สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคอีสาน
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

บันทึกนายแม้นคนสวนไปเที่ยวทุ่งหญ้าเขาแหลม ที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

หน้าแรก > ติดใจทริปนี้ > บันทึกนายแม้นคนสวนไปเที่ยวทุ่งหญ้าเขาแหลม
บันทึกนายแม้นคนสวนไปเที่ยวทุ่งหญ้าเขาแหลม


บันทึกนายแม้นคนสวนไปเที่ยวทุ่งหญ้าเขาแหลม ที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

      16.5 กก. ของนายแม้นและ 5.0 กก. ของแม่คุณนายแม้น  แม่นขนาดนี้ก็เพราะเอาตาชั่งมาชั่งกันเลยนะสิครับ ฮา ฮา นั่งมองดูเป้ที่จะเอาไปแล้วก็ได้แต่ถามตัวเองว่า จะไปจริงๆ หรือนี่ หนที่สามแล้วนะครั้งนี้ .. .

      เรื่องมันสืบเนื่องจากคราวเที่ยวเกาะสุรินทร์ที่พังงาตอน เม.ย. 44 ที่ผ่านมา แล้วปรากฏว่าทัวร์นายแม้นคนสวน เป็นที่สนุกสนานใจ หรือราคาคุยเรื่องทุ่งหญ้าเขาแหลมก็ไม่รู้ครับ น้องๆ ที่ทำงานก็เลยสนใจจะไปเที่ยวกันดู (คิดผิดแต่ต้นเลยล่ะหนูเอ๋ย) ข้อสำคัญเที่ยวทะเลอันดามันไม่ได้แล้วช่วงนี้มรสุมเข้า ได้เวลาปะการังพักผ่อน  แต่ แต่ … กลับเป็นเวลาของป่าเขาลำเนาไพรจะเริงร่าบ้างแล้ว ฝนตกครับ …. 

      เดิมจะไปโน่น ..ป่าหินงาม ไทรทอง ที่ชัยภูมิครับ  แต่จากการโทรประสานงานผ่านดาว (ลูกไก่) เทียม ทำให้ทราบว่าดอกกระเจียวยังน้อย และไม่บานเต็มที่ ไม่สวยครับ และระยะทางค่อนข้างจะใช้เวลานานไปหน่อยสำหรับเวลาสั้นๆ เสาร์ - อาทิตย์ แบบนี้ ก่อนออกเดินทางนายแม้นก็เอาคำแนะนำเรื่องการเดินป่าหน้าฝน พร้อมทั้งวิธีกันทากแบบปากต่อปาก  และประสบการณ์ของตนเองที่เจอมาให้น้องๆ ทราบ อันเป็นการเพิ่มความสนุกสนาน ตื่นเต้น หวาดเสียว สยอง และปนหวาดกลัวให้การเดินทางครั้งนี้มีรสชาดยิ่งขึ้น ฮา ฮา  ตัวนายแม้นเองก็เกือบจะเอาถุงก๊อบแก๊บขนาดใหญ่สวมเท้าก่อนใส่ถุงเท้า เสียด้วยซ้ำไป  ดีแต่แม่คุณของนายแม้นทำตาเขียวใส่ว่า over เกินไป ไม่งั้นอาจจะใช้ถุงดำก็ได้นะ ฮา ฮา …

      เสาร์ 19 พ.ค. 44 เวลา 06.30 น. ได้ฤกษ์ออกเดินทางจากบ้าน เมื่อคืนก่อนหลับก็หวั่นๆ เรื่องฝนมาตลอด  ดูพยากรณ์อากาศทุกวัน ทั้งช่อง 3, 5, 7, 9, 11, ITV เท่านั้นยังไม่พอ  ดูจาก CNN, CNBC แถมฟังจาก VOA, BBC อีกต่างหาก เสียดายไม่มีเขาใหญ่ครับ ฮา ฮา  ประสาทจะกินเสียให้ได้ กลัวไปเที่ยวแล้วลูกทัวร์ไม่ประทับใจ … แต่เพราะนายแม้นเป็นคนน่ารัก อบอุ่นและเพี้ยนละเอียดอ่อน เช่นเดียวกับลูกทัวร์ ทำให้ธรรมชาติอยู่ข้างเรา ฟ้าใสครับ …. 

      ถนนรังสิต - นครนายก ห้วงเวลานี้ ขับแล้วสบายใจครับ ถนนใหญ่กว้างขวางและเรียบดี ที่สำคัญน้ำในคลองเต็มเปี่ยม ต้นไม้ นาข้าวข้างทางเขียว เขียว และเขียวชะอุ่มจริงๆ ครับ สีเขียวของต้นไม้กับสีฟ้าของทะเลและท้องฟ้า ถือเป็นสีอมตะและมีชีวิตชีวาตลอดกาลครับ …  เส้นทางนี้ จำได้ว่าตอนเป็นเด็กเวลามาเยี่ยมคุณย่า ที่ปราจีนคุณพ่อจะแวะทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่นครนายก  ร้านซ้ายมือเลยสี่แยกไฟแดงเข้าเมืองนี่แหละครับ ตอนหลังพอโตขึ้นขับรถมาเที่ยวเอง ก็จะแวะด้วยความเคยชิน ชื่อร้าน "คานทอง" ครับ ฮา ฮา  แต่ตอนนี้มีร้านข้างๆ ใหญ่กว่าขึ้นมาขายแข่งกัน ท่าจะแย่แล้วครับคานทองของผม … 

      08.00 น. กริ้งๆ เสียงโทรศัพท์ระบบดาว (ลูกไก่) ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงลูกทัวร์ว่า ตอนนี้อยู่แถวๆ คลอง 12 ค่ะ .. รอก็แล้วกัน แม่คุณของนายแม้นออกคำสั่ง … เป็นคำตอบสุดท้าย คณะเรามี 6 คนครับ รถ 2 คัน นายแม้นกับแม่คุณเป็นคณะล่วงหน้า (แก่) มาก่อนเพราะเคยมาแล้ว อีก 4 คนเป็นชุดเดียวกับที่ไปเกาะสุรินทร์จนติดใจนะแหละครับ เว้นแต่เปลี่ยนจากน้องแซมเป็นน้องเมี่ยงที่เข้มแข็ง … แรงพอๆ กัน ฮา ฮา ที่เหลือก็มีน้องยุ้ย … ว่าที่ precenter ของยาลดน้ำหนัก (after นะครับ) … พี่แจ็คของน้องยุ้ย… บุรุษกำยำซึ่งทากเรียกเฮียครับ เพราะถูกเกาะติดอย่างสนิทสนมกลมเกลียว และสนุกสนานอยู่คนเดียวตั้งแต่ต้นทางเข้าป่า จนเดินออกจากป่าไม่รู้มีดีอะไร สงสัยจะติดเอาไปฝากที่บ้านด้วยหรือเปล่า ฮา ฮา … น้องวินสาวเหนือผู้ที่ภาษาไทยไม่แข็งแรงเท่าใดนัก ต้องมีพี่เลี้ยงพาไปเที่ยว ไม่งั้นอาจจะทำให้เจ้าของสถานที่ถึงแก่กาลได้ เพราะสื่อคลาดเคลื่อนหลายกิโล และน้องเมี่ยงเจ้าของหอพักที่อุบลฯ ซึ่งหากชาว กทม. ท่านใดสนใจจะไปแวะพักก่อนเดินทางไปเขาใหญ่ก็ยินดีต้อนรับครับ ฮา …

      10.30 น. ด้วยเส้นทางราดยางอย่างดีที่ปรับปรุงแล้วของเขาใหญ่  เราก็มาเอ้อระเหยอยู่ที่ผากล้วยไม้ ติดต่อเจ้าหน้าที่ขอเข้าไปที่หน่วยเขาแหลม  จุดที่จะไปนี้ต้องขออนุญาตครับ  ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง เพราะเป็นการเดินทางเข้าไปในป่าของทาร์ซานนะแหละครับ ประมาณ 4.8 กม. จริงๆ แล้วเส้นทางไม่ยากแต่ป่าก็คือป่าครับ  หันไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้ เพราะฉะนั้นอะไรก็เกิดได้เสมอ โดยเฉพาะการหลงป่า  เสียค่าธรรมเนียมแล้ว ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้แล้ว ก็ไปรอที่ร้านค้าตรงเหวสุวัตเพื่อเตรียมตัวเดินทาง แต่ก็ไม่ลืมที่จะแวะร้านสวัสดิการตรงผากล้วยไม้เพื่อซื้อถุงกันทากให้กับลูกทีมครับ สาวๆ มีครบ หนุ่มไม่มี ไม่กลัว ของหมดนะแหละครับ ถ้ามีเหลือก็เอาเหมือนกัน ฮา ..
      11.15 น. คณะเราเริ่มออกกระทำทุกข์กริยากัน เฮ้อ .. ว่าจะไม่แล้วเชียวนา ตอนนี้ 17.5 กก. แล้วครับ บวกข้าวเหนียวไก่ย่างมื้อกลางวัน ที่จะเอาไปกินกลางทางด้วย แต่ละคนมีเป้บนหลังพร้อมเต้นท์ ถุงนอน เสบียง อุปกรณ์แคมป์ปิ้งและกำลังใจที่มุ่งมั่น…    ช่วงแรกจะเป็นการข้ามห้วยลำตะคองกว้างประมาณ 50 เมตร น้ำค่อนข้างแรงเพราะฝนเพิ่งจะหยุดตก คณะเราค่อยๆ ข้ามเรียงตามกันไป น้ำลึกเลยหัวเข่า เปียกกันพอเลอะเทอะ จุดนี้จะมีลวดสลิงผูกขึงระหว่าง 2 ฝั่งครับ เอาไว้เกาะเวลาน้ำแรง ช่วยได้แยะครับ เพราะหินในลำห้วยค่อนข้างลื่น แถมบางช่วงน้ำแรงและลึกถึงโคนขา ถ้าไม่มีอะไรให้ยึดก็น่ากลัวเหมือนกัน … 

     เจ้าหน้าที่ดูแลดีครับ ไปกันช้าๆ เดินนำข้ามน้ำไปก่อนทำให้เรารู้ว่าควรจะต้องวางเท้าตรงไหน ตรงไหนลึก ตรงไหนลื่นบ้าง .. เฮ้อ ในที่สุดก็ข้ามฝั่งมาได้ ตัวเปล่าก็ลำบากพอแล้ว นี่ยังมีเครื่องหลังขนาดหนักเอาเรื่องติดมาด้วย  กลัวที่สุดคือลื่นครับ … 

      ข้ามมาแล้วก็ถึงรายการพ่น ทา ฉีด สารพัดยาที่จะกันทากได้ นามแม้นแบ่งยาฉุนมาผสมน้ำแล้วบีบๆ ทาๆ ที่แขน ที่ขา แบ่งยัดไว้ในรองเท้า ถุงเท้า พองาม … มาแล้ววววว…. ทาก ครับ ตัวแรกมาทักทายเราตรงริมฝั่งเลย ส่งเสียงดังมาเชียว … ลูกทีมนะครับ ไม่ใช่ทาก … คณะก็เลยได้เห็นได้สัมผัสกับของจริงเสียที่ รอมานาน ฮา ฮา … ตื่นเต้น กระตู้วู้ และโวยวายกันพอหอมปากหอมคอ ก็ออกเดินทางต่อ 
       ช่วงแรกนี่ทางชันหน่อยครับ ไต่ขึ้นเรื่อยๆ เสียงหอบ เสียงลื่นไถล เสียงร้องว่า … ทากเกาะะะ….. ดังให้ได้ยินอย่างชื่นใจเป็นระยะๆ … เอ้อ คณะเรานี่มีเสน่ห์นะ ทากมารอต้อนรับตลอดทาง … หนุ่มแจ๊คได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นเป็นที่สุด และคณะเราก็โชคดีมากๆ ที่ได้เธอมาร่วมคณะ เพราะเธอเดินนำหน้าเรียกให้ทากมาเกาะได้ตลอดทาง คนเดียวจริงๆ

       …ระหว่างทางนายแม้นชื่นชมน้องเมี่ยงมากครับ ทุกครั้งที่คณะหยุดเดินเพื่อพัก เธอจะซอยเท้าครับ จริงๆ ครับ ซอยเท้าอยู่กับที่เหมือนนักมวยเต้นฟุตเวิร์คแหละครับ ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด บอกว่าเต้นแบบนี้ทากไม่เกาะ น้องเมี่ยงเธอแอโรบิคที่ทำงานประจำครับ ฮา …. คณะผ่านดงไม้ ผ่านป่าดิบชื้น ขึ้นๆ ลงๆ ผ่านดงเฟิร์น ผ่านโป่งสัตว์ มาเรื่อยครับ เปียก แฉะ ลื่นไถล หอบ และทาก 
      … ..1.30 ชั่วโมงผ่านไป นายแม้นกับแม่คุณเดินรั้งท้ายครับ  ต้องคอยตะโกนถามหัวแถวตลอดว่า ยังอยู่หรือเปล่า  กลัวหลงนะครับ ขนาดมา 2 เที่ยวแล้ว อย่างที่ว่าแหละครับ คืบก็ป่า ศอกก็ป่า อะไรเกิดได้เสมอ

      .. ด้วยอายุกำลังฉกรรจ์ทำให้นายแม้นและแม่คุณตระหนักดีว่า อะไรควร อะไรไม่ควร ช่วงเวลาในป่าสั้นนัก ทำไมต้องรีบเดินแทนที่จะดื่มด่ำกับธรรมชาติ ให้สมกับที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ฮา ฮา. หมดแรงครับ
       เฮ …. วู้ … เย้ …. เสียงที่ดังอยู่ข้างหน้าทำให้รู้ว่า น้องๆ ได้ไปถึงจุดที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของเส้นทางแล้ว จุดชมวิวบนสันเขาก่อนจะถึงหน่วยเขาแหลมครับ หนุ่มแจ๊คกับน้องยุ้ยบอกว่าเหมือนภาพในสารคดี แต่อันนี้ของจริง สาววินพูดไม่รู้เรื่องฟังไม่ออก น้องเมี่ยงนิ่งและอึ้งไปพักใหญ่ เหนื่อยครับ ฮา ฮา  แต่สายตามันฟ้องครับว่าชื่นชมมาก ลองนึกดูนะครับ เดินอยู่ในป่ารกทึบเฉอะแฉะ แล้วจู่ๆ ก็โผล่ออกมาอยู่บนสันเขาเปิดกว้างโล่งไปหมด มองลงไปเห็นทุ่งหญ้าเขียวขจี เป็นเนินเหมือนสนามกอล์ฟขนาดยักษ์สุดลูกหูลูกตา ท้าทายอยู่ข้างหน้า มีภูเขาใหญ่ล้อมรอบเป็นแอ่งกะทะ   

      อ้อ นึกออกแล้วครับสาววินบอกว่าเหมือนฉากใน The Sound of Music  ตอนที่จูลี่ แอนดรูว์ วิ่งร้องเพลงบนภูเขานะครับ ฮา ฮา นายแม้นว่าเหมือนกับภูเขาที่นางเอกกับพระเอกหนังอินเดียวิ่งจีบกันไป  ร้องเพลงกันไปมากกว่า ….ฮา 

       คณะหยุดพักถ่ายรูป ทานข้าวกลางวันกันตรงนี้ครับ  เราขอบคุณเจ้าหน้าที่นำทางมาแล้วบอกว่าเราจะเดินต่อลงไปเอง เพราะเห็นเสาธงของหน่วยอยู่ลิบๆ ประกอบกับเคยมาแล้วไม่น่าจะมีปัญหา .. เจ้าหน้าที่ใจดีหรือดีใจก็ไม่รู้ครับ แว่บ หายไปเลย … เราประทับเอาภาพตรงนี้ไว้ในใจอีกพักใหญ่ก็เก็บของเดินลงไปที่หน่วยเห็นใกล้แค่นี้ก็ 1 กม. เดินลงอย่างเดียวสบายไป … แต่ขากลับเป็นคนละเรื่องเลยครับเพราะเดินขึ้น … เมื่อไปถึงหน่วยก็เจอคนคุ้นเคย เจ้าหน้าที่ที่เคยพานายแม้นเข้ามาเมื่อ 2 ครั้งก่อนนะแหละครับ ทักทายกันอบอุ่นดี  ทันทีที่เอาเป้ลงจากหลัง นายแม้นก็เดินเสียทรงอยู่พักใหญ่ …. 

      เรากางเต้นท์กันใต้ต้นไม้ เพราะที่นี่มีแต่ต้นไม้ครับ ฮา ฮา หญ้านุ่มหนา เขียวจนไม่รู้จะเขียวไปกว่านี้ได้อย่างไร ผ้าใบผืนใหญ่ถูกคลี่ออกมาปูนั่งกัน คณะเริ่มโอนเอน ตาปรอย  ยิ้มเหมือนคนเมาจะหมดสติแล้ว แต่ก่อนที่อะไรจะเกิดขึ้นนายแม้นก็พาคณะไปดูของมหัศจรรย์กลางป่า  ปั๊มโยกน้ำบาดาลครับ ลูกทีมชอบมาก น้ำเย็นสดชื่นและโยกมันดี ฮา ฮา ดังเอี้ยดอ้าดทุกครั้งเวลาใช้งาน … 

       บ่ายสามกว่าแล้วกว่าจะหายเหนื่อยกัน … ฟืนและไม้แห้งที่พอหาได้เริ่มได้รับการจัดวางและติดไฟอย่างผู้ชำนาญการ มาเที่ยวแบบนี้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้ทำอะไรที่สนุกๆ อย่างนี้แหละครับ ควันไฟเริ่มโชย พร้อมกับเสียงชื่นชมในการหุงข้าว โดยเฉพาะการหุงข้าวแบบธุดงค์ของน้องวิน (ก็คือการดงข้าวนะแหละครับ ด้วยความที่ภาษาไทยเธอไม่แข็งแรงเลยได้ศัพท์ใหม่เสมอๆ)

อ่านต่อ หน้า2  

 

ขอเชิญร่วมครับ






 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง