ทอแสงโขงเจียมรีสอร์ท
ฉันอาจจะไม่คุ้นกับอีสานมากนัก
ทั้งที่เป็นภาคที่สวยงามและมีวัฒนธรรมประเพณีน่าสนใจมากมาย
และทุกครั้งที่ไปเยือนฉันก็อดประทับใจในความน่ารักของผู้คนไม่ได้
ฉันว่าเสน่ห์ของอีสานก็คือชาวบ้านนี่แหละ
คราวนี้ฉันตัดสินใจเดินทางมาอุบลราชธานีตามคำชักชวนของเพื่อนรักซึ่งต้องเดินทางมาทำธุระที่นี่
แม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ คงเพราะมันเนิ่นนานมาแล้ว
แต่แปลกที่ครั้งนี้ฉันกลับรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้กลับบ้านยังไงไม่รู้
ก็เพิ่งจะเข้าใจเดี๋ยวนี้ว่าบรรยากาศและสถาปัตยกรรมที่อบอุ่นเหมือนบ้าน
มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคนเราได้มากทีเดียว ฉันกำลังพูดถึงโรงแรมทอแสงอุบล &
ทอแสงโขงเจียมรีสอร์ทที่ออกแบบตกแต่งห้องพักให้มีความแตกต่างกันด้วยสถานที่ตั้งและภูมิทัศน์
แต่สิ่งซึ่งเหมือนกันจนเราสัมผัสได้เห็นจะเป็นกลิ่นอายแห่งความอบอุ่นของห้องพัก
ที่ทำให้เราลืมความเหน็ดเหนื่อยไปชั่วขณะ วันแรกเราพักกันที่โรงแรมทอแสงอุบล
เพราะเพื่อนรักต้องทำธุระในตัวเมือง
เธอก็เลยขอเลือกโรงแรมที่สะดวกกับการเดินทางไปโน่นมานี่ ส่วนฉันไม่มีปัญหา
เพราะบรรยากาศการตกแต่งที่ทันสมัยของที่นี่
ทำให้ฉันรู้สึกพอใจในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อนรักจองห้องสวีทเอาไว้
เพราะได้ข่าวว่าห้องสวีทของที่นี่เขาตกแต่งได้สวยงามมาก
เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมร่วมสมัยกับวัฒนธรรมพื้นถิ่นได้อย่างลงตัว
ในสไตล์โมเดิร์นเหมาะกับบรรยากาศของเมือง เมื่อเสร็จธุระเราตกลงกันว่าจะไปหาบรรยาอาศดี ๆ
เสพกันให้คุ้มค่ากับการเดินทาง เราก็เลยมาพักกันที่ 'ทอแสงโขงเจียมรีสอร์ท'
ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกัน แต่บรรยากาศนั้นผิดกันลิบ เพราะที่นี่ตั้งอยู่ในโลเกชั่นที่มหัศจรรย์ของธรรมชาติ
คือจุดบรรจบของแม่น้ำสองสีคือแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง ที่เรียกกันว่า
'โขงสีปูนมูลสีคราม'(Bi Coloured River)
นอกจากจะได้สัมผัสกลิ่นอายปลายสุดแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิดแล้ว
ที่นี่ยังเป็นจุดที่ฉันจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในประเทศอีกด้วย และด้วยเป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรม
ห้องพักที่นี่ก็เลยตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย 3 ประเทศ คือ ไทย ขอม
และบาหลี โดยเฉพาะริเวอร์วิลล่า ถ้ามีโอกาสมาครั้งหน้า
ฉันไม่พลาดที่จะมาพักที่นี่แน่นอน
เพราะไปสำรวจด้วยตาตัวเองมาแล้วว่าโรแมนติกจริงๆ
...มาอุบลคราวนี้ฉันรู้สึกสุขสงบและอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก
ไม่น่าเชื่อว่าความสุขมันสัมผัสได้จริง ๆ
สนับสนุนข้อมูลจาก
|