|
หน้าแรกท่องเที่ยว
> บริการสบาย
> เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน
> บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี
ตอนที่ 1
บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี
ตอนที่ 1
โดย
ทิดเฉี่อย
ออนไลน์วันที่ 18 มกราคม2548
|

ถึงจังหวัดราชบุรี
|
เหมือนคำที่เขาบอกว่า "วันว่างมักจะไม่ว่าง" ในช่วงวันหยุดยาว 4 วัน ในช่วงปีใหม่
ที่ผ่านมานี้
ผมไม่คิดจะไปไหนหรอก อยากจะอยู่บ้านพักผ่อนให้สบาย เพราะรู้ว่าไปที่ไหนคนก็ต้องเยอะ นักท่องเที่ยวจะแห่กันไปเที่ยวกันในช่วงนี้ ซึ่งวันแรกและวันสุดท้ายนั้นการจราจรจะยิ่งหนาแน่น แต่แล้วด้วยความที่ชีพจรมันลงเท้าก็อดรนทนไม่ได้ ในตอนเช้าของวันที่ 1 มกราคม
ผมตัดสินใจเก็บของใส่กระเป๋า
เต้นท์ และถุงนอน
ซึ่งก็มีขนาดไม่ใหญ่มาก มัดติดกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจ
และขับออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี |
ในความคิดของผมตอนนั้น
อยากให้เจ้ามอเตอร์ไซค์คันเก่งได้ไปสัมผัสกับทะเลสักครั้ง แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะโดดเดี่ยว แต่ก็อยากจะทำมัน เพราะครั้งหนึ่งผมไปติดใจการเช่ามอเตอร์ไซค์เที่ยวชมเมือง ที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่อิสระดี เรารับบรรยากาศได้เต็มอิ่มกว่าไปนั่งรถยนต์ตั้งเยอะแยะ แล้วก็คิดอยู่ในใจตลอดมาว่า วันหนึ่งจะพาเจ้า สแมช จูเนียร์คันนี้แหละ ไปเที่ยวบ้าง
|
 D:\610\Img_0019.jpg
เขาย้อย
|
ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงเพชรบุรี
ประมาณ 115 กิโลเมตร ผมใช้ถนนบรมราชินี เลี้ยวขวามุ่งสู่นครชัยศรี
นครปฐม
และใช้ถนนเพชรเกษม
มุ่งสู่ราชบุรี และเพชรบุรี
ถึงเขาย้อยประมาณ 3
โมงเย็น
เป็นจุดแรกที่ผมแวะพัก
และได้ขึ้นไปนมัสการพระนอนในถ้ำเขาย้อย |
 D:\610\Img_0009.jpg
พระนอนภายในถ้ำเขาย้อย
|
ในถ้ำเขาย้อยนั้นมีสองส่วนด้วยกัน
ด้านหน้าจะเป็นพระนอนขนาดใหญ่
เป็นที่ศรัทธาของบุคคลทั่วไป
ส่วนด้านหลังนั้น
มีรอยพระพุทธบาท
ครอบด้วยมณฑปเล็กๆ
ภายในถ้ำ
และด้านหลังยังมีโถงถ้ำอีก
1 ถ้ำ
เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป
และ
รูปปั้นของพระเจ้าอู่ทอง
ระหว่างโถงถ้ำแรกและโถงถ้ำที่
2 นั้นมีบันไดเล็กๆ
ประมาณสัก 6-7 ขั้น
นำขึ้นไปสู่ปล่องเขาทะลุถึงด้านบน
 D:\610\Img_0007.jpg
ด้านหน้าถ้าเขาย้อย |
 D:\610\Img_0013.jpg
รอยพระพุทธบาท |
 D:\610\Img_0016.jpg
โถงถ้ำที่ 2 |
 D:\610\Img_0017.jpg
รูปปั้นพระเจ้าอู่ทอง |
ก็มีแต่ลิงเท่านั้นแหละครับที่สามรถขึ้นได้
มีระฆังใบใหญ่แขวนอยู่
ผมนึกสนุกก็เลยไปตีระฆังดู
เสียงมันดังก้องดี
และสักอึดใจก็มีเศษใบไม้ร่วงพรูลงมาบนตัวผม
ซึ่งตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร
คิดว่าอาจจะเป็นเพราะเสียงของระฆังกระมังที่ทำให้ใบไม้
และเศษฝุ่นที่เกาะอยู่นั้นร่วงลงมา
แต่พอตีระฆังครบแล้วผมจึงเงยหน้าขึ้นมอง
ก็เลยพบต้นตอของใบไม้ที่หล่นลงมา
ก็เจ้าจ๋อเจ้าของที่นั่นเองที่มานั่งหน้าสลอนอยู่
4-5 ตัว
มันพากันนั่งมองผมอยู่อย่างนั้น
คงจะได้ยินเสียงระฆังแล้วก็วิ่งมาโปรยใบไม้แกล้งกันนั่นเอง
แหม..ไอ้เราก็นึกว่าปาฏิหารย์ของถ้ำเขาย้อยซะอีก
.....
หมดเวลาอยู่คุยกับลิงแล้วครับผมต้องเดินทางต่อ
แล้ววันหน้าคงจะได้กลับมาพบกันใหม่
ผมจึงบึ่งออกจากเขาย้อย ถึงจังหวัดเพชรบุรีประมาณ 4 โมงเย็น วันนี้ผมมีเต้นท์ ถุงนอน ของใช้ต่างๆ เช่น มีด หม้อสนาม ปลาทอดที่ซื้อมาจากร้านขายอาหารแถวๆ พุทธมลฑล
ขาดก็แต่ที่นอนเท่านั้น
แหละ
ตอนนี้ก็ใกล้มืดแล้ว
ถ้ากางแผนที่ดูตอนนี้
ที่พักที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ที่
"อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน" ซึ่งจะมีทีให้กางเต้นท์ได้
จากเพชรบุรีมุ่งสู่ อ.ท่ายาง ผ่านอำเภอท่ายาง
ถึงสี่แยกเขื่อนเพชร ระยะทางราว 20 กิโลเมตร แยกขวาเข้าไปตามเส้นทางเขื่อนเพชร ตามทางลาดยางลึกเข้าไปอีกประมาณ 38 กิโลเมตร ผ่านบ้านซ่อง ผ่านเข้าสูเขื่อนดินแก่งกระจาน
ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยต้นตาล เรียงรายอยู่ในนาข้าว แสงตะวันยามบ่ายแก่ๆ ทอดยาว
เห็นเงาต้นตาลประทับบนริ้วใบข้าวที่ปลิวไสวอยู๋ในท้องนาเขียวชอุ่ม และเจ้าต้นตาลนี่เองเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองเพชรบุรี
ในหลายๆ อย่าง เช่น งานศิลปะปูปั้นเลื่องชื่อ
ขนมหม้อแกงเมืองเพชร ฯลฯ
ผมแวะซื้อข้าวสารจากร้านขายของชำร้านหนึ่ง
เพชรบุรีเป็นที่หนึ่งของเรื่องมือปืน เขาบอกว่าคนเพชรบุรีดุ สำเนียงพูดก็มีเอกลักษณ์ น้ำเสียงจริงใจ
แต่ทำไมคนเพชรบุรีถึงได้ทำขนมหวานเก่ง แถมงานศิลปะปูนปั้นก็เป็นที่หนึ่งอีกด้วย
นับเป็นเมืองที่มีความหลากหลายมากทีเดียว ชายทะเลฝั่งตะวันออก ป่าเขาฝั่งตะวันตก นับเป็นเมืองที่มีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวอยู่มากจริงๆ
คุยกับแม่ค้าจนเพลิน จึงรีบเดินทางต่อ ตะวันคล้อยต่ำลงมามากแล้ว ยิ่งใกล้เวลาเย็นอากาศก็เริมเย็นตาม
| ผ่านหน้าวัดแก่งกระจาน
ซึ่งตอนนั้นกำลังซ่อมถนนอยู่พอดี ผมจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ชั่วอึดใจก็มาถึงทางเข้าอุทยานฯ
แต่มีทางขึ้นสันเขื่อนอยู่ด้านหน้า
ผมจึงมุ่งตรงไปยังสันเขื่อนดินนั้นก่อน เพื่อถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก
บนสันเขื่อนนั้นมีรถของนักท่องเที่ยวหลายคันจอดถ่ายภาพกันอยู่ก่อนแล้ว
บรรยากาศดีมากๆ ครับ มองไปด้านล่างเห็นเรือตกปลาลอยลำกันอยู่ น่าอิจฉาจริงๆ
เสียดายที่เรามาคราวนี้ไม่ได้ลงเรือหรอก ที่มุมหนึ่งของแหลมที่ยื่นออกไป เป็นท่าเรือรับจ้างที่คอยให้บริการอยู่ ค่าเรือประมาณ
400 - 600 บาท แล้วแต่ขนาดเรือ แต่วันนี้ผมคงไม่ได้ลงเรือหรอกครับ เพราะว่ามาคนเดียว สู้ค่าเรือไม่ไหว เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่มมากกว่า หรือไม่ก็ต้องหาคนหารเฉลี่ย |
 D:\610\sc00802.jpg |
 D:\610\Img_0029.jpg |
 D:\610\Img_0033.jpg |
 D:\610\Img_0025.jpg |
 D:\610\Img_0063.jpg |
ไปถึงที่ทำการศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งคราคร่ำไปด้วยเต้นท์ และเต้นท์ ของนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนกันในช่วงปีใหม่
หลังจากจ่ายค่าธรรมเนียมในการการงเต้นท์ คืนละ 30 บาทแล้ว
ผมวนหาที่กางเต้นท์อยู่หลายรอบ จึงได้ที่เหมาะ เป็นจุดที่ยื่นออกไปสู่ทะเลสาบ
ถึงแม้ว่าจะชื้นแฉะไปสักหน่อยก็ยังดีกว่า เพราะพื้นที่ด้านบนนั้นจะแออัดมาก และเสียงรบกวนก็มากพอสมควรด้วย จอดรถได้ผมก็ลงมือกางเต้นท์
และหาฟืนแถวๆ นั้น............หุงข้าวด้วยหม้อสนาม
และกินข้าวกับปลาเค็มที่ซื้อมาตอนแวะกินข้าวกลางวัน
และก็ได้พี่ๆจากเต้นท์ข้างๆ
นั่นแหละเป็นเพื่อน ............ |
เรื่องราวการเดินทางของผมยังมีต่อ
ซึ่งจุดหมายของผมคือการไปให้ถึงชายหาดใดหาดหนึ่งแล้วขี่รถเลียบหาดนั้น
เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
คอยติดตามอ่านกันได้ในเรื่องเที่ยวจากทางบ้าน
กันต่อไปครับ......
"
ทิดเฉี่อย "
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 1
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 122
Re: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 1
Re: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 1
Re: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 1
Re: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 1
Re: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 1
Re: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 1
Re: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 1
Re: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 1
Re: บินเดี่ยวเที่ยวเพชรบุรี ตอนที่ 1
เรา
เอง
หนอ
..มา เที่ยว กัน ด้าย น๊า
โย่ว ๆ ^^//
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์