ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > ข่าวสารการท่องเที่ยว
ข่าวสารการท่องเที่ยว

เปิดทองหลังพระ - ท่องเที่ยวสืบสานโครงการพระราชดำริ

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

"เปิดทองหลังพระ - ท่องเที่ยวสืบสานโครงการพระราชดำริ"

     4 องค์กรหลักท่องเที่ยว ผนึกกำลังจัดโครงการ "เปิดทองหลังพระ - ท่องเที่ยวสืบสานโครงการพระราชดำริ" ร่วมเทิดพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาในปีหน้า และกระตุ้นการท่องเที่ยวในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หวังผลดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 500,000 คน ให้ได้เรียนรู้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนจาก 19 โครงการพระราชดำริ สร้างรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท 

     หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กล่าวในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการ "เปิดทองหลังพระ - ท่องเที่ยวสืบสานโครงการพระราชดำริ" ว่า โครงการนี้จัดขึ้นได้โดยความร่วมมือของพันธมิตรที่สำคัญอีก 3 หน่วยงาน คือ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 

     โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้มีโอกาสสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้แนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ ผ่านโครงการพระราชดำริ ซึ่งทุกโครงการล้วนมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นทางออกของประเทศไทยได้ในอนาคต ทั้งนี้เพื่อเป็นการร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาในปีพ.ศ. 2550 

     "นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจะได้รับประสบการณ์ตรงจากการเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในโครงการพระราชดำริ และได้ซาบซึ้งกับพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทุกโครงการล้วนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและการพัฒนาประเทศอย่างยิ่ง" 

     คณะทำงานได้คัดเลือกโครงการพระราชดำริ 19 โครงการ นำเสนอเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวและธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วย 

ภาคเหนือ 5 โครงการ 

  • ไร่แม่ฟ้าหลวง และหอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ จ.เชียงราย (ส่งเสริมตลาดในประเทศและต่างประเทศ) 
  • ดอยตุง จ.เชียงราย (ตลาดในประเทศและต่างประเทศ) 
  • โครงการหลวงอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ (ตลาดในประเทศ) 
  • สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ (ตลาดในประเทศและต่างประเทศ) 
  • ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง (ตลาดในประเทศและต่างประเทศ) 

ภาคกลาง 8 โครงการ 

  • ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี (ตลาดในประเทศ) 
  • ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ และโครงการเขื่อนคลองท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครนายก (ตลาดในประเทศ) 
  • ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา (ตลาดในประเทศและต่างประเทศ) 
  • วิทยาลัยในวัง (ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก) จ.นครปฐม (ตลาดในประเทศและต่างประเทศ) 
  • วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร จ.ชลบุรี (ตลาดในประเทศและต่างประเทศ) 
  • พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จ.เพชรบุรี (ตลาดในประเทศและต่างประเทศ)  
  • โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี (ตลาดในประเทศ) 

ภาคใต้ 3 โครงการ 

  • ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส (ตลาดในประเทศ) 
  • โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช (ตลาดในประเทศ) 
  • โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร (โครงการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ) (ตลาดในประเทศ) 

ภาคอีสาน 4 โครงการ 

  • ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม จ.สกลนคร (ตลาดในประเทศและต่างประเทศ) 
  • ศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย จ.อุบลราชธานี (ตลาดในประเทศ) 
  • โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง ผาเกิ้ง จ.เลย (โครงการตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ผานาง ผาเกิ้ง) (ตลาดในประเทศ) 
  • โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอวังน้ำเขียว  จังหวัดนครราชสีมา (ตลาดในประเทศ) 

     โครงการเปิดทองหลังพระจะได้รับการส่งเสริมในตลาดท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2550 โดยคาดหวังว่า จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย ได้กว่า 500,000 คน ทำรายได้ให้ประเทศไม่น้อยกว่า 3,100 ล้านบาท 

     นางสุชาดา ยุวบูรณ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และประธานคณะทำงานโครงการเปิดทองหลังพระ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะทำงานโครงการนี้ และขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ให้ความสนับสนุนและร่วมมืออย่างดีในการเตรียมการจัดงานที่ผ่านมา  

    "ในฐานะตัวแทนของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรกลางของภาคเอกชน เราก็ได้มุ่งมั่นที่จะนำความรู้ความสามารถและความชำนาญของฝ่ายต่าง ๆ เพื่อเข้ามาร่วมพัฒนาโครงการนี้อย่างเต็มความสามารถ รวมทั้งได้เชิญชวนสมาชิกตัวแทนบริษัทนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ เข้าร่วมคัดเลือกโครงการที่เห็นว่าเหมาะกับการเสนอขาย จนนำมาสู่โครงการพระราชดำริ 19 โครงการ ที่จะได้รับการส่งเสริมตลอดปี 2550"  

    นางสุชาดา กล่าวอีกว่า ยังได้รับทราบมาว่า ทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการศึกษาธิการ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จะเข้ามาร่วมรณรงค์ให้ข้าราชการและนักเรียนนักศึกษาได้ไปเที่ยวโครงการทั้ง 19 แห่งนี้ด้วย  

    "จากบรรยากาศที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมให้ความร่วมมือกันอย่างดีและมากมาย รวมถึงความสนับสนุนของสื่อต่าง ๆ เรามั่นใจว่ากิจกรรมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาโครงการนี้จะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน" นางสุชาดา กล่าว 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กองสื่อโฆษณา
ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง