แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
  Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > เที่ยวกับ นุ บางบ่อ > เที่ยวต่างแดน
เที่ยวต่างแดน

บ่อมบ๊อมตะลอน “หลวงพระบาง” ตอนจบ

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง
บิณฑบาตข้าวเหนียว ณ เมืองหลวงพระบาง
บิณฑบาตข้าวเหนียว ณ เมืองหลวงพระบาง

     ตีห้าครึ่งบ่อมบ๊อมทำหน้าที่ปลุกเพื่อนๆ “ตื่นๆๆ ได้แล้ว พระจะฉันท์เพลอยู่แล้วจะไปรึป่าวล่ะเนี่ย” จนในที่สุดทุกๆ คนทนฟังเสียงบ่นไม่ไหวจึงจำใจต้องตื่น เราไปถึงตรงบริเวณตลาดม้งเป็นจุดที่พระภิกษุสงฆ์จำนวนมาก (เท่าไหร่ไม่ได้นับ) จะเดินเป็นแถวมาบิณฑบาตซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งในหลวงพระบาง

    ตีห้าสิ่สิบห้าระหว่างยืนรอพระ ก็ได้ยินเสียงคุ้นๆ แว่วมาจากข้างๆ “พี่สุดหล่อ..ช่วยซื้อของหน่อยค่ะ” เราทั้งห้าคนหันขวับโดยไม่ได้นัดหมาย “น้อย” เด็กสาวที่ขายตุ๊กตา อะไรเนี่ย..กลับบ้านก็ดึก ตีห้าก็ออกขายของใส่บาต เธอช่างขยันอะไรเช่นนี้ ถามว่าบ้านอยู่ไหน น้อยบอกว่า “อยู่ฝั่งปู้น..ต้องนั่งเรือข้ามฟากมา” นี่คือ การดำเนินชีวิตของเด็กน้อยชาวหลวงพระบางที่ขยัน อดทน ช่วยพ่อแม่ทำกิน ที่ยกขึ้นมาเล่าให้ฟังเพราะประทับใจในการดำรงชีวิตของเค้า

บิณฑบาตข้าวเหนียว ณ เมืองหลวงพระบาง
บิณฑบาตข้าวเหนียว ณ เมืองหลวงพระบาง

    หลังจากช่วยน้อยซื้อของใส่บาตร สักพักพระก็เริ่มเดินเป็นแถวกันมา การเดินเป็นแถวของพระภิกษุดูแล้วสวยงามมาก ท่านทั้งหลายเดินบิณฑบาตกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ค่อนข้างเร็ว การใส่บาตที่นี่จะใส่เฉพาะข้าวเหนียว และพวกผลไม้ ส่วนกับข้าวนั้นคิดว่าญาติโยมทั้งหลายคงนำไปถวายที่วัดที่รอบ

    เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจใส่บาตร เราก็ไปเดินเล่นกันต่อในตลาดเช้า ดูพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายนำของมาขาย ทั้งของสด ของแห้งต่างๆ ผักแต่ละอย่างที่ชาวบ้านนำมาขายสดมากๆ ทั้งแครอท มะเขือม่วง ยิ่งผักกาดหอมเนี่ย..เห็นแล้วอยากกินสลัดขึ้นมาทันที ส่วนเนื้อสัตว์ที่เค้านำมาขายเห็นแล้วก็ต้องทำใจแต่ก็ต้องนึกว่านี่คือวิถีชีวิตของพวกเค้า ซึ่งเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่ตายแล้วและที่เห็นนำมาขายก็จะมีพวกตัวตุ่น สัตว์ป่าหลายๆ ชนิด รวมถึงปลาต่างๆ ในแม่น้ำโขงตัวใหญ่ และที่เห็นและประหลาดเค้านำปลาตีนมาขายกัน เลยทำให้รู้ว่าปลาตีนก็สามารถกินได้เหมือนกัน ตลาดเช้าค่อนข้างคึกคักมีทั้งนักท่องเที่ยว และชาวบ้านมาจับจ่ายกับข้าวกันอย่างคึกครื้นสนุกสนาน

ตลาดเช้า เมืองหลวงพระบาง
ตลาดเช้า เมืองหลวงพระบาง
ตลาดเช้า เมืองหลวงพระบาง
ตลาดเช้า เมืองหลวงพระบาง

    เช้านี้เป็นเช้าสุดท้ายของพวกเราในเมืองหลวงพระบาง ก่อนออกเดินทางพวกเราได้ล่ำลาเมืองนี้ด้วยเฝอ ข้าวเหนียวไก่ย่าง เนื้อก้อน แซนด์วิช กาแฟร้อนและปาท่องโก๋ของร้าน “ประชานิยม” ซึ่งเป็นร้านที่รู้จักของนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนหลวงพระบาง

    ออกจากหลวงพระบางประมาณ 10 โมงเช้า วันนี้ไม่เร่งรีบในการเดินทางเพราะคิดว่ายังไงก็ไปถึงวังเวียงก่อนเย็นแน่นอน เลยขับรถไป ชมวิวถ่ายรูปไป ซึ่งทิวทัศน์ระหว่างทางสวยงามมากๆ เป็นป่าไม้ ภูเขาที่สมบูรณ์ รวมถึงได้สัมผัสกับชีวิตของผู้คนที่อยู่หมู่บ้านระหว่างทาง ได้พบเห็นทั้งเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกันอยู่บนท้องถนนอย่างไม่เกรงกลัวรถ

    พอเราจอดรถเพื่อถ่ายรูป เด็กๆ เหล่านั้นน่ารักมากไม่กลัวพวกเรา พวกเค้าก็เข้ามาถ่ายรูปกับพวกเรา แต่เป็นที่น่าเสียดายที่พวกเราไม่มีขนมติดไม้ติดมือไปให้เด็กๆ เหล่านั้นเลย

ตลาดเช้า เมืองหลวงพระบาง
ตลาดเช้า เมืองหลวงพระบาง

     ระหว่างทางก่อนถึงเมืองวังเวียงประมาณสิบกว่ากิโลเมตร ก็แว่บเห็นลำธารแม่น้ำซอง ซึ่งด้านหลังเป็นภูเขาสวยงามมาก สมกับสมญานามที่ได้ว่าเป็น “กุ้ยหลินเมืองลาว” ด้วยความซนก็ขับเจ้า Sport Rider ลงไปขับเล่นในแม่น้ำซอง ถ่ายรูปให้ชุ่มฉ่ำ หลังจากนั้นก็ได้เวลาขับต่อไปยังที่พักในเมืองวังเวียง

ริมสายน้ำซอง เมืองวังเวียง
ริมสายน้ำซอง เมืองวังเวียง

   “โอ้แม่เจ้า...ทำไมรถถึงได้ผิดปกติแบบนี้” ตายล่ะหว่า สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะว่าตอนเอาขับลงไปเล่นในแม่น้ำได้เปลี่ยนระบบไปเป็นขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่พอขึ้นมาวิ่งถนนจะเปลี่ยนให้ขับสองล้อแต่รถเจ้ากรรมไม่ยอมเปลี่ยนระบบซะงั้น เอาล่ะสิ กินข้าวลิงแน่ๆ พอจอดรถข้างทางก็มีเจ้ารถกระป๋องซึ่งเป็นรถทะเบียนจากประเทศอังกฤษ มีฝรั่งลงมาสองคนเดินมาที่รถเรา ในใจคิดว่า “มีคนมาช่วยแล้วเว้ย...” ที่ไหนได้เค้าเดินมาแล้วเหมือนกับพูดพึมพำเป็นภาษาปะกิดให้เราฟังว่า “ขอโทษด้วยจริงๆ รู้สึกว่าเราของเค้าจะคันเล็กไปหน่อยสำหรับเรา”

 

    เราก็ตอบไปตามมารยาทคนไทย “ขอบคุณหลายๆ เด้อ” แต่พอมารู้ที่หลังหลังจากได้มองเห็นรถเค้าที่จอดหลังเราประมาณสองร้อยเมตร โด่..เอ้ย..ที่แท้รถเค้าก็เสียเหมือนกัน แต่พอหลังจากเราแก้ไขรถเราเสร็จเรียบร้อย ด้วยความมีน้ำใจของคนไทย (อีกเช่นเคย) ก็เลยต้องไปเสนอตัวลากรถของเค้าเข้าไปในตัวเมืองวังเวียง หลังจากคุยกันทำให้รู้ว่าเค้าขับรถ “กระป๋อง” มาจากประเทศเยอรมนี เค้าเป็นมูลนิธที่จะหาเงินช่วยเด็กๆ ในประเทศกัมพูชา เราก็คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเค้าด้วยก็ดีใจแล้ว

    คืนนี้เรานอนที่ “ภูบาน รีสอร์ท" ในเมืองวังเวียง เป็นที่พักอยู่ติดกับแม่น้ำซอง หลังจากเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เดินเที่ยวเมืองวังเวียงกัน ซึ่งภายในเมืองวังเวียงคล้ายๆ กับ “ปาย” ในบ้านเราเหมือนกัน มีคนต่างชาติค่อนข้างเยอะ กลางคืนจะมีโต๊ะนั่งคล้ายๆ บาร์เล็กๆ แต่งร้านตามสไตล์ประเทศของเค้า น่ารักดีเหมือนกัน

กุ้ยหลินเมืองลาว หาชมได้ที่เมืองวังเวียง
กุ้ยหลินเมืองลาว หาชมได้ที่เมืองวังเวียง

    หลังจากกินข้าวเย็นเราก็คิดถึงกิจกรรมที่จะทำกันในวันพรุ่งนี้ ซึ่งแน่นอนถ้าได้มาวังเวียงแล้วกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ “ล่องห่วงยางแม่น้ำซอง” จริงๆ แล้วในกิจกรรมของวังเวียงจะมีอยู่สองถึงสามอย่างก็จะมี “ล่องห่วงยาง พายเรือแคนู เที่ยวถ้ำ” ถ้ามีเวลาทั้งวันเราสามารถทำกิจกรรมได้ทั้งหมด แต่เวลาเรามีแค่พรุ่งนี้ช่วงเช้าอย่างเดียวเลยเลือกที่จะเล่นแค่ล่องห่วงยาง 

    ค่ำคืนของวังเวียงภายในรีสอร์ทเป็นบรรยากาศที่สงบ แม่น้ำอยู่ด้านหน้าและตามด้วยภูเขาลูกใหญ่ๆ สลับซับซ้อนอยู่ด้านหลังของแม่น้ำ อีกทั้งดวงดาวที่ระยิบระยับในความมืด กับเสียงจันทร์ที่สลัว ซึ่งเป็นบรรยากาศในการนั่งเล่นอย่างมาก

นักท่องเที่ยวพายเรือคยัค ริมสายน้ำซอง เมืองวังเวียง
นักท่องเที่ยวพายเรือคยัค ริมสายน้ำซอง เมืองวังเวียง

   เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเรียบร้อยกับอาหารเช้า พวกเราขึ้นรถกระป๊อพร้อมห่วงยางใหญ่ๆ อีก 5 อัน รถกระป๊อพาเราไปยังจุดล่องห่วงยาง ซึ่งพวกเราเลือกที่จะล่องเพียงแค่ 4 กม. หลังจากที่ลงจากรถกระป๊อ พวกเราตื่นเต้นมากเนื่องสายน้ำค่อนข้างเชี่ยว (นิดนึง) รวมถึงความเย็นของน้ำในช่วงปลายปี

เล่นน้ำฉ่ำชื่นใจในสายน้ำซอง เมืองวังเวียง
เล่นน้ำฉ่ำชื่นใจในสายน้ำซอง เมืองวังเวียง
นายแชมป์ กับห่วงยาง เข้าไปได้ไงเนี่ย
นายแชมป์ กับห่วงยาง เข้าไปได้ไงเนี่ย

   ไม่รอรีพวกเราเอาห่วงลงในน้ำแล้วก็กระโดดนอนบนห่วงทันที ไม่ถึงสามสิบวินาที “พี่ๆ พี่ค๊าบ..แล้วผมจะไปได้มั๊ยเนี่ย” เสียงจากเจ้าแชมป์รุ่นน้องตัวใหญ่ ใหญ่มากๆ (120 ก.) กลัวว่าเมื่อนอนบนห่วงยางแล้วก้นจะติดพื้นเนื่องจากว่าน้ำค่อนข้างตื่น แต่พอลงไปแล้วทุกอย่างโอเคล่องได้ตามปกติไม่มีอะไรน่าห่วง

   ในการล่องห่วงยางจะล่องไปเรื่อยๆ ตามสายน้ำซองจนถึงบริเวณที่พัก จะมีช่วงเร็วบ้าง ช้าบ้าง เหมาะสำหรับคนไม่เร่งรีบ เพราะระยะทาง 4 กม. อาจใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง

    เราล่องไปได้เกินครึ่งทางแต่รู้สึกไม่ไหวแล้วเนื่องจากว่าเราต้องรีบเดินทางกันต่อ จึงขึ้นระหว่างทางแล้วเหมารถกระป๊อต่อไปยังที่พัก

    เราออกจากวังเวียงประมาณบ่ายโมง มุ่งต่อไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ เราไปถึงเวียงจันทน์กันประมาณสี่โมงเย็น ซึ่งขากลับนี้ไม่ค่อยมีเขาถึงแม้จะมีเขาแต่ก็เป็นขาลงทำให้ไม่ต้องเสียเวลากับการเดินทางค่อนข้างมาก

    หลังจากเก็บสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อย พวกเรามุ่งหน้าต่อไปยังประตูชัย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเวียงจันทน์ สวยงามมาก เป็นทรงที่ได้มาจากฝรั่งเศสผสมผสานกับลวดลายของลาว เมื่อเสร็จภารกิจก็เตรียมตัวหาอะไรกินกันต่อ แต่ที่แน่ๆ คืนนี้ได้ไปโชว์สเต็ปเทพในดิสโก้เธคเวียงจันทน์ จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นคนชอบเที่ยวสถานที่แบบนี้ แต่ที่อยากไปเนื่องจากอยากไปเห็นว่าสถานที่บันเทิงของแต่ละเมืองในประเทศเดียวกันจะมีความแตกต่างกันมากน้อยขนาดไหน

    คืนนี้เราไป Count Down กันที่ “โนโว่” เป็นดิสโก้เธคของ โนโวเทล “แม่เจ้าโว้ย..” ที่นี่เนืองแน่นไปด้วยชาวไทย ชาวลาว ชาวต่างชาติ เปิดเพลง ลีลาการโชว์สเต็ป การเต้นไม่แพ้เด็กเทพ เปิดเพลงได้เร้ามาก.. หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการโชว์สเต็ป พวกเราก็กลับที่พักกันหลังจากที่ได้ Count Down 

    ไม่อยากให้ถึงวันนี้เลย วันที่เราต้องเดินทางกลับกทม. เพื่อต้องทำการทำงานกันต่อ แต่ยังไงก็ต้องกลับ เช้านี้ก่อนออกจากเวียงจันทน์ก็ไปช็อปปิ้งนิดหน่อยที่ห้างสรรพสินค้าของเวียงจันทน์ ซึ่งภายในก็มีสินค้าหลายอย่าง หลังจากที่ลงจากห้างก็เดินเล่นตลาดด้านล่าง สิ่งที่เห็นและน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ “ยาดอง” ซึ่งภายในขวดยาดองนั้นประกอบด้วย “งูเห่า แมงป่อง จิ้งจก ฯลฯ” สารพัดสัตว์ แม่ค้าบอกว่ากินแล้วจะคึกคัก ผมเลยบอกแม่ค้าว่า “ขอฝ่อดีกว่าครับ เห็นแล้วมะไหว” แม่ค้าหัวเราะชอบใจกันใหญ่

ประตูชัย ที่เมืองเวียงจันทน์
ประตูชัย ที่เมืองเวียงจันทน์

    เมื่อมาถึงบริเวณด่าน ตม.ของลาว เราจอดรถและเข้าไปในดิวตี้ฟรีซื้อของกัน ออกมาผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ของลาวเดินมาหาที่รถถามว่าใครเป็นเจ้าของรถ ผมก็บอกว่า “ข้อยเอง” 

    จากนั้นเค้าก็ขอใบขับขี่แล้วก็เดินไปที่ป้อม เราก็อุตส่าห์ดีใจนึกว่าเค้าจะช่วยให้เร็วขึ้น แต่ที่ไหนได้เค้าบอกว่า เราจอดรถผิดที่ ซึ่งเราก็คิดว่าจอดถูกแล้วนะ จอดตรงขาวเหลือง แต่เค้าบอกว่าต้องให้จอดบริเวณ “กลางถนน” แล้วใครจะรู้ฟะว่าให้จอดกลางถนน ก็คุยกับเค้าพักใหญ่ดูว่าเค้าจะเอายังไง และแล้วเค้าก็บอกว่า “เดี๋ยวจะเขียนใบสั่งให้ แต่ต้องไปปรับในเวียงจันทน์นะ มันไกลนะ จะไปรึป่าว” เราก็บอกว่างั้นพี่ช่วยหน่อยแล้วกันปรับที่นี่เลยได้มั๊ย? ตำรวจลาวก็ดี๊ดีบอกว่า “ปรับที่นี่ไม่มีใบเสร็จนะ เดี๋ยวเขียนใบสั่งให้แล้วกัน .. แต่ว่ามันไกลนะถ้าต้องไปเสียค่าปรับ” ในใจก็คิดว่าตกลงจะเอาไงฟะเนี่ย จนในที่สุดก็บอกเค้าว่า “ผมจะให้ปรับตรงนี้แหละใบเสร็จไม่มีก็ไม่เอา จะเอาเท่าไหร่” พอเรายื่นคำขาดเค้าก็บอกว่า “เท่าไหร่ก็ได้อ้าย..แล้วแต่จะให้” ในที่สุดเราก็เลยต้องเสียท่าตอนวันกลับให้กับตำรวจลาวไปร้อยนึง ... หมดท่าเลยเรา ... จบแล้วจ้า : )

บ่อมบ๊อม...เรื่อง / ภาพ
ออนไลน์วันที่ 23 มกราคม 2551

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ขอขอบคุณการอำนวยความสะดวก
และโปรแกรมท่องเที่ยวแบบสุดยอดใน สปป. ลาว

โดย  บริษัท สบายเดย์ แทรเวล จำกัด
โทร. 08 7678 0566 , 0 2661 7429 
www.sabuyday.com

และ ทุกมิตรภาพ - รอยยิ้มบริสุทธิ์ ของชาว เวียงจันทน์ , วังเวียง , หลวงพระบาง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
บ่อมบ๊อมตะลอน “หลวงพระบาง” ตอนที่ 2
บ่อมบ๊อมตะลอน “หลวงพระบาง” ตอนที่ 1

 

 

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง