แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
 
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > เที่ยวกับ นุ บางบ่อ > ดำน้ำ
เที่ยวทะเล - ดำน้ำ

3 คืน 4 วัน ฝันดีที่...อันดามัน (ตอนจบ)

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

ข้ามไปเกาะยาวน้อย...
 เกาะยาว มีลักษณะภูมิประเทศอยู่ตรงกลางระหว่างพื้นที่ 3 จังหวัดคือ พังงา กระบี่และภูเก็ต อาจเรียกเกาะยาวได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางหรือหัวใจที่เชื่อมต่อไปยังที่ต่างๆ ของฝั่งอันดามัน การเดินทางมาเกาะยาวจึงมีให้เลือกหลากหลายช่องทางจากทั้ง 3 จังหวัด

  จากเกาะยาวใหญ่ เรือแล่นมาไม่เกินสิบห้านาทีก็ถึงเกาะยาวน้อย เรือที่พวกเรานั่งมาขึ้นเทียบฝั่งที่ท่าเรือท่าเขา ซึ่งที่จริงแล้วบนเกาะมีท่าเรือหลายแห่งแล้วแต่ว่าเรามีจุดหมายที่ทางไหน ชาวบ้านที่นี่ให้การต้อนรับด้วยรอยยิ้มและคำทักทายอย่างอบอุ่นเช่นเดียวกัน แต่ที่เด็ดไปกว่าคืออาหารทะเลสดๆ ให้เลือกหลากหลายรายการ

(อันนี้เห็นแก่กินจริงๆ) ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา สารพัดสัตว์ทะเล ต่างก็ได้มาจากชาวประมงพื้นบ้าน ที่ออกวางลอบ วางอวน แถวๆ ทะเลรอบเกาะ ซึ่งชาวบ้านลงทรัพย์ลงขันร่วมแรงตระเตรียมไว้ให้...บุฟเฟ่ต์คลุกทราย ฉบับลูกทุ่งพื้นบ้าน ในแบบที่คนเมืองไม่มีโอกาสได้เจอ หากไม่มาที่นี่... เริ่มขึ้นและลงท้ายที่ริมหาดท่าเขา ด้วยบรรยากาศฉันท์พี่น้อง...

  ชุมชนบนเกาะยาวน้อย นับว่าเป็นชุมชนที่มีจิตสำนึกแห่งการรักท้องถิ่นอย่างเต็มเปี่ยม ในราวปี พ.ศ.2538 เกาะยาวน้อยเริ่มเป็นที่รู้จัก นักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามามากขึ้น ทำให้เกิดสภาพของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการดัดแปลงพื้นที่เพื่อเป็นที่พัก จึงมีปัญหาขยะน้ำเสียเกิดขึ้นตามมา แม้เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้าน แต่ขาดการวางแผนในการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ชาวบ้านจึงได้รวมตัวจัดตั้ง

“ชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เกาะยาวน้อย” เพื่อให้ชาวเกาะยาวน้อย ได้มีส่วนร่วมในการจัดการและวางแผน เกี่ยวกับการเจริญเติบโตและทิศทางการท่องเที่ยวในเกาะ ป้องกันการทำลายทรัพยากร วัฒนธรรม ตลอดจนเป็นการสร้างงาน กระจายรายได้ให้แก่ประชาชนบนเกาะทั่วถึงทุกครัวเรือน

  ด้วยจิตสำนึกของชาวบ้าน ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล จึงค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านใช้ทรัพยากรอย่างดูแล ไม่ทำลาย แม้ต้นไม้ป่าเขา ก็ยังช่วยกันรักษาเป็นอย่างดี สัตว์ป่าชนิดหนึ่งอยู่ที่นี่ได้อย่างปลอดภัย

 “นกเงือก” สัญลักษณ์ที่บ่งบอกได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และปลอดภัยจากศัตรูที่มารุกรานนั่นคือมนุษย์เรานี่เอง ชีวิตของนกเงือกที่เกาะยาว จึงโบยบินได้อย่างเป็นอิสระ บางทีก็บินไปเกาะบนยอดมะพร้าวหลังบ้าน ชาวบ้านจึงรักนกเงือกเหมือนเป็นสมาชิกชีวิตหนึ่งในครอบครัว

  สถานพักแรมบนเกาะยาวน้อย มีให้เลือกหลายประเภทหลายระดับ แต่ที่สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนพื้นถิ่นคือที่พักแบบโฮมสเตย์ โดยแบ่งกลุ่มที่พักอาศัยเป็นชุมชนต่างๆ หลายชุมชน เน้นการท่องเที่ยวของท้องถิ่น

  ในลักษณะศึกษาวิถีชีวิต การประกอบอาชีพของชาวบ้านอย่าง การประมง การทำนา การทำข้าวเม่า ทำสวนยางพารา การทำผ้าบาติก การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การศึกษาระบบนิเวศน์ป่าชายเลน รวมไปถึงการท่องเที่ยวทั่วไปเช่น นั่งเรือชมเกาะ ดำน้ำ ตกปลา เดินป่า ดูนก ขี่จักรยาน รวมถึงการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชาวบ้าน

  การจัดการของโฮมสเตย์ค่อนข้างมีระบบระเบียบที่ชัดเจน ยกตัวอย่าง ค่าที่พัก
1 คืน/คน/อาหาร 3 มื้อ/ 650 บาท เจ้าของบ้านจะได้ 600 บาท เงินอีก 50 บาท
จะถูกแบ่งเข้ากองทุนต่างๆ

 ค่าบริหารจัดการ 20 บาท ค่าสิ่งแวดล้อม 20 บาท อีก 10 บาท เป็นค่าสวัสดิการแก่สมาชิกในกลุ่ม ส่วนการเข้าพักจะหมุนเวียนไปตามคิวของบ้านที่เป็นสมาชิกในกลุ่ม ที่นี่จึงเรียกได้ว่า

 เป็นชุมชนเข้มแข็ง อันเกิดจากความสมัครสมานสามัคคีและรับผิดชอบต่อท้องถิ่น จนได้รับรางวัลมากมายทั้งในและต่างประเทศ อาทิ รางวัลอนุรักษ์มรดกโลก World Legacy Award จากนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟิก สหรัฐอเมริกา ฯลฯ

  แต่มีข้อพึงปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาพักเช่นกัน เนื่องจากชุมชนเกือบทั้งพื้นที่เป็นชาวไทยมุสลิมที่เคร่งครัด จึงห้ามดื่มสุราและเสพสิ่งเสพติดในหมู่บ้าน ห้ามแต่งตัวไม่สุภาพประเภทเสื้อสายเดียว สองสาย เกาะอก

 ห้ามทิ้งขยะในหมู่บ้าน ห้ามเก็บเปลือกหอยและปะการัง ผมเชื่อว่าหากท่านเป็นนักท่องเที่ยวที่มีความตั้งใจ ต้องการศึกษาและเรียนรุ้วิถีชีวิตชาวบ้าน ข้อปฏิบัติเหล่านี้ย่อมไม่ใช่อุปสรรค เพราะเป็นการเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาผมว่าคุ้มเกินคุ้ม

“พระอาทิตย์ตกที่นี่สวยมากนะจะบอกให้”
พี่สาวคนหนึ่งบอกกับผมและเพื่อนๆ อยู่ไม่ขาดปาก ระหว่างการสนทนาซักถามแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน มีเพื่อนเคยตั้งคำถามกับผม...พระอาทิตย์ตกที่ไหนสวยที่สุด..?
พระอาทิตย์ ออกแบบตัวเองได้หลากสี หลายอารมณ์... บางทีมันก็ข้องเกี่ยวกับจินตนาการของแต่ละบุคคล

ในที่เดียวกัน...
คนหนึ่งอาจมองเป็นสีส้ม... ส้มแดง... ส้มทอง...
คนหนึ่งอาจเห็นเป็นส้มอมม่วง... ม่วงอมเหลือง...
บางทีอีกคน...อาจเปรียบเทียบกับฝีที่บวมแดงใกล้แตก ...
แต่บางวันพระอาทิตย์ก็ตกด้วยสีขาวมัว... เพราะเมฆหมอกมาบดบัง

และในที่เดียวกัน...
คนอกหัก...อาจร่ำไห้ด้วยความระทมทุกข์ในหัวใจ
คนไม่มีคู่...อาจมองหานางในฝัน
คู่รักใหม่...เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
คนชอบดื่ม...บรรยากาศแบบนี้ สักแบนเถอะเพื่อน... ฯลฯ

สำหรับผม...ดีใจทุกครั้งที่ลืมตามาเห็นพระอาทิตย์อยู่เหนือฟ้า เพราะนั่นคือเรายังมีชีวิตอยู่ เมื่อพระอาทิตย์ลับโลก...หากบุญวาสนายังมี เราคงตื่นมามีลมหายใจมีชีวิตปกติ เห็นแสงอาทิตย์อีกครั้ง...จะเอาอะไรกันมากมาย

  ระหว่างเดินไปยืนมองพระอาทิตย์ตกที่หัวหาด หน้ารีสอร์ตที่พัก...ผมกับเพื่อนเห็นต้นไม้ไหวและเสียงนกร้อง จึงค่อยๆ ย่องเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ห่างจากสายตาไม่เกินยี่สิบเมตร บนยอดไม้รกครื้ม นกเงือกห้าตัวโดดไปมาบนกิ่งไม้หนึ่งไปกิ่งไม้หนึ่ง อย่างสบายเพราะคงชินกับชีวิตที่ปลอดภัยบนเกาะนี้

 แต่สำหรับผมและเพื่อน...ขนลุกขนพองด้วยความดีใจ ไม่เสียชาติเกิดแล้วเรา มีโอกาสได้เห็นนกเงือกในธรรมชาติของจริง ในระยะประชิดขนาดนี้...ผมเชื่อสนิทใจว่าคนกับสัตว์อยู่ร่วมกันได้ หากมีความไว้ใจแก่กัน ไม่ทำร้ายกัน...และคนเกาะยาวได้พิสูจน์ให้ผมเห็นแล้ว

ถ้าเพื่อนที่ตั้งคำถามอยู่กับผมด้วยตอนนี้ ผมจะตอบมันว่า...พระอาทิตย์ตกที่เกาะยาวน้อย สวยงามกว่าที่ไหน เพราะมีนกเงือกตั้ง 5 ตัว ยืนมองไปพร้อมกันกับผม...

ขึ้นฝั่งที่กระบี่...
สองคืนบนเกาะยาวน้อย เพียงพอที่สำหรับความสุขกายสุขใจที่พวกเราได้รับ หมายปลายทางของเราคือท่าเรือท่าเลน จังหวัดกระบี่ เมืองน่าอยู่ผู้คนน่ารัก ระหว่างเส้นทางเราผ่านหมู่เกาะที่มีความงดงาม ทั้งเหลาลาดิง(เหลา-ภาษายาวี แปลว่าเกาะ) เกาะห้อง ฯลฯ

หากแล่นเรือปกติคงใช้เวลาราวชั่วโมงเศษๆ แต่พวกเราใช้เวลามากกว่าปกติ หมดไปกับการชื่นชมทะเลอันดามันที่สวยใสงดงาม อย่างคุ้มค่า...เพราะไม่รู้เมื่อไหร่จะมีโอกาสกลับมาอีก สำหรับผม...มาหมู่เกาะละแวกนี้เป็นครั้งที่สองในรอบปี...ธรรมชาติก็ยังสงบงามมิรู้เบื่อ

....นี่แหละเมืองไทย เที่ยวที่ไหนไม่สุขใจเท่าบ้านเรา...

เรื่อง/ภาพ : ธนิสร หลักชัย
ออนไลน์วันที่ 17 ธันวาคม 2550

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

3 คืน 4 วัน ฝันดีที่...อันดามัน (ตอนที่ 1)    
3 คืน 4 วัน ฝันดีที่...อันดามัน (ตอนที่ 2)
เนปาล..อ้อมกอดแห่งสวรรค์ (ตอนที่ 1)
เนปาล..อ้อมกอดแห่งสวรรค์ (ตอนที่ 2) 
เนปาล..อ้อมกอดแห่งสวรรค์ (ตอนจบ)
มิตรภาพเหนือระดับน้ำทะเลที่…ภูกระดึง

มิตรภาพเหนือระดับน้ำทะเลที่... ภูกระดึง (อีกครั้ง)

ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

www.khaolak.com
www.kohyao-cbt.com
www.kohyaohomestay.com
www.homestaykohyaonai.com
www.kohyaohomestay.net

ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ในประเทศ
 กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ
1600 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน
 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2250-5500 ต่อ 4525 - 4528
www.tat.or.th



 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 


   

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้