ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคกลาง
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

ตามไปดูพระราชพิธีเห่เรือ

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

 

 "พี่ขาาาาาาา"
"what's up"
"นุ้ยอยากขอลาวันจันทร์บ่ายไปดูเห่เรือ.. นะคะ นะคะ"
"no problem จ้ะ"

บทสนทนาข้างต้น เป็นการ "ขอลางาน" ผ่านโปรแกรม QQ ของนุ้ยเมื่อวัน อาทิตย์ หลังจากที่พ่อชวนว่า "พ่อมีบัตรไปดูเห่เรือ วันจันทร์บ่าย ลูกจะไปหรือเปล่า" แน่นอน.. ว่านุ้ยอยากไปดู.. เวลาไปกับพ่อเรามักจะได้สิทธิ์พิเศษนู่นนี่อยู่เสมอ... โอกาสงี้หาไม่ได้ง่ายๆ เมื่อพ่อเกษียน.. 555

และเมื่อเจ้านายใจดี อนุญาตง่ายๆ วันจันทร์บ่าย นุ้ย พ่อ กับคุณนายก็ขึ้นรถไปที่ บริเวณกรมอู่ทหารเรือตรงถนนอรุณอัมรินทร์กัน.. ลุงชยุติ เพื่อนพ่อ เตรียมบัตรกับที่จอดรถข้างในกรมอู่เอาไว้ให้ นุ้ยมากรมอู่ทหารเรือหลายครั้งแล้ว มากี่ที ก็ยังประทับใจกับความยิ่งใหญ่ อลังการของสถาปัตยกรรมใหม่ๆ ที่ตั้ง อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทุกที

คราวก่อนนุ้ยมางานแต่งงานเพื่อน ระหว่างที่เกาะกำแพงยืนอยู่ริมแม่น้ำ.. มอง ขวาเห็นตะวันลับลงกับพระปรางค์วัดอรุณ พอค่ำลงอีกหน่อย ฝั่งตรงข้ามก็เป็นพระบรมมหาราชวัง.. ดูแล้วได้แต่ คิดว่า..โอ้โห.. เมืองไทยนี่สวยจังเลย....

ใกล้ๆบ่าย 3 โมง เราเดินออกจากห้องพักรับรองไปบริเวณศาลาริมน้ำ ซึ่งทางกรมฯ จัดเอาไว้ให้คนเข้ามานั่งดูพระราชพิธี.. คนเริ่มเข้ามากันแล้ว.. พลเรือนธรรมดาจะใส่เสื้อเหลืองกันหมด ในขณะที่ วันนี้ทหารเรือ "ถูกเกณฑ์" ให้แต่งเครื่องแบบขาว...ตามคำบอกเล่าของคุณลุงชยุติ แล้วเครื่องแบบขาวของทหารเรือนี่ เท่ห์ได้ใจมั่กๆ

คราวก่อนที่มาดูซ้อมกระบวนเรือตอนงานฉลองครองราชย์ครอบ 60 ปี เราก็ได้ที่ แถวหน้า แต่ว่ามัวแต่วิ่งหลบฝน หัวฟูกับคุณนายอยู่ 2 คน สนุกก็จริง แต่ว่า ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่.. วันนี้เราโชคดี ได้ที่นั่งพิเศษในศาลาเล็กๆ ที่ยื่นออกไปในน้ำ..

นุ้ยเลือกนั่งที่ ที่หันข้าง แทนที่จะนั่งบนเก้าอี้ที่เขาเรียงเอาไว้ให้ เพราะจะได้ดูสะดวกๆ.. ระหว่างรอกระบวนเรือ.. เจ้าหน้าที่ก็เปิดทีวีไว้ให้ เราดูด้วยว่าพระราชพิธีไปถึงไหนแล้ว.. นุ้ยก็อยากดู แต่ว่าลมเย็นๆ พัดเอื่อยๆ มาบนศาลานี่ชวนให้ง่วงชะมัดเลย

นุ้ยจะเล่าเรื่องพระราชพิธีเห่เรือนี้ให้ฟังพลางๆ ระหว่างรอนะคะ...

    เห่เรือ ที่ว่านี่ ใช้ในกระบวนพยุหยาตราชลมารค หรือการเสด็จพระราชดำเนิน ทางน้ำ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยแล้ว พอมาถึงสมัยรัชกาลปัจจุบัน กระบวนพยุห ยาตรา ที่นุ้ยมาดูนี่ก็เป็นครั้งที่ 16 ถือเป็นการจัดแบบกระบวนพยุหยาตราชลมารค(ใหญ่) จะเป็นการเสด็จพระ ราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ที่ วัดอรุณราชวราราม

โดยเส้นทางจะเริ่มตั้งแต่บริเวณท่าวาสุกรี ผ่านป้อม พระสุเมรุสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลศิริราช กรมอู่ทหารเรือ ราชนาวิกสภา พระบรมมหาราชวัง หอ ประชุมทหารเรือ วัดอรุณราชวราราม และไปจอดเรืออยู่หน้าวัดกัลยาณมิตร ใช้ฝีพายซึ่งเป็นทหารเรือ และนักเรียนนายเรือประมาณ 500 คนได้..

  และในขณะที่คุณนายประทับใจมากมายกับความสวยงามอลังการของกระบวนเรือ ที่แต่ละลำถูกตกแต่ง ประดิษฐ์ประดอยอย่างปราณีต จนดูราวกับจะมีชีวิต สิ่งที่นุ้ยประทับใจไม่แพ้กัน คือชื่อเรือ ค่ะ.. ชื่อเรือจะถูกตั้งไว้คล้องกันเป็นคู่ๆ อย่างเช่น

อนันตนาคราช อเนกชาติภุชงค์ สุพรรณหงส์ นารายณ์ทรงสุบรรณ ...4 ลำแรกนี้เป็น เรือพระที่นั่ง สมเด็จพระบรมฯ ประทับในเรือสุพรรณหงษ์ ลำที่ใช้ปัจจุบันนี้สร้างเสร็จ สมัยรัชกาลที่ 6 ค่ะ เรือพระที่นั่งสำรอง นารายณ์ทรงสุบรรณ สร้างในรัชกาลที่ 9 นี่เอง ส่วนเรืออนันตนาคราชนั่นจะทอดบัลลังก์บุษบก ซึ่งมีผ้าไตร สำหรับทอดกฐินอยู่นะคะ

เรืออื่นๆที่ชื่อเพราะๆก็ เช่น พาลีรั้งทวีป สุครีพครองเมือง อสุรวายุภักษ์ อสุรปักษี กระบี่ปราบเมืองมาร กระบี่ ราญรอนราพณ์ ครุฑเหินเห็จ ครุฑเตร็จไตรจักร เสือทยานชล เสือคำรณสินธุ์ เป็นต้น ถ้าสังเกต จะเห็นว่าชื่อเรือพวกนี้จะเป็นสัตว์ในตำนานของไทย

ที่ได้อิทธิพลมาจากอินเดียนะคะเพราะตราประจำตำแหน่ง ของเสนาบดีตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ใช้รูปสัตว์ทั้งสิ้น เช่น ราชสีห์ คชสีห์ ครุฑ นาค และถ้าพิจาณาตำแหน่งของเสนาบดี ก็จะตรงกับตำแหน่งที่ลดหลั่นกันของเรือพอดี

นอกจากเรือรูปสัตว์แล้วก็จะมีเรืออื่นๆอย่าง เรือประตู ที่จะนำริ้วขบวน เรือพิฆาต เรือดั้ง เรือกลองนอก-กลองใน แล้วก็เรือตำรวจ เป็นต้น ประกอบกันเป็นริ้วขบวนงามอย่างนี้แหละ ค่ะ.. ราชทูตฝรั่งเศสซึ่งเดินทางเข้ามาในสมัยสมเด็จพระ นารายณ์ถึงกับบันทึกเอาไว้ว่า

"ไม่สามารถเทียบความงามกับขบวนเรืออื่นใดได้ เป็นขบวนเรือที่มโหฬาร มี เรือกว่า ๒๐๐ ลำ โดยมีเรือพระที่นั่งพายเป็นคู่ๆไปข้างหน้า เรือพระที่นั่งนั้น ใช้ฝีพายของพวกแขนแดงที่ได้รับการ ฝึกพายมาจนชำนาญ ทุกคนสวมหมวก เสื้อ ปลอกเข่า ปลอกแขน มีทองคำประกอบ เวลาพายพร้อมกับเป็น จังหวะจะโคน พายนั้นก็เป็นทอง เสียงพายกระทบเป็นเสียงประสานไปกับทำนองเพลงยอพระเกียรติของพระเจ้า แผ่นดิน"

 กลับมาที่สมัยปัจจุบัน...
3 โมงครึ่ง ข่าวในทีวีบอกว่า สมเด็จพระบรมฯ เสด็จมาถึงและลงประทับในเรือพระที่ นั่งสุพรรณหงษ์เรียบร้อยแล้ว.. กระบวนเรือค่อยๆเคลื่อนออกจากท่าวาสุกรี เสียงเห่ในทีวี เริ่มต้นขึ้น พวกเรารู้ว่า อยู่ไกล แต่คนดูก็เริ่มลุกขึ้นยืนชะเง้อกันแล้วล่ะ มันกระหึ่ม ดังมาแต่ไกลเลย

"นั่นไงๆ ใช่มั๊ยน่ะ เรือขบวนมาแล้ว" คุณนายร้องบอก "แต่เอ๊ะ.. รถบนสะพานข้างบนยังวิ่งอยู่เลย"
" เขาต้องกั้นถนนสิแม่.. เรือแน่เหรอ.. หรือว่าเต้นท์เป๊บซี่"
พี่ผู้หญิง คนข้างๆ คว้ากล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่อง แล้วหันมาสงเคราะห์บอกนุ้ย เพราะเธอคงเวทนาในความตาต่ำของนุ้ยที่อุตส่าห์ เห็นริ้วขบวนเรือนพยุหยาตราเป็นเต้นท์เป๊บซี่ไปได้..
"เรือขบวนค่ะน้อง.. แดงๆที่เห็นนั่นเสื้อ ฝีพาย!"

เรือคู่แรกๆที่ผ่านลอดใต้สะพานมา เป็นเรือประตู ที่นำริ้วขบวน ทีนี้แหละใครมี กล้องถ่ายรูป ก็คว้าขึ้นมาซูมแล้วกด แชะ แชะ เห็นบ้างไม่เห็นบ้างตั้งแต่ระยะไกล.. และไม่กี่อึดใจนั่นเอง ภาพที่ปรากฏแก่สายตา ก็ทำให้นุ้ยนึกถึงโคลงบทที่เคย ท่องสมัยเด็กๆขึ้นมาได้อย่างกระจ่างชัด..

"สุวรรณหงส์ทรงพู่ ห้อย งามชดช้อยถอยหลังสินธุ์
เพียงหงส์ทรง พรหมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม
"

เรือนับสิบๆลำ ที่เคลื่อนผ่านมานั้น "งามชดช้อย" เหมือนจะ "ลอยหลังสินธุ์" หรือล่องมาตามท้องน้ำจริงๆ.. เสียงขานร้องบทเห่เรือดังกึกก้อง ทำให้ฝีพายตวัดใบพายพรึบ พร้อม เพรียงกัน..

บทเห่เรือนี้ นอกจากจะให้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังเป็น สิ่งที่ให้จังหวะแก่ฝีพายด้วยเช่นกัน.. ไม่ใช่จะกล่อมให้ผู้ที่ประทับอยู่ในเรือบรรทมหลับอย่างที่นุ้ยเคยคิดไว้ตอน เด็กๆ...อิอิ

วันนี้แม่น้ำเจ้าพระยาในยามเย็น ถูกประดับไว้ด้วยกระบวนเรือ... มันเป็นความ อ่อนหวาน นุ่มนวล ซึ่งผสานกับความยิ่งใหญ่ งดงาม อลังการ ได้อย่างลงตัวที่สุดแล้ว.. "คิดถึงในหลวง..." คนดูข้างๆปรารภ ทำ ให้หลายคนพลอยเหลียวมองไปทางฝั่ง รพ. ศิริราช ไกลออกไปเกือบลับสายตา.. "ทรงเปิดพระแกลดูอยู่หรือเปล่านะ..."

นี่ไง.. เหตุผล ที่คนรุ่นใหม่อย่างนุ้ย ยังคงสามารถตอบเพื่อนต่างชาติได้ อย่างเต็มปากเต็มคำว่า.. I'm proud to be Thai

นุ้ย...เรื่องราว
พลพรรค...ภาพ

ออนไลน์วันที่ 7 พฤศจิกายน 2550
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง