|
วันที่ 13 ตุลาคม 2543
บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค"
|
วันนี้เราเดินทางจากตัวเมืองหนองคายไปที่อำเภอโพนพิสัย
อำเภอโพนพิสัยนี้อยู่ใน
จังหวัดหนองคาย
ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 45 กิโลเมตร
เพื่อที่จะไปพิสูจน์ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "บั้งไฟพญานาค" กัน
ใช้เวลาในการเดินทางครึ่งชั่วโมงโดยประมาณ เราก็เดินทางมาถึง ณ
บริเวณเท่าน้ำวัดไทย อำเภอโพนพิสัย เป็นโชคดีของเราที่เดินทางออกมาไว
ไม่งั้นรถติดยาวแน |
|
พอเราขับรถผ่านประตูหน้าวัดไทย
สิ่งแรกที่เราได้เห็นพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งแผงลอย
ขายของกันอยู่บริเวณรอบๆ
จัดเต็มไปหมด
ตอนที่เรามาถึงนี้ผู้คนยังไม่ค่อยเยาะสักเท่าไหร่
งานนี้เราได้สิทธิพิเศษในการเข้าไปถ่ายทอดสด พิธีบวงสรวง "บั้งไฟพญานาค"
ซึ่งสื่อต่างๆก็มาถ่ายทอดด้วย แต่งานนี้ sabuy.com
เป็นสื่อที่ถ่ายทอดสดตลอดงานนี้เลยครับ
และงานนี้เองทีมของเราได้ทำการขออนุญาติ จากผู้ใหญ่ที่ดูแลในงานพิธีครั้งนี้ |
|
|
ในการลงเรือของทหารเพื่อไปพิสูจน์ว่า "บั้งไฟพญานาค"
ลูกไฟที่มีแสงสีแดงสดใสราวกับเพชร พลอย ที่พุ่งขึ้นมา จริงๆแล้วมาจากไหน
มาได้อย่างไร คราวนี้ webcamman ของ sabuy.com
จะสามารถถ่ายภาพมาได้หรือเปล่า เป็นเรื่องที่ทุกคนกำลังจับตามอง
ก่อนอื่นเราควรมาทำความรู้จักกับ "บั้งไฟพญานาค" กันก่อนดีกว่าครับ |
บั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์ที่น่าพิศวง
แม่น้ำโขงที่ทอดตัวไหลเรื่อยมาจากทางตอนใต้ของประเทศจีน
ไหลผ่านประเทศพม่า,ไทย,ลาว,เวียดนาม ระยะกว่า 4000 กิโลเมตร
| มีปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่น่าพิศวงที่เกิดขึ้น
เฉพาะในช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคายคือ
ในคืนวันเพ็ญที่ 15 ค่ำ เดือน 11 หรือ แรม 1 ค่ำ เดือน 11 จะเกิดปรากฏการณ์
มีลูกไฟพุ่งขึ้นจากผิวน้ำสู่อากาศแล้วดับหายไปซึ่งชาวบ้านเรียกว่า
"บั้งไฟพญานาค" |
|
บั้งไฟไร้มลพิษ
ลูกไฟหรือบั้งไฟพญานาคจะเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่เวลาหลังพระอาทิตย์ตกดินจนถึงประมาณ
23 นาฬิกา มีลักษณะเป็นดวงไฟขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือไปจนถึงขนาดเท่าไข่ห่านหรือผลส้ม
มีสีแดงอมชมพูออกสีบานเย็น หรือสีแดงทับทิม จะเริ่มปรากฏจากเหนือผิวน้ำ
ตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร แล้วจะพุ่งขึ้นไปสูงประมาณระดับ 50-150 เมตร
เป็นเวลาประมาณ 5-10 วินาที แล้วก็จะดับหายลับไปในอากาศทั้งๆ
ที่ดวงไฟยังโตอยู่มิได้หรี่เล็กลงแล้วค่อยๆ
ดับและไม่มีลักษณะโค้งตกลงมาเหมือนดอกไม้ไฟ
|
ความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค
เชื่อกันว่าพญานาคเป็นเทพหรือเทวดาจำพวกหนึ่ง
รูปร่างคล้ายงูใหญ่มีฤทธิ์มากสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ เป็นผู้ทรงศีล,
ทรงธรรม, ปรารถนาในการบำเพ็ญทานอาศัยอยู่ในเมืองบาดาล
จากตำนานเล่ามานกันมานานว่า |
พญานาคมีส่วนเกี่ยวข้องกับมนุษย์มาช้านานตั้งแต่สมัยพุทธกาลครั้งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้
ได้มีพญานาคชื่อ "มุจลินท์" มาบดตัวให้พระพุทธเจ้าประทับ
แผ่พังพานใหญ่เหนือพระเศียรเพื่อปกป้องเพทภัยจากหมู่มารมิให้มารบกวนสมาธิของพระ
พุทธองค์ พระจริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด เช่น พระอาจารย์มั่น ภูริหัตโต,
หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่ชอบ ฐานสโมและหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ต่างเคยพูดว่า
มณะออกบำเพ็ญเพียรกัมมฐาน ไปยังป่าเขาสำเนาไพรนั้น
มักจะพบว่ามีพญานาคมาฟังพระธรรมเทศนาด้วย
 |
ตำนานบั้งไฟพญานาค
ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่เกิดขึ้นในแม่น้ำโขง
เฉพาะช่วงจังหวัดหนองคายจากการเล่ามาสืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายายว่า
ในแม่น้ำโขงมีเทพเจ้าทางน้ำเรียกว่าพญานาค อาศัยอยู่ ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตในแม่น้ำโขงจำนวนไม่น้อย
ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเพราะการกระทำของเทพเจ้าทางน้ำ
จึงได้สร้างศาลเจ้าแม่สองนาง (เทพเจ้านางน้ำ) ขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เพื่อเซ่นไหว้
บวงสรวงไห้ปกป้องคุ้มครอง มิให้ประสบภัยอันตรายและเกิดสิริมงคล แก่ผู้คนที่ประกอบอาชีพทางน้ำเป็นประจำทุกปี |
ดังปรากฏมีศาลเจ้าแม่สองนางอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่อำเภอเมืองหนองคาย,อำเภอโพนพิสัย, อำเภอบึงกาฬในวันออกพรรษาของทุกปี เชื่อกันว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้า จะเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์กลับสู่โลกมนุษย์ เหล่าบรรดาพญานาคที่อยู่ในแม่น้ำโขงต่างแสดงความยินดีปรีดาด้วยการจุดบั้งไฟเฉลิมฉลองเพื่อเป็นพุทธบูชา
จึงปรากฏให้เห็นเป็นลูกไฟที่มุ่งขึ้นจากผิวน้ำ ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นบั้งไฟพญานาค
|
มหัศจรรย์ระดับโลก
การเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคจากงานวิจัยของนายแพทย์มนัส กนกศิลป์ เมื่อปี
พ.ศ. 2536-2541
พบว่ามีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่น
กับการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของอากาศระดับชิดผิดโลก |
จากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์,โลก, ดวงจันทร์ และพลังงานรังสีจากดวงอาทิตย์ และเมื่อดวงจันทร์,ดวงอาทิตย์
อยู่ในตำแหน่งที่ก่อให้เกิดส่วนประกอบอากาศใหม่ที่ผิวโลกที่สามารถทำปฏิกิริยากับฟองแก๊สธรรมชาติที่มีขนาด
และส่วนประกอบที่เหมาะสมผุดขึ้นแทบทุกวัน
ลุกติดเป็นดวงไฟ ณ
ตำแหน่งและเวลาเดิม
ขณะโลกขยับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์
โดยจะพบในฤดูร้อนช่วงเดือนมีนาคม,เมษายน,พฤษภาคม
รวม 1-3 วัน และฤดูหนาว กันยายน,ตุลาคม รวม 2-5 วันโดยวันที่พบจำนวนลูกไฟมากที่สุดคือ วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 หรือ แรม 1
ค่ำเดือน 11 สิ่งที่ทำให้หนองคายแตกต่างจากทุกแห่งในโลก
|
ก็คือที่อื่นคาดไม่ได้ว่าจะขึ้นวันไหนแน่
แต่ระบบนิเวศน์วิทยาที่มหัศจรรย์ของลุ่มแม่น้ำโขงนับเป็นเรื่องจริงที่เหลือเชื่อ เพราะทำให้บั้งไฟพญานาคขึ้นมาก
และแน่นอนประจักษ์แต่สายตามหาชนทุกคืนวันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11
หรือแรม 1 ค่ำเดือน 11 ติดต่อกันมามากกว่าหนึ่งร้อยปีที่จังหวัดหนองคาย
ประเทศไทยแห่งเดียวในโลกเท่านั้น
ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะทำพิธีบวงสรวงแล้ว
ผู้คนก็ได้ทยอยมากันจนบริเวณที่จะทำพิธีบวงสรวงนั้น
แน่นหนาไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกสาละทิศและบริเวณริมฝั่งโขงก็จะเต็มไปด้วยผู้คนที่
มาคอยดูบั้งไฟพญานาค
จนไม่สามารถที่จะแทรกตัวลงไปได้อีก |
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค" 2
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 4
Re: บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค" 2
Re: บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค" 2
Re: บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค" 2
Re: บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค" 2
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์