ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
  Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > เก็บตกมาฝาก > ภาคกลาง
ภาคกลาง - ดื่มเหล้าแก้หนาว

ดื่มเหล้าแก้หนาว


ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

ความเข้าใจที่ผิด สร้างความเสียหายต่ออวัยวะในร่างกายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต 

    คนที่เชื่อตามคำบอกเล่าของคนอื่นผนวกกับความรู้สึกของตัวเองว่า ร่างกายดูเหมือนจะรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปสักแก้วนั้น  ไม่ถือว่าผิด เพียงแต่เป็นคนที่อาจจะยังไม่เคยทราบผลการวิจัยหลายต่อหลายอันที่ให้คำตอบว่า ตกลงแล้วดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นจริงหรือ? 

    คำถามนี้มีคำตอบแน่นอน และเป็นคำตอบที่ได้รับการพิสูจน์แล้วเรียบร้อยแล้ว ด้วยกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์  แต่ก่อนจะไปทราบถึงผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอปูพื้นเรื่องกลไกลพื้นฐานของร่างกายมนุษย์ ในการปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิแวดล้อมกันก่อนสักเล็กน้อย 

    ความรู้สึกหนาวที่เราท่านต่างเคยรู้สึกกันทุกคนนั้น เกิดขึ้นเมื่อเลือดในร่างกายไหลออกไปจากผิวหนังกลับเข้าไปสู่อวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิที่แกนกลางของร่างกาย ทั้งยังเพื่อรักษาสภาพของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายไม่ให้เสียหายด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมคนเราจึงมีผิวหรือริมฝีปากซีดเผือดเมื่อหนาวสั่นมากๆ  การสั่นก็เป็นอีกกลไกหนึ่งที่ร่างกายใช้เพื่อเพิ่มอุณหภูมิภายใน 

    การวิจัยอันหนึ่งซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในปีค.ศ. 2005 พบว่า หลังจากที่คนเราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป 1 แก้ว ร่างกายจะรู้สึกถึงความอบอุ่นในชั่วขณะสั้นๆ นั่นเป็นเพราะว่าแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูบฉีดเลือดออกไปที่บริเวณผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการขับเหงื่อออก ซึ่งยิ่งมีผลทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงไปอีก 

   อีกหลายต่อหลายการวิจัยที่มีออกมาในรอบหลายปีที่ผ่านมายังยืนยันตรงกันว่า  แอลกอฮอล์ที่ใครหลายคนยกย่องให้เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสมที่สุด กับสภาวะอากาศหนาวนั้น แท้จริงแล้วเพียงแค่ทำให้ผู้ดื่มแค่รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ผิวกายเท่านั้น แต่ที่ไม่รู้สึกตัวกันก็คืออุณหภูมิที่ลดต่ำลงภายในแกนกลางร่างกายอันจะนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดภาวะ ไฮโปเทอร์เมีย (hypothermia) ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะในร่างกายและหากรุนแรงก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย  

   การวิจัยอีกอันซึ่งทำโดยสถาบันวิจัยเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมของกองทัพสหรัฐฯ ได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า สาเหตุหนึ่งที่การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อภาวะไฮโปเทอร์เมียนั้น เป็นเพราะว่าแอลกอฮอล์ไปมีผลทำให้กระบวนการสั่น เพื่อเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายถูกขัดขวาง ผลการวิจัยอันนี้ได้รับการยืนยันโดยผลการวิจัยอีกหลายอัน ซึ่งชี้ชัดว่าการย่อยสลายแอลกอฮอล์ในร่างกายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากภาวะไฮโปเทอร์เมีย 

    แม้แต่องค์การอนามัยโลกเองก็ได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ “ความเชื่อและความเข้าใจผิดต่างๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ไว้บนเว็ปไซต์ ด้วยหวังว่าจะช่วยแก้ความเข้าใจผิดๆ หลายอย่างซึ่งอาจเป็นอันตรายอย่างมหันต์แก่สุขภาพ หรือถึงขั้นทำลายชีวิตหากทำกันตามความเชื่อแบบผิดๆ เหล่านั้น  และหนึ่งในความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ที่องค์การอนามัยโลกให้ข้อมูลไว้คือ การดื่มแอลกอฮอล์เป็นวิธีในการคลายหนาวที่ดีอย่างนั้นหรือ?  ส่วนคำอธิบายขององค์การอนามัยโลกต่อคำถามนี้ ก็เป็นคำอธิบายเดียวกับที่ผลการวิจัยที่ยกมาทั้งหลายทั้งปวงนี้ได้ตอบให้ทราบแล้ว 

   ด้านนายแพทย์บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวว่า แม้ภาวะไฮโปเทอร์เมียจะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในประเทศเมืองหนาว ที่มีอุณหภูมิต่ำระดับศูนย์องศาฯ หรืออุณหภูมิติดลบ และไม่ค่อยพบในเมืองร้อนอย่างประเทศไทย ก็ใช่ว่าจะไม่มีเกิดขึ้นเลย ยกตัวอย่างเช่น ความนิยมในการไปท่องเที่ยวและพักค้างแรมกันบนยอดภูเขาสูงเป็นต้นว่า การไปเฝ้าคอยดูน้ำค้างแข็ง ซึ่งแน่นอนว่าจะเกิดเมื่ออุณหภูมิต่ำเฉียดศูนย์องศาฯนั้นก็เป็นหนึ่งสถานการณ์เสี่ยง ฉะนั้นแล้วหากคิดจะดับหนาวกันด้วยแอลกอฮอล์ก็ให้ตระหนักว่า ณ ที่อุณหภมิต่ำเช่นนั้น ความเสี่ยงในการเป็นภาวะไฮโปเทอร์เมียนั้นสามารถเกิดขึ้นได้มากทีเดียว 

   “นอกจากผลต่อร่างกายแล้ว ฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังมีผลต่อการครองสติของผู้ดื่มอีกด้วย และเมื่อขาดสติแล้วอันตรายร้อยแปดสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และกระทั่งนอนหลับหนาวตายก็ยังมี” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุราเตือน 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ออนไลน์วันที่ 11 มกราคม 2551

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง