ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคกลาง
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 2

Sanook.com - Travel & Leisure
หน้าแรกท่องเที่ยว > บริการสบาย > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 2

บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 2 

โดย  :   ทิดเฉื่อย
ออนไลน์ วันที่ 24 มกราคม 2548


จุดกางเต้นท์ ริมเขื่อนแก่งกระจาน

สภาพอากาศยามเช้า ริมเขื่อนแก่งกระจาน นั้นหนาวเย็นพอสมควร ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากออกจากถุงนอนเลย ผมกางเต้นท์ผิดที่ซะแล้ว... มันอยู่ไกลห้องน้ำ ถ้าไปเข้าห้องน้ำก็ต้องกลับมาเก็บเต้นท์อีกรอบ        ผมจึงเก็บเต้นท์ แล้วออกไปเข้าห้องน้ำที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเลย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา 


วิวทะเลหมอกที่"พะเนินทุ่ง"

วันนี้เจ้าหน้าที่บอกว่านักท่องเที่ยวเยอะมากจนที่พักบนยอดพะเนินทุ่ง และบ้านกร่าง นั้นเต็มหมด แต่ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นไปวันนี้หรอก เอาไว้วันหลัง พร้อมกว่านี้ ผมคงได้ไปกางเต้นท์นอนบนนั้นแน่นอน......... 

"แก่งกระจาน" มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายโดยเฉพาะ "พะเนินทุ่ง" ซึ่งเป็นยอดที่สูงที่สุดประมาณ 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเล การขึ้นไปพักแรมบนยอดพะเนินทุ่งนั้นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ สามารถนำรถยนต์ขึ้นไปได้ แต่การเดินทางนั้นค่อนข้างลำบาก จึงต้องขึ้นและลงเป็นเวลา และด้วยความสวยงามของธรรมชาติ จึงเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวกันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีก คือการดูผีเสื้อที่บ้านกร่าง ชมน้ำตกที่สวยงาม เช่น น้ำตกทอทิพย์ ซึ่งอยู่ห่างจากพะเนินทุ่งไป 5 กิโลเมตร เที่ยวถ้ำต่างๆ อยู่ตรงบริเวณเทือกเขาสามร้อยยอด ฯลฯ 

อากาศเย็นๆ หมอกเล็กน้อยตอนเช้า การขี่มอเตอร์ไซค์กินลมมันช่างสดชื่นเหลือเชื่อ ผู้คนที่เดินจับจ่ายซื้อของอยู่ที่ตลาดเช้าแถวๆ อ.แก่งกระจาน เป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งสำหรับผม ตลาดเช้าที่นี่เขามีข้าวสารขายกันเป็นกิโล มีการโฆษณาขายพวกยาสมุนไพร(รักษาได้สารพัดโรค) ไม่รู้ว่าพวกราคาคุยหรือเปล่า ผมแวะเดินชมตลาดอยู่สักพักจึงเดินทางต่อ  โดยมุ่งสู่ อ.ท่ายาง มาบรรจบกับถนนเพชรเกษม ผมต้องกลับรถก่อนจะเลี้ยวซ้ายตามทางสู่หาด ปึกเตียน ซึ่งคิดว่าเป็นชายทะเลที่ใกล้สุดแล้ว ระยะทางประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร ถนนเส้นเล็กที่ไม่ค่อยจะมีรถยนต์สัญจรมากนัก ก่อนถึงชายหาดก็จะต้องผ่านทางรถไฟ จากนั้นจึงเป็นทางลงสู่หาดซึ่งเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทหลายรีสอร์ท ทั้งที่ยังเปิดบริการอยู่และเลิกกิจการไปแล้ว


หาดปีกเตียน

ชายหาด ปึกเตียน นั้นไม่สู่จะมีคนพลุกพล่านนัก เหมาะสำหรับครอบครัวที่มาพักผ่อน หรือทำอาหารทานกัน  ถึงตรงนี้ผม ได้บรรลุจุดมุ่งหมายในการเดินทางครั้งนี้แล้ว  คือการ"ขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจคันนี้มาถึงชายทะเลแล้ว" 


ทิดเฉื่อยกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจ

ผมใช้เวลาถ่ายภาพและเดินเที่ยวอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็เดินทางต่อ ไปตามเส้นทางเลียบชายหาด ผ่านหมู่บ้านชาวประมงหลายหมู่บ้าน และที่"หมู่บ้านกุฬา" ซึ่งอยู่ระหว่างหาดปักเตียน และหาดเจ้าสำราญ


หมู่บ้านกุฬา

 ด้วยความสงสัยจึงได้ถามพี่คนหนึ่งว่า "วันที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ นั้น ที่นี่เป็นยังไงบ้าง?" เขาก็บอกว่าไม่มีผลกระทบอะไร คลื่นลมเป็นปกติและพวกเขาก็ออกหาปลากันตามปกติ แต่ต้องดูคลื่นลมบ่อยๆ ก่อนออกทะเล 

เรือประมงที่ชาวบ้านใช้ เป็นเรือขนาดเล็ก ที่ใช้อวนออกหาปลา กุ้ง หอย เรียกว่าทุกอย่างที่หาได้ หลังจากได้ปลามาแล้วเขาก็จะมาปลดปลา แล้วอีกไม่นานก็จะออกไปอีกรอบ


หมู่บ้านกุฬา

ตลอดเส้นทางเลียบชายฝั่งจะมีหมู่บ้านชาวประมงอยู่เรียงราย จากหาดสู่ถนน ผ่านคลองเล็กซึ่งพวกเขาใช้ในการพักอาศัยและทำของทะเลสดส่งขาย วิถีชีวิตที่ขึ้นกับคลื่น ลม และความไม่แน่นอนของทะเล ทำให้พวกเขาดูเร่งรีบ และง่วนอยู่กับการทำงานไม่สนใจผมที่เป็นคนแปลกหน้าซักเท่าไหร่นัก


ที่พัก และเก็บอวนของชาวประมง

จากหาดปึกเตียนถึงหาดเจ้าสำราญนั้นระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร หาดเจ้าสำราญ ตั้งอยู่ห่างจากตลาดเมืองเพชรบุรี ประมาณ 15  กิโลเมตร เป็นชายหาด ที่เคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ มาแต่สมัยโบราณ 


เรือประมงที่จอดรอ การออกสู่ทะเลอีกครั้ง

มีประวัติเล่ากันมาว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยเสด็จมาที่นี่ พร้อมด้วยสมเด็จ พระเอกาทศรถ ทรงพอพระราชหฤทัย ในความงาม ของหาดนี้มาก ทรงประทับแรม อยู่หลายวัน จน ชาวบ้าน เรียกหาดนี้ว่า หาดเจ้าสำราญ มากจนปัจจุบันนี้   ต้องการหาที่พักในหาดเจ้าสำราญ  คลิ๊กที่นี่  


หาดเจ้าสำราญ


วัดต้นสน อ.บ้านแหลม

จากหาดเจ้าสำราญ เส้นทางที่มุ่งสู่ อ.บ้านแหลมนั้นสองข้างทางเต็มไปด้วยนาเกลือ ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนแถวนี้  ถนนสายนี้ทอดยาวไปถึง  ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม  ผ่าน วัดต้นสน  อ.บ้านแหลม 


ชุมชนริมแม่น้ำ อ.บ้านแหลม


ร้านอาหารทะเลที่"แหลมเหลว"

 ออกจากวัดต้นสนไปพักก็จะถึง แหลมเหลว ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวประมงเช่นกัน  แต่ที่น่าสนในคือที่นี่เป็นแหล่งรวมร้านอาหารริมทะเลที่น่านั่งเป็นอย่างยิ่งด้วยวิว  ของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ชายทะเล  สะพานที่ทอดยาวออกไปสู่ทะเลเป็นที่ตั้งของร้าน  นั่งทานอาหารไปชมวิวไป ก็ได้บรรยากาศดีไม่น้อย  


บรรยากาศดีๆ ที่หมู่บ้านชายทะเล


แวะคุยกับลิงซะหน่อย

ถึงบ้านบางตะบูน ซึ่งมีกลุ่มจ๋อ (เจ้าถิ่น) รออาหารจากนักท่องเที่ยวอยู่         จากนั้นข้ามสะพานแม่น้ำบางตะบูน  เห็นวิวปากแม่น้ำบางตะบูนกว้างไกลสุดสายตา  และเป็นที่ตั้งของวัด ปากลัด ซึ่งผมใช้เป็นจุดแวะพัก จุดสุดท้ายก่อนจะกลับกรุงเทพ  บริเวณหน้าวัดนั้นสามารถมองเห็นแม่น้ำบางตะบูนได้  มีศาลาไว้นั่งชมวิวด้วย


ปากแม่น้ำบางตะบูน

ระยะทางอีก 12 กิโลเมตร จากวัดปากลัด ถึงถนนพระราม 2 ผมใช้เส้นทางนี้มุ่งสู่กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ  

" ทิดเฉี่อย "

อ่านเรื่อง บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 1 คลิกที่นี่

 

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 2

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 176

  1. Re: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 2

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้