| ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง...น้องตาโต
การเดินทางในครั้งนี้เกิดจากความมุ่งมั่นตั้งแต่ต้นปีว่าช่วงปลายปีนี้พวกเราจะต้องไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งให้ได้
สืบเนื่องจากทุก ๆ
คนทำงานกันชนิดหัวเป็นเกลียวตัวเป็นน๊อตกันตลอดปี
เลยไม่ค่อยมีเวลาไปพักผ่อนกัน
สถานที่ที่อยากเที่ยวก็เปลี่ยนกันไปเรื่อย
ๆ
จนเราสรุปกันได้ว่าเราจะไปท้าลมหนาวที่จังหวัดเชียงใหม่กัน
 |
เมื่อสรุปการเดินทางได้แล้วเราก็จัดแจงเรื่องที่พัก
พาหนะการเดินทาง
รวมถึงโปรแกรมการเที่ยวแบบคร่าว
ๆ
เพราะแต่ละคนก็ไม่มีเวลาเตรียมการอะไรกันเลย
จนถึงวันนัดหมาย
ต่างคนต่างกระหืดกระหอบมาเจอกันที่หัวลำโพงด้วยชุดทำงานกัน
เพื่อมาขึ้นรถด่วน
sprinter ในเวลา 19.25 น.
รถด่วน sprinter ค่อย ๆ
พาเราออกห่างจากตัวเมืองที่เต็มไปด้วยแสงนีออนต่างๆ
มุ่งหน้าขึ้นทิศเหนือ
ความมืดมิดภายนอกของเวลากลางคืน
ทำให้เราอดชมทัศนียภาพต่าง
ๆ
พอรับประทานอาหารบนรถไฟเสร็จสรรพ
พวกเราก็จัดแจงเข้ามุมเล่นเกมซ่อนตาดำกัน |
การนอนบนรถด่วน sprinter
แม้จะทำให้เราถึงที่หมายเร็วกว่ารถไฟตู้นอนแต่มันก็ทำให้เราต้องหลับ
ๆ ตื่น ๆ
อยู่ตลอดทั้งคืน
จนถึงที่หมายปลายทาง สถานีรถไฟเชียงใหม่
สัมผัสแรกค่อนข้างผิดหวังกับลมหนาว
พวกเรารีบกุลีกุขอขนสัมภาระต่าง
ๆ
ออกจากรถไฟเพื่อจะได้สัมผัสกับลมหนาวของเชียงใหม่
แต่เราก็ต้องพบกับความผิดหวังเล็กน้อย
ที่เพราะอากาศภายนอกไม่ถึงกับร้อนนัก
แต่ก็ทำให้เราต้องเก็บเสื้อกันหนาวสีสันจัดจ้านที่เราตระเตรียมกันมา
ปลอบใจกันเล็กน้อยว่า
คืนนี้อากาศคงจะหนาว
.เราได้แต่คิดแบบนั้นกัน
การเดินทางในวันแรก
หลังจากรองท้องด้วยข้าวต้มทะเลแสนอร่อย
จากฝีมือของแม่เพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ที่เชียงใหม่
เราพร้อมอีกครั้งสำหรับการเดินทางมุ่งหน้าขึ้นสู่ดอยอ่างขางกัน
แต่ก่อนจะไปถึงเราได้แวะเที่ยวอีก
2-3 ที่
ซึ่งเป็นทางผ่านก่อนขึ้นสู่ดอยอ่างขาง
ที่แรกที่เราแวะ คือ
ถ้ำเชียงดาว
ซึ่งเป็นถ้ำเก่าแก่อายุนับร้อย
ๆ
ปีก่อนเข้าถ้ำมีการเก็บค่าบำรุงสถานที่เพียงคนละ
5 บาทเท่านั้น
เมื่อเดินตามทางไปสักระยะหนึ่ง
เราพบคนกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่รวมกันพร้อมทั้งมีตะเกียงน้ำมันกันคนละชุด
และเราก็ถึงบางอ้อว่า
คนกลุ่มนั้นเค้ามาทำอะไรกัน
เพราะเบื้องหน้ามีทางแยกเข้าสู่ถ้ำพระนอน
มองเข้าไปแล้วมืดมากๆ |
 |
 |
โดยมีป้ายระบุเอาไว้ว่า
หากต้องการเข้าไปชมด้านในจะต้องไปกับไกด์ของทางวัด
ซึ่งเก็บค่าใช้จ่ายในการนำทาง
100 บาท ต่อกลุ่ม (กลุ่มละ
8 คน)
เรามองหน้ากันเล็กน้อย
และตัดสินใจจ่ายเงินให้
ไกด์พาเราพร้อมกับตะเกียงอันนั้นมุดเข้าไปสู่ถ้ำพระนอน
ตลอดทางไกด์ก็จะบรรยายถึง
หินงอกหินย้อย
รูปร่างต่าง ๆ
แล้วแต่จะจินตนาการกันไป
พร้อมกับปล่อยมุขตลก
ๆ มาให้เราขำ ๆ
กันบ้างตลอดทาง เช่น
เราเห็นทางแยกซึ่งเหมือนจะไปต่อได้เราก็ถามไกด์ว่า |
| ทางนี้ไปถ้ำอะไร
ไปได้มั้ยค่ะ
ไกด์ตอบกลับมาว่า ไม่ได้ค่ะเพราะเป็นถ้ำรันตู
เราก็งง ๆ
อ้าวถ้ำชื่อออกเพราะ ทำไมไปไม่ได้คะ
ไกด์ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเราคงต้องย้อนถาม
ถ้ำรันตู
ก็ถ้ำรูตันไงคะ
ฮาฮาฮาฮา
เราเดินไปเดินมาตามทางที่ไกด์พาเราไปรวม
ๆ
ระยะทางแล้วก็ประมาณเกือบ
1 กิโลเมตรได้
ไม่เหนื่อยนะคะถ้ำนี้เดินได้เรื่อย
ๆ
พร้อมทั้งมีหินงอกหินย้อยให้ชมกันตลอดทางค่ะ |
 |
 |
เสร็จแล้วเรามุ่งหน้าต่อไปยัง
บ่อน้ำร้อนฝาง
ที่มีชื่อของที่นี่
เป็นบ่อน้ำร้อนประมาณ
3-4 บ่อ
แต่ละบ่อไม่ใหญ่มากค่ะ
แต่บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างร่มรื่น
เหมาะกับการนั่งพักผ่อน
หลังจากที่นั่งรถขึ้นเขาโขยกเขยกกันมาตลอดทาง |
|
เราแวะถ่ายรูปพร้อมนั่งพักกันสักครู่เพราะบ่ายคล้อยเต็มที
น้องคำหล้า
โชเฟอร์ของเราตะโกนบอกเราให้เคลื่อนทัพ
เนื่องจากต้องขับขึ้นเขาอีกหลายลูกเป็นรยะยะทางประมาณ
30 กิโล
หากเราช้าการเดินทางจะค่อนข้างอันตราย
30
กิโลสำหรับคนเมารถคงไม่ค่อยจะสบายนัก
เพื่อนร่วมทริปเราคนหนึ่งถึงกับอาเจียนกันตลอดทาง
ต้องถามไถ่กันตลอดทาง
แต่ระหว่างทางขึ้นเขา
เราก็แอบยิ้มอยู่ในใจเพราะสายลมเย็นที่ผ่านเข้ามาเริ่มให้ความรู้สึกว่า
เราจะได้ใส่เสื้อกันหนาวกันที่ดอยอ่างขางคืนนี้แน่นอน |
 |
 |
อ่างขางวิลล่า
: ภายใต้ขุนเขา
กับลมหนาวที่เริ่มโชยมา
ในที่สุดเราก็มาถึงที่พักด้วยอาการมึน
ๆ
กันเล็กน้อยหลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย
พร้อมกับจัดแจงสำรวจทั้งที่นอน
และห้องน้ำทุกอย่างค่อนข้างโอเค
บ้าน 1 ห้อง
สามารถนอนได้ถึง 10 คน
พร้อมห้องน้ำ 2 ห้อง
แต่เนื่องจากตอนที่เรามานี้เป็นหน้าเทศกาลพอดี
สนนราคาที่พักที่นี่จึงค่อนข้างแพง
แต่หากมากันหลาย ๆ คน
หารกันออกมาแล้วก็ถือว่าไม่แพงนัก |
|
เราเริ่มลงไปเดินเล่นที่ตลาดบริเวณด้านล่าง
ที่มีของพื้นเมืองมาวางขายกันมากมาย
ส่วนใหญ่จะเป็นผักสด
ผลไม้ต่าง ๆ
เราได้แต่เดินดูกันเฉย
ๆ
ไม่ได้ซื้ออะไรกันเพราะกว่าเราจะกลับผักผลไม้คงจะเน่าไปเสียก่อน
จนถึงเวลาอาหารเย็น
เรามุ่งมั่นเดินไปที่ร้านแห่งหนึ่งหวังว่า
จะกินหมูกระทะปะทะลมหนาวกันสักหน่อย
แต่เราก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง
เพราะว่าร้านเต็ม
และอาหารที่มีอยู่ค่อนข้างร่อยหรอแล้ว
เราเลยตัดสินใจกินอาหารเย็นกันที่ร้านของที่พักเราเอง
และตอนนั้นเองเสื้อหนาวที่เราเตรียมกันมาก็ถูกนำออกมาสวมใส่กันสักที
. |
 |
อาหารที่นี่ไม่แพงมากนักพร้อมกับมีเมนูอาหารแบบที่มีสมุนไพรด้วย
เราลองชิมกันหลายเมนูไม่ผิดหวังค่ะ
ทั้งราคาและรสชาดความอร่อย
อิ่มท้องกันแล้วเราก็เดินกลับที่พักกัน
คืนนี้ต้องเข้านอนแต่หัวค่ำ
เพราะพรุ่งนี้เราต้องตื่นกันตั้งแต่ตี
4 เพื่อไปชมทะเลหมอก
และพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้ากัน
 |
ทะเลหมอกยามเช้าที่จุดชมวิว
เราไปถึงจุดชมวิวตั้งแต่ตีห้ากว่า
ๆ
พร้อมด้วยอุปกรณ์กันหนาวกันแบบค่อนข้างเต็มยศ
ทั้งเสื้อกันหนาว
ผ้าพันคอ หมวกผ้าไหม
เพราะอากาศเช้าวันนี้เราประมาณกันไว้ที่
7-9 องศาเซลเซียส
พร้อมสนุกสนานกับการพ่นไอเย็นออกจากปาก
ดูเหมือนไม่ต่างจากการไปเที่ยวต่างประเทศก็ไม่ปาน |
|
แต่เมื่อไปถึงก็ยังมีคนที่มาเช้ากว่าเรามาเลือกจับจองมุมที่จะถ่ายรูป
ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นกัน
เราไม่ได้ยึดมุมใดมุมนึง
เพียงแต่เดินถ่ายรูปกันไปเรื่อย
ๆ ตามมุมสวย ๆ
ไม่ผิดหวังที่ตื่นแต่ไก่ยังไม่โห่เพื่อมาชมทะเลหมอก
และพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่กัน
ระหว่างทางกลับเราทุกคนต่างพูดคุยถึงความสวยงาม
และเริ่มพูดคุยกันถึงอาหารเช้าอีกครั้ง |
 |
 |
โครงการหลวงดอยอ่างขาง
: ดอกไม้งาม
หลังจากเติมท้องที่ว่างด้วยขนมปัง
กับนมที่เราเตรียมมาแล้ว
น้องคำหล้าพาเราเข้าสู่โครงการหลวงดอยอ่างขาง
พวกเราตื่นตากับไม้เมืองหนาวหลาย
ๆ ชนิด
และสีสันสดใสต้อนรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว
พวกเราไม่รอช้ารีบถ่ายภาพกันเป็นการใหญ่
ดอกเล็กดอกใหญ่
ไม้ใบไม้ดอก
แทบทุกมุมเราก็เก็บภาพเอามาฝากกัน |
|
นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีแปลงทดลองปลูกผัก
ผลไม้ต่าง ๆ
รวมถึงแปลงเพาะดอกไม้เมืองหนาวที่เราเข้าไปเยี่ยมชมกัน
ถ่ายภาพกันจนหนำใจแล้วเราก็เริ่มเคลื่อนพลกัน
พร้อมกับโบกมืออำลาดอยอ่างขาง
กลับลงมาข้างล่างกัน
เราพูดกันเป็นเสียงว่าเสียดายน่าจะนอนต่อที่นี่กันอีกสักคืน
1
คืนคงน้อยไปสำหรับการมาท้าลมหนาวที่นี่
|
 |
"แล้วพบกันใหม่ทริปหน้านะคะ...น้องตาโต |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 87
Re: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
Re: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
นอนอ่างขาง1คืนเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวมพร้อมชมธรรมชาติที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง,แวะถนนคนเดิน
เชียงใหม่ โปรแกรมนี้ไม่ต้องลางานมากเดินทางวันศุกร์
เย็นกลับถึงกทม.เช้าวันจันทร์ ถูกสุดๆเพียงท่านละ 2900.-
ราคานี้รวม
ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ
ค่าที่พัก 1 คืน
ค่าอาหาร 6 มื้อ
รถตู้VIP หลังคาสูง,ดูหนังฟังเพลง,คาราโอเกะ
ขอ 8 คนขึ้นไปนะคะ/ตู้
ไกด์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง
สนใจติดต่อ มัลลิกา 0867797355
Re: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
สวยมากเดี๋ยวจะไปเที่ยวนะ
Re: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
Re: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
Re: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
Re: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
Re: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
Re: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
บอกได้เลยว่าสวยมาก ๆ เคยไปอินทนนท์และดอยตุงและภูชี้ฟ้ามาแล้ว แต่ที่นี่ลงตัวที่สุด ยิ่งถ้าไปกับคนพิเศษนะ จะไม่อยากกลับเลย อย่าลืมทานอาหารที่สถานีเกษตรหลวงนะคะ เพราะน้ำพริกผักสด ๆ จากโครงการหลวงอร่อยมาก ๆ
Re: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
"ดีที่สุดของเคียงใหม่"
ด้วยกว่าดอยอินทนน สวยกว่าดอยตุง
ทั้วบรรญกาศทุกอย่าสมบูรณ์จะบอกให้
เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของเชียงใหม่
Re: ดอกไม้งามกับสายลมเย็นที่ดอยอ่างขาง
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์