| |
|
|
 เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน |
www.sabuy.com > นุ บางบ่อ ท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
|
เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
"
Legolas "...เรื่อง
/ ภาพ
แมกไม้เขียวสด
ดอยหัวหมดชื่นชู
ทีลอซูงามล้ำ
ตระหง่านง้ำลอยฟ้า
ล่องธาราแพไผ่
ชายแดนไทยอุ้มผาง
 เส้นทางคดเคี้ยว 1,219 โค้ง สู่อำเภอที่แสนไกล |
นี่คือคำขวัญของอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ที่สุดแห่งความงามที่สุดของน้ำตกในเมืองไทยไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้
ทีลอซู
(น้ำตกดำในภาษากระเหรี่ยง ที แปลว่าน้ำ ลอ แปลว่าตก ซู แปลว่าดำ)
ทีลอซูเป็นน้ำตกที่สวยติดหนึ่งใน 7 ของโลก เป็นน้ำตกหินปูนไหลมาจากห้วยกล้อท้อของประเทศพม่า
ทีลอซูเป็นน้ำตกอยู่ในเขต
อำเภออุ้มผาง
ของจังหวัดตาก การเดินทางต้องผ่านถนนสายแม่สอด-อุ้มผางที่มีโค้ง 1219 โค้ง ตามทางหลวงหมายเลข 1090 เป็นระยะทางประมาณ 165 กิโลเมตร |
 เตรียมตัวล่องแก่งสู่ผาเลือด ) |
ตลอดสองข้างทางที่เราขับรถผ่านจะเต็มไปด้วยขุนเขาและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งหมู่บ้านกระเหรี่ยงที่มีมากมายหลายหมู่บ้าน ผมออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ราวๆ
แปดโมงเช้าแวะทานอาหาร
และซื้อสะเบียงที่จุดพักรถของหมู่บ้านมูเซอ ที่นี่มีพืชผลมากมายให้เลือกซื้อที่สำคัญราคาถูกมากๆ
อาทิ ยอดมะระหวาน
ในกรุงเทพฯกำละกว่า 20 บาทแต่ที่นี่กิโลละ 5 บาทเอง
(ประมาณ 3 กำ) ของอื่นๆ ก็ราคาไม่แพงครับ |
 การล่องเรือยางในอำเภออุ้มผาง |
 เต้นท์พักหลากสีสรรค์ |
หลังจากซื้อสะเบียงเรียบร้อยก็ราวๆ บ่าย2 กว่าๆ ก็ต้องเตรียมพร้อมกับเส้นทางสุดโหด 1219 โค้ง
เล่นเอามึนเหมือนกันกว่าจะถึงตัวอำเภออุ้มผาง
และเข้าพักที่รีสอร์ทของพี่เขยพี่ที่ออฟฟิต
เป็นรีสอร์ทติดกับลำน้ำอุ้มผางชื่อรีสอร์ทว่า"สวนบุญญาภรณ์" ใครที่ไปอุ้มผางก็อย่าลืมไปแวะพักที่นี่บ้างนะครับ รับรองว่าบริการดีด้วยไมตรีจิตราคาก็กันเองๆ
หลังจากเข้าพักเรียบร้อยแล้ว
ผมก็วางแผนเกี่ยวกับการขึ้นไปเที่ยวน้ำตกทีลอซู
และก็ได้ทริปที่แน่นอน
คือ การล่องเรือยางไปขึ้นที่ตีนดอยแล้วเดินเท้าต่ออีก 11 กิโล เอาละสิงานนี้เหนื่อยอีกแล้วเรา งั้นคืนนี้เข้านอนเร็วดีกว่า |
 สายธารช่วงก่อนถึงความยิ่งใหญ่อลังการ |
 มุมแบบเต็มๆ |
 ยิ่งใหญ่สมค่ำร่ำลือ |
 อลังการด้านล่าง |
สู่ทีลอซู
เช้าวันรุ่งขึ้นผมก็ตื่นมารับอากาศยามเช้าที่มีอากาศเย็นสบาย มีหมอกกระจายไปทั่ว น้ำค้างบนยอดหญ้าที่เปียกชุ่ม มันเป็นบรรยากาศที่หาไม่ได้ในเมืองกรุงแน่นอน ที่นี่เราสามารถสูดอากาศที่บริสุทธิ์ได้เต็มปอดทีเดียว
พอเวลาประมาณเจ็ดโมงเช้าผมก็ไปนั่งกินกาแฟมีปาท่องโก๋กินแกล้มที่ริมห้วย (อิจฉาไหมละ..เอาเท้าแช่น้ำเย็นๆ ด้วยนะ) จากนั้นราวๆ 8
โมงเช้า
ก็กินข้าวต้มเป็นอาหารเช้าก่อนจะลงเรือยางล่องสู่จุดหมายน้ำตกทีลอซู |
 สายน้ำดุจมรกต |
 นักท่องเที่ยวกับการผจญภัย |
 น้ำตกทีลอจ่อ |
 มนต์เสน์ไม่เสื่อมคลาย |
 ผีเสื้อหางมังกรเขียว |
 ดอกกระเจียวส้ม |
การล่องเรือไปน้ำตกทีลอซูเราจะล่องไปตามลำแม่น้ำแม่กลอง
ผ่านน้ำตกทีลอจ่อ หรืออีกชื่อว่า น้ำตกสายฝน
จากนั้นก็จะผ่านธารน้ำร้อนที่มีกำมะถันเจือปนเล็กน้อยสามารถลงไปแช่น้ำได้ นอกจากน้ำตกแล้วตลอดสองข้างทางที่เราล่องเรือไปเราจะผ่านขุนเขา ป่าไม้มากมาย เช่น ผาผึ้ง ผาเลือด ผาบ่อง ผาโหว่ ก่อนจะแวะพักทานอาหารกลางวันกันริมน้ำใกล้ผาเลือด
ก่อนจะล่องเรือต่อไปที่ตีนดอยจุดลงเรือเพื่อเดินขึ้นน้ำตกทีลอซู ซึ่งจากจุดนี้เราจะต้องเดินขึ้นดอยเป็นระยะทาง 11
กิโลเมตร
กว่าจะถึงที่พักกางเต้นท์
ซึ่งเป็นที่ทำการอุทยาน |
 สายวารีจากหน้าผาชัน |
ไม่ต้องบอกนะว่ามันเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะถึงที่พัก หลังจากมาถึงผมก็จัดการกางเต้นท์
แล้วผมก็ตรงดิ่งไปลงแช่น้ำตกทันที
เพราะมันล้าและเหนื่อยมาจากการเดินทาง
เพียงสัมผัสน้ำขนก็ลุกเลย
เพราะน้ำที่นี่เย็นมากเลยครับขอบอก
ถ้าเอาเบียร์มาแช่ไม่นานคงได้กินเบียร์เย็นๆ ครับ หลังจากอาบน้ำอยู่นานก็ถึงเวลากินข้าวเย็นพอดี อิอิ
อาหารมื้อนี้กินอะไรก็อร่อยครับ โดยเฉพาะผักกูดผัดน้ำมัน (ผักกูดเป็นพืชที่มีลักษณะคล้ายเฟิร์นขึ้นอยู่ตามริมน้ำ ยอดอ่อนของผักกูดสามารถนำมารับประทานได้
เมื่ออิ่มหนำสำราญแล้ว
ผมก็มานั่งริมธารจิบเบียร์แกล้มกับถั่วขั้วพริก
ที่ซื้อมาจากดอยมูเซอ ก่อนจะเข้านอน |
 น้ำตกพาเจริญ |
 ความคดเคี้ยวและลาดชัน |
รุ่งเช้าวันต่อมาผมก็ต้องเดินขึ้นไปชมความงามของน้ำตกทีลอซู ที่ตั้งใจมาดู
การไปน้ำตกต้องเดินจากจุดกางเต้นท์เดินขึ้นไปอีกราวๆ 1.5 กิโลเมตร
โดยต้องซื้อบัตรผ่านจากเจ้าหน้าที่อุทยานเสียก่อนคนละ 20
บาท และห้ามน้ำอาหารใดๆ ขึ้นไปบนน้ำตกทั้งนั้น
หลังจากเดินมาสักพักสิ่งที่ผมได้สัมผัสอยู่เบื้องหน้าคือ
น้ำตกที่สูงตระหง่าน สายน้ำที่ตกลงมาอย่างแรง ละอองน้ำที่กระจายไปทั่วบริเวณ
มันคือ
น้ำตกที่สวยงามมากที่สุดเท่าที่ผมเคยไปมา
อะไรมันจะอลังการขนาดนี้ สมแล้วที่มันถูกจัดให้เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย แถมติด1ใน
7 ของโลกด้วย ผมชื่นชมความงามของน้ำตกอยู่ประมาณ 1
ชั่วโมง
ก็ต้องจากมาเพื่อเตรียมตัวเดินลงดอยอีก 11
กิโลเมตร คิดแล้วเหนื่อย
แต่เป็นอะไรที่คุ้มค่ากับการเดินทางครับ
เพราะน้ำตกทีลอซู
สวยงามไม่ทำให้ผิดหวังเลย |
 เห็ดก่อตัวเป็นชั้นๆ |
 นักท่องเที่ยวและธรรมชาติในสายธาร |
การเดินทางกลับที่พักเราต้องล่องเรือต่อไปอีกราวๆ 2
ชั่วโมง
แล้วไปขึ้นรถที่หมู่บ้านกระเหรี่ยงบ้านเซปะหละ
นั่งย้อนกลับมายังอำเภออุ้มผางระยะทางราวๆ 20 กิโลเมตร
ในคืนนี้ที่รีสอร์ทมีแขกเข้าพักมากพอสมควรและพวกเขาก็มีกิจกรรมแคมป์ไฟ ร้องรำกันอย่างสนุกสนาน
ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าที่พักก็ราวๆ เที่ยงคืนกว่าแล้ว
พอตีห้ากว่าๆ
ก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อไปชมทะเลหมอกที่ดอยหัวหมดห่างจากอำเภอออกไปราวๆ 10 กิโลเมตร |
ดอยหัวหมด
เป็นดอยสูงที่สามารถน้ำรถขึ้นไปได้ก่อนจะเดินขึ้นเนินอีกราวๆ 200
เมตร เท่านั้น
ความงามของทิวทัศน์บนดอยหัวหมดสามารถมองเห็นตัวอำเภออุ้มผาง
ได้ทั้งเมือง
ในช่วงเช้าจะมีหมอกปกคลุมเป็นทะเลหมอกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนอุ้มผาง
หลังจากนั้นผมก็กลับมาที่พัก
และตัดสินใจอยู่ต่ออีกหนึ่งวัน
เพื่อตามหา ดอกเสี้ยว
ที่ได้ยินจากเพลงของ ครูซัน
ที่ทางรีสอร์ทเปิดให้ฟังตอนทานข้าว แต่น่าเสียดายที่มันยังไม่ถึงเวลาที่ดอกจะบาน |
 ทีลอซู ความอลังการรอการมาเยือน |
วันเดินทางกลับ
เป็นวันของการช็อปปิ้งโดยแท้
โดยผม และพี่ๆ
ที่ไปด้วย
ก็เริ่มแวะซื้อของกันตั้งแต่ตัวอุ้มผางด้วยการซื้อฟัก
, มะละกอ และส้ม
ที่ริมทาง ซึ่งเป็นของที่สดจากไร่จริงๆ ครับ ส้มกิโลละ 3 บาทเองถุงหนึ่ง 10
กิโล ราคา 30 บาท
ต่อได้อีกด้วย นอกจากส้มก็มีลูกเสาวรสหรือกระทกลกยักษ์ที่เขาเอามาคั้นทำน้ำขายกัน ที่นี่ก็กิโลละ 10 บาทเอง |
 รีสอร์ทสวนบุญญาภรณ์ |
 รีสอร์ทสวนบุญญาภรณ์ |
 รีสอร์ทสวนบุญญาภรณ์ |
หลังจากนั้นก็ขับชมวิวของถนนลอยฟ้า
จนมาถึงชายแดนไทยพม่าด้านแม่น้ำเมย ในเขตอำเภอแม่สอด
ที่นี่ผมขอแนะนำให้ซื้อกระเพาะปลา
และกุ้งแห้งครับ ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับในกรุงเทพฯ สินค้าอื่นๆ
ก็มีให้เลือกมากมาย
แต่สำหรับพลอยและหยก
ใครจะซื้อขอให้เลือกดีๆ
นะครับจะได้ไม่ถูกหลอก
แม้ตอนที่ผมไปนี้พม่าจะมีการปฏิวัติทางการเมืองชายแดนปิดชั่วคราวก็ตาม
แต่ของขายที่นี่ก็ยังมีเหมือนเดิมครับ
เพียงแต่คนบางตากว่าแต่ก่อนมาก |
 ภายในห้องพักที่สะอาดสะอ้าน |
 ติดลำห้วยบรรยากาศสุดยอดๆ |
หลังจากที่ซื้อของเรียบร้อยแล้วเราก็ออกเดินทางต่อมาแวะซื้อของฝากอีกที่หมู่บ้านมูเซอ ของที่แนะนำให้ซื้อก็คงหนีไม่พ้นพืชผักสดๆ ครับ มีทั้งยอดมะระหวาน, ผลมะระหวาน, พริกกระเหรี่ยง แอปเปิ้ล สาลี่ ฯลฯ หลังจากช็อปเรียบร้อยได้ของมาเยอะพอสมควรก็
เดินทางต่อมาแวะพักอีกทีก็ที่จังหวัดนครสวรรค์
ไม่ต้องบอกนะว่าที่นี่เราก็ช็อปกันอีกแหละ
โมจิของฝากขึ้นชื่อของที่นี่มีร้านให้เลือกเยอะมาก
ไม่แพ้ขนมหม้อแกงแถวเพชรบุรีครับ
กว่าจะกลับถึงกรุงเทพฯ
ก็ปาเข้าไปเกือบ 3 ทุ่ม
เป็นการจบทริปในครั้งนี้ครับ
พบกันใหม่ในทริปหน้าครับ
"
Legolas " |
|
การเดินทางไปเที่ยวน้ำตกทีลอซู สามารถนำรถไปได้ถึงจุดที่กางเต้นท์ แต่ควรเป็นรถที่มีกำลังสูง จำพวกโฟร์วินนะครับ สำหรับทางรถสามารถเข้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน โดยประมาณ (ควรสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก่อนนำรถขึ้น)

การล่องแพ สามารถติดต่อได้กับบริษัททัวร์ และตามรีสอร์ทในอำเภออุ้มผางครับ หรือ จะติดต่อได้ที่ รีสอร์ทสวนบุญญาภรณ์ กรุงเทพฯ
: (คุณแหม่ม) โทร. 0-7051-4234
, 0-6323-6430
(คุณเอ๋) โทร.
0-2693-8358 , 0-2991-2030 (PCT กด 1) , 0-6013-1277
อุ้มผาง :
โทร. 0-5556-1093 การเดินป่า หรือ นั่งช้าง ปัจจุบันการนั่งช้างขึ้นน้ำตกจะมีราคาประมาณ 2000 บาทต่อ 1 เชือกต่อเที่ยว
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
|
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 344
Re: เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
Re: เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
Re: เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
Re: เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
Re: เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
Re: เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
Re: เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
Re: เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
Re: เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
Re: เบิกล่องสู่มนต์เสน่ห์แห่งอุ้มผางที่ "น้ำตกทีลอซู"
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์