|
เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว
ขณะที่ผมกำลังนั่งหมดอาลัยตายอยาก
อันเนื่องจากฝันสลายที่ตั้งใจจะไปดำน้ำ
ที่เกาะพีพี จ.กระบี่
แต่โปรแกรมมีอันต้องยกเลิกด้วยสาเหตุจากความวิตกกังวลของบรรดาเพื่อนๆ
เกี่ยวกับเหตุการณ์คลื่นยักษ์สินามิ
ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2547
แต่หน้าร้อนก็ไม่ได้ใจร้ายกับผมจนเกินไป
ผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนอีกคนนึง
ชักชวนให้ขึ้นไปดู
แมงกะพรุน
ที่เขาค้อ,
ทันทีที่ได้ฟัง
ผมถึงกับขำกลิ้ง จะบ้าเหรอ!
แมงกะพรุนอะไรมันจะไปอยู่บนเขาวะ?
แต่เพื่อนผมเค้ายืนยันว่ามีจริงๆ
ไม่เชื่อให้ลองขึ้นไปดูเอง...
ห้าทุ่มสามสิบนาที รถ
บขส.สายกรุงเทพฯ
- หล่มสัก ของ
บริษัทเพชรประเสริฐทัวร์
กำลังมุ่งหน้าสู่ จ.เพชรบูรณ์
ความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำให้ผมหลับไปโดยไม่รู้ตัว......
หล่มสัก รถหมดระยะค่ะ
โฮสเตสสาวสวย
ปลุกให้ผมตื่นจากฝันหวาน
รีบลงจากรถ
แบกเป้ใบเก่ารองเท้าคู่เดิมมานั่งจิบชาร้อนๆ
ที่ร้านกาแฟ
หน้าห้างสรรพสินค้าพีพี (นึกในใจว่า
ไม่ได้ไปเกาะพีพี
ยังอุตส่าห์มาเจอห้างชื่อพีพี
ให้ช้ำใจเล่นอีก
ถ้าไปแล้วไม่เจอแมงกะพรุนนะ
ฮึ่มมมม...)
เพื่อรอรถประจำทางสาย
หล่มสัก - พิษณุโลก
ซึ่งจะใช้เป็นพาหนะเดินทางต่อไปยังเขาค้อ
ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็น สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย
นั่นเอง
ประมาณ
45 นาที ผมก็มาถึง
ภูแก้ว
รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค
พบหน้าเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานพอสมควร
ทักทายกันสักครู่
ก่อนจะเข้าห้องพักเพื่อล้างหน้าล้างตา
ห้องพักที่นี่สวยและบรรยากาศดีมาก
ถึงจะเป็นหน้าร้อนแต่อากาศกลับเย็นสบาย......
เช้านี้ผมรองท้องด้วยอาหารเช้าแบบอเมริกัน
ที่แม่ครัวของร้าน ภูแก้ว
สเต็ก คอทเทจ
บรรจงปรุงมาให้
พร้อมกับกาแฟร้อนๆ
เรียกความกระปรี้กระเปร่าได้ดีทีเดียว
ผมกับเพื่อนนั่งคุยกันสักพัก
ก่อนจะออกเดินทางไปเที่ยวบนเขาค้อ
โดยที่ไม่ได้ถามถึงเรื่อง แมงกะพรุน
เลยซักคำ....
ผมพูดคุยกับเพื่อนพร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ข้างทางอย่างเพลิดเพลิน
ประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าๆ
เราทั้งคู่มายืนอยู่ที่ แก่งบางระจัน
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
( หนองแม่นา )
เพื่อนได้แนะนำให้รู้จักกับ
คุณสมพงษ์ ตุ้มคำ
เหรัญญิกของกลุ่มชุมชนคนรักษ์ป่า
บ้านหนองแม่นา
ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านที่คอยดูแล
และให้บริการกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
หลายรูปแบบ เช่น
เดินป่าศึกษาธรรมชาติ,
การพักแรม, พายเรือท่องป่า
ฯลฯ ซึ่งวันนี้พี่สมพงษ์
จะอาสาเป็นมัคคุเทศก์
พาเราพายเรือท่องป่าทุ่งแสลงหลวงกัน
ก่อนอื่นก็ต้องสวมใส่เสื้อชูชีพ
เพื่อความปลอดภัย
จากนั้นเราก็ลงเรือแจวหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเรือ
อีโปง ล่องไปตามลำน้ำเข็กที่ใสเย็น
ระหว่างทางพี่สมพงษ์ก็พูดคุยกับเราไปเรื่อยๆ
แกบอกว่า แก่งบางระจัน
เป็นต้นสายของลำน้ำเข็ก
ซึ่งเป็นลำน้ำบนภูเขาที่ไหลนิ่ง
และมีน้ำอยู่ในระดับสม่ำเสมอตลอดทั้งปี
ตลอดสองข้างทางเป็นป่าเบญจพรรณ
อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
มีพรรณไม้มากมาย
และนกหลายชนิดให้ชม
และหากเป็นช่วงเช้ามืดอาจจะเห็นสัตว์ป่าจำพวก
เก้ง กวาง
ลงมากินน้ำริมตลิ่งได้
ผมนั่งในเรืออย่างสบายกับสิ่งที่พี่สมพงษ์เล่าให้ฟัง
สักพัก
เรืออีโปงลำน้อย
ก็ล่องลอยมาถึงโขดหินขนาดใหญ่
พี่สมพงษ์บอกว่า ที่นี่คือ
แก่งสอง
พร้อมกับแนะนำให้เราดูผีเสื้อฝูงใหญ่ที่เกาะอยู่บนลานหิน
ที่นี่เป็นแหล่งดูผีเสื้อที่ดีมาก
สามารถจะเห็นผีเสื้อที่หาดูยากได้หลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไกเซอร์ดำ,
ผีเสื้อจันทรา, เหลืองหนานแฟ้นฉาน,
หางตีงปารีส, ถุงทองป่าสูง,
จรกา,
เหลืองหนามใหญ่โคนปีกดำสะพายฟ้า
ฯลฯ
ขณะที่ผมกำลังสนุกสนานกับการถ่ายรูปผีเสื้อ
อยู่นั้น
เพื่อนผมก็ตะโกนเสียงลั่นป่า
เจอแมงกะพรุนแล้ว!
เจอแมงกะพรุนแล้ว!
ผมหันไปมองและถามว่า
ไหนแมงกะพรุนของแก?
ไม่เห็นสักตัว
เพื่อนก็บอกกลับมาว่านี่ไง
ก้มดูต่ำๆสิ
เฮ้ย! เนี่ยนะแมงกะพรุน
ทำไมตัวมันกะจิ๋วลิ๋วหยั่งงี้ล่ะ?
นี่หล่ะเค้าเรียกว่า
แมงกระพรุนน้ำจืด
(Freshwater
Jellyfish) สายพันธุ์
Crasapedacusta
Sowerbyi
ซึ่งค้นพบเป็นแหล่งที่ 6
ของโลก
และเป็นแห่งเดียวในเมืองไทย
เชียวนะ
ตอนนี้นักวิชาการเค้ากำลังทำวิจัยถึงวงจรชีวิตของมันอยู่
นี่โชคดีนะที่มีโอกาสได้เห็น
( โอ้พระเจ้าจอร์จ!
เพื่อนผมมันไปสนใจเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย
)
ช่วงบ่าย
ผมกลับไปยัง ภูแก้ว รีสอร์ท
แอนด์ แอดเวนเจอร์ ปาร์ค
อีกครั้ง
เพราะตั้งใจจะไปเล่น
รถเลื่อนภูเขาความเร็วสูง
(Mountain Speed Luge)
หรือที่เจ้าหน้าที่เค้าเรียกว่า
ฟอร์มูล่า ม้ง
เป็นกิจกรรมคล้ายสกีบก
มีสี่ล้อ ไม่มีเครื่องยนต์
แล่นไหลลงมาตามเนินเขา
ระยะทางยาวถึง 700 เมตร
ซึ่งถูกใจคอความเร็วอย่างผมเหลือเกิน....
เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ
สิ่งเลวร้ายก็เกิดขึ้นกับผมจนได้
ก็เจ้ากล้องดิจิตอลคู่ใจ
ไฉนเลย
เจ้าใยไม่มีรูปให้เห็นแม้เพียงเงา
อะพิโธ่ อะพิถัง
กะละมังตั้งเด่
สี่เท้ายังรู้พลาด
นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
คนหน้าตาดีอย่างผมก็ต้องมีผิดกันบ้าง
ก็จะอะไรซะอีกเล่า Memory Card
มันเต็มไง
กะว่าจะลบซักรูปสองรูป
ดันไปลบทั้งหมดแล้วจะเหลืออะไรล่ะ
เจ็บใจจริงๆ
ดำน้ำก็ไม่ได้ไป
แมงกะพรุนก็ไม่ได้รูป โอ้ย!
อยากเกิดเป็นวิลลี่.....(
แบบว่าต้องตายแล้วเกิดใหม่ไง
)
มีนาคมปีนี้
เพื่อนผมคนเดิมโทรมาหา
พร้อมกับบอกว่า ปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) สนง.ภาคเหนือ เขต 3
จะจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
เทศกาล
พายเรือท่องป่า
ตามหา แมงกะพรุนน้ำจืด
ตลอดเดือนมีนาคม ถึง
พฤษภาคม
โดยพิธีเปิดจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่
12 มีนาคม นี้
ที่บริเวณแก่งบางระจัน
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
(หนองแม่นา)
หากท่านใดสนใจจะไปร่วมกิจกรรม
ก็สอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท.สนง.ภาคเหนือ
เขต 3
หรือถ้าต้องการพาครอบครัวไปเที่ยวช่วงวันหยุดปิดเทอมนี้
ที่ ภูแก้ว รีสอร์ทฯ
เค้าก็มี แพคเกจ พายเรือ
ท่องป่า ตามหาแมงกะพรุนน้ำจืด
ไว้บริการในราคาพิเศษ โทร. 0
2 381 0691 - 4 หรือ
คลิกเข้าดูรายละเอียดที่ www.phukaew.com
และถ้าท่านเห็นคนหน้าตาเหมือนวิลลี่
แต่สีผิวค่อนข้างคล้ำ
หนักไปทางสีแทน ( แทนสีขาวน่ะ
) ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้ ต่อให้ฟ้าถล่ม
ดินทลาย
ผมก็จะต้องไปถ่ายรูปเจ้าแมงกะพรุน
ให้จงได้ ฮ่าๆๆๆๆๆ (บ้าไปแล้ว)
By.... Black
Packer
พี่ต๊อบ สนง.
ททท. ภาคเหนือเขต 3
สำหรับภาพถ่ายสวยๆ
พี่สมพงษ์
กลุ่มชุมชนคนรักษ์ป่าฯ
สำหรับกิจกรรมพายเรือท่องป่าฯ
คุณนที
ภูแก้ว รีสอร์ทฯ
สำหรับมิตรภาพ และ น้ำใจ

ภูแก้ว
รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ ปาร์ค โทร.
0 2 381 0691 - 4
สนง.
ททท. ภาคเหนือเขต 3
โทร. 0 5525 2742 - 3
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: พายเรือท่องป่า ตามหา แมงกะพรุนน้ำจืด
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 84
Re: พายเรือท่องป่า ตามหา แมงกะพรุนน้ำจืด
Re: พายเรือท่องป่า ตามหา แมงกะพรุนน้ำจืด
Re: พายเรือท่องป่า ตามหา แมงกะพรุนน้ำจืด
Re: พายเรือท่องป่า ตามหา แมงกะพรุนน้ำจืด
Re: พายเรือท่องป่า ตามหา แมงกะพรุนน้ำจืด
Re: พายเรือท่องป่า ตามหา แมงกะพรุนน้ำจืด
Re: พายเรือท่องป่า ตามหา แมงกะพรุนน้ำจืด
Re: พายเรือท่องป่า ตามหา แมงกะพรุนน้ำจืด
แฮ่ะ แฮ่ะ เอิ๊ก หิวแล้วว๊อย
Re: พายเรือท่องป่า ตามหา แมงกะพรุนน้ำจืด
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์