 |
บ่ายกลางเดือน
ก.พ.
อากาศสบายขณะผ่านด่านตรวจเพื่อขึ้นดอย
หนนี้มาอินทนนท์ด้วยจุดประสงค์
2 อย่าง
เตาะแตะดูนกและมาเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานครับ
คลาดแคล้วมาหลายหน
คุณแก่ของเราคำรามเสียงเครื่องยนต์อย่างทรงพลังขึ้นเขา
1,300 ซีซี เกียร์หนึ่ง
ที่
กม. 20
เลี้ยวขวายังป้ายแรกบอกทางเข้าน้ำตกวชิรธาร
ถ้าเลี้ยวป้ายที่สองจะต้องเดินอีก
400 เมตร
อากาศเริ่มเย็นลงตามความสูง
วันนี้วชิรธารยังยิ่งใหญ่และงดงามเช่นเดิม
น้ำตกไหลแรง
กระจายเป็นฝอยสีรุ้งอย่างสวยงามเมื่อทำมุมกับแสงแดด
ลานพัก
และระเบียงไม้ถ่ายรูปสุดสวยเขียวชอุ่ม
และชุ่มชื้นจากละอองน้ำเย็นใจ
หายเหนื่อยครับ
|
เราขึ้นเขาแบบอืดๆ
ต่อจนถึง กม. 31
ด้านซ้ายมือเลยที่ทำการอุทยานฯ
นิดเดียว ใช่แล้วครับ
ร้านลุงแดง หรือ Inthanon Birds Centre
ที่เหล่านักดูนกจะต้องแวะเวียนหากมาเยือน
ไม่ใช่เพียงเพราะข้อมูลเท่านั้นหากแต่ยังรวมถึงอัธยาศัยไมตรีของลุงแดงและป้าน้อง
โดยเฉพาะข้าวผัดหมูกับต้มยำไก่
อร่อยมากครับ
|
ลุงแดงให้คำตอบอย่างมืออาชีพ
อ๋อต้อง Green tailed Sunbird
ซิเจอแน่ เมื่อเราถามว่าน่าจะเจอนกอะไรบนนี้บ้าง
มือใหม่พยักหน้า(เป็นอาชีพ)
ยิ้มขอบคุณแกมซ่อนกังวลเอาไว้
เราได้คำแนะนำและความรู้ระหว่างมื้อจนเต็มตื้อ
ก่อนกลับมาที่เต้นท์และนั่งเป็นทุกข์กันว่า
มันคือตัวอะไรแน่ ต้องนกทานตะวันแน่ๆ
Sunflower
ยังดอกทานตะวันเลย นายแม้นว่า
มั่วแล้วแม้น
มันต้องอะไรที่ไฟๆ
สักอย่าง พญาไฟมั้งมี Sun
อยู่ด้วย
ไม่มีหรอกนกทานตะวัน แต่เมล็ดทานตะวันนะมีแน่
เธอวิเคราะห์แบบเซียนให้ฟัง
สุดยอดและความน่าจะเป็นสูงเหลือเกิน
นายแม้นทึ่งจริงๆ ครับ
|
นายแม้น แม่คุณ
ป้าน้อง และลุงแดง |
หลังจากติดต่อ
ณ ที่ทำการอุทยาน ฯ เสร็จ
น้ำตกสิริภูมิที่อยู่ใกล้ๆ
ก็ได้รับการเยี่ยมเยียน
.
จำแทบไม่ได้เลยครับจากแสงของจันทร์เจ้าขาที่โตเต็มดวง
ไว้สว่างแล้วมาดูกันใหม่
คืนนี้ขนาดเตรียมตัวมาแล้ว
ยังต้องเอาผ้าขาวม้ามาคลุมหัวเป็นไอ้โม่ง
ถุงเท้าหนาคู่แรกอยู่ในที่ที่ควรอยู่
คู่ที่สองกลายมาเป็นถุงมือ
คู่ที่สามเกือบจะมาอยู่ที่หู
แม่คุณหัวเราะตลกแม้น
ตัวเองใส่เสื้อหนาว 2
กางเกงยืดอีก 2 ตัวนอน
นกที่ดอยอินทนนท์มีเกือบ 400
ชนิด
หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศครับ
ดังนั้นหากมีโอกาสและเวลา
นักดูนกต้องไม่พลาด
กติกาคือต้องตื่นเช้า
จุดดูนกที่นี่มีมากมายครับตามสะดวกและเวลา
เราเลือกที่จะมาด่านตรวจที่
2 หรือด่านแม่แจ่ม กม. 37.5 ก่อน
เพราะที่ด่านนี้จะเปิดไฟทั้งคืน
มีแมลงมาเล่นไฟกันแยะ
และสนุกติดพันจนถึงเช้า
กลายเป็นบุฟเฟต์อย่างดีสำหรับสารพัดนก
ไม่รู้จักจำ
เราเดินเลาะขอบถนนทั้งซ้ายและขวา
ไล่ตามตัวนก ตามเสียงนก
ดูทันบ้าง ไม่ทันบ้าง
ไปคนละทางบ้าง
แย่งหนังสือดูนกกันบ้าง
สนุกครับ
ระมัดระวังหน่อยตรงนี้
รถวิ่งผ่านไปมาตลอด
ไม่เกรงใจกันเลย
ก้นเย็นวูบวาบ
และแล้วก็มาถึงเส้นทางยอดนิยมที่นักดูนกทั้งไทยและฝรั่งต่างต้องมา
รวมถึงมือใหม่อย่างเรา Jeep Track
ครับ อยู่ถัดจากด่าน 2
นิดเดียวด้านขวามือ
จะเป็นคล้ายทางลูกรังสำหรับรถกระบะ
เส้นทางนี้ยาว 1 กม.
ร่มคลึ้มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ตั้งแต่ปากทาง
จะส่องนกต้องบริหารคอให้ดี
เงยตลอดครับ
ลุงแดงเล่าภายหลังว่า
เวลามาแกจะใช้วิธีเอนกึ่งนอนพิงกับต้นไม้เลย
ดีครับไม่เมื่อย
ไม่บอกเสียแต่แรก
ดูเสร็จหน้าเชิดงามออกมาเชียว
เป็นเส้นทางที่ร่มรื่นมาก
สงบและสงัดจากเสียงมนุษย์แต่เซ็งแซ่ไปด้วยเสียงนก
แค่ได้มาเดินก็ประทับใจแล้วครับ
เท่าที่ทราบเส้นนี้จะมีนกหายากที่นักดูนกอยากเจอนักหนาอยู่ชนิดหนึ่ง
ตระกูลนกปีกแพร
โชคครับของแบบนี้
เราเตาะแตะส่องและสัมผัสเสียดสีธรรมชาติในนี้กว่า
1 ชั่วโมง
มีเพื่อนร่วมดูที่ทิ้งระยะห่างกันประมาณ
50 เมตร ตลอดเส้นทางอยู่ 2 คน
เป็นฝรั่ง
ที่ป้ายสูงสุดในสยาม
มีผู้ให้ความเห็นว่าควรจะสร้างเพิ่ม
เนื่องจากต่อคิวยาวหลาย
ซึ่งไม่สนุกเช่นเดียวกับการไปเดินเบียดคนในอ่างกาหลวง
ใกล้ๆ
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ด้วยจิตใจที่ดี
โอกาสก็มาถึงลูกเจี๊ยบขนปุยๆ
สีเหลืองมีปีก 1 ตัว
กระโดดไปมาอย่างครึกครื้นไม่เกรงมนุษย์ตรงหน้า
ในที่สุดก็เจอตัวจริงจังๆ
แล้วครับ 1 ตัว ไชโย ไชโย
นกศิวะหางสีตาล
.
13.00 น. ณ
กม. 42 ข้าวเหนียว ส้มตำ
ไก่ย่าง
แอ้งแม้งนอนในท้องอย่างเป็นสุข
ตรงนี้เป็นลานจอดรถครับ
มีร้านอาหารแลห้องน้ำบริการ
พร้อมกลิ่นไหม้ของเบรครถโชยเป็นระยะ
ทางเข้ากิ่วแม่ปานรออยู่ตรงนี้เช่นเดียวกัน
|
ป่าดิบเขา
|
เส้นทางแห่งความรักเริ่มขึ้นเมื่อเรายื่นหนังสือขออนุญาต
ซึ่งได้ติดต่อไว้แล้วจากที่ทำการอุทยานฯ
ด้านล่างให้เจ้าหน้าที่ประจำป้อมดู
คุณพงษ์ทรัพย์
จะเป็นนักสื่อธรรมชาติที่พาพี่ๆ
เข้ากิ่ว
นี่ครับเอกสารแนะนำเส้นทาง
หนุ่มใหญ่หน้าตาน่ารักยืนยิงฟันยิ้มให้เรา
เรายิ้มและยิงฟันตอบกลับ
เส้นทางนี้จะเป็นวงกลมครับ
ยาวประมาณ 3 กม.
ผ่านพื้นที่ 4 แบบ
ป่าดิบเขา
ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์
สันเขาที่เป็นกิ่ว
และกลับเข้าป่าดิบเขา
อีกครั้ง
ระยะเวลาเดินแล้วแต่ความสนใจครับ
|
ป่าหิมพานต์
เรานึกเมื่อแรกหลุดเข้าไป
อากาศเย็นชื้น
ทะมึนไปด้วยไม้ใหญ่สูงชันจนแน่นขนัด
น่าจะถ่ายหนังจักรๆ วงศ์ๆ
ได้เลยครับ มอส
เฟินและฝอยลม
เกาะคลุมต้นไม้เหล่านี้จนเขียวไปหมด
อย่างที่เขาเรียกต้นไม้ใส่เสื้อแหละครับ
พืชพันธุ์ไม้เหล่านี้ต่างปรับตัว
และพึ่งพาอาศัยกันในการดำรงชีวิต
เพื่อให้อยู่รอดอย่างสงบมานานแสนนานแล้ว
เราหยุดดูโน่น ดูนี่
ใต้เรือนยอดไม้ที่สูงชันไม่นาน
แว่วเสียงน้ำไหลซู่ซ่า
น้ำตกธารเสด็จ ครับ
ชื่อก็บอกอะไรได้บ้างแล้ว
มีระเบียงให้นั่งพักชื่นชมสายน้ำใสแจ๋ว
และสีเขียวสดของพรรณไม้ที่เกาะเต็มก้อนหิน
และบริเวณรอบๆ
ต้นอะไรครับ
เราถามนักสื่อฯ
เมื่อผ่านไม้สูงใหญ่จนต้องแหงนคอ
ต้งเกาะคับ คุณพงษ์ทรัพย์
บอกเรา
แถะนิเวลาโฝงโตะและจะสั๊วะมะมะ
คุณพงษ์ทรัพย์เป็นคนกะเหรี่ยงครับ
เกิดและเติบโตที่นี่
มาทำอาชีพเสริมด้วยการสมัครเป็นมัคคุเทศก์
ซึ่งต้องผ่านการอบรมจากอุทยานฯ
มาก่อน
ต้นก่อ ครับ
ไม้ใหญ่เจ้าของถิ่น
ทาร์ซานต้องชอบแน่
ถ้ามาแถวนี้
เถาวัลย์ระโยงระยางเต็มไปหมด
เป็นดงขนาดใหญ่
พระเอกพงษ์ทรัพย์ของเราให้เกร็ดว่า
เถาวัลย์พวกนี้เป็นเถาวัลย์น้ำ
หลงป่าก็ตัดมากินได้
โดยให้ตัดด้านล่างก่อน
จากนั้นวัดให้ได้ยาว 1 วา
ค่อยตัดท่อนบนด้วยความรวดเร็ว
ถ้าช้าเถาวัลย์จะดูดน้ำคืนหมด
อย่าหลงดีที่สุดนะครับ
เราว่า
ที่พื้นดินจะสังเกตเห็นเซียมซีไม้ปลายสีแดงหลายอันปักเป็นระยะๆ
มันคือ
เครื่องหมายแสดงที่อยู่ของพืชชนิดหนึ่ง
ขนุนดิน ครับเป็นปุ่มแดงๆ
กลมมนโผล่ขึ้นมาเหนือพื้น
กินไม่ได้แต่เอาไปทำเป็นกาวได้
|
และแล้วเราก็ออกมาสู่แสงสว่างอีกครั้ง
อึ้งเลยครับ
ด้วยไม่คิดว่าจะเห็นอะไรบนภูเขาแบบนี้
เป็นทุ่งหญ้ากว้างครับ
ที่นี่เรียกทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์
ฟ้าเปิด แดดสดใส
ใครไม่แชะ แชะ ตรงนี้
รับประกันคืนเงิน
รอบตัวเป็นวิวเปิด
ภูเขาน้อยใหญ่มองเห็นถนัดตา
เราโดนน็อครอบครั้งที่ 1
ตรงนี้ โดยฝรั่ง 4 คน
พร้อมนักสื่อฯ
หวังว่าคงคุยกันรู้เรื่อง
|
ทุ่งหญ้าอัลไพน์ |
หลังการชื่นชมทุ่งหญ้าอย่างเต็มตา
ก็จะมาถึงบริเวณที่เรียกว่า
แง่มน้อย
เป็นแท่งหินใหญ่
2 แท่ง
โผล่สูงขึ้นมาจากพื้นลักษณะแปลกตา
อันที่จริงมันก็คือส่วนหนึ่งของภูเขาที่เรายืนนี่แหละครับ
แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกหลายล้านปีที่ผ่านมา
เลยแยกไปเป็นศิลปินคู่
เราขอให้คุณพงษ์ทรัพย์เป็นโมเดลลิ่งตรงจุดนี้
แกฟังแล้วก็งงๆ ก่อนจะยิ้ม
ได้ ดี ดี
เอาผมคนเดียว
ถ่ายให้เห็นภูเขาทั้งลูกด้วยนะ
แล้วอย่าลืมส่งมาละ
ที่อยู่เดี๋ยวจะเขียนให้ครับ
แม่คุณกัดลิ้น เกาพุง
 |
กิ่วอยู่ข้างหน้าเรานี้เอง
เป็นเส้นทางแคบๆ
เลาะเรียบริมผาสูงที่สวยงามมาก
ประกอบฉากด้วยต้นกุหลาบพันปีหรือคำแดงที่ออกดอกสดใสในเดือนก.พ.
รวมถึงต้นช้ามะยมดอย
รสชาดฝาดๆ
ที่ทำหน้าที่คล้ายฟิลเตอร์แผ่คลุมหน้าผาให้ดูนุ่มนวลลดความเสียวลงบ้าง
|
กุหลาบพันปี
|
รอด้วย
อยู่ใกล้ๆ นะจ๊ะแม้น
หวานเชียว
ทำไงได้ละครับ
เส้นทางแห่งความรักตรงนี้แทบจะเดินเรียงเดี่ยวเลยครับ
ขวาเป็นหน้าผาเปิดโล่งเห็นเมืองแม่แจ่มต่ำลงไป
2,000 กว่าเมตร
ซ้ายเป็นพุ่มไม้หนาทึบ
ซึ่งซุกซ่อนความสูงเอาไว้เบื้องล่าง
เพราะมันคือเรือนยอดของต้นไม้ใหญ่ก้นเหวที่พุ่งสูงขึ้นมาอัดกันจนแน่น
กิ่วจนเสียวพุงครับ
นายแม้นเองก็เหอะ
มีราวไม้กั้นช่วงสั้นๆ
ให้เห็น
ระมัดระวังให้มากอย่าล้อกันเล่นแถวนี้ครับ
อันตราย
มนุษย์ไม่ใช่กวางผานะครับ
โปรดระลึกให้ดี
อ.ส.ท.
ฉบับมกราคม 46
รายงานการพบกวางผาพร้อมมีรูปภาพสวยให้ดูด้วยครับ
เราโดนน็อครอบเป็นครั้งที่
2 โดยนักท่องเที่ยวชาวไทย 5
คน
บริเวณจุดชมวิวถัดจากกิ่วมาไม่มากนัก
ตรงนี้จะเห็นพระธาตุ 2 องค์
ชัดเจน
มีดอยหัวเสือที่ขึ้นชื่อเป็นฉากหลัง
ทางช่วงสุดท้ายจะวกเข้าป่าดิบเขาอีกครั้งครับ
เราข้ามสะพานไม้ขึ้นทางลาดชันพอหอบสนุก
เพื่อมาบรรจบกับทางเข้าครั้งแรก
ความสูงระดับนี้
ออกซิเจนเบาบาง
เหนื่อยง่ายครับ
อย่าหักโหม
เส้นทางนี้มีธรรมชาติให้ศึกษามากมาย
เข้ามาแล้วอย่าปล่อยให้ผ่านไป
นักท่องเที่ยวไม่มากนักที่มีโอกาสเข้ามา
ส่วนใหญ่จะมาแค่สัมผัสอากาศเย็น
ถ่ายรูปกับป้าย
ไหว้พระธาตุ ฉี่ 1 หน
ลงกลับบ้าน
สองแถวเหลืองยืนยันได้
3.30
ชั่วโมงของการเดิน
เคยมีคนใช้เวลามากกว่านี้อีก
เดินไป ศึกษาไป ถ่ายรูปไป
สักครั้งในชีวิตที่นี่
สวยแบบนี้ ถ้ามีเวลา
เอาให้คุ้มครับ
เรานึกถึงคำของลุงแดงที่ว่า
ดูนกนะ
ถ้านั่งเงียบๆ นิ่งๆ แล้ว
เขาจะมาให้ดูเอง
Green tailed
Sunbird
มาปรากฎกายดูเราตรงบริเวณป้อมทางเข้ากิ่วขณะนั่งพักเหนื่อย
อกอิ่มสีส้มปนเหลืองสดใส
ปากโค้งแหลมหางยาวสีเข้มๆ
ใช่แล้วครับ
นกกินปลีหางยาวเขียว
ไชโย
ตัวที่ 2 แล้ว
มันกระโดดไปมาเล่นโปลิสจับขโมยกับนกศิวะหางสีตาล
พร้อมส่งเสียงแหย่กันอย่างสนุกสนาน
ให้เราดูพักใหญ่
17 น.
กว่าแล้ว
 |
แนะนำให้มาพระธาตุตอนบ่ายแก่
- เย็นนะครับ ถ้าทำได้
สงบและสวยมาก
ผู้คนไปกันหมดแล้ว
ไม่ต้องแย่ง
ไม่ต้องเบียดกันถ่ายรูป
ชอบมุมไหน ดอกไหน
นานแค่ไหน เลือกได้เลย
โดยเฉพาะแดดอ่อนยามเย็นที่ให้สีงดงามอบอุ่นเหลือเกิน
พระธาตุจะออกชมพู
เทือกเขาที่รายล้อมและเหล่าต้นไม้จะออกส้มๆ |
|
ดอกไม้หลากหลายสีจะหวานขึ้น
เช่นเดียวกับแก้มสาวที่แดงเรื่อเพราะเย็นจนสะท้าน
กี่องศาดูได้จากป้ายแสดงอุณหภูมิที่ติดไว้
ตัวเบ้อเริ่มครับ 12.3 องศา
ณ เวลานี้
เย็นจนจะแข็งอยู่แล้ว
เสื้อหนาวใส่มาตัวเดียวเท่านั้น
|
 |
 |
นายแม้นกลับมาที่ร้านลุงแดงอย่างอีบัดอีโรยพร้อมเรื่องเล่าที่สนุกสนาน
รุ่งเช้า
เราแวะน้ำตกสิริภูมิและโครงการหลวงก่อนกลับ
ดอกไม้ยังคงหลากสีเช่นเดิมที่โครงการฯ
ในขณะที่บริเวณน้ำตกกลายเป็นสวนหลวงสิริภูมิไปแล้ว
จากพื้นที่ที่มีแค่ลานจอดรถและทางเดินเข้าป่าไปน้ำตก
วันนี้เปลี่ยนเป็นสวนสวยพร้อมไม้ดอกหลากสี
และซีเมนต์แผ่นมีรอยประทับสวยด้วยใบไม้สารพัดชนิด
ปลายทางน้ำตกสิริภูมิ
|
 |
อินทนนท์คราวหน้า
จะต้องเจอนกตัวที่ 3 และ 4
ให้ได้
นายแม้นคนสวน
กลางกุมภาพันธ์
46
*************************************************
ข้อมูลประกอบการเที่ยว
กิ่วแม่ปานต้องขออนุญาตเข้าจากที่ทำการอุทยานฯ
ด้านล่างครับ
จนท.จะออกเอกสารเพื่อนำไปยื่นให้กับป้อมด้านบน
ค่าใช้จ่าย 200 บาท/กลุ่ม
(ไม่เกิน 15 คน)
สำหรับให้นักสื่อธรรมชาตินำทาง
เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเปราะบางสูง
เปิดระหว่าง พ.ย. พ.ค.
เท่านั้น
ช่วงที่เหลือปิดเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นฟู
สถานที่ท่องเที่ยว
ที่พัก
ที่กินและจุดดูนกมีมากมาย
หาข้อมูลได้จาก Young Traveller
ฉบับ ธ.ค. 45 ละเอียดยิบ
สำหรับเส้นทางกิ่วแม่ปานในอีกมุมหนึ่งอ่านได้จาก
อ.ส.ท. ฉบับ ม.ค. 46 ครับ
ส่วนข้อมูลหลัก จากเว็บ www.sabuy.com
และ www.tat.or.th
เส้นทางแห่งความรัก
ต้องไปเดิน
ไปสัมผัสด้วยจิตใจที่งดงาม
รับรองไม่ผิดหวังครับ
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 37
Re: กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก
Re: กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก
Re: กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก
Re: กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก
นะ คับ เพราะตอนบ่ายๆ ร้อนมาก
แต่ไม่มาก ผม พึ่งไปมา เมื่อ 1 ม.ค.49
มีไกด์ นำด้วย คับ น่ารัก มากๆ ชื่อ ฝน
แย่จังสงสัย ผมจะตกหลุมรักเธอ เข้าแล้ว
สมกับ ที่ เป็นเส้นทางแห่งความรักจริงๆ ของ
ผม และ เธอ แม้ เส้นทาง จะแค่ 3 กิโลเมตร
แต่มันก็ เป็นเวลาสั้นๆ ที่ผม จะประทับใจ และ
ไม่มีวันลืม ( ปี่ฮักจ้าวฝม )
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์