ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคกลาง
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

ปล่อยปลาบึกที่แก่งกระจาน


หน้าแรก > ติดใจทริปนี้ > ปล่อยปลาบึกที่แก่งกระจาน
โดย ....เพื่อนร่วมทริปพิศกะแอ๋ม
วันแรกของการเดินทาง วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2545

ลานจอดรถหน้าอาคารสามัคคี
ตื่นนอนตอนตี 4 ออกเดินทางจากบ้านตี 5 มีความรู้สึกว่าเลข 4–5-12 เป็นตัวเลขแห่งการเดินทางที่พวกเราเจอะเจอบ่อยมากจนรู้สึกเคยชินกับการตื่นเช้านอนหลังเที่ยงคืนไปโดยปริยาย แวะรับปลาเพื่อนแอ๋มที่เมืองชล เพื่อร่วมเดินทางไปด้วยในทริปนี้ …. 
อิ อิ ขับรถไปต่างถิ่นต้องหาเพื่อนไปเป็นผู้ร่วมทางเผื่อไว้กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินพอจะช่วยเหลือกันได้บ้าง ดังปรัชญาชีวิตของพวกเราคือ 
2 คนเพื่อนตาย แต่ 3 คนสบายกว่ากันเยอะเยยยย ……555

     การเดินทางไปร่วมคาราวานครั้งนี้สร้างความวิตกกังวลให้กับคุณพ่อและเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้เดินทางไปด้วย เพราะเราไปกันแค่ 3 คน แอ๋ม คุณพิศ และปลา ซึ่งเป็นผู้หญิงล้วน+ทอม ๆ นิด ๆ อย่างแอ๋ม ทุกคนกังวลเรื่องเดียวคือความปลอดภัยตอนที่เที่ยวป่าแก่งกระจานและที่พัก.............

  เท้าพระพุทธรูปนิ้วเท้าเท่ากันเลยขับรถเข้า กทม. ถึงจุดนัดหมายอาคารสามัคคี โครงการนอร์ธปาร์คแถวหลักสี่ ประมาณ 7 โมงเช้า มีสมาชิกท่านอื่นขับรถมารอหลายคัน หลังลงทะเบียนรับเอกสารและสติกเกอร์ติดรถ รับปลาบึกตัวขนาด 3 นิ้ว ซึ่งเป็นหัวใจของงานนี้ไปใส่ไว้ในรถ นายสบายและทีมงานทักทายพวกเราอย่างเป็นกันเองมาก ๆ ไม่เหลือเงานายสบายในใจที่พวกเราเคยวาดภาพไว้ (คิดว่าหยิ่งอะค่ะ) ทานอาหารเช้าที่ทีมงานจัดเตรียมไว้ให้คือแฮมเบอเกอร์พร้อมน้ำดื่ม เสร็จเรียบร้อยออกเดินทางประมาณ 7.30 น. เราตัดสินใจไปขึ้นทางด่วนที่ดินแดง ขับรถออกพ้นเขตกรุงเทพ ฯ แวะทานกาแฟเย็น ๆ ที่ร้านกาแฟบ้านไร่สาขาสวนส้มสปอนเซอร์คอยบริการฟรีที่ปั้ม Jet กม.35 จากนั้นตามโปรแกรมก็แวะไหว้พระที่วัดถ้ำเขาย้อย และมุ่งหน้าตรงไปยังเขื่อนแก่งกระจาน ก่อนออกรถ wcm002 หนึ่งในทีมงาน sabuy.com แวะมาย้ำเรื่องเส้นทางเข้าอุทยานแก่งให้เลี้ยวแยกขวามือไม่ไกลจากโรงงาน Fly Now มากนัก ปรากฎว่าพวกเราคุยกันเพลินไปหน่อยและขับตามรถเก๋ง สีแดงที่มีป้ายสติกเกอร์เหมือนพวกเราจนเกือบถึงตัวเมืองเพชรบุรี ตามเค้าไปสักพักเหมือนมีความรู้สึกว่าจะหลงทางจะต้องถามชาวบ้านแถวนั้นดูว่าไปถูกทางไหม ? แต่ยังไม่ได้แวะถามรถเก๋งคันสีแดงที่พวกเราขับตามเค้าจอดรถถามตำรวจจราจรแล้ว U-Turn กลับรถ ก็เลยถึงบางอ้อว่าไม่ต้องถามใครอีกแล้ว….หลงทางแน่ ๆ 1000% อิ อิ เรื่องขับรถหลงทางเป็นเรื่องธรรมชาติ จำต้อง U-Turn รถขับตามเก๋งคันสีแดงไปอีก

 หลังจากเลี้ยวซ้ายไปตามถนนเลียบลำคลองชลประทานสักพักรถเก๋งสีแดงคันเดิมจอดรถถามชาวบ้านข้างทางอีกแล้ว ทำเอาพวกเราใจไม่ดีคิดว่าเขาจะหลงทางอีกหรือไม่ ครานี้เราไม่หยุดรถตามแต่ขับไปข้างหน้าหวังเสี่ยงภัยเอง แวะถามชาวบ้านถึงเส้นทางไปแก่งกระจาน คุณตาเหยื่อ ..เอ๊ยไม่ใช่ชาวบ้าน…..บอกให้ขับรถตรงแน่วด้วยสำเนียงชาวเมืองเพชร …… 
อิ อิ ตรงแน่วก็หมายถึงตรงไปไกล ๆ อะค่ะ เราก็ตรงแน่วไปตามที่คุณตาคนนั้นบอก มีความรู้สึกว่าเป็นเส้นทางที่ไกลมาก ๆ และชวนให้ง่วงนอน เหตุเพราะวิวทิวทัศน์ละแวกนั้นไม่แตกต่างกันมาก มีทุ่งนา ต้นตาล คลองชลประทานและฝูงวัว หลังจากขับรถตรงแน่วไปจนถึงสามแยกที่ตรงไม่ได้อีกแล้วถึงจะเจอป้ายบอกทางไปเขื่อนแก่งกระจานให้เลี้ยวขวา ขับรถต่อไปสักพักก็เห็นป้ายเขื่อนแก่งกระจาน

ถึงทางเข้าเขื่อนประมาณ 11 โมงกว่า แวะสำรวจที่พักที่จองไว้คือหาดทองรีสอร์ท เจอคุณปลัดปิยวณิชย์เจ้าของรีสอร์ทในมาดคาวบอยสุดเท่ห์ คอยต้อนรับผู้มาเยือนด้วยอัธยาศัยอันดี แต่ที่พวกเราตื่นเต้นสุด ๆ ก็คือหาดทองรีสอร์ทที่เราจองไว้อยู่ติดลำน้ำเพชรบุรี กระแสร์น้ำไหลเชี่ยว สีเขียวใส ดึงดูดใจพวกเรามากที่สุด แถมห้องพักก็ประมาณว่าเป็นการขึ้นบ้านใหม่เพราะเจ้าของรีสอร์ทเพิ่งสร้างเสร็จวันที่พวกเราเดินทางไปถึง ม่านสีชมพูเชียว ………แม้จะมีกลิ่นไม้ใหม่ ๆ แต่ก็ถูกใจเพราะอยู่ติดแม่น้ำ

หลังนำสัมภาระเข้าที่พักขับรถออกจากรีสอร์ทเพื่อทานอาหารกลางวัน แต่ด้วยเหตุที่เป็นวัยสะรุ่นใจร้อนกันทั้ง 3 คน ก็เลยเลือกแวะร้านอาหารปากซอยบ้านพักเพราะมองไปในร้านแล้วไม่มีลูกค้านั่งทานอาหารอยู่คงจะได้อาหารรวดเร็วทันใจ เราสั่งเมนูง่าย ๆ คือข้าวราดผัดกระเพราหมูและต้มยำปลากดรสชาติแซบหลาย เรียกว่าไม่ผิดหวังค่ะ ช่วงระหว่างรออาหารก็สอบถามกับพี่มะลิเจ้าของร้านเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายการล่องเรือยางลำน้ำเพชรและเช่ารถขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นชมทะเลหมอกยามเช้าที่ยอดเขาพะเนินทุ่ง พี่มะลิเสนอบริการที่น่าจะพอรับได้คือเหมารถขึ้นเขาพะเนินทุ่งตี 5 กลับลงมาบ่าย 2 โมง ในราคา 1,200.- บาท และล่องเรือยางประมาณ 1 ชั่วโมง 800.- บาท ราคานี้ใช้ความสามารถในการต่อรองสินค้าพอ ๆ กะเดินสำเพ็งเลยค่ะจากราคาล่องเรือยาง 1,200.- บาท ลดได้เหลือ 800.- บาท เราชำระเงินค่าเช่ารถ 4wd ก่อนเพื่อพี่มะลิจะได้แจ้งให้คนรถไปซื้อบัตรผ่านเข้าอุทยาน ฯ ล่วงหน้า เนื่องจากทางอุทยาน ฯ จะต้องตรวจสอบจำนวนรถที่ขึ้นเขา พร้อมสั่งอาหารกล่องสำหรับมื้อกลางวันในอุทยาน ฯ  

ปล่อยปลาบึก

เวลา 13.00 น. ไปสมทบกับเพื่อนที่ร่วมคาราวาน  ณ หน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรประมงน้ำจืดเขื่อนแก่งกระจานข้างร้านอาหารวิโรจน์ ฟังการบรรยายเกี่ยวกับชีวิตของปลาบึกจากวิทยากรของกรมประมงและนายอำเภอแก่งกระจาน ทางทีมงาน sabuy.com เตรียมเรือหางยาวไว้ 16 ลำ นั่งลำละ 10 คน เพื่อนำปลาบึกไปปล่อยกลางลำน้ำ จากภาวะอากาศร้อนอบอ้าวในตอนนั้น บวกกับที่แอ๋มกะคุณพิศเพิ่งจะเดินทางไปล่องแพเขื่อนกิ่วลมที่ลำปางกับงานนัดพบสมาชิกของ “เมืองไทยเมืองยิ้ม” เมื่อสองสัปดาห์ก่อน คุณพิศเพิ่งไปล่องเรือปากแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และที่สำคัญสุดคือความประทับใจสายน้ำเย็น ๆ สีเขียวใส ๆ ของลำน้ำเพชรบุรี เป็นเหตุผลให้เราไม่ได้ลงเรือไปปล่อยปลาบึกกับเพื่อน ๆ เพราะเวลาบังคับให้ต้องตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

พวกเราเลือกไปล่องเรือยางที่ลำน้ำเพชรแทนค่ะ โดยมอบเจ้าปลาตัวน้อย 3    ตัวที่อุตส่าห์ทะนุถนอมมาด้วยกันให้ทีมงาน sabuy.com ดูแลน้องปลานำไปปล่อยแทน………อิ อิ ทำบุญร่วมกันชาติหน้าจาได้เจอกันอีกเน๊อะ…………ใครคือ 2 ผู้โชคร้ายที่ต้องรับภาระดูแลน้องปลาแทนพวกเรา  ???……… (ล้อเล่นค่ะ)      แต่ก็มีความรู้สึกผิดที่ค้างคาใจว่าอยู่ว่า สักวันจะต้องมาเยือนแก่งกระจานอีกครั้งพร้อมเจ้าปลาบึกตัวใหม่            และคงจะไม่ปล่อยน้องปลาบึกให้ผิดหวังอีก……..สัญญา…..สัญญา…..จากใจจริง……….

  ล่องเรือยาง

ออกจากสำนักงานประมงมุ่งตรงไปร้านอาหารรวมแก่งของพี่มะลิ เพื่อติดต่อล่องเรือยาง คิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดหวัง ตลอดเส้นทางล่องเรือยาง นอกจากได้สัมผัสสายน้ำเย็น บรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม นกน้อยสีสดที่ส่งเสียงร้องและบินอวดโฉมยั่วใจคุณพิศตากล้องประจำกลุ่ม ที่ไม่สามารถเก็บภาพนกได้ทันเพราะเค้าบินโฉบมาทักทายแล้วก็จากไป เราได้พบกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นที่พายเรือยางมาเจอกันอีก 2 – 3 ลำมีนักท่องเที่ยวทั้งผู้หญิงผู้ชาย บางคนก็ลงไปลอยคอว่ายน้ำตามเรือยางไป แถมแวะมาเกาะเรือยางพวกเราคุยหยอกล้อเป็นเพื่อนร่วมทางที่คุ้นเคย พวกเขาทักทายกลุ่มเราด้วยไมตรีจิตทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ……ซึ้งค่ะ….ซึ้งมากๆๆ …..สำหรับน้ำใจนักท่องเที่ยวที่ได้เจอตอนล่องเรือยาง …… ล่องเรือยางไปขึ้นบกที่ธนูรีสอร์ท ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากรวมกัน มีกิจกรรมหลากหลายให้เลือกเล่น ซึ่งพวกเราอยากจะเล่นมากที่สุดเห็นจะเป็นการกระโดดน้ำจากหอสูงที่มีห่วงคล้องเอว แล้วลอยละลิ่วลงสู่ผืนน้ำ ยืนดูด้วยความตื่นเต้นมากค่ะ แต่ก็ไม่ได้ทดสอบความกล้า ได้แค่สัญญากันว่าถ้ามาเยือนแก่งกระจานอีก เราต้องเจอกันแน่นอน ณ ที่แห่งนี้ "ธนูรีสอร์ท" ศูนย์รวมความบันเทิงทางน้ำที่ถูกใจวัยรุ่นและขาโจ๋ 

กลับจากล่องเรือยาง เดินเล่นริมลำน้ำเพชรหน้ารีสอร์ทจนฉ่ำใจ อาบน้ำเดินทางไปยังจุดนัดพบที่พวกเราจะไปร่วมสังสรรค์กับเพื่อนร่วมคาราวานครั้งนี้คือร้านอาหารวิโรจน์ ขับรถผ่านสันเขื่อนแก่งกระจานเป็นช่วงประมาณเกือบ 6 โมงเย็นสีสันของท้องฟ้า+ก้อนเมฆ บริเวณเทือกเขาตะนาวศรีอันไกลโพ้น ช่างยั่วยวนใจจนพวกเราต้องกลายเป็นปูน้อยเฉเกอีกรอบ หลังจากปล่อยใจให้หลงมนต์เสน่ห์ลำน้ำเพชรบุรี แวะเก็บภาพยามเย็นอยู่จนเลยเวลานัด 6 โมงเย็น แป่ว!!

ณ ร้านอาหารวิโรจน์  นอกจากความอร่อยของปลาทอดกรอบตัวเขื่องและรายการอาหารที่อร่อยทุกเมนู ยังประทับใจกับบรรยากาศการพบปะสังสรรค์ด้วยการเล่นเกมต่าง ๆ มีของรางวัลมากมายทั้งบัตรที่พักของโรงแรมรีเจ้นส์กรุงเทพ ฯ และสาขาลำปาง บัตรที่พักแก่งกระจานคันทรีคลับ และผลิตภัณฑ์ของ conoco ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ต่างพูดเสียงเดียวกันว่า คราวหน้าถ้าทาง sabuy จัดสังสรรค์อีกก็คงไม่พลาดแน่นอน พวกเราแอบ ( แอบหมายถึงกลับโดยไม่ได้ร่ำลาทีมงาน sabuy ) กลับที่พักก่อนงานสังสรรค์เลิก ด้วยกังวลว่าเช้าวันุร่งจะตื่นไม่ทันเวลานัดหมายไปชมทะเลหมอกที่ยอดเขาพะเนินทุ่ง........... 

วันที่สองของการเดินทาง
ตั้งนาฬิกาปลุกตอนตี 4 แต่รู้สึกว่าบรรยากาศมืด ๆ ผิดปกติ เพราะก่อนนอนก็เปิดไฟหน้าบ้านไว้ ปรากฎว่าไฟฟ้าทุกดวงดับหมด วินาทีนั้นก็นึกถึงคุณปลัดเจ้าของรีสอร์ท โทรศัพท์ติดต่อไปปรากฎว่ามือถือท่านฝากข้อความ เราสับสนกันมากเพราะไม่รู้จะติดต่อใคร แต่ก็ยังพอมีทางเลือกสุดท้ายที่ทำได้คือ โทรศัพท์เข้ามือถือพี่มะลิที่เค้าจะต้องให้รถขับเคลื่อน 4 ล้อมารับพวกเราตอนตี 5 ด้วยความหวังว่าพี่มะลิจะรู้จักใคร ๆ ที่ดูแลรีสอร์ทแห่งนี้ และพี่มะลิก็เป็นผู้ที่พวกเราประทับใจมิรู้ลืมจริง ๆ เค้าพยายามหาเบอร์โทรศัพท์ของผู้ดูแลรีสอร์ทให้ แค่ไม่ถึง 5 นาทีก็มีคนมาดูแลต่อสายไฟฟ้าชั่วคราวให้เรียบร้อย พี่มะลิเองก็ขับรถมอเตอร์ไซด์มาถึงรีสอร์ทที่พวกเราพักอยู่พร้อมไฟฉายมาเป็นผู้ช่วยดูแลจนกระทั่งพวกเรามีไฟฟ้าใช้ปกติ

หลังอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน ขับรถไปจอดหน้าร้านรวมแก่งของพี่มะลิ ออกเดินทางตี 5 ครึ่ง คนขับรถเป็นน้าของพี่มะลิ ก็มองดูแล้วทางทางน่าจะไว้ใจได้สำหรับ 3 สาวที่จะเข้าป่ากับผู้ชายแปลกหน้า ซึ่งจริง ๆ แล้วการเข้าป่าเฉพาะผู้หญิงเป็นการตัดสินใจที่ไม่ค่อยจะปลอดภัยนัก ถ้าเพื่อน ๆ คิดว่าจะต้องไปเที่ยวป่าเขาละก็ควรจะเหน็บหนุ่ม ๆ ไปเป็นมือปืนประจำตัวสัก 1-2 คนก็จะอุ่นใจกว่านี้นะคะ เราโชคดีมากๆๆ คุณน้าคนขับรถดูแลพวกเราเป็นอย่างดี คอยบอกเล่าถึงเส้นทางภูเขาที่ผ่านสร้างความคุ้นเคยจนเราลืมความหวาดกลัวไปได้บ้าง นั่งรถผ่านภูเขา+ป่า เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงถึงทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง ตลอดสองข้างทางเป็นป่าดิบสังเกตุมีมูลช้างเป็นระยะ คุณลุงคนขับรถ 4wd บอกว่าช้างมักจะหลงมาจากป่าละอูเขตพม่าเนื่องจากมีพื้นที่ติดต่อกันกับเขาพะเนินทุ่ง ผ่านซุ้มต้นกระถินยักษ์ที่ทางอุทยานปลูกสองข้างทางสวยมาก สวยพอ ๆ กับอุโมงค์ต้นไม้ที่วังม่วง เส้นทางแม้จะเป็นโคลนลื่น ๆ แต่ก็ไม่มีโขดหินให้รถต้องปีนป่ายเหมือนกับเส้นทางไปทุ่งดอกกระเจียวที่ อช.ไทรทอง จะมีก็ช่วงก่อนถึงยอดเขาพะเนินทุ่งที่ทางจะค่อนข้างชัน

ผ่านบ้านกร่างแค้มป์ที่มีเต๊นส์นักท่องเที่ยวอยู่มากพอสมควร เกือบถึงยอดเขาพะเนินทุ่งสิ่งที่พวกเราถามตัวเองเหมือน ๆ กันทั้ง 3 คนก็คือ “เราจะโดนหลอกไหม ?” เพราะมองลงไปทางทิวเขาสลับซับซ้อนไม่มีวี่แววว่าจะมีทะเลหมอกเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าจะเคยเห็นรูปภาพที่เพื่อน ๆ นำมา Post ในเวปท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ตามจนกระทั่งนั่งรถไปถึงจุดชมวิวริมทาง ก็พบกับทะเลหมอกกว้างสุดสายตาเป็นชั้น ๆ ระเรื่อยตามยอดเขา เป็นอะไรที่มหัศจรรย์ใจ
ที่สุด 

......ที่นี่เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สะดวกสบายที่สุดเท่าที่ได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวมา ไม่ว่าจะเป็นการเดินบนเส้นทางสุดโหดที่ภูชี้ฟ้า หรือเดินไม่ไกลมากที่ภูเรือ แต่ที่นี่แค่ขับรถไปจอดก็สามารถยืนชมทะเลหมอกได้อย่างชัดเจน และนับเป็นบุญตามากที่สุดก็ตรงที่นกเงือก ฝูงใหญ่บินมาอวดโฉมให้ชมอีกด้วย แต่คาดว่าถ้าเป็นช่วงเทศกาลเช่นปีใหม่หรือวันหยุดราชการ ณ จุดนี้คงสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่มากนักเนื่องจากเป็นริมทางแคบ ๆ ไม่ใช่ลานกว้างใหญ่อย่างยอดภูชี้ฟ้าที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนดังที่พวกเราเคยไปสัมผัสเมื่อตอนรับตะวันปี 2000 ทางเลือกที่ดีที่สุดถ้าตัดสินใจไปดูทะเลหมอกช่วงเทศกาลละก้อต้องออกเดินทางจากที่พักให้ขึ้นไปถึงจุดชมวิวใกล้ ๆ ยอดเขาพะเนินทุ่งก่อน 6 โมงเช้าเพื่อจับจองมุมที่ดีที่สุดสำหรับชมทะเลหมอกและเก็บภาพประทับใจ

"ที่นี่เป็นจุดชมทะเลหมอก ที่สะดวกสบายที่สุดเท่าที่ได้มีโอกาส ไปท่องเที่ยวมา ไม่ว่าจะเป็นการเดินบนเส้นทางสุดโหดที่ภูชี้ฟ้า หรือเดินไม่ไกลมากที่ภูเรือ แต่ที่นี่แค่ขับรถไปจอดก็สามารถยืน ชมทะเลหมอกได้อย่างชัดเจน"

หลังสัมผัสสายหมอกที่ลมพัดลอยมาปะทะเย็นชุ่มฉ่ำ เราเปลี่ยนจุดชมทะเลหมอกกลับไปยังยอดเขาพะเนินทุ่งที่มีพื้นที่กว้างขวางและมีศาลาให้นั่งชมทะเลหมอกอย่างสะดวกสบาย ที่นั่นมองเห็นทะเลหมอกระลอกสองที่เป็นก้อนอย่างปุยเมฆ เสียแต่บนยอดเขาพะเนินทุ่งจะมีต้นไม้ใหญ่บังสายตาไม่สามารถมองทะเลหมอกได้กว้างไกลเท่ากับจุดชมวิวริมทาง ณ จุดนี้นอกจากได้ชมทะเลหมอกที่สวยงามตรึงตาแล้ว ยังได้ชื่นชมนกตัวน้อยสีเขียว ๆ อ้วน ๆ บินหยอกล้อกันร้องจิ๊บ จิ๊บๆ ……. เกาะตามยอดไผ่ ……..  อิจฉา !!…….นก

@ อยากเป็นนกผกผินบินโฉบเฉี่ยว
มิเหงาเปลี่ยวเที่ยวเล่นหว่างเวหา
อิสระเสรีทุกเพลา
ได้พึ่งพาป่างามตามครรลอง
ณ ยอดไผ่ใบเขียวลัดเลี้ยวเลาะ
อ้อนออเซาะหวานชื่นรื่นเราสอง
โอ้อนาจวาสนาน้ำตานอง
ฤดีหมองไร้คู่สู่วิวาห์ ฯ ~~~~~
5555555

เล่าเรื่องต่อ……. เราลงจากยอดเขาพะเนินทุ่งเวลาประมาณ 9 โมง แวะบ้านกร่างแค้มป์หวังจะชมผีเสื้อแสนสวยกะนกป่า แต่เนื่องจากวันนี้อากาศครึ้มคล้าย ๆ ฝนกำลังจะตกทำให้ฝูงผีเสื้อมากมายอันตรธานหายไปไม่มีหลงเหลือให้ชมเลย แม้แต่เสี่ยงภัยเดินเข้าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมขาติหลังลานเต๊นส์ ป่าเงียบสงบไร้เสียงนก เงียบสงัดจนน่ากลัว ลงมาที่ตั้งเค้มป์พูดคุยกับนักท่องเที่ยวที่มากางเต๊นส์ที่นั่นบอกว่า วันนี้นกไม่ค่อยมาเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และมีบางกลุ่มส่งเสียงดังมากเกินพิกัด นกไพรก็เลยต๊อกกะใจเก็บตัวเงียบ หลังจากเก็บความเสียใจและเสียดายที่ไม่ได้ชมนกน้อยสีสวยและผีเสื้อที่ตั้งใจไว้ ฝนเริ่มตกพรำ ๆ ก็เลยตัดสินใจออกจากอุทยาน ฯ ก่อนเวลาที่กำหนด ถึงที่พักประมาณเที่ยงวัน ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน (คนที่คาดว่าจะรู้ใจ) คำแรกที่เค้าถามคือ “ ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ ?…….นึกว่าโดนจับไปฆ่าหมกป่าและนำโทรศัพท์ของพวกเรา 3 เครื่องขายต่อกันหมดแล้ว “……….555
เพื่อนแอ๋มกังวลมากเนื่องจากช่วงที่อยู่บนเขาพะเนินทุ่งไม่สามารถติดต่อโทรศัพท์ได้เลยตลอดครึ่งวันเช้าของวันอาทิตย์..........

เราเลือกทานอาหารกลางวันริมลำน้ำเพชรและออกจากบ้านพักหาดทองรีสอร์ทประมาณบ่ายโมง ขับรถวนชมเขื่อนแก่งกระจานอีกรอบ แวะดอนหอยหลอดซื้ออาหารทะเลฝากเพื่อนฝูง ถึงบ้าน 1 ทุ่มกว่า ๆ ซึ่งการเดินทางร่วมคาราวานครั้งนี้เรียกว่าประทับใจเกินคาดหมาย ทั้งการบริการของทีมงาน sabuy.com และความงดงามของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รวมถึงมิตรภาพที่ได้รับจากเจ้าของรีสอร์ท ผู้ให้บริการร้านอาหาร และเพื่อนนักท่องเที่ยวที่เจอะเจอ ณ ที่แห่งนี้ พวกเรามีสัญญาใจกันว่า เราจะชวนเพื่อน ชวนพี่ ชวนน้อง 
ชวนแควน (เพื่อนซี้) มาชื่นชมมนต์เสน่ห์ที่ซ่อนเร้น ณ ที่แห่งนี้ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี อย่างแน่นอน

 

บันทึกภาพ @ Nikon Coolpix885 | Minalta Dynax 303si + Len Sigma 28-300 mm. | Cannon Prima Super 135 Caption......






 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ปล่อยปลาบึกที่แก่งกระจาน

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 1

  1. Re: ปล่อยปลาบึกที่แก่งกระจาน

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้