ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคเหนือ
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก


กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก

โดย...นายแม้นคนสวน กลางกุมภาพันธ์ 46

อะไรจะขนาดนั้น แม่คุณเอ่ย เมื่อได้ยินรำพันจากนายแม้น … ชาวม้งในทุกปีใหม่จะขึ้นมาเดินบนกิ่วนี้เพื่อชื่นชมความสวยงามของดอกกุหลาบพันปี หนุ่มสาวที่ไม่มีคู่ก็จะได้มีโอกาสพบกันด้วยไงละ … นี่ไง หนังสือบอกเอาไว้ เรายืนยันหนักแน่น …
บ่ายกลางเดือน ก.พ. อากาศสบายขณะผ่านด่านตรวจเพื่อขึ้นดอย … หนนี้มาอินทนนท์ด้วยจุดประสงค์ 2 อย่าง เตาะแตะดูนกและมาเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานครับ คลาดแคล้วมาหลายหน … คุณแก่ของเราคำรามเสียงเครื่องยนต์อย่างทรงพลังขึ้นเขา … 1,300 ซีซี เกียร์หนึ่ง … ที่ กม. 20 เลี้ยวขวายังป้ายแรกบอกทางเข้าน้ำตกวชิรธาร ถ้าเลี้ยวป้ายที่สองจะต้องเดินอีก 400 เมตร อากาศเริ่มเย็นลงตามความสูง วันนี้วชิรธารยังยิ่งใหญ่และงดงามเช่นเดิม น้ำตกไหลแรง กระจายเป็นฝอยสีรุ้งอย่างสวยงามเมื่อทำมุมกับแสงแดด … ลานพัก และระเบียงไม้ถ่ายรูปสุดสวยเขียวชอุ่ม และชุ่มชื้นจากละอองน้ำเย็นใจ หายเหนื่อยครับ …

เราขึ้นเขาแบบอืดๆ ต่อจนถึง กม. 31 ด้านซ้ายมือเลยที่ทำการอุทยานฯ นิดเดียว ใช่แล้วครับ ร้านลุงแดง หรือ Inthanon Birds Centre ที่เหล่านักดูนกจะต้องแวะเวียนหากมาเยือน ไม่ใช่เพียงเพราะข้อมูลเท่านั้นหากแต่ยังรวมถึงอัธยาศัยไมตรีของลุงแดงและป้าน้อง … โดยเฉพาะข้าวผัดหมูกับต้มยำไก่ อร่อยมากครับ …

ลุงแดงให้คำตอบอย่างมืออาชีพ อ๋อต้อง Green – tailed Sunbird ซิเจอแน่ เมื่อเราถามว่าน่าจะเจอนกอะไรบนนี้บ้าง มือใหม่พยักหน้า(เป็นอาชีพ) ยิ้มขอบคุณแกมซ่อนกังวลเอาไว้ … เราได้คำแนะนำและความรู้ระหว่างมื้อจนเต็มตื้อ ก่อนกลับมาที่เต้นท์และนั่งเป็นทุกข์กันว่า มันคือตัวอะไรแน่ ต้องนกทานตะวันแน่ๆ Sunflower ยังดอกทานตะวันเลย นายแม้นว่า มั่วแล้วแม้น มันต้องอะไรที่ไฟๆ สักอย่าง พญาไฟมั้งมี Sun อยู่ด้วย ไม่มีหรอกนกทานตะวัน แต่เมล็ดทานตะวันนะมีแน่ … เธอวิเคราะห์แบบเซียนให้ฟัง สุดยอดและความน่าจะเป็นสูงเหลือเกิน นายแม้นทึ่งจริงๆ ครับ … นายแม้น แม่คุณ ป้าน้อง และลุงแดง

หลังจากติดต่อ ณ ที่ทำการอุทยาน ฯ เสร็จ น้ำตกสิริภูมิที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้รับการเยี่ยมเยียน …. จำแทบไม่ได้เลยครับจากแสงของจันทร์เจ้าขาที่โตเต็มดวง … ไว้สว่างแล้วมาดูกันใหม่
คืนนี้ขนาดเตรียมตัวมาแล้ว ยังต้องเอาผ้าขาวม้ามาคลุมหัวเป็นไอ้โม่ง ถุงเท้าหนาคู่แรกอยู่ในที่ที่ควรอยู่ คู่ที่สองกลายมาเป็นถุงมือ คู่ที่สามเกือบจะมาอยู่ที่หู แม่คุณหัวเราะตลกแม้น … ตัวเองใส่เสื้อหนาว 2 กางเกงยืดอีก 2 ตัวนอน …

นกที่ดอยอินทนนท์มีเกือบ 400 ชนิด หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศครับ ดังนั้นหากมีโอกาสและเวลา นักดูนกต้องไม่พลาด … กติกาคือต้องตื่นเช้า จุดดูนกที่นี่มีมากมายครับตามสะดวกและเวลา … เราเลือกที่จะมาด่านตรวจที่ 2 หรือด่านแม่แจ่ม กม. 37.5 ก่อน เพราะที่ด่านนี้จะเปิดไฟทั้งคืน มีแมลงมาเล่นไฟกันแยะ และสนุกติดพันจนถึงเช้า กลายเป็นบุฟเฟต์อย่างดีสำหรับสารพัดนก … ไม่รู้จักจำ … เราเดินเลาะขอบถนนทั้งซ้ายและขวา ไล่ตามตัวนก ตามเสียงนก ดูทันบ้าง ไม่ทันบ้าง ไปคนละทางบ้าง แย่งหนังสือดูนกกันบ้าง สนุกครับ … ระมัดระวังหน่อยตรงนี้ รถวิ่งผ่านไปมาตลอด ไม่เกรงใจกันเลย ก้นเย็นวูบวาบ …

และแล้วก็มาถึงเส้นทางยอดนิยมที่นักดูนกทั้งไทยและฝรั่งต่างต้องมา รวมถึงมือใหม่อย่างเรา Jeep Track ครับ อยู่ถัดจากด่าน 2 นิดเดียวด้านขวามือ จะเป็นคล้ายทางลูกรังสำหรับรถกระบะ เส้นทางนี้ยาว 1 กม. ร่มคลึ้มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ตั้งแต่ปากทาง จะส่องนกต้องบริหารคอให้ดี เงยตลอดครับ … ลุงแดงเล่าภายหลังว่า เวลามาแกจะใช้วิธีเอนกึ่งนอนพิงกับต้นไม้เลย ดีครับไม่เมื่อย ไม่บอกเสียแต่แรก ดูเสร็จหน้าเชิดงามออกมาเชียว …

เป็นเส้นทางที่ร่มรื่นมาก สงบและสงัดจากเสียงมนุษย์แต่เซ็งแซ่ไปด้วยเสียงนก แค่ได้มาเดินก็ประทับใจแล้วครับ เท่าที่ทราบเส้นนี้จะมีนกหายากที่นักดูนกอยากเจอนักหนาอยู่ชนิดหนึ่ง ตระกูลนกปีกแพร โชคครับของแบบนี้ … เราเตาะแตะส่องและสัมผัสเสียดสีธรรมชาติในนี้กว่า 1 ชั่วโมง มีเพื่อนร่วมดูที่ทิ้งระยะห่างกันประมาณ 50 เมตร ตลอดเส้นทางอยู่ 2 คน เป็นฝรั่ง …

ที่ป้ายสูงสุดในสยาม มีผู้ให้ความเห็นว่าควรจะสร้างเพิ่ม เนื่องจากต่อคิวยาวหลาย ซึ่งไม่สนุกเช่นเดียวกับการไปเดินเบียดคนในอ่างกาหลวง … ใกล้ๆ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ด้วยจิตใจที่ดี โอกาสก็มาถึงลูกเจี๊ยบขนปุยๆ สีเหลืองมีปีก 1 ตัว กระโดดไปมาอย่างครึกครื้นไม่เกรงมนุษย์ตรงหน้า ในที่สุดก็เจอตัวจริงจังๆ แล้วครับ 1 ตัว ไชโย ไชโย … นกศิวะหางสีตาล ….

13.00 น. ณ กม. 42 ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง แอ้งแม้งนอนในท้องอย่างเป็นสุข ตรงนี้เป็นลานจอดรถครับ มีร้านอาหารแลห้องน้ำบริการ พร้อมกลิ่นไหม้ของเบรครถโชยเป็นระยะ ทางเข้ากิ่วแม่ปานรออยู่ตรงนี้เช่นเดียวกัน

ป่าดิบเขา

เส้นทางแห่งความรักเริ่มขึ้นเมื่อเรายื่นหนังสือขออนุญาต ซึ่งได้ติดต่อไว้แล้วจากที่ทำการอุทยานฯ ด้านล่างให้เจ้าหน้าที่ประจำป้อมด… คุณพงษ์ทรัพย์ จะเป็นนักสื่อธรรมชาติที่พาพี่ๆ เข้ากิ่ว นี่ครับเอกสารแนะนำเส้นทาง … หนุ่มใหญ่หน้าตาน่ารักยืนยิงฟันยิ้มให้เรา เรายิ้มและยิงฟันตอบกลับ เส้นทางนี้จะเป็นวงกลมครับ ยาวประมาณ 3 กม. ผ่านพื้นที่ 4 แบบ ป่าดิบเขา ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ สันเขาที่เป็นกิ่ว และกลับเข้าป่าดิบเขา อีกครั้ง ระยะเวลาเดินแล้วแต่ความสนใจครับ …

ป่าหิมพานต์ เรานึกเมื่อแรกหลุดเข้าไป อากาศเย็นชื้น ทะมึนไปด้วยไม้ใหญ่สูงชันจนแน่นขนัด น่าจะถ่ายหนังจักรๆ วงศ์ๆ ได้เลยครับ มอส เฟินและฝอยลม เกาะคลุมต้นไม้เหล่านี้จนเขียวไปหมด อย่างที่เขาเรียกต้นไม้ใส่เสื้อแหละครับ พืชพันธุ์ไม้เหล่านี้ต่างปรับตัว และพึ่งพาอาศัยกันในการดำรงชีวิต เพื่อให้อยู่รอดอย่างสงบมานานแสนนานแล้ว เราหยุดดูโน่น ดูนี่ ใต้เรือนยอดไม้ที่สูงชันไม่นาน แว่วเสียงน้ำไหลซู่ซ่า … น้ำตกธารเสด็จ ครับ ชื่อก็บอกอะไรได้บ้างแล้ว มีระเบียงให้นั่งพักชื่นชมสายน้ำใสแจ๋ว และสีเขียวสดของพรรณไม้ที่เกาะเต็มก้อนหิน และบริเวณรอบๆ …

ต้นอะไรครับ เราถามนักสื่อฯ เมื่อผ่านไม้สูงใหญ่จนต้องแหงนคอ … ต้งเกาะคับ คุณพงษ์ทรัพย์ บอกเรา … แถะนิเวลาโฝงโตะและจะสั๊วะมะมะ … คุณพงษ์ทรัพย์เป็นคนกะเหรี่ยงครับ เกิดและเติบโตที่นี่ มาทำอาชีพเสริมด้วยการสมัครเป็นมัคคุเทศก์ ซึ่งต้องผ่านการอบรมจากอุทยานฯ มาก่อน … ต้นก่อ ครับ ไม้ใหญ่เจ้าของถิ่น … ทาร์ซานต้องชอบแน่ ถ้ามาแถวนี้ เถาวัลย์ระโยงระยางเต็มไปหมด เป็นดงขนาดใหญ่ พระเอกพงษ์ทรัพย์ของเราให้เกร็ดว่า เถาวัลย์พวกนี้เป็นเถาวัลย์น้ำ หลงป่าก็ตัดมากินได้ โดยให้ตัดด้านล่างก่อน จากนั้นวัดให้ได้ยาว 1 วา ค่อยตัดท่อนบนด้วยความรวดเร็ว ถ้าช้าเถาวัลย์จะดูดน้ำคืนหมด … อย่าหลงดีที่สุดนะครับ เราว่า … ที่พื้นดินจะสังเกตเห็นเซียมซีไม้ปลายสีแดงหลายอันปักเป็นระยะๆ … มันคือ เครื่องหมายแสดงที่อยู่ของพืชชนิดหนึ่ง ขนุนดิน ครับเป็นปุ่มแดงๆ กลมมนโผล่ขึ้นมาเหนือพื้น กินไม่ได้แต่เอาไปทำเป็นกาวได้ …

และแล้วเราก็ออกมาสู่แสงสว่างอีกครั้ง อึ้งเลยครับ ด้วยไม่คิดว่าจะเห็นอะไรบนภูเขาแบบนี้ เป็นทุ่งหญ้ากว้างครับ ที่นี่เรียกทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ ฟ้าเปิด แดดสดใส ใครไม่แชะ แชะ ตรงนี้ รับประกันคืนเงิน … รอบตัวเป็นวิวเปิด ภูเขาน้อยใหญ่มองเห็นถนัดตา เราโดนน็อครอบครั้งที่ 1 ตรงนี้ โดยฝรั่ง 4 คน พร้อมนักสื่อฯ … หวังว่าคงคุยกันรู้เรื่อง … ทุ่งหญ้าอัลไพน์

หลังการชื่นชมทุ่งหญ้าอย่างเต็มตา ก็จะมาถึงบริเวณที่เรียกว่า แง่มน้อย … เป็นแท่งหินใหญ่ 2 แท่ง โผล่สูงขึ้นมาจากพื้นลักษณะแปลกตา อันที่จริงมันก็คือส่วนหนึ่งของภูเขาที่เรายืนนี่แหละครับ แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกหลายล้านปีที่ผ่านมา เลยแยกไปเป็นศิลปินคู่… เราขอให้คุณพงษ์ทรัพย์เป็นโมเดลลิ่งตรงจุดนี้ แกฟังแล้วก็งงๆ ก่อนจะยิ้ม … ได้ ดี ดี เอาผมคนเดียว ถ่ายให้เห็นภูเขาทั้งลูกด้วยนะ แล้วอย่าลืมส่งมาละ ที่อยู่เดี๋ยวจะเขียนให้ครับ … แม่คุณกัดลิ้น เกาพุง

กิ่วอยู่ข้างหน้าเรานี้เอง เป็นเส้นทางแคบๆ เลาะเรียบริมผาสูงที่สวยงามมาก ประกอบฉากด้วยต้นกุหลาบพันปีหรือคำแดงที่ออกดอกสดใสในเดือนก.พ. รวมถึงต้นช้ามะยมดอย รสชาดฝาดๆ ที่ทำหน้าที่คล้ายฟิลเตอร์แผ่คลุมหน้าผาให้ดูนุ่มนวลลดความเสียวลงบ้าง …

กุหลาบพันปี

รอด้วย อยู่ใกล้ๆ นะจ๊ะแม้น … หวานเชียว ทำไงได้ละครับ เส้นทางแห่งความรักตรงนี้แทบจะเดินเรียงเดี่ยวเลยครับ ขวาเป็นหน้าผาเปิดโล่งเห็นเมืองแม่แจ่มต่ำลงไป 2,000 กว่าเมตร ซ้ายเป็นพุ่มไม้หนาทึบ ซึ่งซุกซ่อนความสูงเอาไว้เบื้องล่าง เพราะมันคือเรือนยอดของต้นไม้ใหญ่ก้นเหวที่พุ่งสูงขึ้นมาอัดกันจนแน่น … กิ่วจนเสียวพุงครับ นายแม้นเองก็เหอะ … มีราวไม้กั้นช่วงสั้นๆ ให้เห็น … ระมัดระวังให้มากอย่าล้อกันเล่นแถวนี้ครับ อันตราย … มนุษย์ไม่ใช่กวางผานะครับ โปรดระลึกให้ดี … อ.ส.ท. ฉบับมกราคม 46 รายงานการพบกวางผาพร้อมมีรูปภาพสวยให้ดูด้วยครับ

เราโดนน็อครอบเป็นครั้งที่ 2 โดยนักท่องเที่ยวชาวไทย 5 คน บริเวณจุดชมวิวถัดจากกิ่วมาไม่มากนัก ตรงนี้จะเห็นพระธาตุ 2 องค์ ชัดเจน มีดอยหัวเสือที่ขึ้นชื่อเป็นฉากหลัง … ทางช่วงสุดท้ายจะวกเข้าป่าดิบเขาอีกครั้งครับ เราข้ามสะพานไม้ขึ้นทางลาดชันพอหอบสนุก เพื่อมาบรรจบกับทางเข้าครั้งแรก … ความสูงระดับนี้ ออกซิเจนเบาบาง เหนื่อยง่ายครับ อย่าหักโหม … เส้นทางนี้มีธรรมชาติให้ศึกษามากมาย เข้ามาแล้วอย่าปล่อยให้ผ่านไป … นักท่องเที่ยวไม่มากนักที่มีโอกาสเข้ามา ส่วนใหญ่จะมาแค่สัมผัสอากาศเย็น ถ่ายรูปกับป้าย ไหว้พระธาตุ ฉี่ 1 หน ลงกลับบ้าน … สองแถวเหลืองยืนยันได้ …

3.30 ชั่วโมงของการเดิน เคยมีคนใช้เวลามากกว่านี้อีก เดินไป ศึกษาไป ถ่ายรูปไป … สักครั้งในชีวิตที่นี่ สวยแบบนี้ ถ้ามีเวลา เอาให้คุ้มครับ … เรานึกถึงคำของลุงแดงที่ว่า … ดูนกนะ ถ้านั่งเงียบๆ นิ่งๆ แล้ว เขาจะมาให้ดูเอง …

Green – tailed Sunbird มาปรากฎกายดูเราตรงบริเวณป้อมทางเข้ากิ่วขณะนั่งพักเหนื่อย … อกอิ่มสีส้มปนเหลืองสดใส ปากโค้งแหลมหางยาวสีเข้มๆ ใช่แล้วครับ … นกกินปลีหางยาวเขียว … ไชโย ตัวที่ 2 แล้ว … มันกระโดดไปมาเล่นโปลิสจับขโมยกับนกศิวะหางสีตาล พร้อมส่งเสียงแหย่กันอย่างสนุกสนาน ให้เราดูพักใหญ่ … 17 น. กว่าแล้ว

แนะนำให้มาพระธาตุตอนบ่ายแก่ - เย็นนะครับ ถ้าทำได้ สงบและสวยมาก ผู้คนไปกันหมดแล้ว ไม่ต้องแย่ง ไม่ต้องเบียดกันถ่ายรูป ชอบมุมไหน ดอกไหน นานแค่ไหน เลือกได้เลย โดยเฉพาะแดดอ่อนยามเย็นที่ให้สีงดงามอบอุ่นเหลือเกิน พระธาตุจะออกชมพู เทือกเขาที่รายล้อมและเหล่าต้นไม้จะออกส้มๆ
ดอกไม้หลากหลายสีจะหวานขึ้น เช่นเดียวกับแก้มสาวที่แดงเรื่อเพราะเย็นจนสะท้าน กี่องศาดูได้จากป้ายแสดงอุณหภูมิที่ติดไว้ ตัวเบ้อเริ่มครับ 12.3 องศา ณ เวลานี้ เย็นจนจะแข็งอยู่แล้ว เสื้อหนาวใส่มาตัวเดียวเท่านั้น …
นายแม้นกลับมาที่ร้านลุงแดงอย่างอีบัดอีโรยพร้อมเรื่องเล่าที่สนุกสนาน …

รุ่งเช้า เราแวะน้ำตกสิริภูมิและโครงการหลวงก่อนกลับ ดอกไม้ยังคงหลากสีเช่นเดิมที่โครงการฯ ในขณะที่บริเวณน้ำตกกลายเป็นสวนหลวงสิริภูมิไปแล้ว … จากพื้นที่ที่มีแค่ลานจอดรถและทางเดินเข้าป่าไปน้ำตก วันนี้เปลี่ยนเป็นสวนสวยพร้อมไม้ดอกหลากสี และซีเมนต์แผ่นมีรอยประทับสวยด้วยใบไม้สารพัดชนิด ปลายทางน้ำตกสิริภูมิ …

อินทนนท์คราวหน้า จะต้องเจอนกตัวที่ 3 และ 4 ให้ได้ …

นายแม้นคนสวน

กลางกุมภาพันธ์ 46

*************************************************


ข้อมูลประกอบการเที่ยว

กิ่วแม่ปานต้องขออนุญาตเข้าจากที่ทำการอุทยานฯ ด้านล่างครับ จนท.จะออกเอกสารเพื่อนำไปยื่นให้กับป้อมด้านบน ค่าใช้จ่าย 200 บาท/กลุ่ม (ไม่เกิน 15 คน) สำหรับให้นักสื่อธรรมชาตินำทาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเปราะบางสูง เปิดระหว่าง พ.ย. – พ.ค. เท่านั้น ช่วงที่เหลือปิดเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นฟู

สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ที่กินและจุดดูนกมีมากมาย หาข้อมูลได้จาก Young Traveller ฉบับ ธ.ค. 45 ละเอียดยิบ สำหรับเส้นทางกิ่วแม่ปานในอีกมุมหนึ่งอ่านได้จาก อ.ส.ท. ฉบับ ม.ค. 46 ครับ

ส่วนข้อมูลหลัก จากเว็บ www.sabuy.com และ www.tat.or.th

เส้นทางแห่งความรัก ต้องไปเดิน ไปสัมผัสด้วยจิตใจที่งดงาม รับรองไม่ผิดหวังครับ …






 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 37

  1. Re: กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก

  2. Re: กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก

  3. Re: กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก

  4. Re: กิ่วแม่ปาน : เส้นทางแห่งความรัก

    • ความคิดเห็นที่34
    • สวยมาก คับ น่าไป แต่ต้องไปเช้าๆ
      นะ คับ เพราะตอนบ่ายๆ ร้อนมาก
      แต่ไม่มาก ผม พึ่งไปมา เมื่อ 1 ม.ค.49
      มีไกด์ นำด้วย คับ น่ารัก มากๆ ชื่อ ฝน
      แย่จังสงสัย ผมจะตกหลุมรักเธอ เข้าแล้ว
      สมกับ ที่ เป็นเส้นทางแห่งความรักจริงๆ ของ
      ผม และ เธอ แม้ เส้นทาง จะแค่ 3 กิโลเมตร
      แต่มันก็ เป็นเวลาสั้นๆ ที่ผม จะประทับใจ และ
      ไม่มีวันลืม ( ปี่ฮักจ้าวฝม )
    • พบรักที่กิ่วแม่ปาน (พี่รักเจ้านะ ฝน) รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: พบรักที่กิ่วแม่ปาน (พี่รักเจ้านะ ฝน)
      • เมื่อ[3 มกราคม 2549 - 07:46 น.]
      • IP[221.128.88.XXX]

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้