ท่องเที่ยว > เที่ยวทั่วไทย > ภาคกลาง > รวมสถานที่จัดงานลอยกระทง ปี 2553
รวมสถานที่จัดงานลอยกระทง ปี 2553
- 4 พ.ย. 53 16.10 น.
-
พิมพ์หน้านี้
- (+ให้คะแนนบทความ)
- เปิดอ่าน
ความคิดเห็น 54
ท่องเที่ยวทั่วไทย จังหวัดระนอง
-
-
-
- เมืองระนอง เนืองนองด้วยน้ำแร่
- เมืองแห่งน้ำแร่ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประ…
14110 8 พ.ค. 56 10.47 น.
-
-
- เที่ยวเกาะพยามกับ 7 เหตุผลง่ายๆ
- เป็นเกาะที่ยังคงธรรมชาติดิบๆ น่าเที่ยวสำหรับคนชอบความเรียบๆ…
15501 6 พ.ค. 56 07.38 น.
-
-
- จิบกาแฟ... แลเหยี่ยว เที่ยวชุมพร-ระนอง ตอนที่ 2
- ขุนเขา เหมืองแร่ และแหล่งวัฒนธรรมเมืองระนอง
14999 15 ม.ค. 56 22.40 น.
-
-
-
-
- สวนสาธารณะน้ำร้อนรักษะวาริน อาบน้ำแร่ แช่ออนเซ็น เมืองระนอง
- เดินทางไปพักผ่อนอาบน้ำแร่แช่ออนเซ็นให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรงก…
11589 28 มี.ค. 55 09.05 น.
-
-
- รวมสถานที่จัดงานลอยกระทง ปี 2553
- ประเพณีอันดีงามของไทยที่สืบทอดมาเป็นเวลานาน
187459 4 พ.ย. 53 16.10 น.
-
-
- พลับพลึงธารบานเร้นลับ ที่ผืนป่าคลองนาคา
- พฤศจิกายนนี้ ชมดอกพลับพลึงธาร ที่ผืนป่าคลองนาคา จ.ระนอง
1282 28 ต.ค. 53 14.52 น.
-
แหล่งท่องเที่ยว
- พักคืนแรก คืนที่สองพักฟรี กับอันดา…
- เมืองระนอง เนืองนองด้วยน้ำแร่
- เที่ยวเกาะพยามกับ 7 เหตุผลง่ายๆ
- จิบกาแฟ... แลเหยี่ยว เที่ยวชุมพร-ร…
- สวนสาธารณะน้ำร้อนรักษะวาริน อาบน้ำ…
- พลับพลึงธารบานเร้นลับ ที่ผืนป่าคลอ…
- Countdown 2010
- รวมเรื่องท่องเที่ยวหน้าฝน
- น้ำตกหงาว
- บ่อน้ำร้อน-สวนรุกขชาติรักษะวาริ
- ระนอง
- หาดชาญดำริ
- เกาะขวางหรือเกาะนพเกตุ
- ถ้ำขยางค์
- ศิลาสลักพระปรมาภิไธย
- น้ำตกโตนเพชร
- น้ำตกปุญญบาล
- น้ำตกชุมแสงหรือน้ำตกสายรุ้ง
- น้ำตกบกทราย
- น้ำตกสุวรรณศิริ
- น้ำตกเขานารายณ์
- หาดส้มแป้น
- เกาะพยาม
- เกาะพงัน
- สุสานเจ้าเมืองระนอง
- วัดสุวรรณคีรี
- วิคตอเรียพอยท์หรือเกาะสอง
- ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว
- ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้านหรือเขาผ
- คอคอดกระ
- เขตรักษาพันะสัตว์ป่าคลองนาคา
- อุทยานแห่งชาติแหลมสน
-
รีวิวที่พัก จ. ระนอง โพสต์เรื่อง
-
รีวิวร้านอาหาร จ. ระนอง โพสต์เรื่อง
-
-
-
- โรตีนิสรา จ.ระนอง
- ทีเด็ดร้านนี้อยู่ที่แป้งโรตี…
15 พ.ย. 55 11.54 น.
ผู้ชม 9514
-
- ร้านอาหาร
-

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเทศกาล "สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน นอกจากจะมีกิจกรรมเด่น ในหลายพื้นที่ เช่น งานลอยกระทงกรุงเทพมหานคร, ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย, ประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่, ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวงฯ จังหวัดตาก และประเพณี ลอยกระทงตามประทีป จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้แล้วยังเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์งานประเพณีลอยกระทงให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ (World Events) เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลอดเดือนต่อไป
--------------------------------------

กิจกรรมลอยกระทงภาคใต้ ปี 2553 (คลิกที่นี่)

กิจกรรมลอยกระทงภาคกลาง ปี 2553 (คลิกที่นี่)

กิจกรรมลอยกระทงภาคอีสาน ปี 2553 (คลิกที่นี่)

กิจกรรมลอยกระทงภาคเหนือ ปี 2553 (คลิกที่นี่)
--------------------------------------
ประวัติความเป็นมาประเพณีลอยกระทง
ลอยกระทง (Loi Krathong Day) เป็นประเพณีของไทยที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ งานลอยกระทงเริ่มทำตั้งแต่ กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ที่นิยมมากคือ ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทร์เต็มดวง ทำให้แม่น้ำใสสะอาด แสงจันทร์ส่องเวลากลางคืน เป็นบรรยากาศที่สวยงาม เหมาะแก่การลอยกระทง
เดิมพิธีลอยกระทง เรียกว่า พระราชพิธีจองเปรียงชักโคม ลอยโคม ซึ่งเป็นพิธีของพราหมณ์ เพื่อบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ครั้นคนไทยรับนับถือพระพุทธศาสนา ก็ทำพิธียกโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณี ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลอยโคมบูชาพระพุทธบาท ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ประเทศอินเดีย
การลอยกระทง ตามสายน้ำนี้ นางนพมาศ สนมเอกของพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย คิดทำกระทงรูปดอกบัว และรูปต่างๆ ถวาย พระร่วงทรงให้ลอยกระทงตามสายน้ำไหล ในหนังสือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระร่วงตรัสว่า "แต่นี่สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอย เป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมฆทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน"
ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทำกระทงขนาดใหญ่และสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ของเจ้าพระยาทิพาราชวงศ์ กล่าวไว้ว่า
"ครั้นมาถึงเดือน 12 ขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ แรมค่ำหนึ่งพิธีจองเปรียงนั้น เดิมได้โปรดให้ขอแรง พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และข้าราชการที่มีกำลังพาหนะมาทำกระทงใหญ่ ผู้ถูกเกณฑ์ต่อเป็นถังบ้าง ทำเป็นแพหยวกบ้าง กว้าง 8 ศอกบ้าง 9 ศอกบ้าง กระทงสูงตลอดยอด 10 ศอก 11 ศอก ทำประกวดประขันกันต่างๆ ทำอย่างเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง 4 บ้าง และทำเป็นกระจาดชั้นๆ บ้าง วิจิตรไปด้วยเครื่องสด คนทำก็นับร้อย คิดในการลงทุนทำกระทงทั้งค่าเลี้ยงคนและพระช่าง เบ็ดเสร็จก็ถึง 20 ชั่งบ้าง ย่อมกว่า 20 ชั่งบ้าง"
ปัจจุบันประเพณีลอยกระทง มีการจัดงานกันแทบทุกจังหวัด ถือเป็นงานประจำปีที่สำคัญ โดยเฉพาะ ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดขบวนแห่กระทงใหญ่ กระทงเล็ก มีการประกวดกระทง และประกวดธิดางามประจำกระทงด้วย
ส่วนการลอยโคม ชาวบ้านทางภาคเหนือและภาคอีสานยังนิยมทำกัน ชาวบ้านจะนำกระดาษ มาทำเป็นโคมขนาดใหญ่สีต่างๆ ถ้าลอยตอนกลางวัน จะทำให้โคมลอยโดยใช้ควันไฟ ถ้าเป็นเวลากลางคืน ก็จะใช้คบจุด ที่ปากโคม ให้ควันพุ่งเข้าในโคม ทำให้ลอยไปตามกระแสลมหนาว เวลากลางคืนแลเห็นแสงไฟโคม บนท้องฟ้า พร้อมกับแสงจันทร์และดวงดาวสวยงามมากทีเดียว
เรื่องน่ารู้ใน วันลอยกระทง
คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทง
คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทงมีอยู่หลายตำนาน ดังนี้
1. การลอยกระทง เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา
2. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ คือบูชาพระนารายณ์ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร
3. การลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา
4. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ
5. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
6. การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก
7. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล ประวัติการลอยกระทงในเมืองไทย
การลอยกระทงในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้งสุโขทัย เรียกว่า การลอยพระประทีป หรือลอยโคม เป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคมในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา

การลอยกระทงในปัจจุบัน
การลอยกระทงในปัจจุบัน ยังคงรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ได้ตามสมควร เมื่อถึงวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงในเดือน 12 ชาวบ้านจะจัดเตรียมทำกระทงจากวัสดุที่หาง่ายตามธรรมชาติ เช่น หยวกกล้วยและดอกบัว นำมาประดิษฐ์เป็นกระทงสวยงาม ปักธูปเทียนและดอกไม้เครื่องสักการบูชา ก่อนทำการลอยในแม่น้ำก็จะอธิษฐานในสิ่งที่มุ่งหวัง พร้อมขอขมาต่อพระแม่คงคา
ตามคุ้มวัดหรือสถานที่จัดงานหลายแห่ง มีการประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ และมีมหรสพสมโภชในตอนกลางคืน นอกจากนั้นยังมีการจุดดอกไม้ไฟ พลุ ตะไล ซึ่งในการเล่นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ วัสดุที่นำมาใช้กระทง ควรเป็นของที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ
เหตุผลของการลอยกระทง
สรุปเหตุผลของการลอยกระทงในประเทศไทยดังนี้
1. เพื่อขอขมาแม่คงคา เพราะได้อาศัยนำท่านกินและใช้ และอีกประการหนึ่งมนุษย์มักจะทิ้งและถ่ายสิ่งปฏิกูลลงไปในนำด้วย
2. เพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทนัมมทานที ซึ่งประพุทธเจ้าทรงประทับรอยพระบาทประดิาฐานไว้บนหาดทรายที่แม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย
3. เพื่อลอยทุกข์โศกโรคภัย และสิ่งไม่ดี คล้ายกับพิธีลอยบาปของพราหมณ์
4. เพื่อบูชาพระอุปคุต ชาวไทยภาคเหนือให้ความเคารพแกพระอุปคุตอย่างสูง ซึ่งตามตำนานเล่าว่าเป็นพระมหาเถระรูปหนึ่งที่มีอิทธิฤทธิ์มากสามารถปราบพญามารได้ การลอยกระทงไม่มีพิธีรีตอง เพียงแต่ขอให้มีกระทงจะทำด้วยอะไรก็ได้ เช่น ใบตอง การกล้วย กาบพลับพลึง เปลือกมะพร้าว กระดาษ จุดธูปเทียนปักที่กระทงแล้วอธิษฐานตามที่ตนปรารถนา เสร็จแล้วจึงลอยไปที่แม่นำลำคลอง
--------------------------------------
ขอขอบคุณข้อมูล/ภาพประกอบจาก :










เดรส/แซคสวยเริ่ด ให้คุณเลือกใส่อย่างมั่นใจ
โหลดเกมส์ฟรี คลิกที่นี่เลย!
มือถือมือสอง มือถือราคาถูก เคสโทรศัพท์น่ารักๆ ที่นี่!
Animal Blitz เกมเรียงสัตว์สุดฮอต
เลือกคลิก ชีวิตอาจจะพลิก
ฟังเพลงสบายๆ ที่สถานีมิดไนท์