|
ท่องอันดามันกลาง
ดูปะการังกลางทะเล
วีระ กิจรัตน์ ... เรื่อง/ภาพ
14 กุมภาพันธ์ 2549
ปัจจุบันโลกแห่งการสื่อสาร ทำให้เรื่องของการท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องของการค้นหาข้อมูล การติดต่อจองทัวร์
รวมไปถึงสังคมเว็บบอร์ด
หลังการท่องเที่ยวที่มีการแบ่งปันรูปภาพ ข้อความ
และความประทับใจต่างๆ
ของลูกทัวร์ อาศัยเว็บไซต์เป็นสื่อกลาง หนึ่งในนั้นคือ Ocean Smile
Tour โดย คุณพชรพล
ศักดิ์ธานี หรือชื่อที่รู้จักกันในวงการท่องเที่ยวคือ
โจ้
โอเชี่ยนสไมล์ ซึ่งเป็นผู้ซึ่งคลุกคลีอยู่ในวงการท่องเที่ยว และมีประสบการณ์ในการทำทัวร์นับสิบปี
เริ่มตั้งแต่การเป็นสต๊าฟทัวร์ ไกด์
จนมาถึงเจ้าของบริษัททัวร์
ด้วยความที่มีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคใต้
โปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่
นั้นจึงอยู่ทางแถบภาคใต้
และทะเลช่วงอันดามันตอนกลาง
อันได้แก่ จังหวัดกระบี่
และ จังหวัดตรัง
การเที่ยวทะเลนั้นต้องยอมรับว่าอย่างหนึ่งว่า
ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ ทั้งเรื่องที่พัก อาหาร
และ ค่าเรือ สำหรับการออกไปท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ
ทำให้นักท่องเที่ยวหลายๆ
คนหันมาใช้บริการจากบริษัททัวร์กัน
เพราะจะทราบค่าใช้จ่ายที่แน่นอน สามารถหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบกันได้ง่าย เท่านั้นอาจจะยังไม่พอ
คำถามต่อไปคือ "จะรู้ได้อย่างไรว่าทัวร์นั้นดี
หรือ ไม่ดี?" ข้อนี้
คุณโจ้ตอบว่า " ลูกค้าส่วนใหญ่นั้นนอกจากหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์แล้ว
ยังมีข้อมูลแบบปากต่อปากด้วย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำอย่างไรให้ลูกทัวร์ประทับใจมากที่สุดหลังจากไปเที่ยว และจะได้เก็บความประทับใจนั้นไปบอกต่อคนอื่นๆ"
"จริงๆ
ความประทับใจเกี่ยวกับลูกค้า มันเป็นธุรกิจ แต่ผมไม่ได้คิดว่าทัวร์เราเป็นธุรกิจ อยากให้คิดว่าเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าเที่ยวเอง กับซื้อทัวร์มากกว่า สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของผมมากๆ ที่ยืนอยู่ในวงการนี้ก็คือ
เมื่อเราไปเจอลูกค้าเก่าๆ ซึ่งเคยเที่ยวกับเรา เจอหน้าแล้วเค้าก็ทักเรา "เอ้า...หวัดดีพี่..." คือการทักทาย บางครั้งก็เจอแบบ "พี่จำผมได้มั้ย..ผมเคยไปเที่ยวกับพี่.?"
อันนี้คือ
สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดี"
นี่อาจจะเป็นส่วนที่ทำให้การเที่ยวชมความงามของอันดามันกลางครั้งนี้ เต็มไปด้วยความเป็นกันเอง
ของทั้งลูกทัวร์ และ ไกด์ ที่เริ่มต้นจากจังหวัดกระบี่
"มรกตแห่งอันดามัน"
อุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา
- หมู่เกาะพีพี
"ในกลุ่มของนพรัตน์ธาราจริงๆ
ไฮไลท์ก็คือ เกาะพีพี ซึ่งความสวยงานนั้นติดอันดับโลก
ในกลุ่มของพีพีเอง มีอ่าวมาหยา อ่าวปิเล๊ะ มีถ้ำไวกิ้ง ซึ่งสามารถดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาได้ แต่ตอนนี้ก็มีเกาะไม้ไผ่
ที่มีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์
ไฮไล้ท์อีกส่วนก็คือ
สุสานหอย 75 ล้านปี รวมทั้งมีกิจกรรมต่างๆ เช่น พายเรือคายัค
, เรือแคนนู จึงทำให้อุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา
- หมู่เกาะพีพี
นั้นขึ้นชื่อ"
"เดี๋ยวเราจะไปจอดรถที่ท่าเรือลูกหมีฟาร์ม" ก่อนจะลงเรือเร็วซึ่งเช่าในลักษณะเหมาลำ จึงได้ราคาที่ถูก และสามารถไปได้หลายที่กว่า
ที่ท่าเรือนี้นอกจากจะมีกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ
มาลงแล้ว
ก็ยังมีนักท่องเที่ยวที่นิยมมาเที่ยวเองด้วย แต่ค่าเรือต่อหัวนั้นก็จะแพงกว่า เค้าจะคิดประมาณคนละพันกว่าบาท
จากท่าเรือมุ่งสูจุดหมายแรกคือ
การดำน้ำดูปะการังที่
"อ่าวลิง"
|

"จุดดำน้ำของอ่าวลิง"
|
อ่าวลิง ซึ่งเป็นอ่าวหนึ่งของเกาะพีพี เกาะพีพีนั้นจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ พีพีดอน กับ พีพีเล พีพีดอนนั้นมีชุมชนชาวเลอยู่ประมาณ 15-20 ครอบครัว
อ่าวลิงนั้นอยู่ในส่วนของพีพีดอน มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ชมแต่ก็ไม่มากนัก
ต่อจากนั้นนั่งเรือข้ามไปยังพีพีเล ไปดูอ่าวมาหยา
ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง The Beach และแน่นอน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาอ่าวมาหยา จะเป็นชาวต่างชาติ
อ่าวมาหยามีลักษณะเป็นหาดทรายขาวที่มีภูเขาหินปูนล้อมรอบ ปากอ่าวกว้าง น้ำทะเลใส |

"อ่าวมาหยา"
|
| จากอ่าวมาหยาไม่ไกลนั้นในส่วนของพีพีเล ยังมีอีกอ่าวหนึ่งที่มีลักษณะเป็นภูเขาล้อมรอบเช่นกัน แต่ไม่มีหาดทราย และขนาดเล็กกว่า
คือ อ่าวปิเล๊ะ
(ภาษายาวี แปลว่าห้อง)
น้ำในอ่าวนั้นในส่วนที่ตื้นจะเป็นสีเขียว "นี่ถ้าเรามาตอนที่น้ำลงกว่านี้ ทั้งอ่าวจะกลายเป็นสีมรกต สวยงามมาก" ไกด์สาวของ Ocean Smile กล่าว "
อ่าวนี้เรือใหญ่จะเข้าไม่ได้ เข้าได้แต่พวกเรือเร็ว
และเรือหางยาว ที่เป็นเรือรับจ้างในเกาะพีพีเอง ในอ่าวนี้ไม่มีกิจกรรมอย่างอื่นนอกจากเข้าไปวนเรือแล้วก็ถ่ายภาพ จากนั้นก็วนออก |

"อ่าวปิเล๊ะ"
|
|

"จุดชมวิวของเกาะพีพี"
|
ที่พัก
และร้านอาหารของเกาะพีพี
นั้นอยู่ที่อ่าวต้นไทร(พีพีดอน) ซึ่งเที่ยงนี้เราจะไปทานอาหารกัน "บ่ายโมงสิบห้า เจอกันที่เรือนะครับ" เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยสำหรับลูกทัวร์
และนี่เป็นเทคนิคการคอนโทรลเวลาของไกด์
รอบๆ
บริเวณนี้เต็มไปด้วยร้านขายของฝาก รีสอร์ท
เกสต์เฮ้าท์ และ ชาวต่างชาติ หลังทานอาหารแล้วมีเวลาชมบรรยากศ
และถ่ายภาพกันอีกนิดหน่อย ส่วนใครอยากจะชมวิวเกาะพีพี ก็สามารถขึ้นไปชมได้ที่
"จุดชมวิวเกาะพีพี"
ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 15 นาที จะเห็นทัศนียภาพจากมุมสูง มองเห็นหาดทรายตัดกับน้ำทะเลสีครามของ "อ่าวต้นไทร" และ "อ่าวโละดาลัม" ได้ชัดเจน |
| หลังทานอาหารแล้วคุณโจ้พาไปเที่ยวต่อที่เกาะไม้ไผ่
เป็นเกาะที่สามารถเดินได้รอบ แปลกที่หาดทรายสวย น้ำใสขนาดนี้แต่มีนักท่องเที่ยวไม่มาก คุณโจ้บอกว่า
"เกาะนี้มีน้ำจึดน้อย และไม่มีห้องพัก มีแต่บ้านของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ สามารถนำเต็นท์มากางนอนได้ แต่ก็อาจจะยุ่งยากเรื่องการทำอาหาร และเรื่องน้ำจืด
ทัวร์ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมาที่นี่"
โดยส่วนตัวแล้วผมชอบเกาะไม้ไผ่มากที่สุด เพราะว่ารองรับการทำกิจกรรมแบบครอบครัวได้
คือ เกาะไม้ไผ่นั้นมีทั้งหาดทรายที่สวย
มีน้ำที่ใสให้เด็กๆได้เล่นกัน และยังมีแนวปะการังให้ดูด้วย ซึ่งถ้ามาเที่ยวกันแบบครอบครัวก็จะสามารถมีกิจกรรมให้ทำกันครบ เรียกได้ว่าเป็น "เกาะของครอบครัว" เลยก็ว่าได้.. |

"จุดดำน้ำดูปะการังใกล้ชายหาดที่
ขาวสะอาดของเกาะไม้ไผ่"
|
|

"เกาะไก่"
|
หมู่เกาะอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ เกาะไก่ เกาะหม้อ เกาะทับ
และทะเลแหวก ซึ่งอยู่ใกล้ชายฝั่งมากกว่า ช่วงเช้าเราก็นั่งเรือผ่านมา แต่ทริปนี้ก็ยังไม่ได้เห็นทะเลแหวก เพราะน้ำลดลงมากจนไม่สามารถจอดเรือได้ จึงเปลี่ยนโปรแกรมมาจอดเรือที่เกาะปอดะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก เกาะปอดะนั้นคล้ายกับเกาะไม้ไผ่แต่ใหญ่กว่านิดหน่อย
และมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวมากว่า มีบ้านพักของอุทยานฯ ด้านหน้าเกาะนั้นมี
"ตังหมิง" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า"เขาหน้าคน" เป็นเขาหินตั้งกลางทะเล สะดุดตา
เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเกาะปอดะไปเลย
เพราะแทบทุกคนจะถ่ายภาพคู่กับเขาลูกนี้ |

"ซ้ายสุดคือคุณโจ้ และลูกทริป
ถ่ายคู่กับตังหมิง หรือเขาหน้าคน"
|
|

"ซากหอย
ที่ทับถมกันอยู่ในหิน"
|
* ไฮไลท์อีกจุดนึ่งของจังหวัดกระบี่ในด้านโบราณคดี
ก็คือ สุสานหอย 75
ล้านปี
ตั้งอยู่บริเวณบ้านแหลมโพธิ์ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซากหอยที่เห็นเป็นชั้นหนากว่า 3
เมตรนั้นเป็นซากของหอยขม
นักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่า
เดิมบริเวณนี้เป็นหนองน้ำจืดขนาดใหญ่ จากการเปลี่ยนแปลงของผิวโลกทำให้หอยที่มีอยู่อย่างหนาแน่นนั้นตายลงทันที
และจับตัวกลายเป็นเนื้อเดียวกันอยู่บนชั้นหินลิกไนท์ และหินดินดาน จากการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2538 พบว่าซากหอยเหล่านี้อยู่ในยุค Tertiry มีอายุเพียง 40 - 20 ล้านปีเท่านั้น
นับเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญอีกแห่งของโลก สุสานหอย 75 ล้านปีนั้นเป็นลานกว้าง
และชั้นหินที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ทำให้มองเห็นซากหอยที่ทับซ้อนกันได้ เส้นทางนั้นเดินชมซากหอยนั้นก็มีให้เลือกเดินชม 3 เส้นทางด้วยกัน |
|
จากกระบี่ วันรุ่งขึ้นเดินทางมายังหาดปากเม็ง จังหวัดตรัง
"ทะเลโรแมนติก" ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานวิวาห์ใต้สมุทรทุกปี หาดปากเม็งอยู่ในส่วนของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งก็หมู่เกาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายเกาะ เรือลำใหญ่จอดเทียบท่า ซึ่งก็เป็นแบบเหมาลำอีกเช่นเดียวกัน จากหาดปากเม็งมุ่งสู่ "เกาะม้า" จุดหมายคือการดำน้ำดูปะการัง
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที |

"เขาเม็ง อยู่ด้านหน้าหาดปากเม็ง"
|
ไกด์ใต้ถ้าเป็นคนใต้ พูดภาษาใต้ด้วยแล้วจะสามารถทำงานได้คล่องขึ้น อย่างเช่นการสื่อสารกับคนท้องถิ่น หรือเด็กเรือ
"ผมพูดถึงการลงทะเล การพูดคุยกับเด็กเรือนี่รู้สึกเค้ายังยึดติดอยู่ในเรื่องภาษา ในการสื่อกันมากกว่า เมื่อพูดภาษาเดียวกันมันย่อมจะทำอะไรได้คล่องขึ้น ตรงนี้เอง ภาพรวมทางใต้นั้น ตามรีสอร์ท โรงแรม ร้านอาหารเค้าไม่มีปัญหา แต่ถ้าลงทะเลไปลึกๆ ไม่ว่าจะเป็น ตะรุเตา หมู่เกาะสุรินทร์ หรือหมู่เกาะสิมิลัน
ซึ่งเด็กเรืออาจจะเป็นเด็กพื้นที่
ที่อาจจะไม่คุ้นเคยกับภาษากลางเท่าใดนัก
พอพูดภาษาเดียวกับเค้าแล้ว
หลายๆ สิ่งหลายๆ
อย่างที่ต้องสื่อสารเพื่อประสานงานกัน
จึงสะดวกรวดเร็วขึ้น"
|

"เกาะกระดาน"

"นักท่องเที่ยวสามารถชมความงาม
ของปะการังได้ง่าย"
|
ถัดไปไม่ไกลกัน
เรือมาจอดหน้าหาดทรายของ
"เกาะกระดาน" เกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง ความใสของน้ำทำให้มองเห็นแนวปะการังชัดเจน เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าดำน้ำดูปะการัง
เพราะน้ำตื้น และใส เป็นพื้นที่กว้าง
มีปลาทะเลสวยงามมากมาย จุดเด่นของเกาะกระดานอยู่ที่หาดทรายละเอียดขาวสะอาด
ด้านหลังเกาะมีอ่าวที่มีคลื่นลูกโตๆ เหมาะกับการเล่นกระดานโต้คลื่น
|

"หอยเม่น"

"ปลาทะเล"
|
|

"ลอยคอเข้าถ้ำมรกต"
|
สุดท้ายของทริปวันนี้เรามาจบกันที่
เกาะมุก ไม่ห่างจากเกาะกระดานเท่าใดนัก
เป็นที่ตั้งของ
ถ้ำมรกต
การเข้าไปในถ้ำนั้นต้องใส่เสื้อชูชีพ
แล้วลอยคอเกาะกันเข้าไป
โดยมีไกด์เป็นคนคอยดึงเราเข้าไป เพราะมีช่วงหนึ่งของถ้ำที่มืดสนิท
ภายในถ้ำมีลักษณะแปลกเป็นปล่องขนาดใหญ่
มีหาดทรายสวยงามให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ
ได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ
ชื่นชมกับความงดงามที่เกิดขึ้นอยู่กลางทะเลแห่งนี้อย่างน่าอัศจรรย์ |

"ภายในถ้ำมรกต"
|
|

"หินงอกหินย้อยภายในถ้ำเลเขากอบ"
|
ก่อนเดินทางกลับช่วงเช้าเราได้แวะเที่ยวที่
"ถ้ำเลเขากอบ"
หนึ่งใน Unseen in Thailand อีกด้วย ภายในถ้ำนั้นจะได้เห็นความสวยงามของหินงอกหินย้อยมากมาย
และที่ตื่นเต้นที่สุดก็คือ
ช่วงที่ไกด์เรียกว่า "ลอดท้องมังกร"
ที่ต้องนอนหงายราบไปกับเรือแล้วผ่านโพรงถ้ำที่ต่ำชิดติดจมูกไปแบบเฉียดฉิว
ถ้ำเลเขากอบนี้ตั้งอยู่ที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เดิมเอกชนเป็นผู้บุกเบิก แต่ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของ อบต.เขากอบ นับเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง
ที่ไม่ควรพลาด |

"ช่วงที่เรียกว่าลอดท้องมังกร"
|
ทริปนี้ได้รับความประทับใจกันไปถ้วนหน้า
กับการเดินทางท่องทะเลอันดามันกลาง
ถามว่า
มีเทคนิคอย่างไรบ้างในการทำทัวร์ "ผมคิดว่าตรงนี้คือใช้ความซื่อสัตย์ รักษาคำพูด รู้จักเสียสละ แล้วก็รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ทัวร์ของผมก็คือ ผมจะต้องเอาใจลูกค้ามาอยู่ในใจของผมให้ได้ก่อน ว่าลูกค้าต้องการอะไร แล้วก็เราต้องใจกว้าง เราต้องแฟร์กับลูกค้า"
นี่คือแนวทางการทำงานของคุณโจ้ โอเชี่ยนสไมล์
เพื่อทำวันหยุดของคุณให้มีค่ามากที่สุด...
- บริษัท
โอเชี่ยนสไมล์ จำกัด
www.oceansmile.com
และ ทีมงานทุกท่าน
- ผู้ร่วมทริปที่น่ารักทุกท่าน
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ท่องอันดามันกลาง ดูปะการังกลางทะเล
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 117
Re: ท่องอันดามันกลาง ดูปะการังกลางทะเล
4 คน อยากทราบข้อมูล ซื้อทัวร์หรือควรไปแบบไหนดี
ขอคำแนะนำด้วยครับ
zompawza@gmail.com
Re: ท่องอันดามันกลาง ดูปะการังกลางทะเล
Re: ท่องอันดามันกลาง ดูปะการังกลางทะเล
Re: ท่องอันดามันกลาง ดูปะการังกลางทะเล
Re: ท่องอันดามันกลาง ดูปะการังกลางทะเล
Re: ท่องอันดามันกลาง ดูปะการังกลางทะเล
Re: ท่องอันดามันกลาง ดูปะการังกลางทะเล
เรือตายกลางทะเลปล่อยเรานั่งเฉาทั่งวันไม่มีเรือเปลี่ยน
แถมเที่ยวไหนก็ไม่ได้ ขอลดค่าเรือคืนก็ไม่ให้ กรรม
Re: ท่องอันดามันกลาง ดูปะการังกลางทะเล
Re: ท่องอันดามันกลาง ดูปะการังกลางทะเล
Re: ท่องอันดามันกลาง ดูปะการังกลางทะเล
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์