ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคอีสาน
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

กางเต้นท์พักแรมที่เขาใหญ่

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

      ใกล้ถึงวันหยุดในช่วงเทศกาลปีใหม่เข้าไปทุกวันแล้วนะครับ หลายคนคงกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวกัน วันนี้ผมจึงอยากจะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ที่ผมพึ่งได้ไปมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเผื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยไป ที่แห่งนั้นคือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่า  "เขาใหญ่"  ครับ สนุกสุดๆ เลย ขอบอก…… 555 หนาวๆๆ มากเลยครับ ทีแรกนึกว่า  จะไม่ค่อยหนาว  ที่ไหนได้ ทั้งหนาวทั้งชื้น โอ้ว..เกือบไม่สบายแน่ะ

      ผมเริ่มจากออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 08.00 น. ขับรถอย่างใจเย็น พอถึงช่วงสระบุรี ก็แวะปั๊มน้ำมันเติมให้เต็มถังเลย เพราะถ้าขึ้นเขาใหญ่ไปแล้วไม่มีปั๊มบนนั้นครับ แถมยังจอดแวะตลาดปากช่อง ซื้อหาเสบียงไว้ไปประกอบอาหารบนเขาใหญ่ ที่ตลาดปากช่องมีหมูยอ กุนเชียง แหนม ผัก ปลา ให้เลือกมากมาย ตรงนี้เพื่อนๆ สาวๆ ในกลุ่มชอบมาก ส่วนผม และเพื่อชายก็ง่วนๆ อยู่กับร้านขายเครื่องดื่ม น้ำแข็งเทือกนั้น

จุดชมวิวจุดแรกของเขาใหญ่ ถ้าขึ้นจากทางปากช่องจะอยู่ใกล้กับสถานีดับไฟป่า  สามารถมองเห็นทิวเขาที่สวยงาม
จุดชมวิวจุดแรกของเขาใหญ่ ถ้าขึ้นจากทางปากช่องจะอยู่ใกล้กับสถานีดับไฟป่า สามารถมองเห็นทิวเขาที่สวยงาม
      เมื่อถึงด่านเขาใหญ่ ดูเวลาแล้วก็ประมาณ 10.45 น. พอจ่ายค่าธรรมเนียมเสร็จก็ขับต่อขึ้นไป ผมค่อยๆ ขับอีกตามเคย  แบบว่าอากาศดีมากเลย เปิดหน้าต่างขับซะเลย  จุดแรกที่ผมแวะดูก็คือ จุดชมวิวแถวสถานีดับไฟป่าครับ  เป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวมาจอดรถดูทิวเขา  เชื่อมั้ยครับว่าจอดกันเยอะมาก ผมหาที่จอดอยู่ตั้งนานแล้วลงไปถ่ายรูป  เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ  จุดต่อไปที่แวะเก็บภาพก็คือ มอสิงโต จะมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่พอสมควร  น้ำดูออกเป็นสีมรกตครับ  สวยแปลกตาดี  จุดนี้จอดรถได้สะดวกขึ้นเก็บภาพได้อย่างสบายใจ  
เจ้าลิงน้อยกำลังนั่งเหม่อ  ถ่ายภาพนี้มาได้ระหว่างทางขึ้น
เจ้าลิงน้อยกำลังนั่งเหม่อ ถ่ายภาพนี้มาได้ระหว่างทางขึ้น
       หลังจากนั้นผมก็รีบไปจองสถานที่กางเต็นท์ ที่ผากล้วยไม้  เพราะได้ข่าวมาว่า  ช่วงก่อนปีใหม่ ยาวจนถึงปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวมาที่ผากล้วยไม้ นับหมื่นคน กลัวไม่มีที่กางเต็นท์ น่ะครับ
นี่ล่ะครับ มอสิงโต  เป็นจุดที่มีสัตว์นานาชนิด  มากินน้ำบริเวณนี้
นี่ล่ะครับ มอสิงโต เป็นจุดที่มีสัตว์นานาชนิด มากินน้ำบริเวณนี้
      ผากล้วยไม้ เป็นสถานที่สำหรับกางเต็นท์พักแรม ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้จัดเตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ แต่ต้องเสียค่าบำรุง ด้วยนะครับ ผู้ใหญ่ท่านละ 30 บาท นักศึกษาท่านละ 10 บาท ประมาณนี้ล่ะครับ ที่นี่มีร้านค้าเพื่อจำหน่ายอาหาร และมีห้องน้ำไว้คอยบริการ และที่ขาดไม่ได้คือจุดทิ้งขยะครับ ใครที่ไปเที่ยวแล้ว ช่วยกันเก็บขยะที่ถูกเมิน ใส่ถุงแล้วไปทิ้งตามจุดที่เค้าเตรียมไว้ให้ด้วยนะครับ ป่าเป็นทรัพย์สมบัติของทุกคน ช่วยกันรักษาด้วยเด้อ…
เพื่อนผมเองครับ กำลังช่วยกันกางเต็นท์  สีสวยเชียว  เจ้าของซื้อมาตั้งนานแล้ว  ยังไม่เคยได้นอนเต็นท์ตัวเองซะที  กางเสร็จแล้วเจอคนอื่นแย่งนอนทุกทีเลย 
เพื่อนผมเองครับ กำลังช่วยกันกางเต็นท์ สีสวยเชียว เจ้าของซื้อมาตั้งนานแล้ว ยังไม่เคยได้นอนเต็นท์ตัวเองซะที กางเสร็จแล้วเจอคนอื่นแย่งนอนทุกทีเลย 
ถ่ายป้ายบริเวณผากล้วยไม้  หรือจุดที่ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เค้าจัดพื้นที่ไว้ให้กางเต็นท์  
ถ่ายป้ายบริเวณผากล้วยไม้ หรือจุดที่ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เค้าจัดพื้นที่ไว้ให้กางเต็นท์  
        ปัจจุบันนอกจากจุดกางเต้นท์พักแรมที่ผากล้วยไม้แล้ว ยังมีจุดกางเต้นท์อีกจุดหนึ่งที่อยู่ก่อนถึงผากล้วยไม้ประมาณ 1 กม. คือ จุดกางเต้นท์ลำตะคอง ที่นี่ก็สะดวกดีครับ เป็นลานกว้างมากพอสมควร มีห้องน้ำให้ใช้ได้สะดวก มีแอ่งน้ำให้ได้นั่งทอดอารมณ์และทอดสายตา แต่ผมก็เลือกกางเต้นท์ที่ผากล้วยไม้ เพราะว่าคุ้นเคยมากกว่า
ดูคนอื่นกางเต็นท์มานานแล้ว  ถึงตาผมไปกางเต็นท์ตัวเองบ้างล่ะครับ สีแดงแรงฤทธิ์
ดูคนอื่นกางเต็นท์มานานแล้ว ถึงตาผมไปกางเต็นท์ตัวเองบ้างล่ะครับ สีแดงแรงฤทธิ์
นี่ไงครับ เต็นท์ที่ผมเล่าให้ฟัง  ว่าเค้าเอาเสาไม้ไผ่มามัดต่อๆ กัน  จนกางเต็นท์นี้ได้  แต่ก็สงสัยอยู่ดีล่ะครับ ว่าเสาเค้าหายไปไหน  ใครเอาเสาเค้าไป.....น๋อ
นี่ไงครับ เต็นท์ที่ผมเล่าให้ฟัง ว่าเค้าเอาเสาไม้ไผ่มามัดต่อๆ กัน จนกางเต็นท์นี้ได้ แต่ก็สงสัยอยู่ดีล่ะครับ ว่าเสาเค้าหายไปไหน ใครเอาเสาเค้าไป.....น๋อ
      เมื่อกางเต็นท์เสร็จแล้ว ผมและเพื่อนๆ ก็ออกเดินเล่น ดูเต็นท์ของคนอื่นว่าเค้าใช้ของอะไร วางโซนในกลุ่มของเค้ายังไง ถ้าจะให้ดีผมว่า  น่าจะมีผ้าใบกางเป็นส่วนไว้นั่งเล่น นั่งทานอาหารกันครับ  ตอนกลางคืนจะเอาไว้นั่งเล่นนั่งคุยกัน จะได้ไม่โดนน้ำค้าง ระหว่างที่ผมและเพื่อนๆ เดินไป ก็เจอเต็นท์อยู่หลังหนึ่ง  เห็นตอนแรกนึกว่ายังกางไม่เสร็จ  คือเต็นท์เค้าจะดูเหี่ยวๆ  ล่ะครับ  พอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นว่าเสาเต็นท์เค้าเป็นไม้ไผ่ที่เอามาต่อๆกัน  ส่งสัยว่าไปกางที่ไหนแล้วโดนขโมยเสาไปแน่เลย 55555
กางเต็นท์เสร็จก็เก็กหล่อกันเป็นแถวเลย  
กางเต็นท์เสร็จก็เก็กหล่อกันเป็นแถวเลย  
      หลังจากที่เดินเล่นจนพอใจผมก็กลับมาที่เต็นท์เพื่อรอกลุ่มเพื่อนที่มาสมทบในช่วงเย็นครับ และแล้วเพื่อนก็มาตอนประมาณ เกือบ 5 โมงเย็น รีบกางเต็นท์ทันที ส่วนผมนั้นก็ไปก่อเตาเพื่อเตรียมทำอาหารเย็นนี้ ใครที่ไปเขาใหญ่แล้วไม่อยากนำเตาไปเอง  ที่นั่นเค้ามีเตาถ่านให้เช่าด้วยนะครับ
ที่ผากล้วยไม้ 1 นี่ขนาดเที่ยงกว่าๆ เองนะครับ เต็นท์ยังเยอะชนาดนี้เลย  
ที่ผากล้วยไม้ 1 นี่ขนาดเที่ยงกว่าๆ เองนะครับ เต็นท์ยังเยอะชนาดนี้เลย  
      โอ๊ย……หอมๆๆๆ เสียงแว่วมาจากปากเพื่อนผมคนหนึ่ง  ผมกำลังย่างแหนมที่ซื้อมาจากปากช่อง  ผมว่านะ ตอนนี้ทุกคนคงจะหิวแล้วล่ะ ไม่รอช้าต่างคนต่างล้อมวงเอาข้าวมานั่งทานกัน  ส่วนผมก็ย่างไปทานไปล่ะครับ สนุกดี เมื่อทานอาหารอิ่มแล้ว  แต่ใจเราทุกคนยังไม่อิ่มครับ นั่งคุยกันต่อล้อมวงเอาเทียนมาจุด  ดูไกลๆ  นึกว่าเป็นโต๊ะหมอดู 55555
นี่คือกลุ่มพี่ๆ เพื่อนๆ ของผมทั้งหมดที่ไปพักแรมในครั้งนี้
นี่คือกลุ่มพี่ๆ เพื่อนๆ ของผมทั้งหมดที่ไปพักแรมในครั้งนี้
      เวลาประมาณ 20.00 น. อากาศเย็นเริ่มก้าวเข้ามา  เสื้อกันหนาวที่เตรียมมาเริ่มมีความสำคัญซะแล้วสิเนี่ย  เตาถ่านที่ก่อไว้ตั้งแต่แรก เริ่มมอดหมด  ผมก็เลยเอาถ่านเติมเข้าไป  แล้วเอามาย่างคนแทน 5555  แบบว่า  อากาศหนาวน่ะครับ  ผมเอ่ะใจว่าน้ำค้างจะแรงหรือเปล่า เลยเดินไปดูที่หลังคาเต็นท์ เริ่มมีหยดน้ำเล็กๆ เกาะอยู่  นั่นเป็นสัญญานบอกเราแล้วว่า  คืนนี้น้ำค้างน่าจะแรงมาก  
น้ำค้างที่เกาะอยู่บนหลังคาเต็นท์  ซูมกันให้เห็นชัดๆ เลยครับ    
น้ำค้างที่เกาะอยู่บนหลังคาเต็นท์ ซูมกันให้เห็นชัดๆ เลยครับ    
        ในที่สุดเมื่อเวลาประมาณ 24.00 น. ผมก็เข้านอนส่วนเพื่อนๆ  ก็ยังนั่งคุยกันอยู่  เชื่อมั้ยครับว่าน้ำค้างที่เกาะเต็นท์  ดูเหมือนกับเป็นเม็ดฝนเลย เยอะสุดๆ มีซึมเข้ามาในเต็นท์ด้วย   ผมนอนหลับด้วยความเย็นบวกกับความชื้นของน้ำค้าง แต่ก็มีบ้างที่ตื่นขึ้นมาเพราะความเหน็บหนาว และเสียงกรนของเต็นท์อื่นๆ ก๊ากๆๆๆ  กรนดังไม่ใช่เล่นเลยนะ
เค้ามุงอะไรกันอยู่นะ  อ๋อ...เตาถ่านครับ หนาวล่ะสิท่า  ดูผ้าห่มสิครับ ทีมเดียวกันแน่ๆเลย
เค้ามุงอะไรกันอยู่นะ อ๋อ...เตาถ่านครับ หนาวล่ะสิท่า ดูผ้าห่มสิครับ ทีมเดียวกันแน่ๆเลย
จำนวนรถที่มา เยอะเอาการเลยครับ
จำนวนรถที่มา เยอะเอาการเลยครับ

ถ่ายที่ธารรัตนา  โขดหินนี้แหล่ะที่ผมไปนอนหลับมาแล้ว  อิอิ
ถ่ายที่ธารรัตนา โขดหินนี้แหล่ะที่ผมไปนอนหลับมาแล้ว อิอิ
      เช้าตื่นขึ้นมาตี 5 กว่าๆ เจอกลุ่มหมอก  และสายน้ำค้างตามหลังคาเต็นท์  กลิ่นควันเตาเริ่มออกมาอีกครั้ง ด้วยความเหน็บหนาว เตาถ่านดูจะเป็นพระเอกของงานนี้เลยล่ะครับ ผมสงสัยนักว่าอุณหภูมิขณะนี้ประมาณกี่องศา เลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่   เค้าบอกว่าเป็นเลขตัวเดียวล่ะครับ 8 องศาเห็นจะได้   สังเกตได้จากควันที่ออกมาจากลมหายใจ  เยอะมากเลย  ผมไม่สนใจเรื่องความหนาวแล้วล่ะ เพราะบรรยากาศ ของผู้คนที่มาท่องเที่ยวดูจะน่าตื่นเต้นกว่า ผมรีบคว้ากล้องคู่ใจออกเดินไปถ่ายรูปตามมุมต่างๆ จนสายๆ หน่อย  อากาศเริ่มอุ่นแล้ว ค่อยรู้สึกดีหน่อย  ไม่อย่างนั้นอาจจะไม่สบายได้
ดอกอะไรก็ไม่รู้  เห็นสวยดี  เหมือนดอกกล้วยไม้  แต่ว่าดอกเล็กประมาณ 1 เซ็นติเมตรเองนะครับ 
ดอกอะไรก็ไม่รู้ เห็นสวยดี เหมือนดอกกล้วยไม้ แต่ว่าดอกเล็กประมาณ 1 เซ็นติเมตรเองนะครับ 
มุมมองของธารรัตนา นี่ถือว่าน้ำน้อยมาก  พี่ที่ไปเที่ยวกับผมด้วย เค้าบอกว่า ถ้าเป็นหน้าน้ำ  ธารรัตนาจะสวยกว่านี้เยอะครับ
มุมมองของธารรัตนา นี่ถือว่าน้ำน้อยมาก พี่ที่ไปเที่ยวกับผมด้วย เค้าบอกว่า ถ้าเป็นหน้าน้ำ ธารรัตนาจะสวยกว่านี้เยอะครับ
      เวลา 08.00 น. หลังจากที่ทานอาหารเช้าเรียบร้อย  ผมเก็บสัมภาระ เพื่อเตรียมตัวไปเที่ยวที่น้ำตกเหวนรก  แต่พอไปถึงมีแต่รถนักท่องเที่ยว แต่ที่น้ำตกไม่มีน้ำครับ  ช่วงนี้อย่างว่าล่ะครับ  ไม่ใช่หน้าฝนน่ะก็เลยน้ำน้อยเป็นธรรมดา  แล้วผมก็เลยลงจากเขาใหญ่มาทางจังหวัดปราจีนบุรี ก่อนจะถึงด่านของเจ้าหน้าที่  จะมีธารน้ำเล็กๆ  ชื่อว่า  "ธารรัตนา"  ไปนอนเล่นที่โขดหิน เย็นดีครับ คนไม่เยอะด้วย สงบจนผมเผลอหลับ ไปพักใหญ่ แล้วก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ 

      นี่ก็เป็นเเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมไปเที่ยวมาในช่วงก่อนปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง และเก็บเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง ใครไปเที่ยวที่ไหน แล้วมีเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ แต่สำหรับความประทับใจที่เขาใหญ่นี้ น่าจดจำมาก ใครที่ยังไม่เคยไปน่าจะลองไปดูนะครับ สนุกสุดๆ ได้บรรยากาศ  การทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ

อาฟ่ง...เรื่อง / ภาพ
ออนไลน์เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2550

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เขาใหญ่...อะไรจ๊ะ???
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

 

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง