง นกแว่นตาขาวสีเหลือง นกกะติ๊ดขี้หมู นกนางนวลซึ่งเป็นนกที่สร้างชื่อเสียงให้กับบางปูเป็นอย่างมากนกนางนวลที่มีในอ่าวไทยมีอยู่ 2 ชนิด

นกนางนวลใหญ่ – เมื่อบินเหนื่อยแล้วชอบลงลอยตัวบนผิวน้ำทะเลและนกนางนวลแกลบ – มีในน่านน้ำไทยถึง 15 ชนิด พวกนี้จะไม่ชอบลงลอยบนผิวน้ำทะเล นกนางนวลที่มาอาศัยอยู่ในสถานตากอากาศบางปูเป็นนกที่ทำรังวางไข่อยู่รอบ ๆ ทะเลสาปต่าง ๆ ในทิเบตและมองโกเลีย ในฤดูร้อน (ตรงกับฤดูฝนในประเทศไทย)

พอลูกโตแข็งแรงสามารถบินได้ในระยะไกลแล้ว ก็จะพากันบินลงมาหากินตามชายทะเลในมหาสมุทรอินเดียจนถึงอ่าวไทย จะย้ายถิ่นถึงอ่าวไทยในราวต้นเดือนพฤศจิกายน นกนางนวลรุ่นหนุ่มสาวจะมีหัวสีขาว มีจุดสีน้ำตาลคล้ำบริเวณขนคลุมหู พอถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์มันจะเปลี่ยนสีสัน

สำหรับเลือกคู่ผสมพันธุ์โดยเริ่มมีขนสีน้ำตาลดำที่หัว เมื่อได้คู่แล้วก็จะทยอยบินกลับไปวางไข่บนที่ราบสูงใกล้ ๆ ทะเลสาปในประเทศทิเบตและมองโกเลียใหม่ มักจะเริ่มบินย้ายถิ่นกลับในราวเดือนเมษายนและพวกสุดท้ายจะกลับประมาณปลายเดือนพฤษภาคม

นกนางนวลชอบโฉบคาบเศษอาหารและเศษปลาที่ชาวเรือทิ้งลอยไปบนผิวน้ำ ทำให้ของเน่าเหม็นบนผิวน้ำทะเลหมดไป นางนวลจึงเป็นนกที่ทำให้วิวทิวทัศน์ตามชายทะเลดูสวยงามน่าท่องเที่ยวน่าชมยิ่งขึ้น การเดินทางมาชมฝูงนกนางนวลที่สถานตากอากาศบางปูจึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำผู้ที่ได้พบเห็นเบิกบานสำราญใจ

ทำให้รู้ว่าฤดูฝนได้ผันผ่านไป ฤดูหนาวกำลังจะมาเยือน ลมทะเลพัดเบา ๆ กับบรรยากาศยามเย็นจอดรถชมทิวทัศน์ พระอาทิตย์อัสดง และฝูงนกนางนวลที่บินอวดโฉมกางปีกสวยให้เราได้ชมอย่างใกล้ชิดบนสะพานสุขตาอิ่มตาแล้ว ต้องอิ่มท้องด้วย เดินเท้าเข้าไปภายในศาลาสุขใจ ซึ่งเปิดเป็นร้านอาหารโดยกรมพลาธิการทหารบกเลือกรายการอาหารทะเลสด ๆ เป็นอาหารค่ำ

หากใครมีโอกาสมาในวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 17.00–21.00 น. จะมีกิจกรรมพิเศษเปิดฟลอร์ลีลาศ อิ่มเอมไปกับเสียงเพลงสุนทราภรณ์อันไพเราะควบคู่กับอาหารรสชาติอร่อยในราคาปกติตามเมนูให้กับอาหารมื้อเย็น มีความสุขมากยิ่งขึ้น คิดค่าเสียงดนตรีภายในฟลอร์ลีลาศเพียงคนละ 50 บาทเท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองอำนวยการสถานพักผ่อน กรมพลาธิการทหารบก โทร.0-2323-9911, 0-2323-1213  สำนักงาน ททท.ภาคกลางเขต 8 ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาชมระบบนิเวศที่สวยงามควรค่าแก่การศึกษา

 ออกเดินทางจากบ้านแต่เช้า เลือกหาร้านอาหารสะอาด รสชาติอร่อย ที่ตลาด 2 จังหวัด “ตลาดคลองสวน100 ปี ”ชมภาพเขียนอายุกว่า 100 ปี ที่นำมาจากประเทศจีน ที่ศาลเจ้าปุงเท่ากง หรือโรงเจเพ่งอังตั๊ว ที่ ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทราและ ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

จากนั้นมุ่งหน้าไปอำเภอบางปะกง นั่งเรือชมโลมา และรับประทานอาหารเมนูปลากะพง ขับรถย้อนกลับมาเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทรา แวะไหว้หลวงพ่อพุทธโสธร ชมพระอุโบสถมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทวัดโสธรวรารามวรวิหาร ล่องเรือชมวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง พักค้างคืนที่ฉะเชิงเทราสักหนึ่งคืนมีที่พักหลากบรรยากาศทั้งติดแม่น้ำบางปะกง อยู่ในเขตตัวเมืองในรูปแบบของรีสอร์ทและโรงแรม พักผ่อนเอาแรงไว้สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในวันรุ่งขึ้น

เช้าวันใหม่มุ่งหน้าไปยังเมืองปากน้ำใช้ถนนสายฉะเชิงเทรา – บางปะกง จากนั้นใช้ถนนสุขุมวิทสายเก่า มุ่งหน้าเข้าเมืองปากน้ำ ชม “ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ” แหล่งเพาะพันธุ์จระเข้ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กลับรถมุ่งหน้าเข้าเขตตำบลบางปูใหม่ใช้ถนนสุขุมวิทสายเก่าแวะชมสิงห์โตคู่ และสักการะเทพเจ้าตามคติความเชื่อของชาวจีนที่ “มูลนิธิธรรมกตัญญู” ขับรถตรงไปอีกประมาณ 300 เมตรถึง “เมืองโบราณ” พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เลือกอาหารอร่อยในตลาดน้ำ ชมสิ่งปลูกสร้างการสืบเนื่องมรดกทางวัฒนธรรมไทย ในพื้นที่ 800 ไร่/p>

 ยามเย็นในวันที่สองเดินทางถึง“สถานตากอากาศบางปู” ชมความงามของนกนางนวลที่บินอวดโฉมอย่างไม่กลัวผู้คนที่บริเวณสะพานสุขตา ชมพระอาทิตย์อัสดง เลือกรายการอาหารเมนูโปรดที่ศาลาสุขใจเป็นอาหารค่ำ เพลิดเพลินกับการเต้นรำ (เฉพาะวันเสาร์) ก่อนจะเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สำนักงาน ททท.ภาคกลางเขต 8
โทร.0-3731-2282,0-3731-2284, 0-3731-566, 1672
 www.tat8.com

  กลุ่มบริษัทนำเที่ยวพันธมิตร
 โทร.0-2720-5487-8
 www.selfdrivethailand.com

ออนไลน์วันที่ 16 พฤศจิกายน 2550

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 


 

   

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้