ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคใต้
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

เต่ากระอาน

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

พบเต่าใกล้สูญพันธุ์อย่างวิกฤติที่ตะกั่วทุ่ง
เต่ากระอาน (Batagur baska) หนึ่งในเต่าน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของเอเซีย สถานภาพใกล้สูญพันธ์อย่างวิกฤติจากแหล่งน้ำของไทย ภาพถ่ายโดย  WWF- Canon/ ทรงพล ทิพยวงศ์
เต่ากระอาน (Batagur baska) หนึ่งในเต่าน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของเอเซีย สถานภาพใกล้สูญพันธ์อย่างวิกฤติจากแหล่งน้ำของไทย ภาพถ่ายโดย  WWF- Canon/ ทรงพล ทิพยวงศ์
     พังงา: WWF ประเทศไทยรับมอบ "เต่ากระอาน" เต่าน้ำจืด-น้ำกร่อยขนาดใหญ่ ที่คาดว่าสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของประเทศไทยมากว่า 20 ปี จากนายสุวัช ศรีเพชรพูน ชาวบ้านนักอนุรักษ์ ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา หลังจากมีการพบเต่าประหลาดขณะชาวบ้านออกหาปลาบริเวณคลองถ้ำ เพื่อดำเนินการอนุรักษ์ต่อไป เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา 

    "ในประเทศไทย เต่ากระอานถือว่าเป็นเต่าที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างวิกฤติ (Critically Endangered) เช่นเดียวกับในกัมพูชา เวียดนามและมาเลเซีย เราพบเต่าชนิดนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อ 20 ปีก่อนแถวทะเลน้อย จ.พัทลุง ขึ้นมาวางไข่ที่อำเภอเขาชัยสน จ.พัทลุง ปีละกว่า 1000 ตัว เมื่อ 50 ปีก่อนเคยมีการให้สัมปทานเก็บไข่เต่า แต่ปัจจุบันเต่าได้สูญพันธุ์จากบริเวณดังกล่าวแล้ว และหายากมากในภาคใต้ทั้งสองฝั่ง" ดร.ชวลิต วิทยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญสัตว์น้ำจืด WWF ประเทศไทย กล่าวถึงสถานภาพที่น่าเป็นห่วงของเต่าชนิดนี้ 

     เต่ากระอานตัวเมียที่พบมีความยาวแ ละความกว้างของกระดองขนาดใหญ่กว่า 50 ซม. น้ำหนัก 29 กก. คาดว่ากำลังจะขึ้นวางไข่บนชายหาดตามลำคลอง ชาวบ้านจับได้ขณะออกหาปลากลางดึก จึงประสานทีมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง WWF ประเทศไทยให้ดำเนินการอนุรักษ์ต่อไป "ทาง WWF ได้ประสานมอบให้กรมประมง เพื่อนำเต่านี้ไปเก็บรักษาเป็นพ่อแม่พันธุ์ที่สถานีประมงน้ำจืด จ.สตูล  เพื่อทำการเพาะขยายพันธุ์ก่อนที่จะนำลูกพันธุ์ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป และนับเป็นเต่าที่โชคดีที่สุดตัวหนึ่งที่ไม่ถูกนำไปบริโภคหรือจำหน่าย" ดร.ชวลิตกล่าวเสริม 

     เต่ากระอาน (Batagur baska) เป็นเต่าน้ำจืด-น้ำกร่อยขนาดใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในเอเซีย มีรูปร่างกระดองเป็นรูปไข่ ตัวผู้ค่อนข้างเล็กกว่าตัวเมีย ขนาดใหญ่สุดมีความยาวกระดองประมาณ 60 ซม. หนักถึง 30 กก. มีกระดองโค้งนูนและด้านหลังมนมากในตัวเมีย ตีนมีพังพืดกว้าง มีนิ้ว 4 นิ้วที่ตีนหน้า หัวเล็กมีปลายจะงอยปาก และจมูกเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อย ตัวและกระดองมีสีเทาคล้ำอมน้ำตาล ด้านล่างสีจาง แต่ในฤดูผสมพันธุ์เพศผู้จะมีสีดำเข้มและม่านตามีสีขาวสดใส 

    เต่ากระอานกินผลหรือฝักของพรรณไม้ชายเลนและไม้ชายน้ำต่าง ๆ เช่น ลำพู โกงกาง แสมเป็นอาหารหลัก เต่าตัวเล็กจะกินกุ้ง ปู ด้วย เต่าชนิดนี้วางไข่ในช่วงปลายปี ตั้งแต่ พย.-มค. โดยที่ตัวเมียจะย้ายขึ้นไปยังตอนกลางหรือต้นลำคลองเพื่อหาสันดอนทรายหรือหาดที่ไม่มีคนรบกวน เพื่อขุดหลุมลึกประมาณ 30 ซม. วางไข่ประมาณ 2-3 ครั้งๆ ละ ประมาณ 20 ฟอง ในรอบ 6 สัปดาห์ไข่มีขนาดยาวรี ค่อนข้างใหญ่เกือบ 10 ซม. ใช้เวลาฟักเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน 

    ถิ่นอาศัยที่สำคัญของเต่านี้อยู่ในลำคลองและแม่น้ำตอนล่างที่ติดกับปากแม่น้ำ ทีมีน้ำกร่อย และต้องมีสันดอนทรายที่กว้าง รวมถึงร่มเงาของป่าชายน้ำ มีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่บังคลาเทศ พม่า ไทยถึงเกาะสุมาตรา และลุ่มน้ำโขงตอนล่างตั้งแต่กัมพูชา ถึงเวียดนาม แต่ปัจจุบันประชากรลดลงมากจนถึงขึ้นใกล้สูญพันธุ์ในทุกๆ ประเทศที่เคยพบ โดยเฉพาะในประเทศไทยอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างวิกฤติ 

    สาเหตุการสูญพันธุ์ เนื่องจากการสูญเสีย ถิ่นอาศัยตามแหล่งน้ำ ชายหาด และการจับขึ้นมาเป็นอาหารรวมถึงการเก็บไข่ที่มากเกินไป ในอดีตเต่ากระอานเคยมีในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งในปัจจุบันพบเพียงซากโบราณ (ฟอสซิล) จากจ.อยุธยา และ ปทุมธานี 

    "การพบเต่าที่เราคิดว่าสูญพันธุ์ไปจากประเทศครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก  เพราะแสดงให้เห็นว่าสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยทางธรรมชาติบริเวณพื้นที่ป่าต้นน้ำคลอง ถ้ำ ยังมีความอุดมสมบูรณ์ และควรจะมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่ง นับเป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญของ WWF ประเทศไทยในการพัฒนาโครงการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำคลองถ้ำและชนิดพันธุ์สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์หายาก เช่น เต่ากระอาน กบทูด  ต่อไปในอนาคต" ทรงพล ทิพยวงศ์ หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง WWF ประเทศไทยทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่น 

ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
คุณรัฎดา ลาภหนุน 
โทรศัพท์ 02-524-6128-9 ต่อ 114 หรือ 103

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 

 

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง