ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคกลาง
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ มีสิ่งลี้ลับจริงหรือ (ตอนแรก)

ชั้นชอบเที่ยวมันผิดหรือไร

ชั้นชอบเที่ยวมันผิดหรือไร

    ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ชอบอ่านหนังสือแล้วเที่ยวไปเรื่อยๆ แต่วันนี้มีหน้าที่ต้องไปเป็นอาจารย์ ก็เลยต้องพาลูกศิษย์ไปเที่ยว 

สะบักสะบอมทัวร์ 1

กลับมาจากพานักศึกษาไปทัศนศึกษาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีเวลามาบอกเล่าเรื่องราวสนุกๆ พร้อมนำรูปมาฝาก วันนี้ได้ฤกษ์ดีซะที

สาเหตุที่ตั้งชื่อการไปเที่ยวครั้งนี้ว่า "สะบักสะบอมทัวร์" เนื่องจากการเดินทางที่สมบุกสมบัน ต่อรถหลายทอด โปรแกรมที่แน่นเอี้ยด อากาศที่เปลี่ยนแปลง เล่นเอากลับมาเด็กๆ ไม่สบายไปตามๆ กัน แต่อาจารย์ยังสบายดีอยู่สมกับสโลแกนส่วนตัวที่ว่า "สวย ถึก และบึกบึน"

แต่ละคนหน้าตายังชื่นมื่นสนุกสนานกันอยู่ ยังไม่รู้ละสิว่าอนาคตอันใกล้จะพบเจออะไร

เริ่มเดินทางตั้งแต่บ่ายสามครึ่งออกจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ไปถึงสถานีรถไฟตอนบ่ายสี่กว่าๆ ให้ทุกคนแยกย้ายกันไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

บ่ายสี่ สี่สิบห้า รถไฟก็ออกจากสถานี เรามานั่งเม้ากับเด็กๆ จนค่ำ (เด็กๆ นั่งรถไฟชั้นสามเพื่อความประหยัดอาจารย์เบิกได้เลยนั่งชั้นสองตู้นอน แบ่งชนชั้นกันเห็นๆ) 

แต่ละคนหน้าตายังชื่นมื่นสนุกสนานกันอยู่ ยังไม่รู้ละสิว่าอนาคตอันใกล้จะพบเจออะไร มาถึงหัวลำโพง ตามเวลาทุกคนแปลกใจมากว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ รฟท. มาตรงเวลา

หลังจากนั้นก็เดินทางไปยังวังศุภชลาศัย (เด็กๆ เค้าเรียกกัน) จริงๆ คือหอพักนักกีฬาของสนามกีฬาแห่งชาติ สภาพทรุดโทรมมาก แต่ราคาเหมาะสมกับนักศึกษา

นัดหมายให้ทุกคนอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วลงมาเจอกันตอนหกโมงครึ่ง เพื่อที่จะได้รีบไปต่อคิวสักการะพระศพสมเด็จพระพี่นางฯ ที่พระบรมมหาราชวัง

หลังจากทุกคนมากันครบแล้วก็เดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง แวะกินข้าวเช้าในโรงอาหารมหาวิทยาลัยศิลปากรก่อน แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เจ้าเมืองไชยาได้ทำซิปกางเกงแตก เราในฐานะเจ้าบ้านต้องพาเจ้าเมืองไชยาไปซื้อกางเกงมาเปลี่ยนใหม่

โฉมหน้าเจ้าเมืองไชยา ผู้ได้รับฉายาจากเพื่อนๆว่า

เราเลยตัดสินใจให้ทุกคนที่เหลือเข้าไปสักการะพระศพก่อนโดยไม่ต้องรอ เรายอมไหว้พระศพข้างนอกดีกว่า

โฉมหน้าวิทยากรคนสวย

หลังจากที่นักศึกษาที่เหลือได้เข้าไปสักการะพระศพแล้ว ก็ได้เที่ยวชมพระบรมมหาราชวัง โดยมีวิทยากรจากสำนักพระราชวังมาให้ความรู้และนำชม

ดูเด็กๆ จะสนใจกันมากเพราะส่วนใหญ่ยังไม่เคยเข้ากรุงเทพฯ

สะบักสะบอมทัวร์ 2

หลังจากที่เข้าไปสักการะพระศพและเดินเที่ยวชมพระบรมมหาราชวัง  จนเหนื่อยทั้งอาจารย์ และลูกศิษย์ ท้องไส้เราก็ปั่นป่วนเนื่องจากความหิว

พระบรมมหาราชวัง

เราเลยเป็นไกด์พาเด็กๆ ไปกินข้าวกลางวันที่ท่าช้าง โอ้ว!!!! ว้าว ไม่ได้มาซะนานท่าเรือท่าช้างเปลี๋ยนไป จากเดิมเป็นท่าเรือเก่าๆโทรมๆ ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์อาหารสะอาด ดูดี น่านั่ง บรรยากาศริมน้ำ อาหารก็ไม่แพง เด็กๆ ติดใจกันใหญ่  โดยเฉพาะหนุ่มๆบอกว่าอาหารตาที่กรุงเทพนี่โอโมดีแท้ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปท่าช้างในรูปแบบใหม่ หลังจากนั้นเราก็ไปรอรถกันที่ข้างศิลปากร

รอรถอยู่นานจนเมื่อยเด็กผู้หญิงเริ่มบ่นว่า ทำไมรถมาช้าจัง ส่วนเด็กผู้ชายยังเพลินกับอาหารตาต่อไปไม่อยากให้รถมา สักพักมีรถตู้กระพริบไฟเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบข้างหน้าเรา เด็กๆ กรูกันไปขึ้นรถ

สรุปหน้าแตก!!!!!   ไม่ใช่รถเรา แต่เป็นรถของทัวร์เกาหลีกลุ่มข้างๆ เป็นงัยล่ะมาปล่อยไก่ที่กรุงเทพฯ ซะแล้ว หลังจากได้ขึ้นรถจริงๆ ของเรา เราก็มุ่งหน้าไปที่พระที่นั่งอนันตสมาคม

แต่ละคนโทรมมากๆ

นับว่า เป็นโชคดีมากที่ตอนนั้นในพระที่นั่งอนันตสมาคม มีการจัดแสดงงานศิลป์แผ่นดินพอดี นอกจากจะได้ชมพระที่นั่งแล้ว ยังได้ดูงานจากโครงการศิลปาชีพจากทั่วประเทศอีกด้วย แต่ละงานสวยมากๆ เช่นเรือสุพรรณหงส์จำลองทำจากทองคำแท้ แกะสลักได้สวยงามมาก ผ้าปักผืนใหญ่เท่าฝาบ้าน ลวดลายอลังการงานสร้าง และงานฝีมืออื่นๆ อีกมากมาย

พระที่นั่งอนันตสมาคม

แต่เค้าห้ามถ่ายรูปภายในพระที่นั่งเลยอดเอามาแบ่งปันกัน เดินกันจนเมื่อยแล้ว ยังคะยัง เรายังไม่จบแค่นี้ เราเดินต่อไปพระที่นั่งวิมานเมฆ ที่อยู่ใกล้ๆ กัน อิชั้นเดินต่อไม่ไหวเนื่องจากเมื่อย+รองเท้ากัด เลยแอบโดด ทำเนียนมานั่งเล่นแถวทางเข้า

ปล่อยให้เด็กๆ เข้าไปเผชิญชะตากรรมกับวิทยากรเพียงลำพัง มีเพื่อนร่วมโดดนั่งเม้าท์กันอย่างเมามัน เด็กที่ไม่ได้เข้าไปส่วนใหญ่เคยมาแล้ว หลังจากเที่ยวชมจนเค้าต้องไล่เพราะวังจะปิดแล้ว เราก็เดินทางกลับวังศุภชลาศัย ปล่อยให้เด็กๆ เดินเที่ยวชมความศิวิไลซ์ของเมืองกรุงกันเอง ส่วนเรากินข้าวเสร็จแล้วนอนดีกว่า เหนื่อยมากๆ

เรานัดเด็กๆ ไว้ว่า วันรุ่งขึ้นเจอกันตอนตีห้าครึ่งคะ เพราะต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟบางกอกน้อย

สะบักสะบอมทัวร์ 3

วันนี้เป็นวันที่สองของการทัวร์ครั้งนี้ เรานัดกันตอนตีหน้าครึ่งที่หน้าวังศุภชลาศัย คิดว่าจะนั่งแท็กซี่กันไปสถานีรถไฟบางกอกน้อย

แล้วก็มาเสียรู้ตุ๊กๆ เมืองกรุง เพราะคิดว่านั่งตุ๊กๆ น่าจะถูกกว่าแท็กซี่ เลยให้เด็กกลุ่มแรกไปตุ๊กๆ ตกลงราคากันที่หนึ่งร้อยห้าสิบบาท คิดว่าราคาพอเหมาะสม แต่พอกลุ่มหลังนั่งแท็กซี่เสียค่าโดยสารคันละแปดสิบบาทเอง กรำ...

กองสัมภาระอันใหญ่โตมโหฬาร

ด้วยความที่กลัวรถติดเลยออกแต่ไก่โห่ จึงไปถึงสถานีรถไฟธนบุรี (สถานีรถไฟบางกอกน้อยเดิม) ตอนหกโมงเศษ รถไฟออกตอนเจ็ดโมงสี่สิบห้า เค้ายังไม่เปิดขายตั๋วเลย

ยังมืดอยู่เลย โปรดสังเกตกองสัมภาระอันใหญ่โตมโหฬาร วันนี้เป็นวันเด็กและเป็นวันเสาร์ด้วย จีงมีผู้โดยสาร และกลุ่มนักศึกษาจากสถาบันอื่นๆ มารอขึ้นรถไฟค่อนข้างเยอะ

พวกหนุ่มๆ ก็ได้เพลิดเพลินกับอาหารตาอีกตามเคย ตอนเจ็ดโมงสี่สิบห้ารถไฟสายธนบุรี-น้ำตกก็เคลื่อนออกจากชานชลาตามเวลา

ที่นั่งบนรถไฟสายนี้คลาสสิคมาก แต่นั่งแล้วเจ็บก้นอะ เราใช้เวลานั่งอยู่บนรถไฟนานมาก คุ้มกับค่าโดยสารเพียงสามสิบสามบาท เพราะตามกำหนดรถไฟจะถึงสถานีปลายทาง คือสถานีท่ากิเลน ประมาณเกือบเที่ยง เด็กๆ จึงกลายสภาพเป็นแบบนี้

ที่นั่งบนรถไฟสายนี้คลาสสิคมาก แต่นั่งแล้วเจ็บก้นอะ 
ประมาณเกือบเที่ยง

รถไฟแล่นผ่านชานเมืองกรุงเทพ ศาลายา - นครปฐม แล้วไปแยกจากทางรถไฟสายใต้ที่สถานีบ้านโป่ง

และแล้วก็ถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว เด็กๆ ตื่นขึ้นมาดูสะพานข้ามแม่น้ำแควอย่างตื่นตาตื่นใจ

 วิวจากบนรถไฟที่แล่นบนสะพานข้ามแม่น้ำแคว
วิวสองข้างทาง

หลังจากนั้นอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง เราก็เดินทางมาถึงสถานีรถไฟท่ากิเลน อันเป็นจุดหมายปลายทางของเรา

เมื่อถึงสถานีรถไฟเราก็ถามทางจากเจ้าหน้าที่ที่สถานีรถไฟ เค้าบอกว่าอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ไปไม่ไกลแค่กิโลเมตรเดียวเอง

ตั้งหน้าตั้งตาเดินๆๆ 
ตั้งหน้าตั้งตาเดินๆๆ

เราแซวเค้ากลับไปว่ากิโลเมตร หรือ กิโลแม้ว ค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ไกลจริงๆ

เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนจึงตั้งหน้าตั้งตาเดินๆๆ และเดินๆๆๆ

และแล้วเราก็มาถึงซะที

พรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ พร้อมเรื่องลี้ลับชวนขนลุก บรื๋ออออออออออ อย่าลืมติดตามอ่านนะคะ

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ 

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ 

อาจารย์บ้านนอก เรื่อง / ภาพ
ออนไลน์เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551
 

เรื่องเที่ยวข้อง
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ มีสิ่งลี้ลับจริงหรือ (ตอนจบ)
เรื่องท่องเที่ยวจากทางบ้าน 

 

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง