แหล่งท่องเที่ยว:
วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตรครับ มีถนนล้อมรอบสี่ด้าน คือ
ถนนอัฏฐารสทางทิศเหนือ ถนนชัยมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมืองทางทิศตะวันออก และถนนอินทยงยศทาง
ทิศตะวันตก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 ในรัชสมัยพระเจ้าอาทิตยราช ต่อมาได้รับการบูรณะต่อเติมมาเป็นลำดับ
ภายในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญไชย ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือซุ้มประตู ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้ม
ประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัยครับ ประกอบ ด้วยซุ้มยอดเป็น
ชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่น สูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระ
เจ้าอาทิตยราช เมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆารามวิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้ว จะเห็นวิหารหลังใหญ่
เรียกว่า "วิหารหลวง" เป็นวิหารหลัง ใหญ่มีพระ ระเบียงรอบด้านและมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็น
วิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อ พ.ศ. 2466 วิหารหลวงใช้เป็นที่บำเพ็ญ
กุศล และประกอบศาสนากิจทุกวันพระ ภายในวิหารประดิษฐานพระปฏิมาใหญ่ ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทอง บน
แท่น แก้วรวม 3 องค์ และพระพุทธปฏิมาหล่อโลหะขนาดกลางสมัยเชียงแสนชั้นต้น และชั้นกลางอีกหลายองค์
พระบรมธาตุหริภุญไชย เป็นพระเกศ บรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ประดิษฐานในพระเจดีย์ (ตั้งอยู่ หลังวิหาร
หลวง) เป็นเจดีย์แบบล้านนาไทยแท้ๆ ที่ลงตัวสวยงาม ประกอบด้วยฐานปัทม์ แบบฐานบัวลูกแก้ว ย่อเก็จ ต่อ
จากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียงกลมสามชั้น ตั้งรับองค์ระฆังกลม บัลลังก์ย่อเหลี่ยม เจดีย์มีลักษณะ ใกล้เคียง
กับพระธาตุดอยสุเทพที่จังหวัดเชียงใหม่ สูง 25 วา 2 ศอก ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก 1 คืบ มีสัตติ บัญชร
(รั้วเหล็กและทองเหลือง) 2 ชั้น สำเภาทองประดิษฐานอยู่ประจำรั้วชั้นนอกทั้งทิศเหนือ และทิศใต้ มีซุ้มกุมภัณฑ์
และฉัตรประจำสี่มุม และหอคอยประจำทุกด้านรวม 4 หอ บรรจุพระพุทธรูปนั่งทุกหอ นอก จากนี้ยังมีโคมประ
ทีป และแท่นบูชาก่อประจำไว้เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไปพระบรม ธาตุนี้นับเป็นปูชนีย
สถานอันสำคัญยิ่งในล้านนาไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในวันเพ็ญ เดือน 6 จะมีงานนมัสการ และสรงน้ำพระธาตุ
ทุกปี ตาม ประวัติกล่าวเมื่อ พ. ศ. 1440 พระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์วงศ์รามัญผู้ครองนคร ลำพูนได้สร้าง
มณฑปครอบโกศทองคำ บรรจุพระบรมธาตุ ไว้ภายในและมีการสร้างเสริมกันต่อมาอีกหลาย สมัย ต่อมาในปี
พ.ศ. 1986 พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ครองนครเชียงใหม่ได้ทรงกระทำการ ปฏิสังขรณ์บูรณะ เสริมองค์พระ
เจดีย์ขึ้นใหม่ การสร้างคราวนี้ได้สร้างโครงขึ้นใหม่เป็นรูปแบบลังกา ซึ่งปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ ทั้งนี้เพราะใน
สมัยพระเจ้าติโลกราชได้มีความสัมพันธ์กับลังกาอยู่มากพระสุวรรณเจดีย์ สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17
ตั้งอยู่ทางขวาของพระบรมธาตุ สร้างขึ้น โดยพระนางปทุมวดี อัครมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช ภายหลัง
เมื่อสร้างพระธาตุฯ เสร็จแล้วได้ 4 ปี พระ สุวรรณเจดีย์องค์นี้เป็น รูปแบบพระปรางค์ 4 เหลี่ยม ฝีมือช่าง
ละโว้มีพระพุทธรูปประจำซุ้มฝีมือและแบบขอม หลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง ยอดพระเจดีย์มีทองเหลืองหุ้มอยู่ภาย
ใต้ฐานชั้นล่างเป็นกรุบรรจุพระเปิม ซึ่งเป็นพระเครื่องชนิดหนึ่งครับ
|
ไปเที่ยวแล้วก็มาเล่าให้เพื่อนๆฟัง เชิญส่งเรื่องและรูปครับ |
|
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
การเดินทาง
ร้านอาหาร
ที่พัก
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 55
Re: วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
Re: วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
Re: วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
Re: วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์