ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคกลาง
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ มีสิ่งลี้ลับจริงหรือ (ตอนจบ)

ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ภาพ รูป การเดินทาง ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ชั้นชอบเที่ยวมันผิดหรือไร

ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ชอบอ่านหนังสือแล้วเที่ยวไปเรื่อยๆ แต่วันนี้มีหน้าที่ต้องไปเป็นอาจารย์ ก็เลยต้องพาลูกศิษย์ไปเที่ยว

สะบักสะบอมทัวร์ 4
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ มีสิ่งลี้ลับจริงหรือ (ตอนจบ) ความเดิมตอนที่แล้ว หลังจากที่พวกเราเดินๆๆ และเดินๆๆ จากสถานีรถไฟมาถึงอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เป็นระยะทางกว่าหนึ่งกิโลแม้วแล้ว ระหว่างที่กำลังติดต่อเรื่องที่พัก  ทุกคนเลยนั่งพักเหนื่อยด้วยสภาพแบบนี้
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
เด็กน้อยผู้หิวโหย
เหนื่อย และหิว เพราะเลยเวลากินข้าวมาพอสมควรแล้ว หลังจากติดต่อที่พักแล้วเราจึงสั่งข้าวมากินด้วยกัน

หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว เราก็เดินไปที่ตัวปราสาท ซึ่งได้นัดวิทยากรเอาไว้
วิทยากรวันนี้เป็นสาวสวยบรรยายได้ดีมากๆ ทำให้เราได้รับความรู้ว่า ปราสาทเมืองสิงห์เป็นศิลปะสมัยบายน ได้รับอิทธิพลจากขอม โดยมีทั้งหมดสามองค์เป็นเทวสถานของพุทธศาสนานิกายมหายาน มีอายุราวๆ 800 ปี อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
ปราสาทองค์ที่สมบูรณ์
และที่ปราสาทแห่งนี้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย ข้างๆ ปราสาทมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเทวรูปจำลองที่พบภายในปราสาท
และในบริเวณริมแม่น้ำแควน้อยมีหลุมขุดค้น ซึ่งขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ พร้อมกับหม้อและลูกปัด นั่นแสดงว่า ที่นี่มีมนุษย์ตั้งถิ่นฐานมากกว่าสองพันปีแล้ว เทวรูป ในอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
เทวรูปจำลอง
หลุมขุดค้น อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
หลุมขุดค้น
มาถึงตอนนี้เด็กๆ เริ่มทำหน้าไม่ค่อยดีแล้วกับโครงกระดูกที่เห็นอยู่ตรงหน้า แต่ก็ยังไม่มีใครพูดอะไร หลังจากที่วิทยากรบรรยายจบ ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัย และนัดหมายกันทานข้าวพร้อมกันตอนหกโมงเย็น บางกลุ่มก็ไปอาบน้ำ บางกลุ่มก็ไปเดินเล่น ที่พักของนักศึกษาเป็นศาลาขนาดใหญ่ไม่มีฝา
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศตอนกลางวันก็ดีอยู่หรอก แต่พอเริ่มมืดก็เริ่มวังเวง เด็กๆ รีบอาบน้ำกันอย่างรวดเร็ว หลังจากกินข้าวเสร็จ มียามขี่รถมอเตอร์ไซค์เอาธูปมาให้บอกว่า ให้จุดบอกกล่าวเจ้าพ่อเมืองสิงห์ ไม่งั้นคืนนี้จะนอนไม่ได้ !!! ศาลาที่พัก อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
ที่พักของนักศึกษาเป็นศาลาขนาดใหญ่ไม่มีฝา
บรรยากาศติดริมน้ำ ทุกคนพร้อมใจกันไปเชิญอาจารย์ผู้ใหญ่มาจุดธูป ตอนที่อาจารย์ไปปักธูปบนแนวกำแพงเก่าซึ่งอยู่หน้าที่พัก เราขนลุกเลย หลังจากนั้นเราเลยขออนุญาตอาจารย์ผู้ใหญ่ขอจัดกิจกรรมเปิดใจดยให้นักศึกษาและอาจารย์มาเปิดใจถึงความรู้สึกของตนเอง ตลอดเวลาที่ได้เรียนและได้รู้จักกัน โดยมีบรรยากาศแบบนี้
จากกิจกรรมการเปิดใจครั้งนี้ก็ทำให้แต่ละคนได้รับรู้ความรู้สึกของเพื่อนๆ และอาจารย์แต่ละท่านก็ซาบซึ้งปนสนุกกันไป ขณะที่กำลังทำกิจกรรมกันอยู่นั้น มีเสียงหมาหอนโหยหวนขึ้น พวกเราต่างขยับตัวเบียดกันแต่ไม่มีใครพูดอะไร กิจกรรมเปิดใจ ณ ศาลที่พัก
อากาศก็หนาวบรรยากาศก็วังเวง
สักพักมีเสียงเหมือนอะไรตกลงบนหลังคา แล้วมีเสียงครูดกับหลังคาตกลงพื้นดัง ตุ้บ !!! พวกเราได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กแต่ก็ยังไม่มีใครพูดอะไร อีกสักพักเราเห็นเหมือนมีคนเดินอยู่แถวๆ หลังศาลา ซึ่งเราหันหน้าไปทางนั้นพอดี บริเวณนั้นตอนกลางวันมันเป็นห้องน้ำเก่าที่เค้าไม่ได้ใช้แล้วนี่นา แต่พอมองดีๆ ก็ไม่ห็นอะไร  เป็นอยู่อย่างนั้นสามสี่ครั้ง แต่เราไม่พูดอะไรปล่อยให้กิจกรรมดำเนินต่อไป

สรุปว่าคืนนั้น กว่ากิจกรรมจะเสร็จก็ตอนเที่ยงคืนกว่าๆ ก่อนแยกย้ายกันเข้านอน เจ้าเมืองไชยารีบชวนให้ทุกคนร่วมกันสวดมนต์ เสียงสวดมนต์ดังกังวานชวนขนลุกอีกแล้ว

เราตัดสินใจหอบเครื่องนอนมานอนกับเด็กๆ ดีกว่า เผื่อเด็กๆ จะได้อุ่นใจ ตลอดทั้งคืนเราก็หลับสบายดี เราคิดว่า เราคงเจอเรื่องลี้ลับอยู่คนเดียว ตอนกลางวันอีกวันนึงมาถามเด็กๆ ปรากฎว่า มีคนเจอยิ่งกว่าเราอีก
เจ้าเมืองไชยา กับ สา ณ พัทลุง เจอ เปรต เดินวนเวียนอยู่รอบๆ ศาลาและบ้านพักอาจารย์ 

วรรณ เจอผีมานั่งข้างหลังเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงข้าม  แตน เจอเหมือนมีคนจำนวนมากมาเดินอยู่บนแนวกำแพงเก่า  หนูมารู้สึกเหมือนมีใครมาดึงหมอนกับผ้าห่มตอนดึกๆ

ตอนเช้ามืดรถที่นัดไว้ก็มารับไปส่งที่สถานีรถไฟ
คนขับรถ บอกว่า พวกเรามานอนกันได้งัย ที่นี่เจ้าที่แรงมาก.....กรำ
สถานีสะพานแควใหญ่
ถึงแล้วสะพานข้ามแม่น้ำแคว 
สะบักสะบอมทัวร์ 5

เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็มาขึ้นรถไฟกันตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองกาญจนบุรี ก็นั่งหลับสัปหงกกันบนรถไฟตามระเบียบ
หลังจากที่เมื่อวานได้แต่ดูวิวสะพานจากบนรถไฟ วันนี้ได้โอกาสมาถ่ายรูปแล้ว นางแบบสั่งตรงมาจากเมืองย่างกุ้ง สะพานข้ามแม่น้ำแคว
สุสานทหาร
หลุมศพทหารเรียงราย
หลังจากฝากสัมภาระ และหาอะไรกินกันแล้ว สุสานทหารดอนรัก คือเป้าหมายต่อไปของเรา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแควนัก
สุสานดังกล่าวเป็นที่ฝังศพของทหารยุโรป ที่มาเสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 เหล่านายแบบและนางแบบมาโพสกันหน้าสุสาน สุสานทหาร
ค่ายสุรสีห์ หลังจากเที่ยวชมสุสานแล้ว เราจะไปตามรอยภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ที่ค่ายสุรสีห์ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณสามสิบกิโลเมตร จัดได้ว่าเป็นที่เที่ยวใหม่ของเมืองกาญจน์ และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
คนที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วคงคุ้นตากับฉากนี้ ที่นี่จัดการบริการได้เป็นระบบมาก มีคนแต่งกายด้วยชุดทหารยืนอยู่ตามจุดต่างๆ และมีช้างอยู่ตามหน้าประตูเมือง ให้เราไปยืนถ่ายรูปหรือให้อาหารได้ ค่ายสุรสีห์
เจดีย์ชเวดากอง ค่ายสุรสีห์
เจดีย์ชเวดากอง
สะบักสะบอมทัวร์ 6

เจดีย์ชเวดากองจากในเรื่องใครจะรู้บ้างว่าจริงๆ แล้วทำมาจากโฟม
สิงห์สองตัวนี้ก็ทำมาจากโฟมเช่นกัน สิงห์โตคู่หน้าค่ายพม่า ค่ายสุรสีห์
ท้องพระโรงของพม่า ท้องพระโรงของเมืองพม่า
เมื่อเดินชมกันจนทั่วแล้วก็ได้เวลากลับไปยังสะพานข้ามแม่น้ำแคว เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่สอง หอศิลป์ และพิพิธภัณฑ์สงคราม
บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์
หอศิลป์ และพิพิธภัณฑ์สงคราม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสถานที่จัดแสดงสิ่งของทางประวัติศาตร์ ที่เกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่สอง เช่นรถคันนี้ และมีหุ่นจำลองเหตุการณ์แบบนี้
และแล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังนครปฐม รถไฟใกล้จะมาแล้ว หอศิลป์ และพิพิธภัณฑ์สงคราม
เก้าอี้รถไฟสายนี้ยังคลาสสิคทุกโบกี้ และแล้วรถไฟก็มาหลังจากมาช้ากว่ากำหนดตั้งชั่วโมงกว่า ตามธรรมเนียมรถไฟไทย เห็นมั๊ยคะว่าเก้าอี้รถไฟสายนี้ยังคลาสสิคทุกโบกี้ นั่งรถไฟมาอีกกว่าสองชั่วโมง
แต่ละคนก็หลับอีกตามเคย หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า

เราก็มาถึงสถานีรถไฟนครปฐมจนได้ เด็กๆ ตื่นเต้นกับองค์พระปฐมเจดีย์ที่เห็นอยู่ตรงหน้า เราเลยบอกว่าอย่าตื่นเต้นไปพรุ่งนี้ได้มาเที่ยวแน่ๆ วันนี้ไปหามื้อเย็นกินก่อนดีกว่า หลังจากนั้นจะได้เดินทางต่อไปยังที่พักในคืนนี้ อันได้แก่มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม
พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม
พระปฐมเจดีย์
สะบักสะบอมทัวร์ 7 (ตอนสุดท้ายแล้วจ้า)

หลังจากเข้าที่พักแต่ละคนก็สลบกันเป็นตาย ด้วยความที่สะบักสะบอมกันมาสองสามวัน วันนี้เลยขออนุญาตออกเที่ยวสายหน่อย เอาล่ะไปลุยนครปฐมกันต่อเลยดีกว่า สถานที่แรกที่เราได้ไปเยือนคือพระปฐมเจดีย์

เมื่อเดินทางไปถึงสิ่งแรกที่ทำคือ การไปไหว้พระ พระที่อยู่ด้านหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ ชื่อว่าพระร่วงโรจนฤทธิ์ หลายคนอาจจะเคยไปมาแล้ว แต่จะมีกี่คนที่ได้เดินชมรอบๆองค์พระปฐมเจดีย์ แล้วทราบกันมั๊ยคะว่ารอบๆ องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นที่รวมของพระพุทธรูปปางต่างๆ มากที่สุดในประเทศไทย มีพระพุทธรูปปางแปลกๆ ที่เราไม่เคยพบที่ไหน หลังจากไหว้พระและเดินชมสถาปัตยกรรมกันจนหนำใจแล้ว เราก็เดินทางต่อไปยังพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากองค์พระปฐมเจดีย์นัก
พระราชวังสนามจันทร์ เป็นพระราชวังที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นที่ตั้งของกองเสือป่าในสมัยนั้น ตำหนักแรกที่เราได้มาเยือนคือ พระตำหนักทับขวัญ เป็นพระตำหนักเรือนไม้ทรงไทย น่าเสียดายที่เค้าห้ามถ่ายภาพบนพระตำหนัก เลยเก็บรูปภายนอกพระตำหนักมาฝาก พระตำหนักทับขวัญ
พระที่นั่งชาลีมงคลอาสน์
ด้านหน้าพระที่นั่
ต่อไปเราจะพาไปชม พระที่นั่งชาลีมงคลอาสน์ หลายคนอาจจะได้เคยไปเที่ยวชม และเคยไปเยือนเมื่อครั้งจัดงานฉลองครบรอบร้อยปีของที่นี่มาแล้ว แต่เมื่อไปเยี่ยมชมตอนกลางวันพระที่นั่งแห่งนี้ก็สวยงามไปอีกแบบ
อนุสาวรีย์ย่าเหล ซึ่งเป็นสุนัขทรงเลี้ยงของรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการระลึกถึงความจงรักภักดีและแสนรู้ของย่าเหล พระที่นั่งต่อไปที่เราได้ไปชมคือพระที่นั่งพิมานปฐม ภายในพระที่นั่งองค์นี้เป็นที่เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ ของรัชกาลที่ 6 เมื่อออกจากพระที่นั่งพิมานปฐมแล้ว เราก็ไม่ลืมไปสักการะองค์พระพิคเณศวร หลังจากที่เราเดินชมทั้งพระที่นั่งและพระตำหนักกันจนครบแล้ว ก็ได้เวลาอาหารกลางวัน คนขับรถพาคณะทัวร์ของเราไปกินข้าวขาหมูแสนอร่อยในตัวเมือง อนุสาวรีย์ย่าเหล
อนุสาวรีย์ย่าเหล
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา หลังจากอิ่มหนำสำราญใจกันแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปยังที่เที่ยวที่สุดท้ายในโปรแกรมทัวร์นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งมากมาย ทั้งแบบเป็นชุดถาวรและแบบชุดหมุนเวียน ดูกันเอาเองนะคะว่าอันไหนหุ่นอันไหนคน พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เอาละคะ...เป็นอันเสร็จสิ้นโปรแกรมทัวร์ในครั้งนี้แล้ว ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ติดตามทัวร์ทุลักทุเล และสะบักสะบอมทัวร์ครั้งนี้ มีหลายคนคอมเม้นว่ารูปสวยจัง อย่าคะ อย่าคิดว่าเจ้าของบลอกถ่ายเอง ตลอดการเดินทางครั้งนี้เป็นฝีมือของคนนี้
ไอติม ลูกศิษย์ที่น่ารักผู้มาจากที่ราบสูง เป็นตากล้องที่อายกล้อง ยังงัยอาจารย์ก็ขอบใจไอติมมากนะที่ถ่ายรูปมาให้ จนได้เอามาประกอบการเขียนเล่าเรื่องราวการทัวร์ครั้งนี้ ไอติม ตากล้องที่อายกล้อง
ตากล้องที่อายกล้อง

เฮ้อ จบซะที แล้วเจอกันในทัวร์หน้าคะ จะพาไปเที่ยวเขื่อนรัชชประภา(กุ้ยหลินเมืองไทย) แล้วเจอกันคะ

อาจารย์บ้านนอก เรื่อง / ภาพ
ออนไลน์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551

เรื่องเที่ยวข้อง
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ มีสิ่งลี้ลับจริงหรือ (ตอนแรก)
เรื่องท่องเที่ยวจากทางบ้าน 

 

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง