ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
ท่องเที่ยว > เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน > ภาคใต้
เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน

ล่องแพ ล่องไพร (ตอนจบ)

เอ็มเว็บ:ท่องเที่ยว! เที่ยวไทยไปกับนายสบาย > ล่องแพ > พะโต๊ะ

ล่องแพ ล่องไพร
( ตอนจบ )

22 ตุลาคม 2546

จะเด็ด เรื่อง/ภาพ

บันทึกการเดินทางของวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2546
เช้าวันสุดท้ายที่พวกเราจะได้อยู่กันในป่าพะโต๊ะดูจะเป็นเช้าที่เงียบเหงากว่าเมื่อวาน อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝนก็เป็นได้ พวกเรายังคงตื่นเช้ากันเช่นเคย เสียงนกร้องในเช้านี้กลับเสียงดังกว่าเมื่อวานเสียอีก พวกพี่ๆก็ก่อไฟต้มน้ำ ให้พวกเราชงกาแฟกินกัน ระหว่างรอทำกับข้าวพี่นุชนอนอยู่ในเปล

อาหารเช้านี้ยังเรียบง่ายเช่นเดิม มีโปรตีนเกษตรทอดกรอบด้วย กินข้าวกันเสร็จก็รีบเก็บของ เตรียมตัวล่องแพกันต่อ สัมภาระกระจายไปตามแพแต่ละลำ 9 โมงพวกเราก็พร้อมออกเดินทางกัน ล่องแพไปได้ไม่นานก็เจอปลากระสูบไล่จับปลาเล็กๆกินตามริมน้ำ โชคดีมากที่พวกเราได้เห็นภาพแบบนี้

ล่องแพวันนี้เจอแก่งเป็นช่วงๆ แต่จะไม่มีแก่งที่ยากมากเหมือนที่เหวพงอีก สองฝั่งคลองเริ่มเจอสวนของชาวบ้านเป็นช่วงๆ ประมาณ 10 โมงกว่าๆ เราก็มาจอดแพกันที่โรงเรียนต้นน้ำแห่งหนึ่งชื่อโรงเรียนบ้านหลางตาง โรงเรียนนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เด็กที่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปเรียนในเมือง ได้มีที่เรียนกัน เริ่มสร้างสมัยที่พี่พงศามาดูแลอยู่ที่พะโต๊ะในช่วงแรกๆ โรงเรียนแห่งนี้ได้รับความช่วยเหลือจากชมรมอาสาของมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พระจอมเกล้าธนบุรี และพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชนให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมด้วย ช่วงที่พวกผมไปกันนั้นก็มีน้องๆนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งในภาคใต้ ได้มาเดินสายไฟฟ้าให้โรงเรียนนี้ด้วย เพราะทางโรงเรียนเพิ่งจะได้งบประมาณเซลล์แสงอาทิตย์มาใช้

ตอนกลับออกมาพวกเราได้รับนักศึกษาบางส่วนติดแพมาด้วยเพราะรถและเรือที่จะออกไปส่งมีไม่พอ ระหว่างทางพวกน้องๆเหล่านั้นได้พูดคุยหยอกล้อกับพวกพี่ๆเจ้าหน้าที่อย่างสนุกสนาน ทำให้พวกผมรู้ว่าพวกเค้ารู้จักกันมาก่อน พี่กบได้เล่าเรื่องต่างๆที่เด็กพวกนี้เคยมาเข้าค่ายให้ฟังด้วย

ล่องแพกันไปเล่นน้ำกันไปสนุกสนานตลอดทาง ไม่นานเรือที่จะออกไปส่งนักศึกษาก็แล่นแซงแพพวกเราไป มีอยู่ช่วงหนึ่งพี่กบกับพี่กอล์ฟต่างว่ายน้ำไปคุย แล้วทั้งคู่ก็รีบว่ายน้ำไปแพที่แพพี่กอล์ฟที่มีเสกค้ำท้ายแพอยู่ เสกก็กลัวจะโดนแกล้งก็เลยรีบค้ำแพหนี แต่คิดว่ายังไงก็คงหนีไม่พ้นก็เลยกระโดดลงน้ำหนีไปเอง ทำให้พวกที่นั่งดูอยู่ต่างหัวเราะเฮฮาชอบใจกัน เท่านั้นยังไม่พอพี่กอล์ฟกับพี่กบยังว่ายน้ำเข้าหาแพแล้วยึดแพลำนั้นให้หยุดกระทันหัน ทำให้พี่หน่อยที่ค้ำหัวแพอยู่ตกน้ำไปด้วยอีกคน ทำให้พวกผมได้เฮกันอีกรอบ

ล่องกันไปอีกพักหนึ่งเรืออีกลำก็แล่นมาแล้วก็ดับเครื่องเปลี่ยนเป็นใช่ไม้พาย พายเรือตามมา ปรากฏว่าเป็นเรือที่จะออกไปส่งนักศึกษาอีกลำหนึ่ง มีอาจารย์นั่งมาด้วย ที่นี้คนขับเรือไม่มี ก็เลยเอาใครก็ไม่รู้มาขับ แล้วใบพัดเรือไปถูกหินแตกหมดก็เลยต้องพายเรือลงมาแทน พวกผมก็ได้ความรู้อีกว่าการแล่นเรือในลำน้ำแห่งนี้จะต้องอาศัยคนที่มีความชำนาญเป็นคนขับเรือ และจะต้องมีคนคอยบอกทางอยู่ที่หัวเรือด้วยว่ามีหินอยู่ทางไหน คนขับจะไปบังคับเรือไปได้ถูกทาง และจะต้องเตรียมใบพัดเรือไปด้วยอย่างน้อย 2 ใบเอาไว้เปลี่ยนเวลาใบพัดโดนหินแตก เรือที่อาจารย์นั่งมาด้วยแซงไปหยุดอยู่ที่สวนแห่งหนึ่งเพื่อเปลี่ยนเรือลำใหม่ นักศึกษาที่มากับแพก็เลยต้องแยกไปรอลงเรือลำใหม่ด้วย ที่นี่ก็เหลือแต่พวกผมกับเจ้าหน้าที่เช่นเดิม

ช่วงเที่ยงพวกเรากะจะหาหาดสวยๆนั่งกินข้าวกัน แต่ตามชาดหาดที่ผ่านมาก็มีหญ้าขึ้นรกไปหมด พี่ต้อก็เลยเสนอให้พวกเราผูกแพติดกัน หาร่มไม้ริมตลิ่งผูกแพ แล้วนั่งกินข้าวกันบนแพ ทุกคนก็เห็นด้วย พวกผมก็เลยได้ประสบการณ์แปลกใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างนึง เราใช้แพลำกลางวางกับข้าว อีกสองลำด้านข้างเอาไว้นั่งกินข้าว นั่งกินกันอยู่แพค่อยๆลอยออกไปกลางน้ำทุกที ต้องคอยดึงๆแพเข้าริมตลิ่งอยู่เรื่อย เป็นการกินข้าวในน้ำจริงๆเลยครับ พอกินเสร็จก็ดื่มน้ำในคลองนั้นละครับ จานชามก็ล้างกันตรงนั้นเลย ใช้ทรายในน้ำช่วยขัดคราบสกปรกออกไประดับหนึ่งก่อนแล้วค่อยไปล้างกันอีกที กินข้าวเสร็จก็ล่องแพกันต่อ

มีอยู่ช่วงหนึ่งนัทได้ลองค้ำหัวแพบ้าง พี่กอล์ฟได้ตะโกนว่า ”ต่อไปนี้เป็นภาพกีฬามัน มันส์” ยังไม่ทันขาดคำ นัทเอาไม้ค้ำ ค้ำพื้นได้แทนที่แพจะพุ่งไปข้างหน้า ตัวเองกับถูกไม้ค้ำดันตกแพไป พวกเราก็ได้เฮกันอีก พี่กอล์ฟต้องรีบกระโดดลงไปช่วยดึงตัวมาขึ้นแพ พอขึ้นแพมาได้นัทก็ไม่ละความพยายาม ไปยืนค้ำแพต่อ ไม่นานก็ตกแพไปอีก เป็นอย่างนี้อยู่ 2-3 ที ครั้งสุดท้ายนัทตกแพ แล้วลอยไปถึงแพของเอ๋ ก็เลยขึ้นแพเอ๋ไปก่อน พอแพของนัทมาเทียบเอ๋ก็พยายามส่งนัทข้ามไปแพของตัวเอง พี่หน่อยก็คอยรับนัทขึ้นแพตัวเอง กำลังรับ กำลังส่งกันอยู่ แพสองลำก็แยกออกจากกัน คนที่เกาะกันอยู่สามคนก็เลยตกน้ำกันหมด คนที่เฝ้าดูอยู่ขำกันยกใหญ่

พอขึ้นแพกันได้หมดแล้วเอ๋ก็ถูกพี่เชษฐ์บังคับให้ลองมายืนค้ำที่หัวแพดูบ้าง เอ๋ก็อิดๆ ออดๆ อยู่พักนึงแล้วก็ลุกขึ้นมาลองดู ช่วงทางตรงก็ยังโอเคอยู่หรอกครับ พอมาถึงช่วงแก่งที่มีโค้งพี่เชษฐ์ก็ตะโกนว่า “ภาพกีฬามัน มันส์ มาอีกแล้ว” พวกเราก็หันไปมองกัน ปรากฎว่าแพเอ๋พุ่งลงแก่งเข้าไปในพุ่มไม้ข้างตลิ่งซะแล้ว นี่ก็เป็นเรื่องสนุกสนานที่พวกผมได้เจออีกเรื่องหนึ่ง

C:\resize\610\007.jpg
C:\resize\610\007.jpg


พะโต๊ะ
ดินแดนแห่งภูเขาเขียว เที่ยวล่องแพ
แลหมอกปก น้ำตกงาม ลือนามผลไม้

เมื่อมาถึงจุดที่จอดแพ พวกเราก็ได้พบพี่ณีแฟนกอล์ฟและน้องฟอร์เรสลูกพี่กอล์ฟมารอรับอยู่แล้ว พวกเรามาถึงที่จอดแพกันตอนบ่ายโมงครึ่งพอดี ขนของขึ้นรถเสร็จก็เดินทางกลับไปที่บ้านพี่พงศากันต่อ พวกผมตกลงกับทางพี่กอล์ฟว่าจะไปล่องแก่งแพยางกันต่อ เพื่อพิสูจน์ความแรงของแก่งที่พะโต๊ะ แต่พี่กอล์ฟได้ออกตัวไว้ก่อนแล้วว่า ช่วงนี้ฝนไม่ค่อยตกทำให้แก่งอาจจะไม่แรงตามที่บอกเอาไว้ พอถึงบ้านพี่พงศา พวกผมก็รอพวกเจ้าหน้าที่เอาอุปกรณ์ล่องแก่งมากัน

ล่องแพกันได้นิดเดียวก็เจอแก่งแรกกันเลย แก่งใหญ่ทั้งหมดที่จะล่องมี 6 แก่ง แต่ละแก่งจะห่างกันพอสมควร ขนาดของแก่งจะสูงประมาณ 3-5 เมตร แต่ช่วงนี้น้ำน้อยก็เลยไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แก่งสุดท้ายจะเป็นแก่งขนาดใหญ่ยาว 800 เมตร พวกเราผ่านแก่งต่างๆ มาได้ด้วยดีไม่มีใครล่วงหล่นจากแพ พอเลยแก่งใหญ่ๆไปหมดแล้วผมและเพื่อนๆได้ลองมาคัดหัวคัดท้ายแพยางกันบ้าง ก็สนุกสนานกันดี พวกเราขึ้นแพกันที่บ้านปากทรงแล้วก็กลับบ้าพี่พงศากัน รีบอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปกินข้าวกัน

พวกผมออกจากบ้านพี่พงศาไปแวะที่ทำการหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ เพื่อชมบรรยากาศรอบๆหน่วยฯและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก เสร็จแล้วก็ไปกินข้าวกันที่ร้านอาหารบริเวณแยกราชกูด บนเส้นทางที่จะไประนองและพังงา มีอาหารอย่างหนึ่งถูกยกมาให้พี่นุช เป็นถ้วยปิดฝายกมา พอพี่นุชเปิดฝาออกมา ข้างในมีคางคกเป็นๆอยู่หนึ่งตัว เป็นคางคกที่พี่กอล์ฟไปจับเอามา แล้วให้เด็กในร้านยกมาให้พี่นุช แต่ว่าพี่กอล์ฟคาดการณ์ผิดครับ พี่นุชไม่กลัวคางคก แถมคางคกยังกระโดดลงจานของพี่เชษฐ์อีกต่างหาก ดีนะที่ยังไม่เริ่มกินข้าวกัน ไม่งั้นมีหวังโต๊ะกระจายแน่ๆ

หลังอาหารมื้อนี้พวกผมและพี่ๆ เจ้าหน้าที่ต่างแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้รับในการมาเที่ยวในครั้งนี้กัน ทุกคนต่างพูดถึงความประทับใจต่างๆ ทั้งจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และน้ำใจไมตรีที่พี่ๆเจ้าหน้าที่มอบให้ พี่พงศาพูดเป็นคนสุดท้ายได้ให้ข้อคิดกับพวกผมถึงมิตรภาพที่พวกเราต่างร่วมสร้างกันมา ในช่วงที่อยู่ด้วยกัน และอยากจะให้คนที่ไม่เคยมาเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติได้เปิดตัวเองลองมาเที่ยวแบบนี้บ้าง จะได้ช่วยปลูกจิตสำนึกให้อนุรักษ์ธรรมชาติกันมากๆขึ้น

พวกผมร่ำลากับพวกพี่ๆ เจ้าหน้าที่ และครอบครัวพี่พงศาเสร็จก็ใช้เวลานานทีเดียว กว่าจะได้ออกรถกันก็ 3 ทุ่มครึ่ง พวกผมนั่งรถกันได้ไม่นานก็หลับกันหมดทั้งคัน คงเหลือแต่ผมที่หลับๆ ตื่นๆ เป็นเพื่อนคุยกับคนขับรถ

ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯมีฝนตกตั้งแต่จังหวัดประจวบฯถึงกรุงเทพฯ มาถึงกรุงเทพฯตอนตี 4 พวกผมแยกย้ายกันกลับบ้านพักผ่อน กว่าจะได้นอนกันก็ตี 5 แล้วละครับ คืนนี้ถึงแม้ว่าผมจะนอนเกือบเช้า แต่ก็มีความสุขที่ได้เก็บเอามิตรภาพ ธรรมชาติ และประสบการณ์ดีๆ กลับมากอดนอนด้วย

ย้อนกลับไปชมตอนที่ 2

C:\resize\610\001.jpg
C:\resize\610\001.jpg

C:\resize\610\002.jpg
C:\resize\610\002.jpg

C:\resize\610\003.jpg
C:\resize\610\003.jpg

C:\resize\610\004.jpg
C:\resize\610\004.jpg

C:\resize\610\005.jpg
C:\resize\610\005.jpg

C:\resize\610\006.jpg
C:\resize\610\006.jpg

C:\resize\610\008.jpg
C:\resize\610\008.jpg

C:\resize\610\009.jpg
C:\resize\610\009.jpg

C:\resize\610\010.jpg
C:\resize\610\010.jpg

C:\resize\610\011.jpg
C:\resize\610\011.jpg

C:\resize\610\012.jpg
C:\resize\610\012.jpg

ชมรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าต้นน้ำพะโต๊ะ
เป็นการรวมกลุ่มของชุมชน ณ ป่าต้นน้ำและเครือข่ายนักอนุรักษ์ มุ่งจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ก่อเกิดประโยชน์ต่อชุมชนและเอื้ออาทรต่อสรรพสิ่ง
โดยรายได้ส่วนหนึ่งตอบแทนสังคม ชุมชน ได้แก่ กองทุนโรงเรียนกลางป่า 2 แห่ง, กองทุนสวนสัตว์, โรงเรียนราชกูดวิทยา, กองทุนผู้รักษาป่า, กองทุนวังมัจฉา 2 แห่ง
กิจกรรมการท่องเที่ยวของ ชมรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าต้นน้ำพะโต๊ะ
* ล่องแก่ง
* เดินป่า-ล่องแพ
* นั่งเรือไม้ทวนสายน้ำ
* พิชิตยอดภูผา
* พิชิตน้ำตก
* ค่ายศึกษาระบบนิเวศต้นน้ำ
สถานที่ติดต่อ
ชมรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าต้นน้ำพะโต๊ะ 56 ม.6 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร 86180
โทร.077-520055 , 07-8811098 , 01-8941973

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง