สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคอีสาน
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

คลองอีเฒ่าแห่งเขาใหญ่


คลองอีเฒ่าแห่งเขาใหญ่

โดย...นายแม้นคนสวน     ต้นกุมภาพันธ์ 2546

อี - การ์ด … ไม่รู้ก็แย่เต็มที่แล้วแม้น แม่คุณหัวเราะ
อี - แบงค์กิ้ง …
โธ่เอ๋ย กดมาจนจะหมดแล้ว เธอหัวเราะอีก
อี - กัฟเวอร์เมนท์ …
สมควรจะต้องทำ ฮั่นแน่ ทันสมัยเสียด้วย เธอเย้า
อี – เจ๊ก …
สาวจีน วู้ เก่าแล้ว เธอแซว
อี – เฒ่า …
ชิประดับ 1 GHz ประมวลผลอย่างสับสน … นี่แนะ บังอาจ …

     13.00 น. หลังจากเติมพลังงานให้ตัวเองที่ร้านอาหารของอุทยานฯ สำหรับใช้เพื่อออกแรงเดินทุกข์กริยา
     อี – โคทัวร์ของนายแม้น แม่คุณ และฉกรรจ์หนุ่ม … น้องอึ่ง … ผู้จองคิวเดินป่าแบบเบาๆ กับนายแม้นไว้นมนาน ก็พร้อมที่ลานจอดรถทางเข้าหอดูสัตว์หนองผักชี  เขาใหญ่ … … เรามอง เราถอนหายใจ ก่อนกัดฟันแบกเป้หนักอึ้งขึ้นไหล่อย่างฮึกเหิมแบบเสแสร้ง เดินไปหลบแดดแจ๋ ใต้ต้นไม้บริเวณป้ายบอกทาง

     13.05 น. คณะสาว 3 และหนุ่ม 4 หน้าใสอีกชุด ซึ่งแจ้งว่าอยากมากับพี่แม้นและแม่คุณก็มาถึง อาวุโสอย่างเราอึ้งเลยครับ สงสัยจะไปสยามแสควร์กัน ไม่เป็นไร สดใสดี

     13.30 น. คณะเริ่มออกเดินทาง กว่า 20 นาทีที่รอกัน เราทึ่งในความเข้มแข็ง ห้าวหาญและเสียสละของหนุ่มไทย …อันนี้ของนายกับแฟนต้องแบกเอง อันนี้ของอั๊ว อันนี้ไม่เอา อันนี้แบ่งโว้ย อันนี้ของใครวะ … เตาแก็สเทอร์โบล่า ครับ สีสวยเชียว น่ารักที่สุด อุตสาห์เอามาเดินเที่ยวป่าด้วย บุญของมัน … สาวๆ หิ้วถุงฮานามิกับโดนัท เป็นที่ครื้นเครง … 
     ระยะทาง 1 กม.แรก ใต้แสงแดดยามบ่าย นายแม้นนำหน้าคณะตามอาวุโส ก่อนวกลงต่ำเข้าแนวป่าเมื่อผ่านหอดูสัตว์ เสือหนุ่มอุ้มเทอร์โบล่าและฮานามิสาว แซงเราไปตรงนี้เอง คุณจนท. เดินนำลิ่วๆ ไปอย่างสนุกสนาน ด้วยวัยที่ใกล้กัน เราสอบถามเส้นทางเดินกันหลง ก่อนจะตามไปอย่างสุขุม ช้าๆ เพื่อศึกษาธรรมชาติ แบบหมดแรงไม่เสแสร้ง … หนักเหลือเกินจ๊ะ … เราพึมพำบอกแม่คุณที่กำลังส่องกล้องดูนกหัวขวานตามเสียงโป๊ก โป๊ก เหนือศีรษะ
     กระรอกหางฟูเป็นพวงสีขาว ตัวเบ้อเริ่มชะงักมองนายแม้น คงสงสัยว่า เมาแล้วยังมีมานะเดินป่าอีก ดูซิ เอาแต่ก้มหน้าไม่พูด ไม่จา แอ่นไป เอนมา เยี่ยมมาก … เงยไม่ได้ครับ เป้ถ่วงหงายหลัง … เป็นเส้นทางเดินป่าที่สบายๆ ครับ ขึ้นลงนิดหน่อยแต่ส่วนใหญ่เป็นทางราบ ผ่านเข้าไปในป่าทึบอุดมสมบูรณ์ ข้ามลำธารหลายแห่งด้วยสะพานทั้งไม้และเหล็ก ที่คนก็ใช้ ช้างก็ใช้จนบุบบู้บี้ เหงื่อนายแม้นออกเป็นน้ำ … ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ … ป่าเขียวและชุ่มชื้นไปด้วยมอส กล้วยไม้ กาฝาก ไม้สูงใหญ่ขนาดคนโอบ เฟิร์นโบราณและพูพอนมีให้เห็นให้ศึกษาได้ตลอดทาง เข้าป่าบ่อยๆ ชักรู้บ้างทำให้สนุกและเพลิดเพลินต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
      เด็ดที่สุดในเส้นทางช่วงสุดท้ายคือสะพานไม้ ท่อนกลมกว้างราวคืบเศษ ขวางข้ามลำธาร สูงจากพื้นน้ำประมาณพอตกไปแข้งขาหักได้ เรามาทันเสือหนุ่มอุ้มเทอร์โบล่าตรงนี้เอง ต้องข้ามทีละคน อาศัยลวดสลิงที่ผูกโยงไปอีกฝั่งหนึ่งประคองตัว … สนุกสนานครับ รุ่นใหญ่อย่างเราทั้งเกร็ง ทั้งส่ายเหมือนเอลวิส นี่ถ้าสะบัดด้วยรับรองตกน้ำแน่ … 

      ราว 15.00 น. ก็พ้นแนวป่าทึบ แสงสว่างจ้าทักทายจากชายขอบที่ปลายทาง เหมือนให้รับรู้ว่าถึงแล้วนะ เบื้องหน้าวิวเปิดโล่ง ต้นหว้ายืนเรียงเป็นแนวยาวบนสนามหญ้าเรียบกว้างใหญ่ ธงชาติไทยสะบัดอย่างภาคภูมิ บ้านพักเจ้าหน้าที่ 2 ชั้นเด่นเป็นสง่า …

      เหล่าเด็กไปกางเต้นท์ด้านหลังใกล้ลำธาร เราตามไปสมทบอย่างสะบักสะบอม หนนี้แบกกล้องพร้อมขาตั้งมาด้วย แต่ยังหนักน้อยกว่าน้องอึ่งที่เฉพาะขาตั้งก็ต้องถอนหายใจเสียแล้ว … อากาศเย็นสบาย และเงียบจนได้ยินเสียงกระซิบกันเบาๆ อย่างเกรงใจและขัดเคืองจากเหล่าเด็กวัยใสไม่ไกลออกไป … 
     มันต้องปักสมอบกก่อนโว้ยแล้วค่อยขึ้นเต้นท์ ตามด้วยเสียงขู่กลับ มันต้องเอาเต้นท์ตั้งขึ้นก่อนแล้วถึงจะกะระยะสมอได้ว้อย … คำแนะนำก็คือ พึงทดลองกางก่อนมานะครับ จะประหยัดเวลาไปราว 1 ชั่วโมงหรือกว่านั้น น้องอึ่งผูกเปล นายแม้นกางเต้นท์เสร็จก็พักนั่ง ดูหนุ่มๆ มะรุมมะตุ้มกันต่อ … สาวๆ ไปอาบน้ำแล้วที่ลำธารด้านหลัง ใสแจ๋วจนเห็นตัวปลา น้ำนิ่ง ไหลแต่ไม่ลึก … จนท.บอกว่า ลำธารนี้คือต้นน้ำที่ไหลไปยังผากล้วยไม้ เราเป็นผู้ใช้น้ำตรงนี้เป็นคนแรกเชียวนา …

     บ่ายแก่หลังหายเหนื่อย เราออกเดินสำรวจบริเวณโดยรอบ เด็กๆ ไม่ไปยังสนุกและตื่นเต้นกับบ้านชั่วคราวที่เอนไปเอนมาและเตาเทอร์โบล่า … คลองอีเฒ่าเป็นที่ราบกว้างกลางแอ่งเขาครับ มีแนวหญ้าเตี้ยๆ แผ่สุดสายตาเป็นแนวขอบ ถัดออกไปเป็นทิวเขาโอบล้อม เราเดินลุยแนวหญ้าไปยังแอ่งน้ำใกล้ๆ ที่ยังมีน้ำเหลือบ้างเพื่อดูสัตว์ มิผิดหวังครับ กวาง 5 –6 ตัว สะบัดหูต้อนรับ ยืดคอมองผู้มาใหม่อย่างทักทายในฝั่งตรงกันข้าม นายแม้นโบกมือตอบให้ แม่คุณมองเราอย่างงง ๆ แล้วก็โบกมือตาม โรคไม่สมประกอบนี่ติดต่อได้เร็วและง่ายมากนะครับ … 

     ลมเย็นพัดกรูผ่านร่างกาย ผ่านความรู้สึกดีๆ ยามแดดอ่อนสีรวมมิตร ฉาบผืนฟ้ากว้างโล่ง 360 องศา … เราเดินขึ้นเนินเตี้ยๆ ถัดไปแล้วมองกลับลงมายังหน่วย ชื่นชมกับความสงบเงียบและภาพทิวทัศน์ธรรมชาติรอบตัว นี่สิคุณค่าอันบริสุทธิ์ที่เราอดทนแบบเป้เดินกันเข้ามา

     ใกล้ค่ำ อร่อยหลายด้วยเทอร์โบล่าที่ยืมเด็กมาใช้เหมือนกัน อาหารง่ายๆ กลางป่าอร่อยบอกไม่ถูกครับ อุณหภูมิที่เริ่มลดลง ทำให้เรารีบอาบน้ำตามน้องๆ แม่คุณบอกว่าถ้าได้กางเกงขาสั้นเสียหน่อยก็จะดี อาบสะดวก … เอาสบู่มานี่ ให้ฉันใช้ก่อน หนาว ไปเตรียมผ้าเช็ดตัวให้ด้วย เร็วๆ ซิ … บุญของแม้น..จนท.น่ารักมาก เอาไม้มากองสุมไว้ที่ลานแค้มป์ไฟตั้งแต่เย็น ราวๆ 19.00 น. ท่อนไม้ก็ลุกโชน เชิญชวนผู้มาเยือนให้นั่งรายล้อมอิงไออุ่นและฟังเรื่องเล่าจากราวป่า โดย จนท.และเฉพาะอย่างยิ่งลุงเชิด … พรานเก่าและตำนานมีชีวิตของเขาใหญ่ … ลุงเชิดมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเสือแยะครับ โดยเฉพาะความขี้สงสัยและขี้โอ่ของเสือ ความตกใจของจนท. กับสำนึกในภารกิจ สนุกสนานและตลกบนความหวาดเสียว … ตามความที่ได้บ้างก็คือว่า เสือเคยเดินผ่านหน้าบ้านพัก และขึ้นบันใดไปแล้ว 3-4 ขั้น แต่พรานเก่าของเรารู้สึกตัวเสียก่อน แกเลยตะเพิดไปได้ ในขณะที่ จนท. อีกคนครึ่งหลับครึ่งตื่น … อ๋อ เสือเหรอ ไม่เป็นไรหรอกลุง หาว นอนต่อนะ … ยังไม่นับเรื่องเสือกับรถเครื่อง ฮากลิ้ง ถ้าอยากรู้ต้องมาครับ … เปลวไฟจากกองฟืนปะทุสะเก็ดอย่างมีชีวิตชีวา ประดับสวยด้วยดาวนับล้านดวงของคืนเดือนมืด ไม่ได้นั่งแบบนี้นานแล้ว ชาอุ่นๆ จากแก้วแสตนเลสอยู่ในมือ พอมันเย็นก็ซุกไปข้างกองไฟ แป๊ปเดียวอร่อยได้อีก คืนนี้อุ่นในเต้นท์ด้วยเสื้อกันลมที่ติดมาอย่างเผื่อๆ พร้อมถุงเท้าหนา หลับสบาย … เหล่าเด็กคงสนุก โตกันแล้ว … น้ำค้างแรงเป็นปกติของเขาใหญ่ หนุ่มอึ่งนอนเปล อุ่นอกแต่เย็นหลัง มาคนเดียวก็ยังงี้แหละครับ นอนแกว่งไป แกว่งมา … กลัวเสือมันจะมาดมๆ เหมือนกัน

     อรุณรุ่ง … ถ้าเป็นสนามบินเราจะเรียกว่าอากาศปิดมองไม่เห็นรันเวย์ … สายหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณ มองไปไหนก็ขาวโพลน อากาศเย็นจนไอออกปากเวลาพูด ประมาณ 200 กม. จากกทม. บวกหนึ่งอึดใจเดิน เราก็เหมือนอยู่ในบรรยากาศยามเช้าของดินแดนทางเหนือ … หนุ่มอึ่งพร้อมกล้องและขาตั้ง ไม่พูดไม่จา นายแม้นเข้าใจ ช่างภาพมือบ๊วยในหมู่มือบ๊วยย่อมเข้าใจระดับมือวาง… เราปิ้งก้นกับกองฟืนที่จุดขึ้นมาอีกครั้งเพื่อให้ไออุ่น ก่อนจะมาปิ้งหน้าและมือสลับกันไป … เสียงเสือ 4 ตัวครางประสานพอได้ยิน มิน่า เมื่อคืนถึงไม่มีตัวอะไรเข้ามาแผ้วพาน …
     พระอาทิตย์ฉายแสงนานแล้ว สายหมอกอ้อยอิ่งไม่ยอมจาก … เช้านี้ จนท.จะพาไปดูโป่งกระทิง ระยะทางราวๆ 1 กม. จากหน่วย เราผ่านทุ่งหญ้ากว้าง ขึ้นเนินลูกเตี้ยๆ เมื่อวาน ก่อนมุ่งเข้าป่าทึบ เส้นทางที่ใช้เป็นด่านสัตว์ … ป่าชุ่มชื้นมาก ดินนุ่มจนเท้าจม … จนท.ให้คำอธิบาย ให้ความรู้แก่หนุ่มสาวสยามแสควร์ และอาวุโสแบบปอนๆ อย่างออกรสชาด
     เราก็ซักอย่างออกรสชาดเช่นกัน อาทิ ช้างภาคไหนตัวใหญ่กว่ากัน จนท.งงๆ ก่อนจะยอมรับความจริงว่า ภาคใต้ … เพราะช้างนั้น ทางเหนือออกเสียงว่าซ้าง ภาคกลางเรียกช้าง ภาคใต้เรียกฉางงงง (ให้ทำเสียงต่ำ ลากยาว) … 

 ใกล้ๆ โป่งมีห้าง(ดูสัตว์) ที่ทำไว้อย่างประณีต บนยอดต้นไม้สูง ด้วยแผงไม้เก่าที่กำลังปรับปรุง พื้นที่พอสำหรับ 3 คนเท่านั้น เปิดวันละรอบ 18.00 – 08.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ขึ้นแล้วห้ามลง จะอึ ฉี่ต้องเตรียมไปให้พร้อม แล้วต้องผูกติดกันแบบแหนมไม่ให้ตก สนใจติดต่อได้ครับ จนท.รับรองว่าได้เห็นแน่นอน เราเชื่อเพราะยืนยันด้วยรอยเท้ามากมาย เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปรอยเท้าช้างที่ดังแล้วแยกวง … ช้างโทน … ที่สองเท้าของแม่คุณลงไปยืนได้สบายๆ มาให้ดู

     เราเย็นฉ่ำในลำธารด้านหลังกันอีก และอิ่มอร่อยแบบง่ายๆ สำหรับมื้อเที่ยง ตุนพลังเอาไว้ อะไรที่ดีๆ มักจะผ่านไปเร็วเสมอโดยเฉพาะการเข้าป่าพักผ่อนแบบนี้ ไม่เป็นไร มาอีก … หลังการเก็บสัมภาระ รวบรวมขยะ ประทับภาพความสวยงามของท้องทุ่ง และทิวเขาแล้ว เราก็กลับ หนนี้เทอร์โบล่าได้รับการบรรจุในที่ที่เหมาะสมขึ้นแทนการอุ้ม ฮานามิหมดแล้วโดนัทไม่ได้กินเพราะถุงกระดาษขาดกลางทางตั้งแต่ขามาเนื่องจากความชื้นของน้ำตาล

      เด็กๆ ถามว่าถ้าจะมาอีกทำอย่างไร ในที่สุดก็ติดใจละซิ … สิ่งที่นายแม้นรู้สึกดีเล็กๆ อย่างหนึ่งแม้จะไม่ใช่มืออาชีพก็คือ เวลาพาหนุ่มสาวชาวกรุงมาเดินป่ากันแล้ว พวกเขาเหล่านี้เกิดความรู้สึกรัก อยากมาเที่ยว มาท่องธรรมชาติและมาสัมผัสกับความสวยงามที่มีคุณค่าเหล่านี้อีก ไม่นับวิธีท่องเที่ยวแบบ ไม่ทิ้งอะไรไว้ ไม่เก็บอะไรไป ยกเว้นแต่ความประทับใจและภาพถ่าย … อย่างที่เขาว่ากัน

     เช่นเคย กลุ่มเขาไปก่อน พวกเราปิดท้าย จนท.คงเห็นใจนะหนนี้ มาเดินเป็นเพื่อน เราข้ามสะพานท่อนไม้อย่างสนุกสนานอีกครั้ง ระหว่างทางสมุนไพรหลายตัวเข้ามาอยู่ในสมองส่วนของการเรียนรู้ ที่แน่ๆ คือ กระเพราต้นและสุรามีฤทธิ์ รสชาดเป็นอย่างไรหนุ่มอึ่งอาสาจะไปต้มแล้วมาแจ้งสรรพคุณให้ทราบ ได้รู้จักกับไม้หอมหรือกฤษณา ที่แพงนักหนาสำหรับเอาไปทำหัวน้ำหอม และต้นงิ้วป่า … หนามทู่ น่ารักไม่น่ากลัว … เราขอบคุณและร่ำลา จนท. เมื่อโผล่พ้นราวป่าก่อนถึงหอดูสัตว์หนองผักชี เพราะทางสะดวกจากนี้ไป ป่านนี้เทอร์โบล่าคงถึงปากทางปราจีนแล้วกระมัง … เราถามแม่คุณว่ามาเดินแบบนี้อีกเอาไหม … มา แต่แม้นแบกเหมือนเดิมนะ … 

    ชื่นใจครับ อี – โมเมจริงๆ …

นายแม้นคนสวน

ต้นกุมภาพันธ์ 2546


ข้อมูลประกอบการเดินทาง

     เส้นทางที่เดินคือ หนองผักชี – คลองอีเฒ่า ให้ติดต่อจนท.นำทางล่วงหน้า ณ ที่ทำการอุทยานฯ ก่อน จะได้สะดวกและไม่เสียเที่ยวครับ เบอร์โทร. 037 – 319002 ไม่มีบ้านพักยกเว้นของ จนท. มีห้องสุขา ถ้าจะอาบน้ำให้ไปลำธาร เตรียมชุดสำหรับอาบน้ำไปด้วยจะสนุก อาหาร น้ำดื่มเอาไปเองครับ รวมถึงไฟฉาย เพราะที่หน่วยฯ มืดแล้วมืดเลย 
     ควรแต่งกายให้รัดกุม รองเท้าผ้าใบดีที่สุด สภาพอากาศสอบถามที่อุทยานฯ ได้ คำนวณน้ำหนักของที่จะแบกเข้าไปให้ดี เส้นทาง ราว 4 กม.  ช่วงแรกจะทับกับเส้นที่ไปหอดูสัตว์หนองผักชี จากนั้นจะวกต่ำเข้าป่า เดินสบาย อย่าส่งเสียงดัง จะพบกับธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย  จอดรถไว้ที่ลานจอดรถหนองผักชีได้ แนะนำให้หาอะไรใส่ท้องก่อนออกเดินทั้งไปและกลับ จะได้มีแรง

ข้อมูลเพิ่มเติม  
     www.sabuy.com  หรือ  www.tat.or.th  หรือ Young Traveller  ก.ย. 44  ฉบับเขาใหญ่ …   เดินและแบกกันให้สนุกครับ …

 

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง