ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคอีสาน
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

อุทยานแห่งชาติไทรทอง

หน้าแรก > ติดใจทริปนี้ > อุทยานแห่งชาติไทรทอง
อุทยานแห่งชาติไทรทอง จ.ชัยภูมิ

















ก็การเดินทางครั้งนี้ เป็นการเดินทางของผม(นิ้ง) และเพื่อนอีก3 คน โดยรถ4*4 ซึ่งเพื่อนนั้น เอาไป เที่ยวเป็นประจำ การเดินทางไปไทรทอง ของเราไม่มีอะไรมาก เพราะเราไปถึงตัวเมือง ชัยภูมิ เพื่อ หาอะไรใส่ท้องแล้ว เราก็เริ่มการเดินทางมา ด้วยคติ “หนทางอยู่กับปาก” ซึ่งเป็นสิ่งที่ พวกเรา คิดว่าดีกว่าหนังสือเดินทางซะอีก แล้วมันก็ได้ผล มันทำให้เราได้ มาถึงที่นี้จนได้ เกือบลืม ว่าเพื่อน ของผมว่ามีใครกันบ้าง

ผู้ชายสามคือ ต่อ รมย์ และผม นิ้ง ส่วนมีหญิงหนึ่งเดียว คือ อิ๊บที่ชอบการเที่ยวป่ามากกว่าเที่ยว RCA การเดินทางครั้งนี้ เราไม่ได้ไปที่ไทรทอง ที่เดียวน่ะครับ ไปหลายที่ซึ่งเอาไว้มีโอกาส ก็จะไม่ลืมที่ จะ มาเล่าสู่กันฟังน่ะครับ * อุทยานแห่งชาติไทรทองนี้ ค่อนข้างจะสมบูรณ์อย่างมากๆ ซึ่งขึ้นชื่อที่นี้ คือทุ่ง บัวสวรรค์ ซึ่งก็คือ ดอกกระเจียว นั่นเอง ที่บอกว่าสมบูรณ์มากๆ ก็เพราะที่นี่รถยนต์จะขึ้น ไม่ถึงต้อง เดินทาง ขึ้นไปอีกด้วยรถ4*4 ประมาณ 8-9 กิโลครับ แล้วเดินต่อไป อีกประมาณ3-4 กิโลครับ

ก่อนเราจะเดินทางขึ้นไปเราก็ค้างที่ที่พักที่อุทยานซึ่งมีให้ เป็นบ้านหลังใหญ่ สบาย พอรุ่งเช้า ก็ เริ่มที่ เราจะไปสัมผัสสิ่งที่เรารอคอยอยู่ ก่อนทางขึ้นก็ จะมีน้ำตกไหลผ่าน ซึ่งเรียกว่า น้ำตกไทรทอง ซึ่ง พวกเราได้อาบน้ำกันที่นั่น เย็นสบายมาก และสวยด้วยครับ การเดินทางขึ้น ไปต้องจ้าง เจ้าหน้าที่ อุทยาน ไปด้วยหนึ่งท่านซึ่ง trip ของเราได้ลุงเสริฐ มาเป็นผู้นำทาง เดินไปก็ถาม เรื่องราว ต่างๆ เกี่ยว กับอุทยานแห่งนี้แล้ว ก็ไม่วายถามเรื่องต่างๆของลุงแกด้วย ก็ได้มาคร่าวๆว่าลุงแก เคย เป็นพราน มาก่อน ต่อจากพ่อของลุงแกนั่นแหล่ะ ต่อมาทางรัฐเริ่มจะเห็น คุณค่าของป่าเหล่านี้ก็เลย วอนขอพวก ชาวบ้าน ให้เลิกอาชีพนี้แล้วหันมาช่วยกัน ป้องกันดีกว่า โดยลุงแกก็ชอบ อยู่แล้ว เพราะ ลุงแก บอก ว่าลุงแกรัก อุทยานแห่งนี้มาก ก็เลยมาเป็นเจ้าหน้าที่ที่นี้

ลุงแกเล่าให้ฟังว่าที่สมบูรณ์มาก ไอ้รมย์เพื่อนผมก็เอาเลย ถามลุงว่า “มีเสือป่ะลุง” ว่าไงรู้ป่ะครับ ลุง บอกว่า “เมื่อเดือนก่อนลุงมา ตรวจป่ายังเจอเลย วิ่งแบบป่าราบไปเลยแหล่ะ” ลุงบอกว่าลุงวิ่ง เสือ ก็วิ่ง ต่างก็วิ่งหนีกัน ซึ่งลุงได้บอกว่าสัตว์ป่า จะไม่ทำร้ายใครหรอก นอกจากที่มันโดนรังแก เท่านั้น เอง การที่เราใช้รถ4*4 ขึ้นไปทำให้เราขึ้น มาถึงโดยไม่ ่หนักหนาเท่าไหร่นัก แต่จะหนัก ก็ตรงเดิน นี่ แหล่ะ ก็เป็นการเดินที่เหนื่อยหน่ะซิ แต่สิ่งที่เราอยากเห็นคือ ดอกกระเจียวมากกว่า การเดิน จะ ลัดเลาะ ไปทางสันเขาก็ว่าได้ ได้เห็นทิวทัศน์ที่ สวยงามของธรรมชาติ และอากาศดีมากๆ

แถมยังได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่ลุงนำมาถ่ายทอดให้ พวกเราฟังเกี่ยวกับเรื่องแปลกๆ ในป่า อาทิ เช่นเรื่องเสือสมิง ที่พวกเราก็สงสัยเลยถาม ลุงบอกว่าเป็นพวกเล่นของ โดยพวกนี้เข้าป่ าแล้วจะ ไม่ใส่รองเท้า (ไอ้รมย์เจ้าเดิม เหลือบมองเท้าลุงอย่างหวั่นๆ เกรงว่าลุงจะไม่ใส่รองเท้า)

แล้วหลายเรื่องอีกมากมาย เราจึงสนุกกับการเดินทาง อย่างมากเลยทีเดียว ทุ่งบัวสวรรค ์ที่นี้มี 2 -3 ทุ่ง เราเดินผ่านไปถึงทุ่งสุดท้าย แล้วพวกเราก็รู้จักกับเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่บนนั้น ซึ่งบนนั้น มีที่ กางเต็นท์ พร้อมกับมีเต็นท์ให้เช่า อย่างพร้อมเพรียง มีห้องน้ำ ที่อาบน้ำพร้อม แต่เป็นการโชคร้าย บนโชคดี คือตอนที่เราไปนั้น ดอกกระเจียวเริ่มโรยครับคือ มันจะบานช่วงเดือน ก.ค. หรือถ้ามีฝน เร็วก็ พ.ค. ก็เริ่มมีแล้วครับ ซึ่งเราไปช้ากว่านั้นประมาณ 2 อาทิตย์ แต่ไม่วาย ที่ยังเหลือความ สวย งามของพวกมันให้เราเชยชม

ซึ่งก็แน่นอนที่เราตั้งใจไว้ว่า เราต้องมาใหม่เพื่อจะชม ความสวยของพวกมัน อย่างเต็มๆให้ได้ ใน ทุ่งนั้น เราเพลิดเพลิน กับการถ่ายรูป และที่ทุ่งนี้มีที่ ที่ เรา ไม่ควรพลาดเลยก็คือ “ที่เก็บความทุกข์” คือให้นักท่องเที่ยว ไปหาหินมา ใครทุกข์มากก็ หามาก้อนใหญ่ๆหน่อยแล้วกัน แล้วก็มา โยนลงใน กองหินนี้ เพื่อที่จะทิ้งความทุกข์ไว้บนนี้ แล้วอย่างที่บอกว่าเราโชคดี อ่ะๆ อยากทราบใช่ไหมครับ!!!

ก็พี่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ อาสาพาเราเดินเข้าป่า เพื่อศึกษาธรรมชาติอย่างเต็มๆ หน่ะซิครับ เพราะตอนที่ เราไป มีแค่เรากลุ่มเดียว เท่านั้นเอง พี่เลยอาสาพาเราไป โดยวานลุงเสริฐ ให้ช่วยเฝ้า ที่ทำการให้ หน่อย (ขอโทษด้วยที่จำชื่อพี่ท่านนั้น ไม่ได้จริงๆครับ) อยากบอกว่าสนุกมาก เพราะได้รู้อะไรๆ เห็น อะไรอีกหลายอย่าง ที่เราไม่เคยเห็น ถึงแม้ว่าจะหนักหนาสาหัส แต่เราก็สนุก ได้เห็นดอกไม้ป่า ดอก กระเจียวขาว ต้นขนตาช้าง กล้วยไม้ หลากชนิด สมุนไพร ซึ่งไอ้รมย์เพื่อนผม ไม่วายที่จะลอง สมุนไพร ที่พี่เจ้าหน้าที่แนะนำ เนื่องจากอาการ ท้องเสียซึ่งรมย์ก็การันตีได้เลยว่า เยี่ยมทีเดียวครับ แต่เสียดายหน่อยตรงที่ผม และเพื่อนๆจำชื่อมันไม่ได้ครับ บางอย่างก็แก้กระหายน้ำได้อย่างดีเลย ซึ่งมีใบมีรสเปรี้ยว กินแล้วชุ่มคอดี และยังมีหลายๆอย่างที่พี่ เจ้าหน้าที่ได้ บอกพวกเรา แต่พวกเรา ลืมมันไปแล้ว เสียดายมาก เพราะเยอะซะจริง

พวกเราไม่เคยคิด เลยว่าจะมีโอกาสได้ศึกษาธรรมชาติ อย่างจริงจังอย่างงี้มาก่อน แล้วอีกอย่าง ที่ลืม ไม่ได้เลย เมื่อพวกเรามาถึงหน้าผา ซึ่งเป็นที่ ที่พี่บอกว่าเป็นที่สุดท้ายแล้ว มันเป็นหน้าผาครับ สวย มาก เห็นวิว ทิวทัศน์ ได้ในมุมกว้าง แต่สิ่งที่เราได้เห็น มันมากกว่านั้นคือ พี่ได้ชี้ให้พวกเราได้ดู กับดักอันหนึ่ง มันเป็นด้ามไม้ยาวๆ ไม่ใหญ่ แต่ก็พอสมควร มันได้ผูกติดกับต้นไม้ต้นหนึ่ง มีลักษณะ แปลกๆ พี่เล่าให้เราฟังว่ามันคือ กับดักชนิดหนึ่งที่ เอามาดักสัตว์ป่า อย่างที่พวกเรา ได้บอกไว้ข้างต้น แล้ว ว่าที่นี่ สมบูรณ์มากๆ จึงมีสัตว์มาก ตามไปด้วย โดยเฉพาะ แถวนี้มีเลียงผา มาแถวนี้บ่อยๆ ก็ เพราะแถวนี้เป็นสันเขา แล้วยังมีอาหาร ที่มันชอบอีกก็คือ ลูกตะขบ นั่นเอง

พี่บอกว่าเวลาที่พี่มาเดินตรวจ ก็จะเห็นมันบ้าง โดยเฉพาะแถวนี้เห็น ประจำอยู่ตัว สองตัว แต่มา ตอนหลัง พี่มาเดินก็ไม่เห็นมันอีก ก็แปลกใจเหมือนกัน แต่พี่มาบอกว่ามาเห็น กับดักอีกที ก็สายไป แล้ว เพราะว่ามันได้ถูกใช้งานมาแล้วนั่นเอง “พี่เห็นครั้งแรก พี่โมโหมาก วิ่งกลับไปที่เต็นท์ที่ทำการ เอาขวานวิ่งกลับมา กะจะฟันทิ้ง เจ็บใจมาก พอมาถึง ก็นั่งพักเหนื่อย แล้วก็ง้างจะฟัน ก็คิดบางสิ่งได้ว่า เก็บเอาไว้อย่างงี้ ดีกว่า เอาไว้ให้คนรุ่นหลังแบบน้องๆนี้ ได้เห็นมันไว้เป็นตัวอย่าง ให้ได้รู้ว่า ไอ้สิ่งนี้ แหล่ะ ที่เป็นสิ่งที่พรากชีวิตสัตว์มานักต่อนักแล้ว จากพวกน้ำมือของพวกที่เห็นแก่ตัว อยากให้พวก น้องๆ จำเอาไว้”

สิ่งที่พวกพี่ได้สอนพวกเรายังไม่มีแค่นั้น “ พี่ว่าคนเราเที่ยวสมัยนี้ มาเที่ยวแบบ เอาแต่ความ สนุก เข้าตัว บางคนซึ่งพี่เห็นมาบ่อยก็เปลี่ยนที่กินเหล้ากัน (เพื่อนในกลุ่มของเราถึงกับสะอึก ) พอเหล้า เข้าปากแล้ว ก็เริ่มร้องรำ ทำเพลง โวยวาย สัตว์มันได้ยิน มันก็หนี นกบางอย่างก็ ต้องย้ายที่อยู่ ทั้งๆ ที่เป็นที่ของมัน เป็นบ้านของพวกมัน ด้วยซ้ำ หาอยากที่มาเที่ยว แบบเชิง อนุรักษ์ แบบที่มา ศึกษาว่า ที่นี้ ประวัติ มันเป็นยังไงด้วยซ้ำ น้องว่าไหม! “

พวกเราพยักหน้ารับฟังอย่างเข้าใจในความรู้สึกของเจ้าหน้าที่ แล้วตั้งใจว่า เราจะไปเที่ยว เพื่อรักษา ธรรมชาติ อย่างน้อยถ้าไม่ทำอะไรเลย ก็จะไม่ทำลายมันไป อย่างแน่นอน…….

 

นที เหลืองสุขเจริญ
30/2 หมู่ 5 ต.บางตีนเป็ด อ.เมือง
จ.ฉะเชิงเทรา 24000
tel. 038-515883 ,
1188-4304933
e-mail : ninkna@chaiyo.com







 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: อุทยานแห่งชาติไทรทอง

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 3

  1. Re: อุทยานแห่งชาติไทรทอง

  2. Re: อุทยานแห่งชาติไทรทอง

  3. Re: อุทยานแห่งชาติไทรทอง

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้