ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคใต้
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

ANDAMAN…UNSEEN

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

ANDAMAN…..UNSEEN / HAPPY ANDAMAN VACATION  

นายสุขใจ ... เรื่อง และ ภาพ 

 

     เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมได้ใช้วันหยุดพักร้อนประจำปี (ที่ยังเหลืออยู่เยอะเลย) ไปเที่ยวแบบตามใจตัวเอง คืออยากไปไหนก็ไป ถึงไหนถึงกัน และผมก็สรุปกับตัวเองว่า อยากไปดำน้ำดูปะการังตามเกาะต่าง ๆ ที่ผมเคยไปมาแล้วและประทับใจ จึงอยากกลับไปสัมผัสมันอีก ไม่รู้เปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเปล่า แน่นอนครับ !ผมนึกถึงทะเลอันดามัน 

     จุดหมายแรกของผมคือหมู่เกาะตะรุเตา จากกรุงเทพฯ สามารถนั่งเครื่องบิน, รถทัวร์ หรือรถไฟ ไปลงที่ตรัง หรือหาดใหญ่ก็ได้ แล้วต่อรถไป ท่าเรือปากบารา อ.ละงู ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ช.ม.  แต่ทริปนี้ผมนั่งเครื่องบินไปลงที่หาดใหญ่เพราะสะดวก และประหยัดเวลา 

     ผมไปถึงท่าเรือปากบาราตอนสายๆ ก็เห็นทีมงานไกด์ยืนรอรับผมอยู่แล้ว บรรยากาศที่ท่าเรือยังคงขวักไขว่ไปด้วยคนท้องถิ่นที่ต้องโดยสารเรือไปทำงานบ้าง ไปค้าขายบ้าง ส่วนนักท่องเที่ยวก็มีพอประมาณ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พี่ไกด์บอกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันดามัน นักท่องเที่ยวจึงเริ่มทยอยเข้ามาเที่ยวกันแล้ว โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ ท่าเรือจะคึกคักไปด้วยผู้คน  ว่าแล้วผมก็ลงเรือไปร่วมแจมกับคณะนักท่องเที่ยวคณะหนึ่ง เพื่อเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา 

     คำว่า "ตะรุเตา" เพี้ยนมาจากภาษามลายู แปลว่า "มีอ่าวมาก" หมายถึง เกาะนี้ล้อมรอบด้วยอ่าวและ หาดทรายขาวละเอียด โดยเฉพาะอ่าวพันเตมะละกานั้น มีทัศนียภาพสวยงามมาก 

     อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา นับเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดของไทย และได้รับการยกย่องให้เป็น ASEAN Heritage Parks and Reserves ในปีพ.ศ. 2525 ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์แห่งทะเลอันดามันของผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำดูปะการังทั้งน้ำลึก และน้ำตื้น 

     พี่ไกด์ชี้ให้เราดูผาโต๊ะบูว่า เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก อยู่บนผาสูง 60 เมตร ผมจึงเดินขึ้นไปใช้เวลาแค่ 20 นาที ยังไม่ทันเหนื่อยก็ถึงแล้ว ไม่ผิดหวังเลยครับ มองลงมาเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างของอุทยานฯ และคลองพันเตมะละกา สวยเกินคำบรรยายจริง ๆ แล้วคณะก็เดินทางต่อไปที่เกาะไข่ ต่างคนต่างผลัดกันโพสท์ท่าถ่ายรูปคู่กับซุ้มประตูหินธรรมชาติอย่างสนุกสนาน เพราะนี่เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล 

     ตอนเย็นคณะของเราเข้าพักที่เกาะหลีเป๊ะ ที่นี่มีที่พักมากมาย ทั้งห้องพัดลม ห้องแอร์ ชาวเลบนเกาะแห่งนี้มีชื่อเรียกแปลก ๆ ว่า "อุรักลาโว้ย" อาศัยอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว ส่วนใหญ่ทำประมงแบบพื้นบ้าน แต่ในปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก บางคนจึงมาทำงานในบังกะโล รีสอร์ท ร้านอาหาร เพราะมีรายได้ดี โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเทศกาล 

     เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนเตรียมตัวเต็มที่กับการดำน้ำดูปะการัง จุดหมายแรก คือหมู่เกาะดง เป็นหมู่เกาะที่อยู่ห่างออกไปในทะเลอันดามันมากที่สุด เหมาะทั้งดำน้ำแบบ Snorkeling และ Scuba พี่ไกด์คนเก่งของเรา ดำลงไปชี้ปะการังสวย ๆ รวมทั้งดาวขนนกให้พวกเราดู เมื่อก่อนผมเคยเห็นแต่ในรูปบ้าง ในอะแควเรียมบ้าง วันนี้ผมได้เห็นดาวขนนกอย่างเต็มตา ซึ่งจะพบมากที่เกาะแห่งนี้ ส่วนเกาะหินซ้อน นั้นมีลักษณะเด่นคือเป็นหินสี่เหลี่ยมก้อนใหญ่วางซ้อนกัน และรอบ ๆ เกาะยังเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยงามด้วย แล้วพวกเราก็นั่งเรือต่อไปยังเกาะราวี เป็นเกาะใหญ่ที่มีหาดทรายขาวละเอียด เกาะแห่งนี้มีแนวปะการังชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ โดยไม่ต้องออกไปดำน้ำไกลชายฝั่งเลย น้ำใสสะอาดราวกระจกมองเห็นปะการัง และฝูงปลามากมาย 

     วันนี้โชคดีผมได้เห็นเจ้านีโม่ หรือปลาการ์ตูน ตั้งหลายฝูง ทั้งฝูงเล็ก ฝูงใหญ่ มันแหวกว่ายไม่ไปไกลจากดอกไม้ทะเลกอใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่ของมัน ผมเฝ้ามองพวกมันอยู่ห่าง ๆ และสัญญาว่าปีหน้าถ้ามีเวลาผมจะกลับมาเยี่ยมพวกมันอีก จนพี่ไกด์มาบอกให้ขึ้นเรือได้แล้ว เพราะจะพาไปเกาะหินงาม ที่นี่เป็นเกาะที่แปลกคือแทนที่จะเป็นหาดทรายแต่กลับเป็นหาดก้อนหินสีดำ กลมมน เต็มไปหมด ดูแปลกไปอีกแบบ เป็นจุดถ่ายรูปที่พลาดไม่ได้ จากเกาะหินงามไปทางทิศตะวันออกมีเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่ง ชื่อเกาะจาบังเป็นเกาะโดด ไม่มีหาดทราย จุดเด่นของที่นี่คือ กองหินรอบเกาะนี้มีปะการังอ่อนที่มีหลากสีสันสดใส ที่เรียกกันว่า ปะการังเจ็ดสี ซึ่งดำน้ำตื้นดูได้เลย แต่ต้องดูช่วงเวลาของน้ำด้วย เพราะบริเวณนี้น้ำค่อนข้างแรง คงต้องยกนิ้วให้พี่ไกด์ ที่คำนวณเวลาที่เหมาะสม และสภาพอากาศที่เป็นใจให้ผม และคณะได้เห็นปะการังเจ็ดสีสวยสมคำร่ำลือจริง ๆ แถมยังมีปลาสินสมุทร ปลาผีเสื้อมาเวียนว่ายอยู่ข้าง ๆ ผมด้วย  

     หลังจากที่พวกเราดำน้ำกันจนสะใจแล้ว เย็นนี้คณะของเราเข้าพักที่เกาะหลีเป๊ะอีกหนึ่งคืน รุ่งเช้า ผมเดินทางต่อจาก จ.สตูล ไป จ.ตรัง เพราะผมนัดทีมงานให้พาผมไปดำน้ำที่ทะเลตรัง และผมก็ได้เจอกับไกด์ที่มารับ แล้วพาผมไปที่ท่าเรือซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 40 นาที เราเริ่มต้นกันที่ถ้ำมรกต ที่นี่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน Unseen in Thailand ด้วย ไม่รอช้า ! ผมเกาะเสื้อชูชีพของคนข้างหน้า ลอยตัวลอดเข้าถ้ำ ระยะทาง 80 เมตร ภายในถ้ำมืดสนิท แต่ไม่ต้องห่วงเพราะพี่ไกด์ของเรานำหน้า แล้วคอยลากพวกเราลอดถ้ำ โผล่ออกมาเบื้องหลังถ้ำ ระดับน้ำค่อย ๆ ตื้นลง เราเห็นหาดทรายขาวสะอาดเล็ก ๆ อยู่ตรงหน้า โอ้โฮ ! น้ำเป็นสีเขียวใส ๆ ราวมรกตสมชื่อ การเข้าชมถ้ำมรกตในแต่ละวันนั้น ไม่มีเวลากำหนดตายตัว ขึ้นอยู่กับข้างขึ้นข้างแรม แต่ถ้าเรามีไกด์นำเที่ยว เขาจะรู้ว่าช่วงเวลาไหนเหมาะสมที่จะเข้าไปเที่ยว 

     จนได้เวลาก็ค่อย ๆ ลอยตัวออกจากถ้ำ ขึ้นเรือต่อไปยังเกาะกระดาน หลายคนคงเคยได้ยินชื่อมาบ้างแล้วว่าเป็นสถานที่จัดงานวิวาห์ใต้สมุทรอันลือลั่นไปทั่วโลก และมีคู่วิวาห์จากหลายประเทศมาร่วมงานกันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ทำให้ชาวต่างชาติรู้จัก จ.ตรังเป็นอย่างดี เกาะกระดานเป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยที่สุดของตรัง จนทุกคนยกนิ้วให้ มีบรรยากาศเงียบสงบ ช่วงบ่าย เรานั่งเรือต่อไปยังเกาะเชือก เป็นเกาะโดดอยู่กลางทะเล เพื่อดำน้ำดูปะการังอ่อน ทั้งสีแดง สีเหลือง ผู้ที่รักการดำน้ำไม่ควรพลาดเกาะนี้ และคืนนี้ผมเลือกพักโรงแรมในตัวเมืองตรัง เพราะสะดวกโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ทั้งอร่อยและราคาประหยัด คืนนี้ผมจึงอิ่มแปล้ด้วยอาหารพื้นเมืองและซีฟู๊ด 

      วันต่อมา ผมอำลา จ.ตรัง เพื่อไปเที่ยว จ.กระบี่  โดยใช้บริการรถประจำทาง ตรัง - กระบี่ เพียงชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึงแล้ว และต่อรถสองแถวจากกระบี่ไปอ่าวนาง 

     ไฮไลท์ของการท่องทะเลกระบี่วันนี้คือ ทะเลแหวก และเป็น Unseen in Thailand ด้วย ทะเลแหวก อยู่ห่างจากฝั่งอ่าวนางไม่ไกลนัก วันนี้ทะเลสวยมาก และมีประกายระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสงแดด ระหว่างนั่งเรือผมได้ถ่ายรูปเกาะไก่ ซึ่งรูปร่างของเกาะคล้ายหัวไก่สมชื่อ ทะเลแหวก ก็คือสันทรายที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาในช่วงน้ำลด เชื่อมระหว่างเกาะไก่, เกาะทับ จะเห็นเป็นทะเลแหวกอย่างน่าอัศจรรย์  ฝรั่งหลายคนมานอนอาบแดดบนสันทรายกลางทะเลอย่างมีความสุข พวกเราเล่นน้ำบ้าง ดำน้ำบ้างดูฝูงปลาตัวเล็ก ๆ อย่างสนุกสนาน ผมไปเดินเล่นที่หาดพระนาง เป็นหาดที่มีเสน่ห์ โอบล้อมไปด้วยภูเขาหินปูน  บรรยากาศไม่วุ่นวาย นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมานอนอาบแดด พักผ่อน เล่นน้ำที่นี่ และไปดูเขาปีนหน้าผาที่หาดไร่เลย์ วันที่ผมไปเห็นมีนักท่องเที่ยวมารอคิวปีนผาอยู่พอสมควร ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ 

    ก่อนกลับ ยังแวะไปเล่นน้ำที่เกาะปอดะ ซึ่งมีหาดทรายขาวสะอาด จากที่นี่เรามองเห็นชายฝั่งอ่าวนางอย่างชัดเจน เราดำน้ำบริเวณรอบ ๆ เกาะเห็นแนวปะการังเขากวางเต็มไปหมด พี่ไกด์บอกว่า ถัดออกไปหน้าเกาะมีซากเรือจม และเป็นจุดดำน้ำลึกที่นิยมกันมาก ตอนเย็นกลับมาที่พักที่อ่าวนาง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมานั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน บรรยากาศสุดโรแมนติค เผลอแป๊บเดียว  พรุ่งนี้ผมต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้ว เป็นวันหยุดพักร้อนที่ผมรอคอยมาทั้งปี แสนสนุก และคุ้มค่าจริง ๆ และผมอยากเชิญชวนทุกท่าน หาเวลาไปเที่ยวทะเลอันดามันให้ได้นะครับ แล้วจะมีความสุขในการเดินทางเหมือนผม 

ขอขอบคุณ 
พี่อ้วน และ ทีมงานของอินสยาม ทราเวล ที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง และทำให้ทริปนี้สนุกอย่างมีคุณค่า
สนใจแพ็คเกจทัวร์เที่ยวทะเลอันดามัน ติดต่อ 
อินสยาม ทราเวล โทร. 0 6970 8319 , 0 1988 3531
เปิดฟ้า อันดามัน ตะรุเตา อาดัง ราวี

 

 

 

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง