ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคอีสาน
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

ดอกไม้บาน 3 ฤดูบนภูหลวง

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

ดอกไม้บาน 3 ฤดูบนภูหลวง

พิศ พังงา...เรื่อง / ภาพ
17 เมษายน 2550

ป้ายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
ป้ายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

     เมื่อหลายปีก่อนเคยศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวกับเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย จากนิตยสารท่องเที่ยว เป็นสถานที่ในฝันซึ่งเคยหวังว่าจะต้องขึ้นไปศึกษาธรรมชาติที่นั่นให้ได้สักครั้ง

ดอกกุหลาบขาว
ดอกกุหลาบขาว

     หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา ชื่อนี้...ได้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำอย่างไม่รู้เลือน เพราะตัวผู้เขียนเองนับว่าโชคดีมาก ๆ ที่หลายครั้งในชีวิตได้เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามบนภูหลวงดั่งที่ฝันไว้

ดอกกุหลาบขาว
ดอกกุหลาบขาว

      เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสขึ้นภูหลวงครั้งแรกช่วงต้นเดือนมกราคม จนได้รู้ซึ้งถึงคำว่า “หนาวสั่น” มาแล้ว จากบันทึกการเดินทางที่ผ่านมา

ดอกเอื้องตาเหิน  พบเห็นทุกพื้นที่บนภูหลวง
ดอกเอื้องตาเหิน พบเห็นทุกพื้นที่บนภูหลวง

     4 ปีผ่านไป กล้วยไม้บนภูหลวงโดยเฉพาะรองเท้านารีเห็นน้อยมาก น่าเสียดายที่มีข่าวคนมักง่ายบางกลุ่มขึ้นไปขโมยต้นรองเท้านารีจนโดนจับได้เป็นข่าวมาแล้ว

ดอกเอื้องตาเหิน  พบเห็นทุกพื้นที่บนภูหลวง
ดอกเอื้องตาเหิน พบเห็นทุกพื้นที่บนภูหลวง

รายชื่อดอกไม้บาน 3 ฤดูบนภูหลวง
ฤดูหนาว – ดอกกุหลาบแดงกลางสายหมอก (ดอกกุหลาบพันปี)
ฤดูฝน – ดอกเปราะภูสีชมพู
ฤดูร้อน – ดอกกุหลาบขาว (ดอกกุหลาบพันปี)

เอื้องแววมยุรา
เอื้องแววมยุรา
เอื้องคลั่งแสด
เอื้องคลั่งแสด
      ฤดูฝน ที่ทั่วทุกพื้นที่บนภูหลวงละลานตาไปด้วยดอกเปราะภูสีชมพูหวาน เป็นทุ่งดอกไม้ตามธรรมชาติที่สวยหวานงามมาก ๆ แต่นโยบายกรมป่าไม้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเดินทางขึ้นภูหลวง เหตุเพราะเป็นช่วงที่ปิดภูให้ธรรมชาติได้พักฟื้นตัวเองจากสายฝนที่หล่อเลี้ยงต้นไม้ให้เติบโตสวยงามตลอดไป
เอื้องมัจฉา
เอื้องมัจฉา
เอื้องเทียนน้อย
เอื้องเทียนน้อย

      และช่วงฤดูฝนถนนขึ้นภูหลวงบางช่วงที่ไม่ใช่ถนนลาดยางจะเต็มไปด้วยโคลนดินแดงที่ลื่นมาก ๆ จะขึ้นได้เฉพาะรถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น บนภูก็จะไม่มีอาหาร และน้ำดื่มบริการเหมือนกับหน้าหนาว และหน้าร้อน นักธรรมชาติวิทยาที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปศึกษาธรรมชาติช่วงนั้นต้องพกพาสะเบียงอาหารไปรับประทานกันเอง

เอื้องสายน้ำผึ้ง
เอื้องสายน้ำผึ้ง
 

     เดือนนี้ (มีนาคม) ผู้เขียนได้เดินทางขึ้นภูหลวงเป็นครั้งที่ 4 พร้อมผู้ร่วมเดินทาง 10 ชีวิต ธรรมชาติบนภูหลวงเปลี่ยนไปบ้าง จากที่เคยเห็นดอกกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ตามต้นไม้ ตามซอกหิน เห็นดอกเอื้องสำเภางามสีชมพูหวาน ในเดือนนี้มีให้เห็นน้อยมาก ได้เห็นเฉพาะดอกกุหลาบแดงมีบ้างในเส้นทางศึกษาธรรมชาติเนินสุริยัน

เอื้องสายน้ำผึ้ง
เอื้องสายน้ำผึ้ง
      แต่กลีบดอกกุหลาบแดงค่อนข้างเหี่ยวเฉาไม่สดชื่นเหมือนกับฤดูหนาว คงเป็นเพราะฝนไม่ตกติดต่อกันเป็นเวลานาน ช่วงฤดูร้อนบนภูหลวงมีปัญหาขาดแคลนน้ำมาก ๆ ดอกไม้ส่วนใหญ่กลีบดอกจะเหี่ยวเฉา น้ำตามลำธารเล็ก ๆ ตามธรรมชาติที่เป็นแหล่งน้ำดื่มของสัตว์ป่าก็พลอยแห้งขอด
เอื้องสายน้ำผึ้งลาว(สายเพชร)
เอื้องสายน้ำผึ้งลาว(สายเพชร)
 

      เดือนมีนาคม-เมษายน จะเป็นช่วงดอกกุหลาบขาวบานสะพรั่ง สวยงามไม่แพ้ช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน ส่วนตัวคิดว่าเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นฤดูเหมาะสุด ที่จะขึ้นไปศึกษาธรรมชาติบนภูหลวง เพราะการเดินทางสะดวกสบายรถยนต์สามารถขับขึ้นไปถึงหน้าที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา อากาศกลางคืนก็ไม่หนาวทรมาณเหมือนฤดูหนาว จะไม่ค่อยสะดวกตรงน้ำใช้บริโภค แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แค่ไม่ต้องอาบน้ำ 2 วัน

เอื้องสายน้ำผึ้งลาว(สายเพชร)
เอื้องสายน้ำผึ้งลาว(สายเพชร)
 

      เส้นทางศึกษาธรรมชาติเนินสุริยัน เป็นจุดเดินวงกลมจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบาผ่านไปทางจุดชมวิวตะวันลับฟ้าที่ “ผาเยือง” ยังคงพบเห็นดอกกุหลาบขาวและกล้วยไม้ป่ามากมาย ดอกกล้วยไม้ที่พบมากสุดในช่วงนี้ คือเอื้องหมาก เอื้องตาเหิน พบเห็นกล้วยไม้ประเภทสิงห์โตบ้าง เช่น สิงห์โตใบพาย สิงห์โตก้านหลอด สิงห์โตสยาม และสะดุดตาคือ เอื้องคลั่งแสดสีส้มสดที่เกาะตามกิ่งต้นไม้เตี้ยๆ

หินรูปนกกระบา สัญลักษณ์ที่มาของชื่อ “หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา”
หินรูปนกกระบา สัญลักษณ์ที่มาของชื่อ “หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา”
 
ดอกหรีด
ดอกหรีด

      อีกจุดหนึ่งซึ่งสวยงามประทับใจมาก ๆ คือบริเวณเนินเขาที่ชื่อว่า “โคกพรมจรรย์ “ หรือทุ่งกุหลาบขาว ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3 ชั่วโมงจากที่ทำการ ฯ เป็นเนินเขาที่เต็มไปด้วยต้นกุหลาบขาว ช่วงนี้ดอกกุหลาบขาวเริ่มบานสะพรั่งเป็นบางจุด เส้นทางเดินจะออกมาบรรจบกับทางเดินไปผาเตลิ่น บริเวณ “ผาช้างผ่าน” (จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า)

จุดชมวิวผาช้างผ่าน
จุดชมวิวผาช้างผ่าน
 
ดอกเหง้าน้ำทิพย์
ดอกเหง้าน้ำทิพย์
 

      คาดว่าประมาณเดือนเมษายน ดอกกุหลาบขาวจะบานหมดทุกต้น เป็นช่วงที่ทุ่งกุหลาบขาวมองเห็นเป็นสีขาวบริสุทธิ์เหมือนกับชื่อ “โคกพรมจรรย์” ดอกกุหลาบขาวที่พบเห็นบนภูหลวงมีทั้งดอกขาวทั้งดอกและบางต้นจะเป็นดอกขาวเหลือบชมพู สวยงามมาก

ธรรมชาติบนผาเตลิ่น
ธรรมชาติบนผาเตลิ่น
 
ตะวันลับฟ้าที่ผาเยือง – ด้านข้างเรือนประทับแรม
ตะวันลับฟ้าที่ผาเยือง – ด้านข้างเรือนประทับแรม

      จุดหมายสุดท้ายของการเดินทางทริปนี้ คือการเดินทางไปชมทิวทัศน์เทือกเขาบนยอดผาเตลิ่นเป็นครั้งที่ 2 หน้าผาที่มีความลดหลั่น มองจากผาสมเด็จจะเห็นชัดเจน ระยะทางเดินเท้าจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา ยอดผาเตลิ่น เดินกลับออกถึงถนนที่รถวิ่งผ่านประมาณ 8 กิโลเมตร เดินตามทางราบบ้างขึ้นเนินเขาเตี้ย ๆ บ้าง และช่วงสุดท้ายเดินเลาะตามก้อนหินใหญ่ริมหน้าผา เส้นทางช่วงนี้ต้องเดินอย่างระมัดระวังเพราะถ้าก้าวพลาดก็จะมีอันตรายมาก ๆ

กุหลาบแดง
กุหลาบแดง
      หลังจากเก็บภาพความสวยงามของทิวเขา พวกเราก็เดินลงจากภูเขาโดยใช้เส้นทางเดิมที่เคยเดินผ่านเมื่อ 4 ปีก่อน เป็นเส้นทางเดินลงตามลำธารน้ำที่เต็มไปด้วยก้อนหินก้อนใหญ่ ๆ แต่ไม่ลื่นเพราะน้ำแห้งขอด หากเป็นหน้าฝนคงเดินผ่านไม่ได้ เดินจนสุดทางลำธารน้ำจะออกมายังถนนสายหลักที่รถวิ่งผ่าน
ใบไม้ร่วงหน้าบ้านพัก สัญลักษณ์แห่งฤดูร้อน
ใบไม้ร่วงหน้าบ้านพัก สัญลักษณ์แห่งฤดูร้อน

      บางช่วงผ่านต้นเมเปิลที่ใบร่วงเต็มโคนต้นแต่แห้งเหี่ยวเป็นสีน้ำตาล คาดว่าประมาณเดือนธันวาบริเวณนั้นคงเป็นพรมสีแดงสดของใบเมเปิล แต่การเดินทางคงจะไม่สะดวกนักเพราะก้อนหินในลำธารคงชุ่มฉ่ำด้วยมอส

ดอกส้มแปะ
ดอกส้มแปะ
 
 
กล้วยไม้สิงห์โตใบพาย
กล้วยไม้สิงห์โตใบพาย
ผาเตลิ่น มองจากผาสมเด็จ
ผาเตลิ่น มองจากผาสมเด็จ

ผาสมเด็จ (พื้นที่ราบบนสุดของภูเขาด้านหน้า) มองจากผาเตลิ่น
ผาสมเด็จ (พื้นที่ราบบนสุดของภูเขาด้านหน้า) มองจากผาเตลิ่น
 
เปราะภู
เปราะภู

       ปีนี้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงจะปิดประมาณสิ้นเดือนเมษายน  และเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปขึ้นภูหลวงได้อีกประมาณเดือนธันวาคม

คำเตือน
       อย่างที่เคยแจ้งไว้ในบันทึกภูหลวงครั้งก่อนว่า ผู้ที่จะคิดเดินทางไปศึกษาธรรมชาติบนภูหลวง จะต้องรู้จักตัวเองว่า มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงพอ และมีจิตใจที่ชื่นชอบการเดินทางแนวกึ่ง ๆ เดินป่า สวมใส่รองเท้าที่รัดกุมและยึดเกาะได้ดี เพราะที่นี่ไม่ใช่สวนดอกไม้เหมือนในเมือง พื้นที่ส่วนใหญ่ที่เดินผ่านจะเป็นผืนป่ามีต้นไม้หลากหลายชนิด  ทุ่งดอกไม้ป่า ดอกกล้วยไม้ที่พบเห็นสวยงามอย่างในภาพถ่าย ก็ไม่ได้พบเห็นได้ทั่วไป ต้องใช้ความมุมานะเดินเท้าเข้าไปในป่า  ดังนั้นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงจึงยังคงมีธรรมชาติที่สมบูรณ์เพราะไม่มีรอยเท้าของนักท่องเที่ยวมาเยือนมากนัก จะมีก็เฉพาะผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติอย่างแท้จริงไปเยือนบ้าง

เปราะภู
เปราะภู

      ทุกเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานนำทางเข้าไปเท่านั้น ทางหน่วย ฯ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปเอง เนื่องจากเส้นทางเดินไม่ได้จัดทำเป็นเส้นทางถาวรมีจุดสังเกตุเด่นชัด สภาพป่าก็คล้าย ๆ กันโอกาสที่จะเดินหลงทางมีสูงมาก

     สุดท้ายขอขอบคุณเจ้าหน้าที่แห่งหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบาทุกคน ที่คอยอำนวยความสะดวกจัดหาอาหาร ที่พัก และนำทางไปชมธรรมชาติที่สวยงามตลอดเวลา 2 วัน 1 คืน ด้วยความทรงจำที่ดีมิรู้ลืม

ติดต่อขออนุญาตเพื่อเข้าไปศึกษาธรรมชาติที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงได้ที่
สำนักงานอนุรักษ์สัตว์ป่า โทร. 0-2561-4835

เรื่องท่องเที่ยวภูหลวงโดย พิศ พังงา
ภูหลวง-แหล่งท่องเที่ยวในฝัน (ตอนที่2)
ภูหลวง-แหล่งท่องเที่ยวในฝัน (ตอนที่1)

 
 

 

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง