ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคเหนือ
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

จากแม่สายสู่ดอยตุง

หน้าแรก > ติดใจทริปนี้ > จากแม่สายสู่ดอยตุง
จากแม่สายสู่ดอยตุง

 

วันที่ 4 กรกฎาคม 2543
จากแม่สายสู่ดอยตุง
เวลา 08.30 น. ผมได้ทำภาระกิจเสร็จผมพาชมชายแดนแม่สายอีก 1 รอบ และกลับมายังที่พัก เพื่อเก็บของและทานข้าวเช้า เสร็จแล้วผมออกเดินทาง พาไปชม "ดอยตุง" ตลอดเวลาที่เดินทางเป็นทางลาดยาง ขึ้นเขาคดเคี้ยวลัดเลาะ ไปตามภูมิประเทศที่สวยงาม


 แต่เราก็เดินทางใช้เวลาไม่นานมากนักก็ถึงทางเข้าพระตำหนักดอยตุง ผมได้พบชาวเขาเผ่าอาข่า เขาชื่อ ซารายา ครับ ผมถามเขาว่าหมวกที่ใส่หนักกี่กิโลกรัม เขาบอกว่า 2 กิโลกรัม จากนั้นผมได้ไปติดต่อขอซื้อบัตรเข้าชมสวนแม่ฟ้าหลวงกับพระตำหนักดอยตุงท่านละ 100 บาท เราไปดูดีกว่าว่าสวนแม่ฟ้าหลวงสวยงามอย่างไร มีความเป็นมาอย่างไร สวนแม่ฟ้าหลวง เป็นสวนไม้ดอกเมืองหนาวสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 บนพื้นที่ 12 ไร่ ใกล้กับพระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวงได้รับการออกแบบให้สวยงามตลอด 365 วัน แปลงไม้ดอกหลากหลายพันธุ์ นับหมื่นดอกถูกจัดแต่งหมุนเวียน ให้สวยงามไม่ซ้ำกันทั้ง 3 ฤดู ประกอบกับประติมากรรม เด็กยืนต่อตัวโดดเด่นอยู่กลางสวน ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อว่า "ความต่อเนื่อง" อันตรงกับพระราชดำริ ของสมเด็จย่าที่ว่า "ทำงานอะไรก็ตามจะสำเร็จได้ต้องมีความต่อเนื่อง" สวนแม่ฟ้าหลวง ได้รับรางวัล DATA GOLD AWARDS ประจำปี 2543 ของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคแปซิฟิก ในนามของประเทศไทย ประเภทรางวัลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

 ปัจจุบันสวนแม่ฟ้าหลวงได้ขยายพื้นที่เพิ่มอีก 13 ไร่ เป็นสวนหิน สวนน้ำ สวนปาล์ม และสวนไม้ประดับ รวมเนื้อที่สวนแม่ฟ้าหลวงทั้งหมด 25 ไร่ครับ งั้นเราไปกันต่อที่ "พระตำหนักดอยตุง" "ลุย …. ลุย มันเข้าไปตราบที่ลมหายใจของเรายังมี " ฮิ ฮิ ร้องเพลงครับ อ๊ะ ถึงแล้วครับพระตำหนักดอยตุง "อู้ ฮู่" สูงจัง บรรยากาศไม่แพ้ต่างประเทศเลยนะครับ เรามาฟังความเป็นมากันต่อ พระตำหนักดอยตุง นับได้ว่าเป็นบ้านหลังแรก ของสมเด็จพระศรีนครินทราพระบรมราชชนนี ที่สร้างขึ้นด้วย พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ พระองค์และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ

 ผู้ได้พระราชทานแนวพระราชดำริโดยเน้นความเรียบง่าย และการใช้ประโยชน์ได้ดี พระตำหนักดอยตุง เริ่มดำเนินการสร้างเมื่อพระองค์ท่านเจริญพระชนมายุได้ 88 พรรษา โดยมีพิธีลงเสาเอกซึ่งทางเหนือเรียก "พิธีปกเสาเฮือน" เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2530 พระตำหนักดอยตุง เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมล้านนา กับบ้านพื้นเมืองของสวิตเซอร์แลนด์ และบ้านไม้ซุงตัวอาคารมี 2 ชั้นและชั้นลอย ที่ประทับขึ้นแยกเป็น 4 ส่วนทุกส่วนเชื่อมต่อกันเป็น อาคารหลังเดียวเสมอกับลานกว้างของยอดเนินเขา ส่วนชั้นล่างจะเกาะอยู่ตามไหล ่เนินเขาลักษณะเด่นของพระตำหนักอยู่ที่กาแล และเชิงชายแกะสลักลาย เมฆไหลรอบพระตำหนัก ภายในท้องพระโรงจะเห็น "เพดานดาว" ทำด้วยไม้สนแกะสลักเป็นกลุ่มดาวต่าง ๆ

 ล้อมรอบระบบสุริยะจักรวาลและที่ผนังเชิงบันได แกะเป็นตัวพยัญชนะไทย พร้อมภาพประกอบไม้ที่ใช้ตกแต่งภาย ในพระตำหนักส่วนใหญ่เป็นไม้ลังที่ใส่สินค้ามาจากต่างประเทศ ส่วนภายนอกพระตำหนักสดสวยสะพรั่งไปด้วยไม้ดอก ไม้ประดับเมืองหนาวนานาพันธ์ที่สวยงามและสดชื่นตลอดปีครับ เป็นไงครับพาเที่ยวจุใจใช่แล้วมั้ยครับคงต้องกลับที่พักก่อนนะ แต่ถ้าใครจะมาพักที่ต้นน้ำ รีสอร์ทได้นะครับบรรยากาศดีมองเห็นทะเลหมอกบวกกับภูเขาครับ WCM พักก่อน นะครับ พรุ่งนี้พบกันครับ สวัสดี BYE BYE….

 

WEBCAM MAN
ดูท่องเที่ยวสดๆ ได้ที่ webcam สัญจร
ดูภาพย้อนหลังแบบเต็มทุกรูป ที่ webcam ย้อนหลัง
คุยกับ webcamman ได้ที่ หน้าพาเที่ยวคุยไปเที่ยวไปฟังไปครับ

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้