 ข่าวสารการท่องเที่ยว |
บั้งไปพญานาค
| ทีมพิสูจน์บั้งไฟสรุป
"ลูกไฟพญานาค"
ธรรมชาติ 100% |
โดย
ผู้จัดการออนไลน์
22
ตุลาคม 2547 |
|
|
 |
 |
| ปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคบริเวณริมน้ำโขง
ที่มีขึ้นทุกปีหลังออกพรรษา
ซึ่งผู้คนได้รอเฝ้าชมทั้งประเทศ |
|
 |
 |
ทีมบั้งไฟ
สรุปผลธรรมชาติผลิตลูกไฟพญานาค
ชี้ชาวบ้านมีส่วนร่วมเก็บข้อมูลตลอด
1 ปี
ยังพบลูกไฟขึ้นในหนองน้ำหลายแห่ง
เตรียมลงพื้นที่อีกรอบวันที่
28-29 ต.ค.นี้ก่อน
ตีพิมพ์รายงานการวิจัยเผยแพร่ทั่วโลก
ส่วนญี่ปุ่นสนใจกระบวนทำวิจัยเพื่อนำไปเผยแพร่
นายศักดิ์สิทธิ์
ตรีเดช
รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(วท.)
ในฐานะหัวหน้าทีมพิสูจน์ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค
จ.หนองคาย
ซึ่งได้วิจัยมาเป็นเวลา
1 ปี กล่าวว่า
ภายหลังนายพินิจ
จารุสมบัติ
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ได้ตั้งทีมนักวิทยาศาสตร์จากหลายสถาบันเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับการเกิดบั้งไฟพญานาคในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปีว่า
เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ
หรือเกิดจากมนุษย์ทำขึ้น
ผลวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม
ซึ่งได้ดำเนินการในช่วงวันที่
9-15 ตุลาคม 2546
ก่อนและหลังวันออกพรรษารวม
9 จุด ได้แก่ ปากห้วยเป
อ.รัตนวาปี (สบน้ำเปกับแม่โขง)
ปากห้วยหลวง อ.โพนพิสัย
หนองสรวง อ.โพนพิสัย
ปากห้วยงึมน้อย อ.รัตนวาปี
ปากน้ำปากคาด อ.ปากคาด
ปากห้วยวัดอาฮง อ.บึงกาฬ
ปากห้วยวังฮู วัดจอมมณี
อ.เมืองหนองคาย
สมห้วยเปลวเหงือก น้ำเป
และจุดอ้างอิงเหนือบ้านม่วง
(ภูโปด/แม่โขง) โดยเก็บตัวอย่างตะกอนใต้น้ำ
ความชื้นสัมพัทธ์
ปริมาณน้ำฝน
อุณหภูมิของน้ำ อากาศ
และสภาพทางธรณีวิทยา
ทำให้สามารถตรวจจับแก๊สฟอสฟีน
และมีเทน
ซึ่งมีคุณสมบัติติดไฟได้
|
 |
 |
| ลูกไฟพญานาคดวงสีแดงเพลิง
ล่าสุดทีมวิจัยจากกระทรวงวิทยาศาสตร์สรุปแล้วว่ามาจากธรรมชาติแน่นอน |
|
 |
รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
กล่าวว่า นอกจากนี้
ยังได้ให้ชาวบ้านใน 7
หมู่บ้าน 4 อำเภอ คือ
โพนพิสัย บึงกาฬ ปากคาด
และ อ.รัตนบุรี
ช่วยติดตามปรากฏการณ์มาตลอดระยะ
1 ปี
โดยชาวบ้านรายงานการเกิดบั้งไฟในหนองน้ำที่เชื่อมถึงลำน้ำโขง
คือหมู่บ้านอาฮง อ.บึงกาฬ
และที่บ้านโนนศิลา พบบั้งไฟในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ขณะที่บริเวณปากน้ำเป
อ.รัตนบุรี
จะพบบั้งไฟขึ้นในเดือนพฤษภาคม
ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้สามารถยืนยันได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ว่าบั้งไฟพญานาคเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
100%
จากการสะสมของซากพืชซากสัตว์ใต้แหล่งน้ำที่ปรับตัวเองเป็นก๊าซที่ติดไฟได้
อย่างไรก็ตาม
ในวันที่ 28-29 ตุลาคมนี้
ทีมวิจัยจะลงไปวิจัยภาคสนามอีกครั้ง
จากนั้นจะสรุปผลวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทั้งในและต่างประเทศต่อไป
โดยขณะนี้สื่อมวลชนจากประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจที่จะมาถ่ายทำการพิสูจน์บั้งไฟพญานาคของนักวิจัยร่วมกับชาวบ้านเพื่อนำไปเผยแพร่ด้วย
สำหรับทีมนักวิจัยปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค
ได้แก่ ดร.พันธ์ศักดิ์
ศิริรัชตพงษ์
รองผู้อำนวยการศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
(เนคเทค) ดร.ปริญญา
พุทธาภิบาล
อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์
คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล
ดร.วเรศ วีระสัย
อาจารย์ภาควิชาเคมี
คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล
และ รศ.ดร.ปิยะธิดา
ตรีเดช
อาจารย์คณะสาธารณสุข ม.มหิดล |
|
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|