สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
  Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > เที่ยวกับ นุ บางบ่อ > เที่ยวต่างแดน
เที่ยวต่างแดน

สบายดี หลีผี ลาวใต้ ตอนที่ 1

เอ็มเว็บ:ท่องเที่ยว! เที่ยวไทยไปกับนายสบาย > ลาว > หลี่ผี > นุ บางบ่อ

สบายดี หลีผี ลาวใต้

2 ตุลาคม 2546     นุ บางบ่อ

เสียงเครื่องของเรือหางยาวเมืองลาวเงียบสงบลง หลังจากส่งเสียงดังก้องแม่น้ำโขงมาเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง มันเป็นความเงียบที่สร้างความฉงนให้กับผู้โดยสารทุกคน และแม้แต่กระทั่งนายท้ายเรือด้วยก็ไม่เว้น ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเครื่องเรือถึงหยุดทำงาน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือการนำเรือเข้าฝั่งดูจะเป็นการกระทำที่เหมาะสมกว่าการปล่อยให้หลายชีวิตบนเรือลอยเท้งเต้งต่อไป

ผมรู้สึกถึงความยากลำบากเหลือเกิน กับการเดินทางไปชมน้ำตกชื่อดังแห่งแดนลาวใต้ จะว่าไปแล้วก็คงต้องโทษตัวเองที่ดันทุรังเลือกการเดินทางทางน้ำ ทั้งที่การเดินทางโดยทางรถยนต์ จากเมืองปากเซ (เมืองใหญ่อันดับ 3 ของ สปป.ลาว ) ถึง เมืองโขง หรือที่เรียกกันแบบชาวลาวว่า เมืองแสน หรือ ดอนโขง ทั้งสามชื่อนี้เรียกได้เหมือนกัน แม้จะมีการข้ามแพข้ามฝั่งบ้างก็ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางทางน้ำที่ผมเลือกนี้แล้วเรียกได้ว่าคนละเรื่องกันเลย ลองคิดดูนะครับว่าทางรถยนต์ใช้เวลา 3 ชั่วโมง แต่ทางน้ำต้องใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมง ด้วยความที่ผมคิดว่าการเดินทางทางน้ำจะได้เห็นทัศนียภาพที่สวยกว่าทางบก จึงได้เลือกลงเรือมา

แต่แล้วเรือก็ต้องจอด และใช้แจวแทน เพื่อเข้าฝั่งรักษาอาการป่วยด้วยโรคหางขาดกระทันหัน ช่วงนี้แหละที่ผมได้พบเห็นวิถีชีวิตชาวลาวในแขวงจำปาสักได้อย่างใกล้ชิด ได้มีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้าน ได้รับรู้ถึงสภาพเศรษฐกิจ และปัญหา ตลอดรวมไปถึงเรื่องการเมืองแบบสังคมนิยม

อาจจะดูแปลกอยู่เหมือนกัน ที่ประเทศปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม แต่ยังคงมีการนับถือศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ ในวันก่อนวันพระชาวลาวจะเตรียมอาหารคาวหวาน ดอกไม้ธูปเทียน และภาชนะต่างๆ เตรียมไว้เพื่อการทำบุญที่วัดในวันรุ่งขึ้น

การดำเนินชีวิตของชาวลาวเป็นไปอย่างเรียบง่ายด้วยความสงบ ไม่ต่างอะไรกับบ้านเรือนในชนบทของไทยเรา ผมมีความรู้สึกขึ้นอีกอย่างเมื่อได้มานั่งอยู่ใต้ถุนบ้านบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ระหว่างรอการเปลี่ยนหางเรือที่นายท้ายกำลังพยายามซ่อมอยู่ มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่าได้พาตัวเองย้อนกลับไปหาอดีตสัก 20 ปีที่ผ่านมา แม้เมื่อ 30 ปี ที่แล้วมาพี่น้องชาวลาวต้องปรับตัวเข้ากับการปกครองแบบใหม่ แต่ทุกชีวิตก็ดำเนินไปด้วยปกติสุข อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสมัยนิยมบ้าง แต่ก็ถือว่าไม่รวดเร็วนัก

แม่น้ำโขง ช่วงที่ไหลผ่าน สปป.ลาว ไหลคดเคี้ยวไปมาจากเหนือลงใต้ ให้ความชุ่มชื่นหล่อเลี้ยงชีวิตสองฟากฝั่ง ในฤดูฝนอย่างนี้น้ำในแม่น้ำโขงมีปริมาณมาก ไหลเชี่ยวดูน่ากลัว ผมไม่อยากคิดถึงภาพเมื่อตอนตัวเองต้องลอยคออยู่ในสายน้ำนี้ ไม่ว่าเรือลำไหนจะเล็กหรือใหญ่เสื้อชูชีพ หรืออุปกรณ์ชูชีพต่างๆ ไม่ต้องมองหาเพราะต่างก็ไม่มีเหมือนกันหมด ดูเจ้าของเรือจะมั่นใจเสียเหลือเกินว่าไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น

การเดินทางต้องล้าช้าออกไปอีกหลายชั่วโมง เพราะหางเรือลำนี้ขาดถึงสองครั้ง ครั้งสุดท้ายเจ้าของเรือต้องเช่าหางเรือ จากชาวบ้านจึงสามารถเดินทางต่อได้ แม้เส้นทางที่เราล่องตอนนี้จะไม่ทวนกระแสน้ำ แต่ก็ต้องโต้กับลมแรง และสายฝนกระหน่ำตลอดช่วงเย็น ความมืดเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งหลายคนเริ่มนั่งเงียบกริป สายตาเพ่งมองเข้าหาฝั่ง ผมเดาว่าชาวลาวในเรือลำนี้คงต่างต้องการให้เรือลำนี้แล่นไปถึงบ้านของตัวเองโดยสวัสดิภาพ

อย่างที่บอกว่าครับว่า เจ้าของเรือดูจะมั่นใจในเรือเสียเหลือเกิน อุปกรณ์ต่างๆ จึงหาไม่ได้เลย แม้แต่ไฟฉายสักดวงก็ไม่มี แต่ก็ยังโชคดีที่คุณอนุกูล หรือ คุณกื๋อ เพื่อนร่วมทริปนี้ ซึ่งเป็นนักสำรวจถ้ำในกลุ่มแนวหน้าของเมืองไทย ผมจึงสบายใจได้ว่าคุณกื๋อ ต้องมีไฟฉายมาด้วยแน่นอน

ตั้งแต่ไฟฉายดวงแรกเริ่มทำงานผม และคุณกื๋อ ก็เลยต้องเป็นกลาสีจำเป็น คอยส่องไฟในเรือ และคอยส่องไฟให้ผู้โดยสารทุกคนขึ้นจากเรือ

สำหรับ สบายดีหลีผี แห่งลาวใต้ ตอนที่ 1 ผมคงต้องเขียนไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน เดี๋ยวสัปดาห์หน้ามาชมความยิ่งใหญ่ของ แก่งหลี่ผี จุดต่างระดับกันต่อนะครับ ส่วนข้อมูลประกอบการเดินทางเอาไว้ผมจะสรุปให้ในตอนสุดท้าย รวบยอดทีเดียวเลยครับ

นุ บางบ่อ

C:\resize\620\001.jpg
C:\resize\620\001.jpg

เรือของชาวบ้าน กับเรือของเราที่มาจอดซ่อม
C:\resize\620\002.jpg
C:\resize\620\002.jpg

บริเวณด่านช่องเม็กฝั่งไทย
C:\resize\620\003.jpg
C:\resize\620\003.jpg

เด็กนักเรียนในเมืองปากเซ
C:\resize\620\004.jpg
C:\resize\620\004.jpg

เกสเฮ้าส์ ในเมืองปากเซ ที่ใช้พักพิงในคืนแรกที่มาถึง
C:\resize\620\005.jpg
C:\resize\620\005.jpg

ไปรษณีย์ ที่ใครบางคนในทีมใช้ส่งโปสการ์ด
C:\resize\620\006.jpg
C:\resize\620\006.jpg

เบียร์ลาว ในร้านอาหารแสนรัก กับตึกเก่าที่สร้างในสมัยฝรั่งเศสเรืองอำนาจ
C:\resize\620\007.jpg
C:\resize\620\007.jpg

เฝอเนื้อ หรือก๋วยเตี๋ยวเนื้อ
C:\resize\620\008.jpg
C:\resize\620\008.jpg

ระหว่างรอเรืออกจากท่า (ต้องรอผู้โดยสารเต็มหลังคาก่อน)
C:\resize\620\009.jpg
C:\resize\620\009.jpg

แม่น้ำโขงวันนี้เป็นสีดิน
C:\resize\620\010.jpg
C:\resize\620\010.jpg

แม่น้ำโขงบริเวณเมืองปากเซ
C:\resize\620\011.jpg
C:\resize\620\011.jpg

เขามะโรง ทอดตัวยาวเลียบแม่น้ำโขงลงไปทางทิศใต้ ลุงสุนี ชาวลาวบอกว่าเขาลูกนี้ยังมีสัตว์ป่าชุกชุม
C:\resize\620\012.jpg
C:\resize\620\012.jpg

เขามะโรงเช่นเดียวกัน
C:\resize\620\014.jpg
C:\resize\620\014.jpg

เรือเสียครั้งที่ 1 ตอนนี้เลยแขวงจำปาสักมาแล้ว
C:\resize\620\015.jpg
C:\resize\620\015.jpg

ท่อสูบน้ำขนาดใหญ่ ที่ชาวลาวสูบน้ำไปใช้เพื่อการเกษตร
C:\resize\620\016.jpg
C:\resize\620\016.jpg

เรือเมื่อสิ้นหาง
C:\resize\620\017.jpg
C:\resize\620\017.jpg

บ้านในชนบท ริมแม่น้ำโขง
C:\resize\620\018.jpg
C:\resize\620\018.jpg

ระหว่างรอเรือเสีย ก็มาถ่ายภาพเด็กๆ เล่น แก้เบื่อ
C:\resize\620\019.jpg
C:\resize\620\019.jpg

วิถีชีวิตที่เรียบง่าย
C:\resize\620\013.jpg
C:\resize\620\013.jpg

ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ที่มาซื้อของในเมืองปากเซ เพื่อเตรียมทำบุญในวันรุ่งขึ้น
C:\resize\620\020.jpg
C:\resize\620\020.jpg

พลบค่ำบนสายน้ำที่ยิ่งใหญ่
 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง