แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
 
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > เที่ยวกับ นุ บางบ่อ > ดำน้ำ
เที่ยวทะเล - ดำน้ำ

ฉบับนี้ประจวบฯ เหมาะ (ตอนจบ)

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

ฉบับนี้ประจวบฯ เหมาะ (ตอนจบ)

กองบรรณาธิการนิตยสาร Go To ... เรื่อง / ภาพ

    ก๊อตว่าที่นี่ค่อนข้างเงียบ แต่ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยว นี่ไม่ใช่คิวของแก ผมตะเบ็งเสียงดังมากเท่าที่จะรักษาเวลาและภาพลักษณ์ได้ 'ทับสะแก ชั้นรักแกว่ะ' เสียงห้วนๆ ของภูมิลอยขึ้นมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ด้วยความฉลาดในวิธีดึงความสนใจของผู้อื่น การหยุดจังหวะพูดเอาไว้เผื่อว่าจะมีคนสนใจและถามไถ่ขึ้นมา (แต่...ไม่ได้ผล) เป็นอะไรมากรึเปล่า (เสียงหมู...หมา..กา..ไก่) ขัดขึ้นมาที่พยายามลดทอนความน่าสนใจของเรื่องที่ภูมิกำลังจะเล่าต่อไปนี้ 

    'พบโดยไม่ตั้งใจ' นั่นคือเสียงที่หลุดออกมาอีกครั้ง ของผู้ชายที่ชื่อภูมิ เด็กวารสาร ม.บูรพา คนเดียวกับเจ้าของบุคลิกซึมๆ กวนๆ ผสมกันในหนึ่งเดียว ผู้ชายซึ่งแสดงออกถึงความตั้งใจ และเป็นคนช่างคิด  ผมว่าลองฟังเขาดูก่อนมั้ยฮะ (แชมป์พยายามดึงซีนสำคัญขอฉากนี้ไปให้ตัวเองบ้าง เพราะกลัวคนอ่านจะคิดถึง) ภูมิอดกลั้นที่จะเล่าไม่ไหวอีกต่อไป พร้อมๆ กับกลัวจะมีใครมาฉกฉวยการดำเนินเรื่องไปอีก จึงรีบบรรยาย ต่อเป็นชุดใหญ่ว่า 

    ผมมีคำนิยามแบบเฉพาะของผมสำหรับทับสะแกไว้ด้วยการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามตอน คือตอนที่หนึ่ง 'ทับสะแก ชั้นรักแกว่ะ' ตอนที่สอง 'ผมไม่กล้า' และตอนที่สาม 'ต่อไปเรื่อยๆ' แม้ว่าจะฟังดูแปลกและแตกต่างไปจากเรื่องของคนอื่นๆ อีกห้าคนทั้งหมด แต่ผมก็สนใจวิธีการเล่าเรื่องที่ฉีกกฎเดิมๆ อยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีก้มหน้าก้มตาฟังต่อไป (เสียงผู้บรรยายแทรกคั่นขึ้นมาบ้าง ) ได้ที ภูมิรีบสาดเรื่องเล่ามาอย่างเป็นระบบ ผมจึงต้องหลบไปอีกครั้ง 

     องก์ที่หนึ่ง 'ทับสะแก ชั้นรักแกว่ะ'  

     การมาอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางในครั้งนี้ล้วนเป็นเรื่องบังเอิญเกือบทั้งสิ้น ทั้งด้วยความคิดว่ามันเป็นเพียงทางผ่าน ต้องการทำลายเวลาเล่น กระทั่งนึกครึ้มใจอยากให้ไอเย็นของพื้นป่ากระทบผิวเนื้อตัวแค่ชั่วครู่ ถูกต้องครับ ผมไม่ใคร่หลงใหลในห้วงน้ำตก เสียงไหลของสายน้ำเดินทางผ่านอากาศพอให้ได้ยิน มันเป็นเสียงไม่เร้าใจกระชากอารมณ์เหมือนดนตรีแนว rock หนักๆ ไม่มีระดับเทียบเท่าเฉกเช่นแนวเพลงจำพวก jazz หรือ classic ไม่ชวนออดอ้อนออเซาะเสมือนเสียงหญิงสาวหน้าใสบนปกนิตยสารแฟชั่น ทว่าด้วยเสียงนั่นเองผมกลับรู้สึกชุ่มชื่นอย่างประหลาด 

     ประหนึ่งมันช่วยซับเม็ดเหงื่อที่พร้อมจะไหลจากหน้าผากผ่านโหนกแก้มยามอากาศร้อนอบ ผมหันมองรอบข้างสังเกต ปริมาณนักเดินทางที่มีไม่มากนัก อาจเป็นเพราะวันนี้ไม่ใช่วันหยุดหรือเป็นช่วงเทศกาล  ที่นี่จึงค่อนข้างจะเงียบ ไร้ความคึกคัก ปริมาณต้นไม้ที่รกครึ้มชวนใจให้รักสงบ ถึงกระนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของชายผู้เป็นพ่อกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่แกว่งขาเล่นน้ำตกกลับอิ่มเอิบเบิกบาน เสียงหัวเราะของทั่งคู่ผสมรวมกับเสียงน้ำอย่างกลมกลืนเป็นอันเดียว 

     ผมค่อยๆ เดินลัดเลาะตามทางขึ้น ทางอุทยานฯ จัดเส้นทางให้ชมจากชั้นแรกถึงชั้นที่ห้า แม้จะไม่ไกลเกิน แต่การเดินต้านแรงโน้มถ่วงสร้างความผิดปกติกับกล้ามเนื้อขาพอสมควร แต่เมื่อใดที่คิดจะทิ้งก้นบนโขดหินนั่งพัก กลับถูกระงับด้วยความเพลินเพลินต่อระยะการเห็น กลุ่มผีเสื้อคละสีที่บินเกาะตามกิ่งไม้ ฝูงปลาที่แหวกว่ายในลำธารใสอย่างสนุกสนาน ผมสังเกตเห็นฝูงปลา พวกนั้นว่ายเรียงแถวตามกันอย่างเป็นระบบ  ว่ายด้วยความเร็วไม่ทราบระดับ (เพราะความเร็ววัดเป็นแรงม้าไม่ใช่แรงปลา) และเมื่อพินิจให้ละเอียดขึ้นผมเห็นถึงปลาบางตัวที่พยายามว่ายแตกแถว พวกมันจงใจจะว่ายช้าอย่างไม่แยแส  หากแต่พยายามสำรวจตามซอกหินหรือเล่นกับเศษใบไม้ที่ตกบนน้ำมากกว่าจะรีบว่ายตามตัวอื่น บรรดาฝูงปลาหัวแถวก็มิได้หยุดว่ายรั้งรอ พวกมันยังว่ายตามวิธีอย่างที่สัตว์น้ำควรจะเป็น มองจากระยะสายตาคนถึงระยะน้ำผมยากที่จะแยกว่าส่วนใดเป็นกลุ่มปลา ส่วนไหนเป็นเงาคล้ำบนผิวน้ำของต้นไม้ 

     ผมก้าวเท้าขึ้นน้ำตกจนสุดทาง ก่อนจะหันมองลงไปด้านล่าง ต้นไม้สีเขียวครึ้มขึ้นรกช่างเหมาะเจาะดูสวยงามขึ้น เมื่อใกล้กับสีคล้ำของหินที่มีน้ำไหลผ่าน ฟองน้ำแตกกระเซ็นแหลก เมื่อตกจากที่สูง อากาศที่นี่สดชื่นปลอดโปร่ง ผมหลับตาสูดลมหายใจเข้าออก เงี่ยหูฟังเสียงนกที่ร้องไปพร้อมๆ กับเสียงน้ำที่เหมือนจะดังขึ้นเมื่อเทียบกับที่ได้ยินตอนแรก ผมรู้สึกเป็นอิสระไร้พันธนาการทางสังคมเมื่ออยู่ในสถานที่เช่นนี้ การก้าวเท้ายาวปีนป่ายโขดหินและพยายามขึ้นที่สูงเพื่อขึ้นชมน้ำตกอาจไม่ใช่กิจกรรมสุดโปรดของผม นั่นเพราะนิสัยขี้เกียจที่ติดตัวมานาน อุทยานแห่งชาติห้วยยางไม่ใช่เป้าหมายของผม เราพบกันเพียงบังเอิญ แต่ความบังเอิญครั้งนี้อาจจะลืมยากไปสักหน่อย (จบองก์ที่หนึ่ง) 

      องก์ที่สอง 'ผมไม่กล้า' 

     ผมยืนล้อแดดร้อนสุดทางสะพานปลาบริเวณหาดทุ่งประดู่ แสงแดดแรงจาบจ้วงลามเลียพื้นผิวหนังสิ่งมีชีวิตในที่นั้น หญิงวัยกลางคนค่อนไปทางปลาย เดินหิ้วตะกร้าหวายบรรจุสัตว์น้ำที่ไม่มีชีวิต เธอค่อยๆ วางมันลงผึ่งแดดอย่างละเมียดละไม ที่นี่อาชีพของชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงหนีไม่พ้นการออกเรือหาปลา กระทั่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ผมชำเลืองเห็น เด็กชายสองคนเปลือยร่างกายส่วนบนนั่งตกปลาริมขอบทางเดินของสะพาน คันเบ็ดที่ทำจากไม้พอจะบอกถึงสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ มันน่าจะเป็นกิจกรรมสนุกสนานมากไปกว่าหวังผลลัพธ์หรือรายได้ ยืนบนสะพานได้สักพัก ผมเดินลงก่อนจะเลาะเลียบชายหาดสอดส่องสังเกตพฤติกรรมของชาวบ้านละแวกนั้นด้วยสายตาสู่รู้ แดดยังคงเล่นกับชั้นผิวหนังไม่หยุดหย่อน 
     ก้มมองดูนาฬิกาที่ขณะนี้เป็นเวลาเลยเที่ยงวันได้สักชั่วโมง เด็กชายอายุราวสิบห้าถึงสิบหกคนหนึ่ง ก้มทำอะไรบางอย่างบนกราบเรือที่จอดไม่ไกลจากบ้านของตัวเอง ผมหาทำเลเหมาะได้จึงนั่งยองใต้ต้นมะพร้าวเตี้ยๆ แม้กิ่งก้านของมันจะไม่ใหญ่พอจะปิดบังแสงแดดได้หมด แต่อย่างน้อยก็ช่วยปกคลุมอวัยวะบางส่วนมิให้แสบร้อน เด็กหนุ่มคนเดิมลงจากเรือลุยน้ำเข้าฝั่ง เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อก่อนจะถอดเสื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนกำยำ ผิวที่ดำกร้านบอกถึงระยะเวลาและประสบการณ์บนเรือประมงได้พอสมควร จริงอยู่ประสบการณ์ที่ว่าอาจไม่มากนัก แต่ก็ไม่น้อยจนเกินไปที่จะจำกัดความให้เขาเป็นชาวประมงคนหนึ่ง

     ผมนึกถึงตัวเองเมื่อตอนผมอายุพอๆ กับเขา ผมใช้เวลาส่วนมากในห้างสรรพสินค้าในวันหยุด ในโรงเรียนกวดวิชาหลังเลิกเรียน และยิ่งตลอดช่วงสายของปิดภาคเรียน ผมทุ่มเทกับการหลับตานอนบนเตียงนุ่ม รอรับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศประหยัดไฟเบอร์ห้า วิถีชีวิตที่แท้จริงคืออะไร อะไรคือสิ่งที่ต้องการและขวนขวายตลอดชีวิต เมื่อชาวประมงมีหน้าที่หาปลา ชาวเมืองอย่างเรามีหน้าที่อะไร หรือพวกเรามีหน้าที่เพียงขูดบัตรเติมเงินโทรศัพท์ อะไรคือความเรียบง่ายของการดำเนินชีวิต 
     เดินเข้าบ้านได้สักครู่ เด็กหนุ่มคนนั้นเดินออกจากบ้านอีกครึ้ง คราวนี้เขาถืออุปกรณ์อะไรบางอย่างสำหรับหาเลี้ยงชีพของตน และครอบครัวออกมาด้วย ผมนั่งมองนานพอที จนเขาจะสังเกตเห็นผมใต้ร่มไม้ เมื่อเห็นเป็นคนแปลกถิ่นเขาพยักหน้าและยิ้มให้อย่างเป็นมิตร โดยที่ผมยิ้มตอบด้วยไมตรีเช่นเดียวกัน เพียงแต่ผมไม่กล้าพอที่จะสบตา (จบองก์ที่สอง) 

     องก์ที่สาม 'ต่อไปเรื่อยๆ' 

      พัทยาเป็นผู้หญิงรักสนุก มากด้วยเสียงหัวเราะ ชีวิตเธอไม่ชอบที่จะหยุดนิ่ง เธอมีสีสันแม้กระทั่งยามค่ำคืนเปลี่ยวชวนเหงา เกาะสมุยเป็นสตรีอารมณ์ดี เธอมากด้วยความสามารถบางเวลาอาจมีโลกส่วนตัวสูงไปบ้าง  แต่เธอก็ชอบพูดคุย รอยยิ้มของเธอเป็นเสน่ห์ที่ใครต่อใครต่างหลงใหล เธอจึงเป็นขวัญใจของใครต่อใครที่รู้จักมักคุ้น ทะเลประจวบฯ เป็นหญิงสาวนุ่มลึก ดูธรรมดาไร้ซึ่งเครื่องสำอางตกแต่งถึงกระนั้นเธอดูสวยแบบธรรมชาติ ในซอกแววตาของเธอ ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น อ่อนโยน 

     บ่ายวันหนึ่งในเขตจังหวัดประจวบฯ ผมพบตัวเองนั่งใต้ต้นสน ดวงตามองไกล เบื้องหน้ามีเพียงหาดทรายขาวเม็ดละเอียดกับพื้นน้ำสีฟ้า อมเขียว ไอทะเลสร้างความเหนอะเหนียวกับผิวกายได้บ้าง  แต่ด้วยสายลมที่พัดไม่ขาดระยะทำให้ไม่รู้สึกร้อน กลิ่นความเค็มของทะเลทำเอาผมเลียริมฝีปากตัวเอง ผมอยากหยุดเวลาและอยู่ที่นี่นานๆ อย่างน้อยให้มันนานพอกว่าที่ตัวเองจะเบื่อ ที่หาดวนกรแห่งนี้ 

     หาดวนกร เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล มีหาดทรายสวยงาม หมู่ต้นสนที่เรียงตัวกันเป็นทิวแถวสร้างความร่มรื่น กิ่งสนแผ่ใบปกคลุมกันแสงแดดได้ในบางพิกัด  ลำต้นสนที่มีสีเข้มตัดกับสีขาวของพื้นทรายทำให้แวดล้อมโดยรวมดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ความสวยงามดุจจิตรกรเอกบรรจงตวัดพู่กันแต่งแต้มความเหมาะสมบนพื้นที่แห่งนี้ ผู้คนที่มาที่นี่มีไม่มาก  บ้างเลือกจะกางเต็นท์พักแรม ที่นี่มีบริการให้เช่าในราคาถูก บ้างมาชื่นชมซึมซับบรรยากาศ และเดินทางกลับในตอนเย็น หาดวนกรมีความยาวถึง 7 กิโลเมตร ผมเดินเล่นพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย  ความสบายใจที่ยากจะเปรียบ สายลม แสงแดด และเสียงของคลื่น ตรึงความสนใจของผมเกินกว่าจะกลัดกลุ้มหมกมุ่นกับความวุ่นวายในชีวิต ที่นี่ไร้เสียงนกหวีดของตำรวจจราจรพุงกลม ปราศจากเสียงอึกทึกของการก่อสร้าง นักเดินทางที่นี่ต้องการพักผ่อน และมีความสุขกับธรรมชาติเบื้องหน้ามากกว่าสนใจปัญหาการเมือง หรือการคิดแต่จะหาโอกาสคอรัปชั่นของส.ส. บางท่านในสภา 

     วันเวลาของที่นี่ดูเชื่องช้าอืดอาด ผมนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ริมหาด นักเดินทางคนหนึ่งหันหน้าหาพื้นน้ำ พร้อมกดภาพบันทึก เขาคงมีความสุขกับการสะสมภาพ ผมนึกเล่นๆ ว่า ถ้าเป็นตัวเองจะเลือกเก็บภาพส่วนไหนด้วยทั้งบริเวณล้วนดูสงบเงียบ นิ่งเฉย สง่างาม ผมหลับตา ฟังเสียงคลื่นกระทบกับฝัง รับรู้ถึงกลิ่นและลมทะเลตามที่ประสาทจะรับสัมผัส รู้สึกได้จริงๆ ว่าอยากจะชื่นชมและเสพสมต่อไปเรื่อยๆ 

     หาดวนกร ช่างดู เรียบเฉยเธอเป็นคนพูดน้อย บุคลิกของเธอดูรอบคอบ ชวนให้ค้นหาอยู่ตลอด กับเธอ ผมไม่ขออะไรมากไปกว่า อยู่ใกล้กับเธอนานๆ สัญญาว่าจะไม่ส่งเสียงความสุขดังจนใครอิจฉา (จบองก์ที่สามและผมก็ไม่ให้โอกาสภูมิได้พูดอะไรต่อ) 

     ตอนนี้มาถึงผมบ้าง นัท ... อืม จริงๆ แล้วผมเขียนมาเยอะแล้วนะ ก็ได้ เดี๋ยวไม่ได้ค่าขนม 

     ขอ replay ภาพกลับไปตอนต้นเรื่อง ตอนที่ผมพูดถึงความเหงาว่าอยู่ดีๆ มันมาเอง มันทะลักมาเหมือนฝนที่ไม่รู้จักตั้งเค้า เหมือนฟ้ามันอั้นมานานประมาณนั้น พอถึงเวลาก็ถาโถมมาเลย สนุกดี 

     เรื่องมันมีอยู่ว่า หลังจากที่รู้ว่าจะได้ลงไปประจวบฯ อีกครั้งและเป็นเวลาก่อนที่จะเดินทาง อยู่ดีๆ เราก็รู้สึกเหงาแบบเล็กๆ ขึ้นมา นึกถึงแล้วมันก็ใจหายเหมือนกัน แต่ว่าก็ไม่ได้หนักหนาอะไร สะใจตัวเองดี ทีนี้พอถึงเวลาเดินทางนี่เมื่อเห็นถนนหนทาง เห็นก้อนเมฆ เห็นคนเดินกันไปมาข้างทาง เห็นอะไรก็จะรู้สึกว่าตัวเราไม่อยู่ในสภาวะทางอารมณ์ที่ปกติเลย แม้ว่าเส้นทางเหล่านี้จะเป็นที่คุ้นเคยสำหรับเรามานาน  แต่เมื่อมีอารมณ์แบบนี้ รสชาติของการเดินทางมันช่างพิลึกพิลั่นบอกไม่ถูก อย่างตอนนี้ที่เข้าสู่เขตของอุทยานฯ เขาสามร้อยยอดนี้ ถ้าเป็นสภาพปกติผมจะต้องตื่นเต้น นั่งอมยิ้มระหว่างทางไปพร้อมๆ กับนั่งจินตนาการ ล่วงหน้าว่าจะไปพบกับอะไร ขณะเดียวกันภาพในอดีตที่เคยมาโฉบผ่านยังที่แห่งนี้ก็จะต้องค่อย cut ชน (ถูกตัดต่อ) ขึ้นเป็นชุดๆ แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย 

     การเดินทางครั้งนี้มันปะทะเข้าไว้ด้วยความสุขแบบเหงาๆ แต่ไม่เศร้าหดหู่ ผมอนุมานเอาว่าอาจเป็นแค่อารมณ์ชั่วเทศกาลที่เผอเรออยากกระแดะทำเท่ให้รู้จักความเหงากับเค้าบ้าง ประจวบฯ  เหมาะกับมีฉากเป็นชายหาด และขุนเขาอันเงียบสงัดโอบล้อม มีทั้งสายลมไล้ให้ใบหญ้าพริ้วไหว build (สร้าง) อารมณ์ให้เกิดหวั่นไหว จนมันดูคล้ายกับว่าตัวเราเป็นเหมือนหมาขี้เรื้อนเดินอยู่ในหาดทรายยังไงอย่างงั้น 

     ตลอดเวลาที่ผมนั่งเรือหางยาวข้ามมายังเกาะนมสาว ถ้าเป็นปกติก็คงกระตู้วู้ แต่ครั้งนี้เห็นแล้วก็อือสวยดี อยากพาคนอื่นมาดูบ้างก็แค่นั้น เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการนั่งจ๋อง (แต่ไม่ซึม) อยู่กับที่นานๆ เปิดโอกาสให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานเพียงการมองและคิดเท่านั้น 

     พอมองไปมองมา เออแฮะ เขานมสาวนี้ดูบางด้านจะรูปร่างมนๆ ดีเหมือนกันนะ (x x x) แล้วตอนที่นั่งเรือออกจากเกาะเพื่อกลับไปยังฝั่ง (หาดนมสาว)  จะมีบางมุมที่เห็นเกาะด้านหลังที่เป็นสามเหลี่ยมทรงพีระมิดอยู่ซ้อนกันกับเกาะนมสาวด้วย เห็นลุงเจ้าของเรือบอกว่าเขาเรียกกันว่า เกาะกุลา แล้วก็หมดไปอีกสองร้อยบาทสำหรับค่านั่งเรือเหมาลำมารอบนี้ ออกมาจากเกาะก็กระโดดขึ้นรถ ขับไปขับมาพักใหญ่ก็มาเจอป้ายจุดชมวิวเขาแดง ขับรถไปจอดแล้วก็กระโดดลงทันที 

     จุดชมวิวนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปตามถนนลาดยางประมาณสี่ร้อยเมตร แถมยังต้องลากสังขารเดินขึ้นไปอีกสามร้อยเมตร ผมก็ให้กำลังใจกับตัวเองว่า เรายังหนุ่มยังแน่นถ้าขึ้นไปไม่ไหว  พวกที่มาด้วยจะต้องหัวเราะเยาะเป็นแน่ ฉะนั้นชายอกหนึ่งศอกอย่างผมต้องอดทนขึ้นไปให้ได้ กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญ ครับผมได้พิสูจน์แล้วในเหตุการณ์นี้ ผมขึ้นมาได้ในเวลาอันสั้น แต่พอขึ้นมาแล้วขามันสั่นนิดหน่อย  เหมือนมันจะบอกว่า นี่แกกำลังฝืนอยู่นะอะไรทำนองนั้น ก็มันบากบั่นขนาดนั้น ด้านบนนี้ถึงแม้ว่าจะร้อนไปบ้างแต่วิวสวยดีครับ มองออกไปจากจุดชมวิวแล้วเห็นมุมมองที่เขาเรียกกันว่าเขาสามร้อยยอดด้วย 

     เห็นแล้วหายเหงาเลย ตอนที่ลงมาแล้ว ก็เห็นว่าตรงใกล้ๆ กับวัดสามร้อยยอด มีป้ายเชิญชวนไปนั่งเรือหางยาวล่องคลองชมป่าโกงกาง เรามากันแล้ว มาเจอของชอบซะด้วย จะให้ไม่คว้าไว้ได้ไง ด้วยวรยุทธ์ของพวกเรา เราสามารถต่อค่าเรือเป็นสามร้อยห้าสิบบาทได้อย่างเก่งกาจ เจ้าของเรือบอกกับพวกผมตอนหลังว่าไม่เคยมีใคร (บังอาจ) มาต่อค่าเรือให้เขาได้ยินมาก่อนเลย นึกรึว่าคำพูดนี้จะมีผลกับพวกเรา (ผมนึก) พอลงเรือไปแล้วก็เริ่มมีฝูงเรือคายัคพายกันมาหกเจ็ดลำปะปนกันทั้งคนไทยคนต่างชาติ 

     นั่งไปไม่นานผ่านผาจระเข้สูงตระหง่าน แล้วหางตาเหลือบไปเห็นชาวบ้านแห่มาดำหอยแมลงภู่กันจำนวนมาก ประมาณยี่สิบคนเห็นจะได้ แล้วก็มีคนพายเรือหากุ้งกุลาดำอีกด้วย  ระหว่างนั้นผมก็เอามือวักน้ำเล่นเป็นการพักผ่อนอีกแบบ คนขับเรือรีบเตือนว่าแถวนี้เป็นแหล่งที่อยู่ของตัวเงินตัวทองนะ อยู่กันเป็นหลายครอบครัว ตัวใหญ่อย่างจระเข้เลยเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน เห็นคนกรุงเทพฯ มักจะกลัวกัน ผมนึกในใจคนต่างจังหวัดกับคนต่างชาติไม่กลัวจริงหรือ) หันมาอีกทีข้างหน้ากลายเป็นหมู่บ้านชาวประมง ทั้งสองข้างมีเรือประมงมาจอดนอนขี้เกียจกันเต็มไปหมด (อิจฉา)

     เรือของเราไม่ได้จอดแวะหมู่บ้านของพวกเขาแต่วิ่งทะลุผ่านหมู่บ้านไปมาเจอปากอ่าวไทย คุณลองหลับตานึกภาพตามดูสิครับ  ระหว่างที่เรากำลังดูภาพบ้านและเรือของชาวประมงที่กระจุกตัวอยู่รวมกันอย่างเนืองแน่นอย่างเพลิดเพลิน แต่จู่ๆ ภาพอีกด้านหนึ่งตรงข้างหน้ากับค่อย Zoom (ขยาย) เข้ามาใกล้ขึ้นๆ  ภาพที่ว่าเป็นภาพที่ให้ความรู้สึกของการสิ้นสุดในการผจญภัย อารมณ์เดียวกับฉากเรือที่ขนกองถ่ายมาหยุดตรงเกาะลึกลับในเรื่อง King Kong (คิงคอง) แบบนั้นเลย  เจ้าของเรือของพวกเราหยุดเรือไว้โดยที่เราไม่ได้บอกกล่าวอะไร ขณะที่เรือยนต์หยุดทำงานนั้น ผมได้พบกับความเงียบสงบที่ลึกอยู่ในจิตใจค่อยๆ ถูกกระตุ้นขึ้นมาใจกลางเวิ้งว้างอ่าว ที่มีแต่ท้องฟ้า กลุ่มเมฆและพวกเรา  มันช่างเป็นสัมผัสที่โอบอ้อมอารีที่สุดสำหรับคนเริ่มใจแตกอย่างผม มันเป็นความสุขที่เราสูดดม มองดูและเงี่ยหูฟังได้เท่านั้น แต่เอากลับไปเป็นของเราไม่ได้นอกจากจดจำ ดังว่าถ้ารักจริงหวังแต่งคงไม่ได้  แต่แค่มาขอสัมผัสชั่วครั้งชั่วคราว อย่าคิดเกินเลยก็ตามสบาย ความสุขนอกบ้านแบบนี้เป็นใครจะไม่เอา นี่กระมังสัญชาตญาณแห่งการแสวงหาความสุขของมนุษย์ ฝนตั้งเค้ามาแล้ว เป็นสัญญาณเตือนให้ผมรู้ว่าถึงเวลาเผ่นแล้ว เพราะเหล่มองยังไง ก็คงจะหนักหนาแน่ๆ เมฆดำกลุ่มใหญ่ขนาดนั้น 

     ภาพ close up เข้าไปขยายให้เห็นถึงแววตาที่สะท้อนความผิดหวังบางอย่าง ครับผมก็ไม่ได้ขึ้นถ้ำพระยานครอีกนั่นแหละ ฝากไว้ก่อนเถอะ เสี้ยวนาทีที่หันหลังให้กับอุทยานฯ แห่งนี้คล้ายกับว่าอาจไม่ได้กลับมาอีกแล้ว แล้วก็ไม่มี คำสัญญาใดใดว่าจะต้องกลับมาอีกเมื่อไหร่ หลงเหลือไว้เพียงเสียงวิพากษ์ของผมทิ้งไว้ปลายขุนผา ผมไม่พูดอะไรอีก พร้อมกับหันไปทางโป้ง เพื่อบอกเป็นนัยให้รู้ว่าตอนนี้ถึงคิวของเขาแล้ว

     ตอนนี้หนังดำเนินเรื่องมาใกล้ถึงฉากจบแล้วครับ  

     โป้ง ผู้ชายที่มีอารมณ์ส่วนตัวสูงสุดในกองบรรณาธิการ ผู้ชายที่มีอารมณ์เหงามากพอๆ กับความเป็นมิตรต่อคนส่วนใหญ่ ทำหน้าที่ถ่ายถอดเนื้อเรื่องช่วงสุดท้าย 

     สำหรับผมหัวหินเป็นหาดทรายแห่งความทรงจำ โป้งใช้ประโยคนี้เป็นบทเริ่มต้นเพื่อใช้ทดสอบเสียงในโอกาสเดียวกัน ผู้กำกับสมัครเล่นตัดภาพมาที่ภาพผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาริมหาดหัวหิน  คนเหล่านั้นเดินไปมาไม่มีใครสนใจใคร ผมยืนนิ่งๆ ปล่อยให้คลื่นลูกแล้วลูกเล่าหอบน้ำทะเลและทรายสีขาวขึ้นมาสัมผัสกับปลายเท้าเป็นระยะๆ ภาพของคลื่นทะเลที่ค่อยๆ  เคลื่อนตัวเข้าหาชายฝั่งเป็นภาพที่ฉายซ้ำไปซ้ำมาผ่านดวงตาผมไปจนเริ่มชิน คงจะจริงอย่างที่มีคนเคยบอกว่า การปล่อยให้อะไรต่อมิอะไรที่วุ่นวายอยู่ในใจ ให้ล่องลอยไปโดยไม่มีจุดหมายซะบ้าง ไม่ต้องคิด ไม่ต้องนึก ไม่ปล่อยให้อนาคตมาคุกคามความเป็นไปในปัจจุบัน นับเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย ปล่อยวาง และเกิดความสุขอย่างแท้จริง เหมือนคลื่น...ที่ซัดเข้าหาฝั่งโดยไม่จำเป็นต้องรู้ว่าที่นี่คือที่ไหน เหมือนผม...ที่ยืนอยู่บนหาดหัวหิน วันนี้ เวลานี้ 
      เป็นเวลากว่าแปดสิบปีมาแล้ว ที่หัวหินได้กลายเป็นที่รู้จักในฐานะสถานตากอากาศชายทะเลที่เก่าแก่ เงียบสงบ และได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ในฐานะแหล่งพักผ่อนใกล้ๆ กรุงเทพฯ  ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถไฟหรือรถยนต์ก็คลาสสิกไม่แพ้กัน สำหรับบุคคลมีรสนิยม ทะเลของหัวหินอาจไม่ได้ใสราวมรกตเหมือนทะเลใต้  แต่บรรยากาศ และกลิ่นอายของอดีตที่ยังคงพัดโชยอยู่บนหาดทรายขาวของเมืองหัวหินก็เป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากทะเลอื่นๆ เช่นกัน 

      จุดเริ่มต้นของหาดหัวหินนั้นเป็นแหลมหินซึ่งมีโขดหินขนาดต่างๆ กระจายของทั่วไปสลับกับหาดทรายขาว อันเป็นที่มาของชื่อหัวหิน หาดทรายทอดยาวลงไปสู่ทิศใต้เป็นระยะทางประมาณห้ากิโลเมตร  จนไปสิ้นสุดที่เขาตะเกียบ หาดหัวหินเป็นหาดที่ค่อนข้างเงียบสงบทั้งในแง่ของคลื่นลมและผู้คน เหมาะกับกิจกรรมเบาๆ บนชายหาดหลายชนิด ทั้งลงเล่นน้ำ หรือเดินเล่น ขี่ม้ารับลมทะเล  ร่องรอยแห่งความเป็นเมืองตากอากาศอันเก่าแก่ยังคงแอบซ่อนอยู่หลังแนวหาดทราย บ้านพักตากอากาศ เรือนคฤหบดีเก่าแก่หลายแห่ง
     เดินทางผ่านกาลเวลาและยังคงยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน สถาปัตยกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นประจักษ์พยานของความรุ่งเรืองเมื่อยุคเริ่มแรกของเมืองตากอากาศแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ผมหลับตาแล้วนึกถึงภาพของหัวหินในวันนั้น หลายๆ ฉากในจินตนาการยังคงปรากฏอยู่ตรงหน้าเมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง เป็นภาพของอดีตที่สวมทับอยู่ในสถานที่และห้วงเวลาปัจจุบัน ตัวอย่างของอาคารเก่าแก่ที่ยังหลงเหลืออยู่เหล่านี้ได้แก่ โฮเต็ลหัวหิน  โรงแรมหรูระดับห้าดาวแห่งแรกของประเทศที่สร้างขึ้นในส่วนภูมิภาค สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง และเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล หัวหินในปัจจุบัน สถานีรถไฟหัวหิน สนามกอล์ฟหัวหิน และ วังไกลกังวล ก็ล้วนเป็นสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นร่วมสมัยกัน 

     ในห้วงเวลาของรัชกาลที่ 6 และ 7 วังไกลกังวล อันเป็นสถานที่ที่ห่างไกลจากความกังวลทั้งปวงนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ  ให้สร้างขึ้นเพื่อพระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินี สำหรับแปรพระราชฐานในฤดูร้อน ซึ่งทั้งสองพระองค์ก็ได้เสด็จฯ มาเป็นประจำทุกปี ที่สุดปลายหาดด้านหนึ่งอันเป็นที่ตั้งของเขาตะเกียบ  ภูเขาทะเลลูกเล็กๆ นอกจากจะเป็นมุมที่เงียบสงบของหัวหินแล้ว ยอดเขาลูกนี้ยังเป็นจุดชมวิวของทะเลหัวหินที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง ที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีการเดินเท้าหรือทางรถยนต์ 

     นอกจากนั้นแล้วเขาหินเหล็กไฟก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวสามารถชมทิวทัศน์ของหัวหินจากมุมสูงได้เช่นกัน ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปราวสองกิโลเมตรในทิศตรงข้ามกับทะเล ตกค่ำสักหน่อย ตลาดโต้รุ่งที่คึกคักและอบอุ่นบนถนนเดชานุชิตเป็นอีกบรรยากาศของหัวหินที่ควรไปสัมผัส ตลอดสองข้างทางเป็นที่ตั้งของร้านอาหารทะเลสดๆ และอาหารหลากชนิด หลายชาติ นอกจากนั้นยังมีร้านเสื้อผ้า  เครื่องประดับมากมาย อีกเหตุการณ์ซึ่งเรียกได้ว่าเข้ากับภาพลักษณ์เรียบง่าย และคลาสสิคของทะเลหัวหินเป็นอย่างดีก็คือ เทศกาลดนตรีแจ๊สหัวหิน (Hua Hin Jazz Festival)  ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและกำลังจะเวียนมาถึงอีกครั้งในวันที่สองถึงสี่มิถุนายนนี้ เมื่อถึงเวลานั้นคงเป็นอีกครั้งที่หาดหัวหินจะได้ต้อนรับเพื่อนเก่าๆ และคอแจ๊สจะได้พบปะและสังสรรค์กันตามประสาคนรสนิยมเดียวกัน

     จากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ในอดีต หัวหินได้ก้าวผ่านห้วงเวลาของการเป็นเมืองตากอากาศขึ้นชื่อของชนชั้นผู้ดีในพระนคร และได้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในปัจจุบัน แน่นอนว่าหัวหินในวันนี้คงไม่ได้เงียบสงบเท่าเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ด้วยบรรดานักท่องเที่ยวเหล่านี้นี่เอง ที่ได้ให้หาดแห่งนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความสดใสแบบมีรสนิยม โดยไม่ทอดทิ้งกลิ่นอายและมนต์ขลังแห่งอดีต เสียงคลื่นและสายลมบนหาดหัวหินยังคงเป็นเพลงบทเดิมที่เล่นซ้ำแล้วซ้ำแล้ว แต่คลาสสิกอยู่เสมอในความรู้สึกของผม ไม่ต่างอะไรกับดนตรีแจ๊ส......และบนหาดที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวของหัวหิน ก็ยังคงมีมุมสงบเงียบให้ได้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองได้ทุกครั้งที่มา 
     นัทกลับมาทำหน้าที่เชื่อมโยงบทอีกครั้ง กล้องจับภาพผมระหว่างตอนเดินทางกลับ ผมตกใจเมื่อหันไปทางซ้ายและข้างหลังกลับพบว่าไม่มีใครนั่งอยู่ในรถเลย ทุกอย่างในรถดูเงียบไปหมด แล้วเกิดอะไรขึ้นระหว่างการเดินทางของพวกเรา

     ภาพตัดกลับไปที่ก๊อต แชมป์ ภูมิ โป้ง แล้วก็ตัวผมแบบ cut (ผมเคยบอกคุณแล้วว่ามันแปลว่าอะไร) ชน 

    หนังของเราได้ดำเนินมาจนนาทีสุดท้ายแล้วครับ เราไม่มีหน้าที่อะไรกันอีกแล้ว เพราะพวกเราได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงฉากและเหตุการณ์ที่ซ้อนเหลื่อมกันระหว่างปัจจุบันกับอดีต แต่เชื่อมต่อกันกันระหว่างความรู้สึก  หนังของเราไม่มีช่วง Peak (จุดสูงสุดของเรื่อง) เพราะหนังเรื่องนี้เป็นของพวกเราทั้งห้าคนครับ หนังจบโดยไม่ได้เฉลยว่าพวกเราทั้งห้ามาตามหาอะไร เหมือนหนังฮอลลีวู้ดหลายเรื่องที่มักนิยมลืมกันเป็นปกติ  แต่คุณคงรู้แล้วว่าใครได้อะไรกลับมากันบ้าง และจนถึงตอนนี้ผมคงต้องบอกคุณแล้วว่า เนื้อหาของหนังหลอกคุณมาโดยตลอด ความจริงแล้วพวกเราไม่ได้เดินทางพร้อมกันเลย โป้งไม่ได้ขึ้นรถคันเดียวกับผม  และเราสองคนก็ไม่ได้เดินทางไปพร้อมกับก๊อต ภูมิ และแชมป์ บทของหนังทำให้ผมจำเป็นต้องบอกว่าเมื่อผมทบทวนดูแล้ว ผมเพึ่งจำได้ว่าผมกลับมาประจวบฯ อีกครั้งกับครอบครัว  เพียงแต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันพาลให้ผมทึกทักไปเองว่าพวกเราต่างคนก็ขึ้นมาบนรถคันเดียวกัน เดินทางด้วยกันและรู้สึกร่วมกัน แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ต่างกัน...ก็ตาม 

BASED ON THE TRUE STORY

ติดตามอ่านตอนแรก คลิกที่นี่

ขอขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
จากนิตยสาร Go To

 



 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 


   

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ฉบับนี้ประจวบฯ เหมาะ (ตอนจบ)

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 35

  1. Re: ฉบับนี้ประจวบฯ เหมาะ (ตอนจบ)

  2. Re: ฉบับนี้ประจวบฯ เหมาะ (ตอนจบ)

  3. Re: ฉบับนี้ประจวบฯ เหมาะ (ตอนจบ)

    • ความคิดเห็นที่29
    • ลด นน.ด้วยโภชนาการจากธรรมชาติ 100% ไม่ใช้ยา ไม่มีผลข้างเคียง แค่เดือนละ 2,900 บาท เท่านั้น คุณคิดว่าแพงไปไหม ที่สำคัญจะไม่กลับมาอ้วนอีกต่อไป หากไม่มีการเปลี่ยงยินดีคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 30 วัน สนใจปรึกษาและรับ cd ไปดูได้ฟรีที่ คุณจันจิราฯ 089-8786480 หรือรายละเอียด www.kobpolice.com
    • kobsootky@yahoo.com รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: kobsootky@yahoo.com
      • เมื่อ[12 กันยายน 2549 - 14:50 น.]
      • IP[203.172.100.XXX]

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้