ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > ข่าวสารการท่องเที่ยว
ข่าวสารการท่องเที่ยว

ทีมพิสูจน์บั้งไฟพญานาคสรุปธรรมชาติ100%

บั้งไปพญานาค
ทีมพิสูจน์บั้งไฟสรุป "ลูกไฟพญานาค" ธรรมชาติ 100%
โดย   ผู้จัดการออนไลน์
22    ตุลาคม   2547
ปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคบริเวณริมน้ำโขง ที่มีขึ้นทุกปีหลังออกพรรษา ซึ่งผู้คนได้รอเฝ้าชมทั้งประเทศ
       “ทีมบั้งไฟ” สรุปผลธรรมชาติผลิตลูกไฟพญานาค ชี้ชาวบ้านมีส่วนร่วมเก็บข้อมูลตลอด 1 ปี ยังพบลูกไฟขึ้นในหนองน้ำหลายแห่ง เตรียมลงพื้นที่อีกรอบวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ก่อน ตีพิมพ์รายงานการวิจัยเผยแพร่ทั่วโลก ส่วนญี่ปุ่นสนใจกระบวนทำวิจัยเพื่อนำไปเผยแพร่
       
       นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ในฐานะหัวหน้าทีมพิสูจน์ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค จ.หนองคาย ซึ่งได้วิจัยมาเป็นเวลา 1 ปี กล่าวว่า ภายหลังนายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ตั้งทีมนักวิทยาศาสตร์จากหลายสถาบันเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับการเกิดบั้งไฟพญานาคในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปีว่า เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ หรือเกิดจากมนุษย์ทำขึ้น
       
       ผลวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ดำเนินการในช่วงวันที่ 9-15 ตุลาคม 2546 ก่อนและหลังวันออกพรรษารวม 9 จุด ได้แก่ ปากห้วยเป อ.รัตนวาปี (สบน้ำเปกับแม่โขง) ปากห้วยหลวง อ.โพนพิสัย หนองสรวง อ.โพนพิสัย ปากห้วยงึมน้อย อ.รัตนวาปี ปากน้ำปากคาด อ.ปากคาด ปากห้วยวัดอาฮง อ.บึงกาฬ ปากห้วยวังฮู วัดจอมมณี อ.เมืองหนองคาย สมห้วยเปลวเหงือก น้ำเป และจุดอ้างอิงเหนือบ้านม่วง (ภูโปด/แม่โขง) โดยเก็บตัวอย่างตะกอนใต้น้ำ ความชื้นสัมพัทธ์ ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิของน้ำ อากาศ และสภาพทางธรณีวิทยา ทำให้สามารถตรวจจับแก๊สฟอสฟีน และมีเทน ซึ่งมีคุณสมบัติติดไฟได้
       


ลูกไฟพญานาคดวงสีแดงเพลิง ล่าสุดทีมวิจัยจากกระทรวงวิทยาศาสตร์สรุปแล้วว่ามาจากธรรมชาติแน่นอน
       รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้ให้ชาวบ้านใน 7 หมู่บ้าน 4 อำเภอ คือ โพนพิสัย บึงกาฬ ปากคาด และ อ.รัตนบุรี ช่วยติดตามปรากฏการณ์มาตลอดระยะ 1 ปี โดยชาวบ้านรายงานการเกิดบั้งไฟในหนองน้ำที่เชื่อมถึงลำน้ำโขง คือหมู่บ้านอาฮง อ.บึงกาฬ และที่บ้านโนนศิลา พบบั้งไฟในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
       

       ขณะที่บริเวณปากน้ำเป อ.รัตนบุรี จะพบบั้งไฟขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้สามารถยืนยันได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ว่าบั้งไฟพญานาคเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ 100% จากการสะสมของซากพืชซากสัตว์ใต้แหล่งน้ำที่ปรับตัวเองเป็นก๊าซที่ติดไฟได้ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28-29 ตุลาคมนี้ ทีมวิจัยจะลงไปวิจัยภาคสนามอีกครั้ง จากนั้นจะสรุปผลวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทั้งในและต่างประเทศต่อไป โดยขณะนี้สื่อมวลชนจากประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจที่จะมาถ่ายทำการพิสูจน์บั้งไฟพญานาคของนักวิจัยร่วมกับชาวบ้านเพื่อนำไปเผยแพร่ด้วย
       
       สำหรับทีมนักวิจัยปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ได้แก่ ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ รองผู้อำนวยการศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล ดร.วเรศ วีระสัย อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล และ รศ.ดร.ปิยะธิดา ตรีเดช อาจารย์คณะสาธารณสุข ม.มหิดล
 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง