สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคอีสาน
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค"

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง แก่งกระจาน>c


 วันที่ 13 ตุลาคม 2543
บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค"

     วันนี้เราเดินทางจากตัวเมืองหนองคายไปที่อำเภอโพนพิสัย อำเภอโพนพิสัยนี้อยู่ใน จังหวัดหนองคาย ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 45 กิโลเมตร เพื่อที่จะไปพิสูจน์ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "บั้งไฟพญานาค" กัน ใช้เวลาในการเดินทางครึ่งชั่วโมงโดยประมาณ เราก็เดินทางมาถึง ณ บริเวณเท่าน้ำวัดไทย อำเภอโพนพิสัย เป็นโชคดีของเราที่เดินทางออกมาไว ไม่งั้นรถติดยาวแน
พอเราขับรถผ่านประตูหน้าวัดไทย สิ่งแรกที่เราได้เห็นพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งแผงลอย ขายของกันอยู่บริเวณรอบๆ จัดเต็มไปหมด ตอนที่เรามาถึงนี้ผู้คนยังไม่ค่อยเยาะสักเท่าไหร่ งานนี้เราได้สิทธิพิเศษในการเข้าไปถ่ายทอดสด พิธีบวงสรวง "บั้งไฟพญานาค" ซึ่งสื่อต่างๆก็มาถ่ายทอดด้วย แต่งานนี้ sabuy.com เป็นสื่อที่ถ่ายทอดสดตลอดงานนี้เลยครับ และงานนี้เองทีมของเราได้ทำการขออนุญาติ จากผู้ใหญ่ที่ดูแลในงานพิธีครั้งนี้
ในการลงเรือของทหารเพื่อไปพิสูจน์ว่า "บั้งไฟพญานาค" ลูกไฟที่มีแสงสีแดงสดใสราวกับเพชร พลอย ที่พุ่งขึ้นมา จริงๆแล้วมาจากไหน มาได้อย่างไร คราวนี้ webcamman ของ sabuy.com จะสามารถถ่ายภาพมาได้หรือเปล่า เป็นเรื่องที่ทุกคนกำลังจับตามอง ก่อนอื่นเราควรมาทำความรู้จักกับ "บั้งไฟพญานาค" กันก่อนดีกว่าครับ

      บั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์ที่น่าพิศวง แม่น้ำโขงที่ทอดตัวไหลเรื่อยมาจากทางตอนใต้ของประเทศจีน ไหลผ่านประเทศพม่า,ไทย,ลาว,เวียดนาม ระยะกว่า 4000 กิโลเมตร
มีปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่น่าพิศวงที่เกิดขึ้น เฉพาะในช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคายคือ ในคืนวันเพ็ญที่ 15 ค่ำ เดือน 11 หรือ แรม 1 ค่ำ เดือน 11 จะเกิดปรากฏการณ์ มีลูกไฟพุ่งขึ้นจากผิวน้ำสู่อากาศแล้วดับหายไปซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "บั้งไฟพญานาค"

     บั้งไฟไร้มลพิษ ลูกไฟหรือบั้งไฟพญานาคจะเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่เวลาหลังพระอาทิตย์ตกดินจนถึงประมาณ 23 นาฬิกา มีลักษณะเป็นดวงไฟขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือไปจนถึงขนาดเท่าไข่ห่านหรือผลส้ม มีสีแดงอมชมพูออกสีบานเย็น หรือสีแดงทับทิม จะเริ่มปรากฏจากเหนือผิวน้ำ ตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร แล้วจะพุ่งขึ้นไปสูงประมาณระดับ 50-150 เมตร เป็นเวลาประมาณ 5-10 วินาที แล้วก็จะดับหายลับไปในอากาศทั้งๆ ที่ดวงไฟยังโตอยู่มิได้หรี่เล็กลงแล้วค่อยๆ ดับและไม่มีลักษณะโค้งตกลงมาเหมือนดอกไม้ไฟ
     ความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค เชื่อกันว่าพญานาคเป็นเทพหรือเทวดาจำพวกหนึ่ง รูปร่างคล้ายงูใหญ่มีฤทธิ์มากสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ เป็นผู้ทรงศีล, ทรงธรรม, ปรารถนาในการบำเพ็ญทานอาศัยอยู่ในเมืองบาดาล จากตำนานเล่ามานกันมานานว่า

     พญานาคมีส่วนเกี่ยวข้องกับมนุษย์มาช้านานตั้งแต่สมัยพุทธกาลครั้งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ได้มีพญานาคชื่อ "มุจลินท์" มาบดตัวให้พระพุทธเจ้าประทับ  แผ่พังพานใหญ่เหนือพระเศียรเพื่อปกป้องเพทภัยจากหมู่มารมิให้มารบกวนสมาธิของพระ พุทธองค์ พระจริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด เช่น พระอาจารย์มั่น ภูริหัตโต, หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่ชอบ ฐานสโมและหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ต่างเคยพูดว่า มณะออกบำเพ็ญเพียรกัมมฐาน ไปยังป่าเขาสำเนาไพรนั้น มักจะพบว่ามีพญานาคมาฟังพระธรรมเทศนาด้วย
     ตำนานบั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่เกิดขึ้นในแม่น้ำโขง เฉพาะช่วงจังหวัดหนองคายจากการเล่ามาสืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายายว่า ในแม่น้ำโขงมีเทพเจ้าทางน้ำเรียกว่าพญานาค อาศัยอยู่ ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตในแม่น้ำโขงจำนวนไม่น้อย ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเพราะการกระทำของเทพเจ้าทางน้ำ จึงได้สร้างศาลเจ้าแม่สองนาง (เทพเจ้านางน้ำ) ขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เพื่อเซ่นไหว้ บวงสรวงไห้ปกป้องคุ้มครอง มิให้ประสบภัยอันตรายและเกิดสิริมงคล แก่ผู้คนที่ประกอบอาชีพทางน้ำเป็นประจำทุกปี

     ดังปรากฏมีศาลเจ้าแม่สองนางอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่อำเภอเมืองหนองคาย,อำเภอโพนพิสัย, อำเภอบึงกาฬในวันออกพรรษาของทุกปี เชื่อกันว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้า จะเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์กลับสู่โลกมนุษย์ เหล่าบรรดาพญานาคที่อยู่ในแม่น้ำโขงต่างแสดงความยินดีปรีดาด้วยการจุดบั้งไฟเฉลิมฉลองเพื่อเป็นพุทธบูชา จึงปรากฏให้เห็นเป็นลูกไฟที่มุ่งขึ้นจากผิวน้ำ ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นบั้งไฟพญานาค
 มหัศจรรย์ระดับโลก การเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคจากงานวิจัยของนายแพทย์มนัส กนกศิลป์ เมื่อปี พ.ศ. 2536-2541 พบว่ามีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่น กับการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของอากาศระดับชิดผิดโลก

       จากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์,โลก, ดวงจันทร์ และพลังงานรังสีจากดวงอาทิตย์ และเมื่อดวงจันทร์,ดวงอาทิตย์ อยู่ในตำแหน่งที่ก่อให้เกิดส่วนประกอบอากาศใหม่ที่ผิวโลกที่สามารถทำปฏิกิริยากับฟองแก๊สธรรมชาติที่มีขนาด และส่วนประกอบที่เหมาะสมผุดขึ้นแทบทุกวัน ลุกติดเป็นดวงไฟ ณ ตำแหน่งและเวลาเดิม ขณะโลกขยับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ โดยจะพบในฤดูร้อนช่วงเดือนมีนาคม,เมษายน,พฤษภาคม รวม 1-3 วัน และฤดูหนาว กันยายน,ตุลาคม รวม 2-5 วันโดยวันที่พบจำนวนลูกไฟมากที่สุดคือ วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 หรือ แรม 1 ค่ำเดือน 11 สิ่งที่ทำให้หนองคายแตกต่างจากทุกแห่งในโลก
ก็คือที่อื่นคาดไม่ได้ว่าจะขึ้นวันไหนแน่ แต่ระบบนิเวศน์วิทยาที่มหัศจรรย์ของลุ่มแม่น้ำโขงนับเป็นเรื่องจริงที่เหลือเชื่อ เพราะทำให้บั้งไฟพญานาคขึ้นมาก และแน่นอนประจักษ์แต่สายตามหาชนทุกคืนวันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 หรือแรม 1 ค่ำเดือน 11 ติดต่อกันมามากกว่าหนึ่งร้อยปีที่จังหวัดหนองคาย ประเทศไทยแห่งเดียวในโลกเท่านั้น ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะทำพิธีบวงสรวงแล้ว ผู้คนก็ได้ทยอยมากันจนบริเวณที่จะทำพิธีบวงสรวงนั้น แน่นหนาไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกสาละทิศและบริเวณริมฝั่งโขงก็จะเต็มไปด้วยผู้คนที่ มาคอยดูบั้งไฟพญานาค จนไม่สามารถที่จะแทรกตัวลงไปได้อีก

 

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค"

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 5

  1. Re: บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค"

  2. Re: บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค"

  3. Re: บทพิสูจน์ความเร้นลับของ "บั้งไฟพญานาค"

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้