สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคอีสาน
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

ภูหลวง-แหล่งท่องเที่ยวในฝัน (ตอนที่2)

เอ็มเว็บ:ท่องเที่ยว! เที่ยวไทยไปกับนายสบาย>เลย>ภูหลวง

ภูหลวง-แหล่งท่องเที่ยวในฝัน (ตอนที่2) 
16 กุมภาพันธ์ 2547 
พิศ-พังงา  

ความหวานของดอกเอื้องสำเภางามสะกดผีเสื้อให้หลับใหลได้เหมือนกัน
ความหวานของดอกเอื้องสำเภางามสะกดผีเสื้อให้หลับใหลได้เหมือนกัน

ดอกส้มแปะสีชมพูหวาน
ดอกส้มแปะสีชมพูหวาน

วันที่สาม

ทานข้าวต้มร้อน ๆ เวลา 07.30 น. จากนั้นก็เตรียมตัวเพื่อเดินป่าไปยังผาเตลิ่น เวลานัดหมายกับเจ้าหน้าที่นำทาง 09.00 น. พร้อมข้าวห่อและน้ำอีก 1 ขวดสำหรับมื้อกลางวัน ออกเดินทางเวลาประมาณ 09.30 น. แวะชมวิวที่ ผาช้างผ่านและผาสมเด็จ ที่จุดนี้ถ้าอากาศเปิดจะมองเห็นวิวผาเตลิ่นเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นสวยมาก แต่วันนี้มีหมอกหนาจึงได้แต่ไปชมบริเวณหน้าผาอย่างเดียวดอกกุหลาบแดงที่นี่มีมากแต่ไม่ค่อยมีดอกมากเหมือนกันรอบๆ ที่ทำการ

จากนั้นเดินทางต่อไปยังผาเตลิ่น เส้นทางเดินป่าที่นี่จะยังคงเป็นธรรมชาติมากกว่าบนภูกระดึง บางช่วงต้องบุกฝ่าป่าไม้ที่รกคลุมเส้นทางเดินแคบ ๆ มีความรู้สึกว่าได้สัมผัสธรรมชาติที่แท้จริง เดินผ่านป่าดิบชื้นที่มีความชุ่มเหมือนกับป่าที่ฝนเพิ่งตกใหม่ ๆ เพราะพื้นดินเปียกชื้นมาก ก่อนถึงผาเตลิ่นต้องเดินเลาะหน้าผาบนเส้นทางที่เป็นหินก้อนใหญ่ ๆ บางช่วงต้องกระโดดข้าม คิดว่าการเดินป่าที่นี่คนที่สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงคงไม่สามารถเดินไปได้ถึงจุดชมวิวผาเตลิ่นเป็นแน่ เพราะเส้นทางค่อนข้างอันตรายเนื่องจากเลียบหน้าผา ผู้เขียนเองยังรู้สึกขาสั่นในบางช่วง ถึงผาเตลิ่นนั่งทานอาหารกลางวันกลางสายลมเย็นยะเยือกและเก็บภาพเป็นที่ระลึก


เดินทางต่อไปดูรอยเท้าไดโนเสาร์และเดินทางลงจากภูเขาผ่านไปทางดงเมเปิลที่ใบร่วงเป็นสีน้ำตาลหมด เส้นทางช่วงนี้ผ่านลำธารสายเล็ก ๆ ที่เป็นแนวก้อนหินกลม ๆ ซึ่งถ้าเป็นช่วงเดือนธันวาคมจะเป็นเส้นทางที่สวยมากๆๆ เดินไปสุดทางที่ริมถนนยังจุดนัดรถตู้ให้มารับกลับที่พัก แต่เหตุเพราะพวกเราเดินเร็วกว่ากำหนดที่จุดนัดเดิมคือบ่าย 2 โมง เลยต้องเดินเล่นอาบแดดผ่อนหนาวกันริมถนนอีกพักใหญ่ ๆ หลังรถตู้มารับกลับที่พักต่างทยอยอาบน้ำ ตัวเรากับผู้นำทริปเดินต่อที่ลานสุริยันอีกรอบเนื่องจากต้องการไปเก็บภาพดอกกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ลาวที่สวยมาก หลังกลับที่พักอาบน้ำก่อนถึงเวลาเดินไปชมตะวันตกที่ผาเยืองอีกรอบ


เย็นวันนี้รู้สึกว่าอากาศจะเย็นยะเยือกมากกว่าวันแรก นั่งทานอาหารเย็นด้วยอาการหนาวสั่นจนรู้ซึ้งถึงนิยามคำว่า “หนาวสั่น” เป็นเช่นนี้เอง ทานข้าวไม่ทันอิ่มต้องรีบเข้าไปยังอาคารที่ทำการแต่ก็ไม่สามารถทนต่อความหนาวเย็นได้ต้องรีบเดินกลับที่พัก คืนนี้โชคดีมากที่บ้านพักหลังข้างๆ ไม่มีนักท่องเที่ยว (คาดว่าคงชวนกันกลับหลังพบกับอากาศหนาวเย็นในคืนแรก) พวกเราใช้วิชามาร ที่จริง ๆ แล้วไม่อยากใช้คือ ขโมยผ้าห่ม(ยืมโดยไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ก็ประมาณขโมยนั่นแหละ) เพิ่มอีกคนละ 1 ผืน พร้อมสวมเสื้อยืดอีก 2 ชั้น เพื่อประทังชีวิตให้ผ่านพ้นวิกฤตความหนาวเย็นไปได้ ก็ได้ผล!!…คืนนั้นนอนหลับสบายอุ่นกว่าคืนแรกแม้ว่าอุณหภูมิที่รู้จากเจ้าหน้าที่แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางวิทยุว่า วัดอุณหภูมิได้ต่ำสุดถึง 5.8 องศา

ต้นกุหลาบแดงมุมหนึ่งบนผาเตลิ่น
ต้นกุหลาบแดงมุมหนึ่งบนผาเตลิ่น

ผีเสื้อลายแปลกข้างที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา
ผีเสื้อลายแปลกข้างที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา

ต้นสนสองใบบริเวณใกล้ที่ทำการ
ต้นสนสองใบบริเวณใกล้ที่ทำการ
จุดสูงสุดของผาเตลิ่น
จุดสูงสุดของผาเตลิ่น
วันสุดท้าย

เวลา 09.00 น. ได้เวลาอำลาภูหลวง พร้อมความประทับใจในธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์มาก

โปรแกรมต่อไปคือแวะชมความงามของภูเขาที่สวนหินผางาม อ.ภูกระดึง ก่อนเดินทางกลับ และแวะทานอาหารเย็นร้านข้าวขาหมูชวนชิมนายเม้งที่ อ.จัตุรัส อร่อยสมคำร่ำลือ ถึงกรุงเทพ ฯ 23.30 น.
พันธุ์ไม้แปลก ๆ บนพื้นดินพบเห็นทั่วไป
พันธุ์ไม้แปลก ๆ บนพื้นดินพบเห็นทั่วไป
ทิวเขาสลับซับซ้อนที่ผาเยือง
ทิวเขาสลับซับซ้อนที่ผาเยือง

ใบไม้อ่อนสีแดงสด มองดูสวยคล้ายดอกไม้
ใบไม้อ่อนสีแดงสด มองดูสวยคล้ายดอกไม้

บอกกล่าว

การเดินทางท่องเที่ยวชมพันธุ์ไม้ตามธรรมชาติ อย่าได้คาดหวังว่าจะได้พบกับสวนดอกไม้ขนาดใหญ่เหมือนกับสวนสวยในเมือง เหมือนกับนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ขึ้นภูหลวงโดยไม่มีข้อมูลรายละเอียดมาก่อน ไปถึงก็มองหาเรือนกล้วยไม้ขนาดใหญ่แล้วต้องผิดหวัง ดอกไม้จะมีอยู่เป็นช่วงๆ 1 กอ 2 กอ หรือดอกเดียวตามแต่สภาพของป่า บางช่วงก็พบกอใหญ่ๆ แต่บางช่วงก็ไม่พบเจอดอกไม้เลย แต่เมื่อใดที่ได้พบเห็นมีความรู้สึกว่า พบสิ่งมีค่าที่สุดของป่า นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นภูหลวงส่วนใหญ่เดินทางเพื่อไปศึกษาธรรมชาติป่าเขาและพันธุ์ไม้แปลกตาเท่านั้น...

ดอกกล้วยไม้สิงโตรวงข้าว
ดอกกล้วยไม้สิงโตรวงข้าว

สิ่งมีชีวิตประเภทไลเคนพบตาพื้นดิน ดัชนีบ่งบอกคุณภาพอากาศที่บริสุทธิ์
สิ่งมีชีวิตประเภทไลเคนพบตาพื้นดิน ดัชนีบ่งบอกคุณภาพอากาศที่บริสุทธิ์
อ่าน "ภูหลวง-แหล่งท่องเที่ยวในฝัน" ตอนแรก clickที่นี่ค่ะ

ดอกเอื้องตีนตะขาบขาวขึ้นเป็นพุ่มใหญ่
ดอกเอื้องตีนตะขาบขาวขึ้นเป็นพุ่มใหญ่
ดอกเอื้องกอใหญ่บนก้อนหิน (ประเภทดอกเอื้อง)
ดอกเอื้องกอใหญ่บนก้อนหิน (ประเภทดอกเอื้อง)
เส้นทางเดินจากผาสมเด็จไปผาเตลิ่น บางช่วงก็ต้องเดินฝ่าทุ่งหญ้ารก
เส้นทางเดินจากผาสมเด็จไปผาเตลิ่น บางช่วงก็ต้องเดินฝ่าทุ่งหญ้ารก
ต้นไม้ดอกแปลกตาที่หน้าผา มองจากจุดชมวิวผาเยือง
ต้นไม้ดอกแปลกตาที่หน้าผา มองจากจุดชมวิวผาเยือง
ดอกกุหลาบแดงที่หน้าผา เบื้องหลังเป็นภูเขาสามลูกซ้อนกันกลางสายหมอก
ดอกกุหลาบแดงที่หน้าผา เบื้องหลังเป็นภูเขาสามลูกซ้อนกันกลางสายหมอก
ดอกไม้บนภูหลวงตามฤดูในเดือนต่าง ๆ
ฤดูร้อน กุมภาพันธ์-เมษายน
เอี้องลีลา มีดอกราวเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม
เอี้องตาเหิน มีดอกราวเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
เอื้องไข่ มีดอกราวเดือนเมษายน
เอื้องคลั่งแสด มีดอกราวเดือนมีนาคม-เมษายน
เอื้องคำ มีดอกราวเดือนเมษายน
เอื้องสีตาล มีดอกราวเดือนกุมภาพันธุ์
เอื้องตีนตะขาบ มีดอกราวเดือนเมษายน
เอื้องเงินหลวง มีดอกราวเดือนมีนาคม
เอื้องคลั่ง มีดอกราวเดือนมีนาคม
เอื้องสายมรกต มีดอกราวเดือนมีนาคม-เมษายน
เอื้องแซะภู มีดอกราวเดือนมีนาคม-เมษายน
เอื้องเมี่ยง มีดอกราวเดือนมีนาคม-เมษายน
เอื้องสายม่วง มีดอกราวเดือนมีนาคม-เมษายน
กุหลาบขาว มีดอกราวเดือนมีนาคม-เมษายน
กุหลาบแดง มีดอกราวเดือนธันวาคม–มกราคม
ส้มแปะ มีดอกราวเดือนมีนาคม–เมษายน
พวงไข่มุก มีดอกราวเดือนมีนาคม-เมษายน
ว่านไก่แดง มีดอกราวเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม
สะเม็ก มีดอกราวเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม
จำปีป่า มีดอกราวเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม



หมายเหตุ
ระยะเวลาที่น่าสนใจที่สุดคือ เดือนมีนาคม-เมษายน
ฤดูฝน พฤษภาคม-ตุลาคม
เปราะภู มีดอกราวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม
เปราะทอง มีดอกราวเดือนกรกฏาคม-ตุลาคม
หญ้าข้าวก่ำ มีดอกราวเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม
เทียนน้อย มีดอกราวเดือนกรกฎาคม-กันยายน
เทียนภูหลวง มีดอกราวเดือนกรกฏาคม-ตุลาคม
เทียนดง มีดอกราวเดือนมิถุนายน-สิงหาคม
สาวสนม มีดอกราวเดือนสิงหาคม-ตุลาคม
เอนอ้าน้อย มีดอกราวเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน
ว่านมหาเมฆ มีดอกราวเดือนพฤษภาคม
เอื้องตาเหิน มีดอกราวเดือนมีนาคม-มิถุนายน
หยาดน้ำค้างหรือจอกบ่วาย มีดอกราวเดือนตุลาคม-ธันวาคม
เอื้องม้าวิ่ง มีดอกราวเดือนมิถุนายน-สิงหาคม
เอื้องพรายงาม มีดอกราวเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน
เอื้องอั้ว มีดอกราวเดือนมีนาคม-สิงหาคม
เอื้องนวลจันทร์ มีดอกราวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม

ฤดูหนาว พฤศจิกายน-มกราคม
เมี่ยงหลวง มีดอกราวเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์
เมี่ยงอาม มีดอกราวเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
เหง้าน้ำทิพย์ มีดอกราวเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
เอื้องรองเท้านารีปีกแมลงปอ มีดอกราวเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
เอื้องรองเท้านารีอินทนนท์ มีดอกราวเดือนธันวาคม-มีนาคม
เอื้องสำเภางาม มีดอกสองระยะราวเดือนสิงหาคม-ตุลาคมและธันวาคม-กุมภาพันธ์
เอื้องดินเนอ มีดอกราวเดือนธันวาคม-มีนาคม
กระดุมเงิน มีดอกราวเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
ดอกหรีด มีดอกราวเดือนมกราคม-มีนาคม
ดอกเอื้องตีนตะขาบขาวถ่ายใกล้
ดอกเอื้องตีนตะขาบขาวถ่ายใกล้

ข้าวตอกฤๅษีพืชที่พบเฉพาะบนดอยสูง
ข้าวตอกฤๅษีพืชที่พบเฉพาะบนดอยสูง

ดอกกล้วยไม้ป่าตามธรรมชาติช่อใหญ่ (ประเภทดอกเอื้อง)
ดอกกล้วยไม้ป่าตามธรรมชาติช่อใหญ่ (ประเภทดอกเอื้อง)
ข้อมูลการเดินทาง
จากกรุงเทพ ฯ ใช้เส้นทางหมายเลข 1 ถึงจังหวัดสระบุรี จากนั้นแยกได้ 2 เส้นทาง
  • เส้นทางแรก ถึงสระบุรีให้แยกซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์จนเลยอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า เปลี่ยนไปใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 203 เลี้ยวขวาที่อำเภอด่านซ้ายไปตามถนนด่านซ้าย-เลย จนถึงอำเภอภูเรือ ขับรถเลยไปอีกจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 34 จะเห็นป้ายบอกทางเข้า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง“ อยู่ด้านขวามือ เลี้ยวขวาเข้าไปทางบ้านแก่งม่วง ถึงสามแยกให้แยกไปทางด้านซ้ายมือ ถึงสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ระยะทางจากแยกถนนด่านซ้าย-เลย ถึงที่ทำการเขต ฯ ราว 18 กิโลเมตร หลังจากแจ้งขออนุญาตเข้าสู่หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบาแล้วจึงขับรถต่อไปยังหน่วย ฯ โคกกระบาอีกราว 15 กิโลเมตร
  • เส้นทางที่สอง หลังจากถึงจังหวัดสระบุรีแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2 แล้วแยกซ้ายตรงไปสีคิ้ว ผ่านอำเภอด่านขุนทด ผ่านจังหวัดชัยภูมิ ต่อไปอำเภอชุมแพ ตามทางหลวงหมายเลข 201 เลี้ยวขวาไปทางภูกระดึง ไปยังอำเภอวังสะพุง เมื่อถึงสี่แยกอำเภอวังสะพุงแล้วไปเลี้ยวซ้ายทางเข้าบ้านสานตม แล้วไปบรรจบกับถนนด่านซ้าย-เลย ทางหลวงหมายเลข 203 ให้เลี้ยวซ้ายขับรถต่อไปอีกผ่านสะพานสานตม ถึงทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

รถโดยสาร
การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ –ภูเรือ ด้วยรถปรับอากาศชั้น 1 ออกจากกรุงเทพฯ วันละ 2 เที่ยว เวลา 21.00 น. และ 22.00 น. ขากลับออกจากอำเภอภูเรือ 20.30 น. และ 21.30 น. สำรองที่นั่งสถานีขนส่งหมอชิตได้ที่ โทร. 0-2936-3230 และที่อำเภอภูเรือสำนักงานติดกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือโทร. 0-9554-6540

การเช่ารถ
รถเช่าเหมาจากปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติภูเรือไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ไป-กลับ ราคาประมาณ 1,000.- บาท นั่งได้ 10-14 คน ติดต่อสอบถามจองรถได้ที่คุณกองไกร ศรีบุรินทร์ (ลุงอิ๋ว) โทร. 0-4289-9343

ติดต่อขออนุญาตเพื่อเข้าไปศึกษาธรรมชาติที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงได้ที่ สำนักงานอนุรักษ์สัตว์ป่า โทร. 0-2561-4835
 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง