|
สำรวจวัฒนธรรมในเกาะเก่าน่านน้ำนนท์
อรรถพล
... เรื่อง / ภาพ
ออนไลน์วันที่
4 พฤษภาคม 2548
เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี หลายๆ คนเมื่อได้ยินแล้วก็อาจทำหน้างงว่านนทบุรีมีเกาะด้วยเหรอ? แต่ก็มีอีกหลายคนที่รู้จักเกาะนี้เป็นอย่างดี
เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ
มากนัก ทุกๆ
วันจึงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย
และชาวต่างชาติมาเที่ยวเกาะแห่งนี้ไม่ขาดสาย
เกาะนี้ไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาติ
แต่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์
โดยในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระทรงให้ขุดคลองขนาด 6 วา ตัดพื้นที่รูปเกือกม้า เพื่อร่นระยะทางเดินเรือที่ต้องอ้อมพื้นที่แห่งนี้หลายกิโล คลองนี้มีชื่อว่า "คลองลัดเกร็ดน้อย"
แต่เมื่อเวลาผ่านไปกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางกัดเซาะให้คลองแห่งนี้กว้าง
และลึกขึ้นจนพื้นที่ของเกาะเกร็ดมีสภาพกลายเป็นเกาะ
และในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
จึงโปรดให้ชาวมอญที่เข้ารีตมาตั้งถิ่นฐานที่นี่
เกาะเกร็ดแห่งนี้จึงมีวัด
และวัฒนธรรมต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญเสียส่วนใหญ่ และในสมัยรัชกาลที่ 2
ได้ถูกยกฐานะเป็นตำบลเกาะเกร็ด จนถึงปัจจุบัน
บนพื้นที่หลายตารางกิโลเมตรของเกราะเกร็ด
มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวัดเก่าแก่ที่มีอยู่หลายวัด วิถีชีวิตการเป็นอยู่ของชาวเกาะเกร็ด ล้วนเป็นที่น่าศึกษาเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง ผมเองเคยเดินทางมาเที่ยวเกาะเกร็ดแห่งนี้หลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยเที่ยวรอบเกาะสักครั้ง
ครั้งนี้ผมจึงตั้งใจว่าจะเที่ยวรอบเกาะเกร็ดให้ได้...
ผมพร้อมกับเพื่อนอีกคนเดินทางมาปากเกร็ด
ลงรถที่ปากซอยเข้าวัดสนามเหนือแล้วขึ้นรถ 3
ล้อถีบ
อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนนท์
มาลงที่วัดสนามเหนือ
แล้วต่อเรือข้ามฟากข้ามมายังท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาส วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อวัดปากอ่าว หลังจากเสียกรุงครั้งที่ 2 ก็กลายเป็นวัดร้าง เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินให้ชาวมอญมาตั้งถิ่นฐาน ณ ที่แห่งนี้ พระสุเมธาจารย์ ( เถ้า ) พระเถระผู้ใหญ่ฝ่ายรามัญ ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาจึงได้สร้างขึ้นใหม่
ต่อมาในสมัยรัชการที่ 5 จึงโปรดเกล้าให้บูรณะวัดแห่งนี้และพระราชทานนามใหม่ว่า"วัดปรมัยยิกาวาส" เราเดินชมและถ่ายรูปรอบๆวัด
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมแบบรามัญ
ผมและเพื่อนเข้าไปนมัสการพระประธานภายในพระอุโบสถ
เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก่อนจะตะลุยรอบเกาะเกร็ด
จากนั้นจึงออกมานมัสการพระมหารามัญเจดีย์ด้านหลังพระอุโบสถ ภายในพระมหารามัญเจดีย์องค์นี้ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่รัชกาลที่ 5
ได้รับจากอุปราชชาวอินเดีย ซึ่งเจดีย์องค์นี้ได้จำลองแบบมาจากพระธาตุเจดีย์มุเตาองค์เดิมที่ตั้งอยู่ริมน้ำหน้าวัด....
จากนั้นผม
และเพื่อนจึงเดินตรงไปยังวิหารพระพุทธไสยาสน์ที่ตั้งอยู่ด้านหลัง เข้าไปนมัสกาสพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นโดย พระสุเมธาจารย์ ( เถ้า ) เจ้าอาวาสองค์แรก จากนั้นเราก็เดินไปยังพิพิธภัณฑ์ ร.5 ซึ่งอยู่ด้านขวาของโบสถ์ เป็นตึกเก่าสถาปัตยกรรมรามัญ 2 ชั้น ชั้นล่าง
จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาและขั้นตอนการทำเครื่องปั้นดินเผา ส่วนชั้นบนเป็นที่เก็บรักษาของเก่า ไม่ว่าจะเป็นพระไตรปิฏกภาษารามัญ, ตู้พระไตรปิฏก, เครื่องสังเค็ต
เครื่องแก้ว เครื่องถ้วยชาม พระพุทธรูป และอื่นๆ
ที่เป็นของเก่าหายาก
และควรค่าแก่การรักษาอีกมากมาย....
เราออกจากพิพิธภัณฑ์ แวะหาซื้อของกินที่มีขายอยู่มากมายบริเวณหน้าวัด มีตั้งแต่ ขนมทานเล่นไปจนถึงข้าวขาหมู
แต่ที่ดูจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดก็คือ
กาแฟโบราณใส่โอ่งดินเผา
และทอดมันหน่อกะลา ผม
และเพื่อน
ก็ช่วยอุดหนุนทอดมันหน่อกะลามาคนละถุง
ก่อนขออนุญาตแม่ค้าถ่ายรูป จากนั้นผมมาหยุดแวะถ่ายภาพพระธาตุเจดีย์มุเตาองค์เดิมที่ตั้งอยู่ริมน้ำหน้าวัด ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ด เป็นเจดีย์ทรงรามัญ
โดยชาวมอญสมัยแรกๆ
ที่มาตั้งถิ่นฐานที่เกาะแห่งนี้ร่วมกันสร้างขึ้น
ตัวเจดีย์มีลักษณะเอียง
เนื่องจากโดนกระแสน้ำพัดตลิ่งพังจนเจดีย์ทรุดเอียง
จากนั้นผม
และเพื่อนก็เดินไปตามถนนซีเมนต์แคบๆ ซึ่งเป็นเส้นทางรอบเกาะเกร็ด ริมทางเดินทั้งสองข้างเป็นบ้านเรือนที่ยังคงความเก่าแก่สวยงามตามสถาปัตยกรรมแบบเดิม
บางบ้านก็เปิดเป็นร้านขายของที่ระลึก
บางบ้านก็เปิดเป็นร้านขายอาหาร พ่อค้าแม่ค้ายิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเป็นมิตร ไม่นานก็มาถึงท่าน้ำวัดไผ่ล้อม
เราแวะทานก๋วยเตี๋ยวแถวท่าน้ำกันคนละชามสองชาม เมื่อท้องอิ่มดีพอที่จะมีแรงเดินเที่ยวต่อ
ผม
และเพื่อนจึงแวะเข้าไปชมวัดไผ่ล้อม
วัดแห่งนี้มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โบสถ์ของวัดมีความงดงามมาก ด้านหลังโบสถ์มีเจดีย์ทรงรามัญสีทองอร่ามสวยงาม
เมื่อเก็บภาพจนเป็นที่พอใจแล้ว
ผม
และเพื่อนจึงกลับออกมาเดินไปตามถนนเส้นเดิมจนมาถึง
วัดเสาธงทอง ที่นี่เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดของเกาะเกร็ด
ภายในวัดมีต้นยางอายุกว่าร้อยปีสูงตระหง่านอยู่หน้าโบสถ์ มีเจดีย์เก่าแก่รูปทรงศิลปะสมัยอยุธยา อายุหลายร้อยปี ตั้งเรียงรายอยู่รอบโบสถ์
จากนั้นจึงเดินออกมาเช่าจักรยานที่มีบริการอยู่หน้าวัดในราคาคันละ 40 บาท เพราะเส้นทางจากนี้ไปอีกประมาณ 4
กิโลเมตร จึงจะรอบเกาะ ยิ่งพวกผมแวะถ่ายรูปอยู่เรื่อยๆ ด้วยแล้ว ถ้าใช้วิธีการเดินเวลาคงไม่พอแน่.... เราปั่นจักรยานไปตามทางซีเมนต์ยกระดับรอบเกาะ
บางครั้งก็เลี้ยวรถเข้าไปตามซอกซอยต่างๆ ชมภูมิทัศน์ของเกาะ
วิถีชาวบ้าน
และถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย
สภาพพื้นที่กลางและท้ายเกาะส่วนใหญ่จะเป็นเรือกสวนไร่นาและพื้นที่ชุ่มน้ำ มีบ้านตั้งอยู่ห่างๆ กัน
เราแวะคุยกับป้าคนหนึ่ง
ซึ่งเกิดและโตที่นี่ เล่าให้ฟังถึงความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ท้ายเกาะแห่งนี้ ที่ในปัจจุบันคนรุ่นลูกรุ่นหลานแกต่างก็พากันทิ้งถิ่นฐาน ทิ้งมรดกที่ตกทอดจากพ่อแม่เข้าไปอยู่ในเมืองกันหมด เพราะพื้นที่ท้ายเกาะนี้ทำได้แต่เรือกสวนไร่นา และการคมนาคมก็ลำบากรถยนต์ไม่สามารถเข้าได้
ทุกวันนี้คนท้ายเกาะส่วนใหญ่จึงเหลือแต่คนเฒ่าคนแก่
และเด็กเป็นส่วนใหญ่ เราคุยกับป้าแกอยู่พักใหญ่ จึงลาป้าแกแล้วปั่นจักรยานไปตามทางของเราต่อไป
ไม่นานก็มาถึง วัดศาลากุน
ซึ่งเป็นวัดไทยที่สมบูรณ์เพียงแห่งเดียวบนเกาะ เดิมเชื่อว่าวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ท่าน้ำ
แต่เมื่อกระแสน้ำเปลี่ยนทิศจึงเกิดตะกอนดินทับถมทำให้วัดแห่งนี้อยู่ห่างแม่น้ำออกไป จากนั้นเราจึงปั่นจักรยานต่อไปยังสวนเกร็ดพุทธ ซึ่งอดีตเป็นสวนร้าง จนคุณสุมาลี แสงคำคม ได้มาพัฒนาจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเกาะเกร็ดอีกแห่ง
สวนเกร็ดพุทธแห่งนี้มีพรรณไม้ร่มรื่น
และเรือนมุงจากที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรม
และภูมิปัญญาไทย เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อน
ศึกษาศิลปวัฒนธรรม
และปฏิบัติธรรมสงบจิตใจ ที่แห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
หลังจากเลือกซื้อหาของที่ระลึก
และนั่งพักจนหายเหนื่อย ผม
และเพื่อนจึงออกจากสวนเกร็ดพุทธ ปั่นจักรยานผ่านบ้านเรือนที่เริ่มหนาแน่นขึ้น
บางช่วงถนนซีเมนต์ถูกบีบเป็นทางแคบๆ จนบางครั้งเราต้องคอยหลบมอเตอร์ไซค์ที่ขับสวนทางมา เมื่อมาถึงท่าเรือวัดกลางเกร็ด
จึงเลี้ยวซ้ายไปตามทางเลียบคลองลัดเกร็ดจนมาถึงวัดป่าเลไลยก์
และ วัดฉิมพลี วัดป่าเลไลยก์นั้นเป็นวัดร้าง ปัจจุบันคงเหลือ แต่โบสถ์และเจดีย์ ที่มี่สภาพทรุดโทรมหญ้าขึ้นปกคลุมจนรก อดีตวัดนี้เคยมีพระจำพรรษาอยู่แต่ต่อมาถูกยุบไปรวมกับวัดฉิมพลี วัดแห่งนี้จึงถูกทิ้งร้างจนถึงปัจจุบัน
ส่วนวัดฉิมพลีที่อยู่ติดกันเป็นวัดสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง
ตัวโบสถ์ของวัดถือได้ว่า
สวยงามตามแบบศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยามากอีกแห่งหนึ่ง
มีฐานโบสถ์โค้งแบบเรือสำเภา แต่ปัจจุบันตัวโบสถ์มีสภาพทรุดโทรมมาก หากไม่มีการบูรณะ ต่อไปก็คงไม่ต่างกับวัดป่าเลไลยก์ เราปั่นจักรยานไปตามทางเล็กๆ
ที่พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยว ต่างฝ่ายต่างก็ต้องคอยหลบกันจ้าละหวั่น
จนมาถึงกลุ่มหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา
เราเลี้ยวรถเข้าไปชมกรรมวิธีขั้นตอนการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบต่างๆ ตั้งแต่การผสมดิน นวดดิน การขึ้นรูป ตบแต่ง แกะสลักลวดลาย แต่เสียดายที่ไม่ได้ชมขั้นตอนการเผา เพราะเขาเผากันกลางคืน หลังจากเก็บภาพกันเยอะพอควรแล้ว ผมและเพื่อนก็ปั่นจักรยานออกมา เลี้ยวซ้ายไปตามถนนเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าวัดปรมัยยิกาวาส ผมและเพื่อนหยุดพักดื่มน้ำทานขนมพอให้หายเหนื่อยและเมื่อยล้า
จากนั้นจึงปั่นจักรยานกลับไปคืนที่วัดเสาธงทอง แล้วเดินเรื่อยเปื่อยชมวิถีชีวิตชาวเกาะเกร็ดในยามเย็นกลับมาขึ้นเรือข้ามฟากที่หน้าวัดปรมัยยิกาวาส เดินทางกลับบ้านพักผ่อนหลังจากเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน...
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: สำรวจวัฒนธรรมในเกาะเก่าน่านน้ำนนท์
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 131
Re: สำรวจวัฒนธรรมในเกาะเก่าน่านน้ำนนท์
**********
การลดความอ้วนอย่างไม่ถูกวิธีเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
และมีผลข้างเคียง
อยากได้วิธีการ ดีๆๆ คลิกมาคุยกันเราจะแบ่งปันข้อมูลให้
เราใช้วิธีการนี้ได้ผลมาแล้ว ไม่ต้องอดอาหาร แถมได้
สุขภาพที่ดีด้วย http://www.yep.it/?1714uk
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์