สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
  Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > เที่ยวกับ นุ บางบ่อ > ดำน้ำ
เที่ยวทะเล - ดำน้ำ

ฉบับนี้ประจวบฯ เหมาะ (ตอนแรก)

ท่องเที่ยว ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง

ฉบับนี้ประจวบฯ เหมาะ (ตอนแรก)

กองบรรณาธิการนิตยสาร Go To ... เรื่อง / ภาพ

    นั่นคือสิ่งที่ผมพอจะจดจำได้ ก่อนที่จะหันหลังให้ที่แห่งนี้อย่างห่อเหี่ยวและค่อยๆ ปล่อยให้ความฝันลับสายตา...ละลายไป

    ขอโทษครับ ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย เลยเผลอตัดเสียงพูดออกมาก่อนเวลาครับ ผมลืมไปว่าผมยังไม่ได้เริ่มเล่าเรื่องอะไรให้คุณฟังเลย 

     เอาใหม่ละกัน  แฮ่ม..ฮึ่ม  

     หลังจากที่ผมสามารถสอบเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา (โดยที่ไม่เคยต้องไปเสียเงินเสียทองและใช้เส้นสายที่ไหน) ได้แล้ว ผมเคยออกเดินทางมากับพ่อแม่และน้องชายด้วยรถญี่ปุ่นคันเล็กๆ คันหนึ่ง  (ผมคงไม่ต้องบอกยี่ห้อนะครับ เพราะไม่ใช่พื้นที่โฆษณา) ครับมันเป็นพาหนะที่สะดวก เหมาะกับจำนวนสมาชิก ขนาด รูปร่าง น้ำหนักของแต่ละคน และเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวในขณะนั้นอย่างยิ่งยวด กิจกรรมหลักเพื่อสมานความเป็นครอบครัวแบบนี้เอื้อประโยชน์ไปพร้อมๆ กับเป็นการตอบสนองความกระหายแบบไม่รู้ตัวของบรรดาพวกเราที่ไม่เคยคิดจะหยุดเดินทางเมื่อมีโอกาส สำหรับเป้าหมายในครั้งนั้น มีเพียงที่แห่งเดียวที่พวกเราต้องการ และ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ก็คือจุดหมายที่ว่านั้น 

     จริงสิ เหตุการณ์นี้ผ่านมาสิบสองปีแล้วครับ  ผมยังจำได้ดี พวกเราเดินทางกันด้วยจิตใจอันคึกคะนอง แบบไม่มีการแวะที่ไหนระหว่างทางนอกจากจะหยุดรดน้ำต้นไม้ เด็ดดอกไม้หรือยิงกระต่าย  ตามแต่คำเรียกของแต่ละปัจเจกบุคคล ผมยังจำได้อย่างแม่นยำว่า เมื่อรถของพวกเราไปถึงอุทยานฯ เราขับผ่านป้ายจุดท่องเที่ยวทุกจุดแบบไม่ใยดี เพื่อปรี่ตรงไปยังจุดที่จะเป็นทางเชื่อมพวกเราไปสู่ ถ้ำพระยานคร  (ขณะนั้นด้วยอายุอานามของผมประกอบกับความบ้าระห่ำส่วนตัว ทำให้เราเกือบจะลืมทุกอย่างที่ควรทำเมื่อมาที่นี่ นอกจากถ้ำชื่อกระฉ่อนที่ว่านี้) 

    ก่อนที่ความตื่นเต้นและความดีใจจะเข้ามาปะทุ ฟ้าฝนที่ไม่มีเค้ามาก่อนก็ทะลักตกลงมาเหมือนเขื่อนแตกได้ยังไงไม่รู้  ภาพที่อยู่ในความทรงจำของผมมาตลอดก็เป็นภาพทุกคนในครอบครัวต่างก็ขดตัวอยู่ในรถกันประมาณสองชั่วโมงอย่างทรมาน ทั้งเบื่อทั้งขึ้งโกรธ แม้แต่ชื่อของเทพเจ้าผู้ดูแลฝนก็ลอยผุดขึ้นมาจากต่อมนึกคิดในตอนนั้นด้วย คงไม่ต้องบอกนะครับว่าที่นึกขึ้นมาไม่ได้เพื่อชื่นชมเป็นแน่ 

     เมื่อ disslove (ซ้อนภาพ) ไปอย่างช้าๆ ผมในปัจจุบันย้อนไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง กลับไปนั่งอยู่ในรถกับสมาชิกครอบครัวในอดีตด้วยบรรยากาศในรถอันน่าผิดหวังเอาการ  มองไปข้างนอกรถไม่เห็นอะไรเลยนอกจากภาพเหมือนทีวีเบลอๆ กับเสียงน้ำกระแทกรถดังโครมๆ หลังจากนั้นเมื่อฟ้าหมดฤทธิ์ สิ่งที่ผมจำได้อย่างดีที่สุดก็คือ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ  ได้มาวางป้ายเตือนอุบัติเหตุเนื่องจากฝนเพิ่งตกอย่างหนัก ทำให้ทางรถวิ่ง ทางเท้า ไปจนโขดผาหินต่างๆ เต็มไปด้วยความไม่ปลอดภัย ประกอบกับเหตุผลสนับสนุนอันน่าเชื่อถือต่างๆ นานา ฟังไม่รู้จบ แต่ผมรวบรวม ความหมายมาได้เพียงสิ่งเดียวคือ 'อด' 

     นั่นคือ สิ่งที่ผมพอจะจดจำได้ ก่อนที่จะหันหลังให้กับที่แห่งนี้อย่างห่อเหี่ยวและค่อยๆ ปล่อยให้ความฝันลับสายตา...ละลายไป 

     ใช่ ตอนนี้ต่างหากที่ผมควรพูดประโยคนี้ หลังจากนั้นผมมีโอกาสได้เดินทางมาจังหวัดประจวบฯ อีกหลายครั้ง รวมทั้งเมื่อต้นปีที่แล้ว ผมเดินทางมาเพื่อทำงานชิ้นหนึ่งจนมีโอกาสได้เข้ามายังสามร้อยยอดอีกครั้ง  แต่แล้วก็ต้องพบกับคำตอบมหัศจรรย์ที่สุด เมื่อผู้ใหญ่ที่มาด้วยต่างก็ไม่เห็นด้วยกับการเข้าไปดูยังจุดต่างๆ ในเขาสามร้อยยอดเนื่องจากไม่มีเหตุจูงใจอะไรที่ท่านๆ  จะอยากปีนป่ายขึ้นไปตามจุดชมวิวบนเขาหรือล่องเรือชมอะไรต่อมิอะไรทั้งนั้น แม้ว่าจะเลี้ยวรถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แล้วก็ตาม 

     จวบจนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมได้กลับมาตามหาความรู้สึกที่พลัดหายไป กลับมาเพื่อผจญกับสิ่งที่เคยหมายมั่นเอาไว้ ครับผมกลับมาแล้ว แต่ไม่ได้มาด้วยความสดชื่นเหมือนแต่ครั้งเก่าก่อน  เพราะการเดินทางครั้งนี้มันเปี่ยมไปด้วยความเหงา...ความเหงาที่กำลังรุมเร้า กัดกินจิตใจผมอยู่ แต่มันไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกครับ ความเหงาไม่น่ากลัวเลย คุณเคยอยู่ดีๆ  แล้วก็ได้อะไรที่คุณไม่เคยคาดหวังว่าคุณจะมีมั้ยล่ะครับ นั่นคือความรู้สึกของผมตอนนี้แหละ แล้วคุณจะเชื่อผมมั้ยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเองต่างหากที่มักถามหาถึงความเหงา  ถามหาเพราะมันเป็นเพียงสิ่งที่เรารู้ความหมายแต่ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกจริงๆ ที่ถ่องแท้ของมันเลยสักนิด ผมก็เพิ่งจะเคยเหงานี่แหละ และผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่ามนุษย์เราเหงาเพราะอะไร รู้แต่ว่ามันมาเอง มันทะลักมาเหมือนฝนที่ไม่รู้จักตั้งเค้า เหมือนฟ้ามันอั้นมานานประมาณนั้น พอถึงเวลาก็ถาโถมมาเลย สนุกดี 

     เอาเป็นว่าพักเรื่องความเหงาของผมไว้ก่อนดีกว่า... นี่ยังไม่ใช่คิวของผมหรอก ผมเพียงทำหน้าที่เปิดฉากหนัง เพื่อเบนความสนใจของคุณไปทางอื่นก่อน แล้วทำเหมือนผู้กำกับหนังที่มักนิยม สลับเรื่องไปมา ให้หนังออกมาเท่ๆ บ้าง แล้วตอนนี้ก็กำลังจะเป็นคิวของตัวเดินเรื่องตัวแรกแล้วครับ 

     Fade In (ตัดภาพ) มาที่รถญี่ปุ่นคันกลางๆ ยี่ห้อที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่สำหรับคนรุ่นใหม่ กำลังวิ่งผ่านแยกอโศกเพื่อไปยังถนนพระราม 2 อารมณ์ภาพแบบเดียวกับที่เฉินหลงกับคริส ทัคเกอร์  ขับรถไปร้องเพลงไปอย่างอารมณ์ดีปะปนกับการทะเลาะอาละวาดในหนังเรื่อง Rush Hour เป็นภาพที่เหมาะกับการเล่าเรื่องเริ่มต้นของการเดินทางครั้งที่ธรรมดาแสนธรรมดาสำหรับใครบางคน  แต่สุดอัศจรรย์พันลึกสำหรับหลายคนที่มาด้วยกัน กับ จุดหมายปลายทางที่ประจวบฯ (คีรีขันธ์) บวกกับความลงตัวเหมาะเจาะ ผมเลยเรียกการเดินทางครั้งนี้ว่า 'การเดินทางแบบประจวบฯ เหมาะ'  เพราะเรื่องจากปกครั้งนี้เป็นครั้งแรกของผู้ร่วมเดินทางห้าคน ที่ไม่เคยร่วมงานพร้อมเพรียงกันแบบนี้ แล้วบังเอิญว่าทุกคนเป็นผู้ชายกันทั้งหมด บังเอิญกว่านั้น ทุกคนยังเป็นโสด (ยังไม่แต่งงาน) เอาเป็นว่านี่เป็นการเดินทางของลูกผู้ชายห้าคนที่มาตามหาอะไรบางอย่าง อย่างตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ส่วนใครจะมาหาอะไร และได้อะไรกลับไปคุณคงต้องติดตามกันเอาเอง 

      ตัดภาพมาที่ก๊อต แบบ long shot (มุมกว้าง) เพราะไม่ค่อยอยากเห็นหน้ามัน (พูดเล่นนะครับ) ก๊อตเป็นเด็กนครปฐมของแท้ไม่มีสารเคมีเจือปน ครับ ก๊อต เป็นเด็กเรียนภาพยนตร์ ที่เทคนิคกรุงเทพฯ  แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ดีๆ จะมามีธุระอะไรกับคนทำนิตยสารแนวใหม่อย่างพวกเรา แต่ก็ช่างเถอะ ก๊อตไม่ได้เซ้าซี้ ไม่ได้เอ่ยปากอะไรครับ แต่อยู่ดีๆ  ก๊อตก็มีชื่อติดอยู่ในทำเนียบของกองบรรณาธิการฉบับนี้ไปแบบไม่ตรงโพลของสำนักใดใดมาก่อน นี่ถ้าก๊อตเป็นเพศหญิง ผมคงโดนข้อหาเลี้ยงต้อยไปเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนกระจอกข่าวไปแล้วแน่ๆ แล้วนี่จะเขียนถึงมันทำไมเนี่ย 

      นั่นสิ (ทะเลาะกับตัวเองอีกแล้วเรา) เวลานั่งรถไป หันไปหันมาก็จะพบหน้าของนายก๊อตยิ้มอย่างสบายอารมณ์ แต่ยิ้มของเขาจะไม่ออกอาการมากนะ เป็นยิ้มแบบสงบเสงี่ยม (แต่ไม่ใช่เจียมตน) เป็นยิ้มแบบพอให้รู้ว่ามีความสุข แต่ไม่เปลืองตัวมากนักประมาณนั้น นั่นแหละคือเขาล่ะ ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความรู้สึกส่วนตัวของนายคนนี้เลย นอกจากจะรู้ว่านี่เป็นการเดินทางครั้งแรกของหมอนี่กับนิตยสารหัวเล็กๆ  อย่างพวกเรา เป็นคำตอบที่ถูกต้องคำตอบเดียว 

      ตัดภาพมาที่ศูนย์ข่าวของพวกเรา (ออฟฟิศลาดพร้าวนั่นแหละ)

     หลังจากที่ทุกคนมาตามเวลาที่ (ไม่) ได้นัดกันแล้ว เพราะต่างคนก็ต่างเอ้อระเหยกันที่บ้านของตัวเองอย่างกับว่าไม่ได้นัดอะไรกับใครไว้ สิ่งที่ผมภูมิใจอยากจะบอกก็คือ คนที่มาสายที่สุด (ช้าไป 20 นาทีจากเวลานัดหมาย) มีชื่อว่าแชมป์ครับ การมาสายของแชมป์แม้กินเนสบุ๊คส์จะไม่ได้ให้ความสนใจบันทึกอะไรไว้ แม้ว่าผู้ร่วมเดินทางคนอื่นจะไม่ว่ากระไร  หรือแม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มีกระทรวงใดที่มีหน้าที่หลักคือการอนุรักษ์และให้ความสำคัญกับเวลา แต่อย่างน้อยที่สุด การกระทำของนายคนนี้ก็ดำรงไว้ซึ่งความเป็นคนไทยครับ (นี่กำลังชมนะ) 

     เมื่อล้อจำเป็นต้องหมุน เพราะไม่งั้นฝ่ายบัญชีคงหักค่าขนมของพวกเรา (โดยทันทีที่มีโอกาส) สามชั่วโมงครึ่งเป็นเวลาที่ใช้ไปอย่างไม่รีบไม่ร้อน สำหรับการเดินทางจากลาดพร้าว สำนักงานใหญ่ สำนักงานเดียวของพวกเรา ผ่านเส้นทางหลักสายถนนธนบุรี-ปากท่อ ก่อนออกสู่ถนนเพชรเกษมที่จังหวัดเพชรบุรี จากนั้นก็ตรงยาวสู่อำเภอบางสะพานแบบไม่ปรานีปราศัย ก๊อตเริ่มกลับมาทวงซีนด้วยการอ้าปากเล่าเรื่องและค่อยๆ ทำให้ผมไร้ตัวตนในเวลาต่อมา 

     พวกเรามาถึงช่วงบ่ายโมงกว่าๆ ต่างก็ทำหน้าที่หนึ่งซึ่งไม่มีชนชาติใดกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับกฎที่ต้องปฏิบัติเมื่อมาถึงที่พักหมาดๆ นั่นคือ  การขนย้ายสัมภาระส่วนตัวมากองไว้ในห้องและแสดงความสามัคคีปรองดองด้วยการแย่งกันวางข้าวของไว้กันท่าคนอื่น (ที่มาด้วย) ตามเบาะนั่งเล่นในห้อง โต๊ะกระจกแต่งหน้าของคุณผู้หญิง  แม้ว่าที่มาด้วยกันจะมีแต่บุรุษเพศก็ตามแต่ กระทั่งการบล็อคที่นอนในโลเกชั่นที่เหนือกว่า อาทิ เตียงที่อยู่ไกลจากหน้าต่างให้มากที่สุด ตามธรรมชาติของมนุษย์กับหลักจิตวิทยาที่ว่าด้วยเรื่องของความปลอดภัยในจิตใจ  ว่ากันไปตั้งแต่ภัยจากแสงแดดในตอนเช้า จากผีที่มักถูกทำให้เข้าใจกันผิดๆ ว่าปรากฏตัวได้เฉพาะหน้าต่างและห้องน้ำ จากอาชญากรรูปแบบต่างๆ ที่มักเข้าใจผิดกันว่าต้องเข้าทางหน้าต่างเท่านั้น นี่ไม่รู้ว่าจะมีใคร ดูฮวงจุ้ยก่อนนอนกันหรือเปล่า 

    แล้วจู่ๆ ใครคนหนึ่งก็ทักขึ้นมาว่า 'ใครจะทำงาน ทำอะไรก็แล้วแต่ ก็ทำกันไปแล้วกัน ขอนอนก่อนล่ะ' อ้าว! เฮ้ย! แล้วก็ อ้าว! อีกนั่นแหละ นั่นเป็นเสียงโอดครวญบวกกับความเซ็ง ที่ออกมาแบบสัญชาตญาณของการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน แล้วใครจะทำงานล่ะ คำถามนี้หลุดออกมาจากใครบางคนในกลุ่มด้วยความริษยา 
    ช่างเถอะๆ นายก๊อตเริ่มถ่ายทอดเนื้อหาส่วนที่หนึ่งให้คุณฟังต่อ ตอนนั้นใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง ผมเลือกย้ายก้นตัวเองออกมานั่งทอดกายทอดอารมณ์อยู่ตรงหาดสวนหลวง ขณะนั้นรอบๆ ตัวผมมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่แค่สองถึงสามคน พวกเขากำลังหาความสบายใส่ตัวอยู่กับการอาบแดดอย่างเป็นจริงเป็นจัง ขณะนั่งเสพกลิ่นธรรมชาติ ฟังเสียงคลื่นลมของทะเลอย่างเพลิดเพลินอย่างสงบๆ  ที่นี่ไม่มีวี่แววของแหล่งบันเทิงหรือร้านขายของที่ระลึกใดใด เหล่านี้คือความรู้สึกแรกที่แวบผ่านมาในโสตสัมผัสกับอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบฯ  อำเภอสุดท้ายของภาคกลางก่อนจะเข้าสู่อาณาเขตของภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร 

     ผมพยายามมองหานักท่องเที่ยวคนไทยแต่ไม่ยักเห็น จะมีก็แต่คนพื้นที่เท่านั้นหรืออาจจะเป็นเพราะคนไทยไม่ชอบออกมาเล่นน้ำตอนแดดแรงๆ ก็เป็นได้ ผมรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ สบายๆ ของผู้คนที่นี่ ที่ไม่ต้องเร่งรีบแข่งขันกับเวลาและผู้คนอย่างในสังคมเมือง เวลาที่นี่ช่างเดินช้าดีเหลือเกิน ผมนั่งอย่างเพลิดเพลินจนถึงประมาณห้าโมงเย็น ก่อนเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายออกจากหาดสวนหลวงเพื่อไปสัมผัสจุดอื่นๆ ของบางสะพานกันบ้าง พวกเราไม่ลืมที่จะชมวิถีชีวิตของชาวประมงที่นี่ก่อน จึงตรงไปสู่หมู่บ้านประมงเป็นอันดับแรก เมื่อถึงผมลงไปสัมผัสกลิ่นอายของความเป็นลูกน้ำเค็ม บรรยากาศของหมู่บ้านช่วงนี้ค่อนข้างจะเงียบ มีเพียงชาวประมงไม่กี่คนกำลังนั่งพักผ่อน และคุยกันอย่างมีความสุขใต้ร่มเงาของต้นไม้ริมหาด เพราะพวกเขาต้องเก็บแรงไว้สำหรับออกเรือตอนกลางคืน  เพื่อประกอบอาชีพที่อยู่คู่กับครอบครัวของพวกเขามาตั้งแต่บรรพบุรุษ 
     จากนั้นผมจึงมุ่งสู่อ่าวบ่อทองหลางอ่าวเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เนื่องจากอ่าวนี้เต็มไปด้วยคนไทยที่มารับประทานอาหารกันเป็นครอบครัวที่ริมหาดและยังมีเด็กเล็กๆ เกือบสิบคนเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ส่งเสียงเจื้อยแจ้วจากเสียงหัวเราะผสมกับเสียงทะเลาะกันบ้างตามประสาเด็กๆ ดังมาเป็นระยะๆ ผมยืนดูเด็กๆ อยู่สักพักก่อนเดินเท้าไปสู่อ่าวหัวหิน ซึ่งเป็นอ่าวข้างเคียงกันโดยมีเพียงแค่แนวโขดหินกั้น 

      เมื่อเดินมาผมก็ต้องแปลกใจกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า นี่ผมกำลังอยู่กระบี่หรือบางสะพานกันแน่นี่ เพราะว่าข้างหน้าผมคือสันทรายที่เชื่อมจากฝั่งไปสู่เกาะในทะเล  ที่เกิดจากน้ำทะเลลดระดับลงแบบเดียวกับที่เรียกทะเลแหวกนั่นเอง บางสะพานมีทะเลแหวกด้วยผมคิดในใจ ผมเดินเล่นอยู่ที่สันทราย ชมผู้คนออกมาวิ่งออกกำลังกายกันริมหาด  บางคนเมื่อวิ่งผ่านก็หันมายิ้มทักทายให้ผู้มาเยือนอย่างเป็นมิตร บ้างก็ตกปลากันอย่างสนุกสนาน 
     เมื่อได้เวลาใกล้พระอาทิตย์ตกผมกลับมาที่รถ เพื่อมาชมแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันที่อ่าวแม่รำพึง แต่วันนี้ธรรมชาติไม่เป็นใจนัก กลุ่มเมฆก้อนใหญ่มาบดบังดวงอาทิตย์เสียหมด จริงอยู่ที่ว่ามนุษย์ไม่สามารถควบคุมธรรมชาติได้ มนุษย์นั้นเป็นได้เพียงแค่เศษส่วนเล็กๆ ของธรรมชาติ แต่ไม่น่าเชื่อว่าเศษส่วนเล็กๆ นี่เองกลับสามารถทำลายธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างง่ายดาย 
     จ๊อก จ๊อกเสียงท้องผมร้องจากอาการหิว เพราะว่าผมไม่ได้กินอะไรเข้าไปเลยตั้งแต่กลางวัน ท้องของผมสั่งให้ร่างกายและจิตใจไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป ผมถูกสั่งให้มุ่งเข้าสู่ตัวตลาดบางสะพานทันที  ผมเดินเลือกซื้ออาหารสำหรับมื้อเย็นได้ประมาณสามสี่อย่าง ที่เด็ดที่สุดก็คงเป็นทอดมันย่างไม้ละสองบาท เพ่งดูแล้วหน้าตาของมันมีลักษณะเป็นลูกกลมๆ เล็กๆ สองลูกเสียบไม้ไผ่แล้วเอาไปย่างบนเตาถ่านหอมฉุย  ถึงจะเล็กแต่รสชาติอร่อยเกินตัวทีเดียว หลังมื้อเย็นผมกลับมาสู่ที่พักที่หาดสวนหลวงนอนดูโทรทัศน์บนเตียงนุ่มๆ ก่อนจะเคลิ้มหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางโดยไม่ทันรู้ตัว 

     ตีห้าครึ่ง ผมสะดุ้งตื่นจากนาฬิกาที่ตั้งปลุกไว้ ผมล้างหน้าล้างตาก่อนเดินออกไปสู่ชายหาดเพื่อต้อนรับแสงแรกของวันใหม่ วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นสวยทีเดียวเชียว ธรรมชาติคงเห็นใจผมจากเมื่อวานแน่ๆ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายๆ เดือนที่ผมได้มีโอกาสตื่นเช้าและมีเวลาที่จะสัมผัสกับสิ่งสวยงามที่ธรรมชาติมอบให้อย่างนี้ ผมชื่นชมเจ้าพระอาทิตย์ดวงโตอยู่พักใหญ่ จนสายๆ ผมจึงเก็บสัมภาระส่วนตัว เตรียมพร้อมที่จะเดินทางต่อ ในใจพลางคิด เราต้องมาที่นี่อีกครั้งให้ได้และคงชวนคนสนิทรอบๆ ตัวมาด้วย แต่ถ้าไม่มีใครว่างมากับผมก็คงไม่เป็นไร สำหรับผมหนังสือดีๆ สักเล่มบวกกับบรรยากาศดีๆ ของที่นี่ก็คงทำให้ผมมีความสุขมากพอแล้ว ผมขับรถออกจากหาดพลางมองกระจกหลังจนสุดสายตา ลาก่อนบางสะพานผมคงต้องกลับมารบกวนที่นี่อีกครั้ง 

     เสียงของก๊อตหมดลง ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความประทับใจเล็กๆ ก่อนที่จะส่งบทให้คิวกับแชมป์แบบต่อเนื่อง แชมป์ผู้ชายสุภาพมากความสามารถแต่ดื้อเงียบ ในฐานะช่างภาพที่คลั่งไคล้การถ่ายภาพมากที่สุดอีกคนหนึ่งในประเทศที่ผม (ผู้บรรยาย) รู้จักรับหน้าที่บรรยายอารมณ์ต่อในไม้สอง 
    บ้านกรูด ผมว่าหลายๆ คนคงไม่เคยได้ยินชื่อนี้ หากไม่มีกรณีพิพาทระหว่างโครงการของรัฐบาลกับชาวบ้านที่คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าเมื่อหลายปีก่อน ในฐานะคนเดินทางรุ่นใหม่โลกทัศน์แคบอย่างผมก็ต้องขอยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน หลังการเดินทางมาจากบางสะพาน ผมก็ได้มายืนสูดลมทะเลที่ชายหาดบ้านกรูด แล้วผมก็ได้พบว่าทะเลที่นี่สวยกว่าที่ผมคิดไว้จริงๆ สวยแค่ไหนนั้น ผมนำภาพมาให้ผู้อ่านได้วิเคราะห์กันเอาเองครับ 

    ชายหาดบ้านกรูดค่อนข้างเงียบสงบ มีรีสอร์ทเล็กๆ ตั้งอยู่ห่างๆ กันเรียงรายตามชายหาดที่ทอดตัวไปทางทิศตะวันออก ซึ่งมีความยาวประมาณสองกิโลเมตร มีชุมชนชาวประมงให้เห็นอยู่ประปราย อีกด้านเป็นสวนมะพร้าวของคนท้องถิ่น ผมขับรถชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางอย่างสบายอารมณ์ยามสาย จนลืมความร้อนของเดือนเมษายนไปหมดสิ้น 

    หลังมื้อเที่ยง พวกเราออกเดินทางอีกครั้งโดยขับรถมุ่งหน้าไปทางเหนือของหาด มองเห็นเขาธงชัยทอดตัวออกไปในทะเล โดยมีพระมหาเจดีย์ภักดีประกาศหรือพระมหาเจดีย์เก้ายอด ตั้งตระหง่านอยู่บนยอด ตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม จุดหมายต่อไปของเรา ขับรถเพียงสิบห้านาที พวกเราก็ได้มายืนชมวิวของชายหาดบ้านกรูดจากมุมสูง เขาธงชัยแห่งนี้เป็นเนินเขาเล็กๆ ที่ตั้งกั้นระหว่างหาดบ้านกรูดกับหาดบ้านทางสาย ขณะที่อยู่บนยอดเราสามารถมองเห็นชายหาดทั้งสองหาด เห็นทิวต้นมะพร้าวสุดสายตา ซึ่งเป็นแหล่งที่ปลูกต้นมะพร้าวมากที่สุดในประเทศเลยทีเดียว เท่านั้นยังไม่พอ เขาธงชัยยังเป็นที่ตั้งของมงคลสถานสามแห่ง ได้แก่พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ พระพุทธกิตติสิริชัย และศาลเสด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งคงความศักดิ์สิทธิ์คู่ชาวทะเลบ้านกรูดมาแสนนาน 

     และแล้ว...พวกเราก็ได้พบพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะคันธาระ องค์ใหญ่สีทองอร่ามสวยงามดูเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหน้า ซึ่งได้รูปแบบการสร้างที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศกรีก เผยแพร่เข้าไปในประเทศอินเดีย ได้รับแรงศรัทธาจากชาวบ้านกรูดและจังหวัดใกล้เคียงร่วมใจกันที่มีนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า "พระพุทธกิตติสิริชัย" หันพระพักตร์ออกสู่ทะเล เพื่อให้คุ้มครองป้องกัน ภยันตรายต่างๆ แก่ชาวเรือชาวประมง และให้พวกเขาได้เคารพสักการะบูชาเป็นสิริมงคลกับตนเอง 

    เรายังคงเดินต่อไป เพื่อขึ้นไปชมความงดงามของพระมหาเจดีย์ภักดีประกาศ ซึ่งเป็นพระปรางค์จัตุรมุขสูงสามชั้น ชั้นบนสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระมหาเจดีย์แห่งนี้สร้างด้วยจิตศรัทธาของชาวประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียง สถานที่อันงดงามแห่งนี้ ได้ถูกออกแบบอย่างวิจิตรบรรจง โดย ม.ร.ว.มิตราวุธ เกษมสันต์ ศิลปินแห่งชาติ บรมครูด้านสถาปัตยกรรมไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมไทยที่ทรงคุณค่า และสวยงามที่สุดชิ้นหนึ่งในจังหวัดเลยทีเดียว เราเดินถ่ายรูปกันรอบๆ พร้อมๆ กับชื่นชมความงามของสถานที่แห่งนี้อย่างตื่นตาตื่นใจ 

     นอกจากความงดงามบนบกแล้ว ก็อยากจะพูดถึงเรื่องความอุดมสมบูรณ์ในน้ำกันบ้าง สัตว์น้ำที่ทะเลบ้านกรูดมีความหลากหลายมาก มีรายงานว่า พบปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ กว่าสามร้อยชนิด  นอกจากนั้นยังมีเจ้าเพื่อนตัวน้อยและเพื่อนตัวใหญ่ในทะเลบ้านกรูดและทะเลบ่อนอก เจ้าสองตัวที่ว่าก็คือ โลมาปากขวด และ วาฬบรูด้า ซึ่งเข้ามาทักทายนักท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะเจ้าตัวหลัง ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสนใจกันทั้งประเทศ 

     ยังมีรายงานการพบวาฬบรูด้าที่ทะเลบ่อนอกเป็นประจำติดต่อกันมาทุกปี ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งชาวบ้านมักเรียกเจ้าตัวโตนี้ว่า "ปลาใหญ่" หรือ "ปลาจ้าว" เจ้ายักษ์ตัวนี้มีลำตัวสีดำ ขนาดกว้างประมาณสี่เมตรและยาวสิบถึงสิบสองเมตร ซึ่งมีโอกาสน้อยมากๆ ที่จะพบวาฬหากินอยู่ห่างจากชายฝั่งเพียงหนึ่งถึงสองกิโลเมตรในประเทศเขตร้อน ชาวบ้านมักพบวาฬในขณะพุ่งขึ้นมาจากน้ำเพื่อกินอาหาร วาฬบรูด้ากินปลาและกุ้ง วิธีการกินคืออ้าปากกว้างให้ปลาหรือกุ้งเข้าไปเรื่อยๆ จนเต็มปากแล้วปล่อยให้ปลาหรือกุ้งติดซี่กรอง แล้วจึงกินเป็นอาหาร คงอร่อยกันน่าดูกินไปปริมาณขนาดนั้น นับได้ว่าการจัดกิจกรรม Whale Watch มีที่นี่เป็นแห่งแรกในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเท่าที่ควร ซึ่งต่างกับที่ ฮาวาย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กิจกรรม Whale Watch เช่นเดียวกันนี้สามารถทำรายได้ให้กับพวกเขาอย่างมหาศาล 

     ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาเป็นเครื่องยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลอันงดงามแห่งนี้ เชื่อว่าหากใครได้มีโอกาสมายืนอยู่ที่เดียวกับผมตรงนี้ ก็คงรู้สึกแบบเดียวกันว่าไม่อยากให้มีสิ่งใด มารบกวนธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ที่นี่แม้แต่น้อย เวลาช่วงสั้นๆ ที่น่าประทับใจของผมบนหาดบ้านกรูดอาจผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงเหลือไว้ซึ่งความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือนได้เลย 

     ผมจำเป็นต้องตัดภาพไปยังทับสะแก ตามทางในแผนที่ และคิวที่กำหนดไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ติดตามอ่านตอนจบ คลิกที่นี่

ขอขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
จากนิตยสาร Go To



 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง