สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
  Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > เที่ยวกับ นุ บางบ่อ > ดำน้ำ
เที่ยวทะเล - ดำน้ำ

ดูปะการังที่เกาะกุฎี

ดูปะการังที่เกาะกุฎี
27  กรกฎาคม  2548


หากจะเที่ยวทะเลสวยๆ  น้ำใส หาดทรายขาว ปะการังสวย ไม่มีที่ไหนจะดีไปกว่าทะเลฝั่งอันดามันอีกแล้ว อย่างเช่นที่เกาะสิมิลันงี้มีหาดทรายที่ขาวจนแสบตา อย่างเกาะสุรินทร์งี้มีปะการังน้ำตื้นเยอะซะดูจนตาลาย ยิ่งแถวอันดามันใต้อย่างเกาะอาดัง เกาะราวีด้วยแล้วยิ่งงดงามไปกันใหญ่ สวยทั้งใต้น้ำและชายหาด  แต่จะไปยังไงในเมื่อช่วงฤดูฝนอย่างนี้ทะเลฝั่งอันดามันกำลังโดนลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กระหน่ำไม่เว้นแต่ละวัน ฝนตกหนัก ตกบ่อย คลื่นลมแรง เรือเล็กงดออกจากฝั่ง เรือใหญ่ก็ใช่ว่าจะรอด  ประเทศไทยเราถูกขนาบด้วยมหาสมุทรถึงสองมหาสมุทร คือทางฝั่งตะวันตกมีมหาสมุทรอินเดียหรือฝั่งอันดามัน  ส่วนทางฝั่งตะวันออกมีมหาสมุทรแปซิฟิก หรือที่เราเรียกติดว่าปากว่าฝั่งอ่าวไทย  ในเมื่อเรามีถึงสองมหาสมุทรแบบนี้จะหาที่เที่ยวทะเลสวยๆ ไม่ได้เชียวหรือ  ในเมื่อลมมรสุมถล่มฝั่งอันดามัน ก็ใช่ว่าฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคจะไม่มีที่เที่ยว เรียกว่าฝั่งอ่าวไทยดีกว่า ฝั่งอ่าวไทยเราก็มีเกาะสวยๆ เยอะ อย่างเช่นเกาะเต่า สวยไม่น้อยหน้าใคร อย่างเกาะกูด เกาะหมาก และอีกหลายเกาะฝั่งตะวันออกก็สวยใช่ย่อย เมื่อก่อนสวยกว่านี้อีก แต่เมื่อหลายปีก่อนโดนพายุเกรย์หอบแนวปะการังน้ำตื้นไปเก็บไว้บนชายฝั่งซะเกือบหมด แต่สิ่งที่เหลืออยู่ก็ยังคงงดงามพอที่จะทำให้ผู้ที่ได้ไปเยือนมีความสุขกับสิ่งที่ได้พบเห็นและคิดถึงเมื่อยามกลับไป  หลายเกาะที่เอ่ยชื่อมานั้นยังสวยงาม เที่ยวได้เพราะไม่โดนลมมรสุม แต่ถึงแม้เกาะต่างๆ จะไม่โดนมรสุม  แต่คนเที่ยวนี่ซิโดนมรสุม โดนเข้าไปเต็มๆ กับมรสุมทางเศรษฐกิจพัดถล่มจนแบ๊งในกระเป๋าปลิวไปตกในถังน้ำมันหมดจนเกลี้ยง  น้ำมันดีเซลจากลิตรละ 14.59 กระโดดไปเป็น 23.5 ยังทำใจไม่ได้ กว่าจะทำใจได้ก็คงกระโดดไปลิตรละ 25-26 บาท   ก็ในเมื่อมีความสุขกับการเที่ยว ยังไงก็ต้องเที่ยว เที่ยวใกล้ๆ ดีกว่า สวยน้อยกว่าอันนี้ก็ต้องยอมรับ แต่ว่าประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าอันนี้ก็เป็นความจริงที่รับได้

ไปเที่ยวทะเลระยองกันดีกว่า วันนี้จะพาไปเที่ยวเกาะเล็กๆ ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า อยู่ใกล้ๆ กับเกาะเสม็ด    เดี๋ยวซิครับ... อย่าเพิ่งร้องยี้   พอบอกว่าจะไปเที่ยวแถวนี้ทีไรต้องร้องยี้ทุกที  ก็สงสัยว่าจะไปดูอะไร โลกใต้ทะเลที่นี่จะมีอะไรให้ดูนอกจากกระป๋องโค้ก กับขวดเบียร์  ใจเย็นครับท่าน ถ้าเป็นที่เกาะเสม็ดล่ะก็ไม่แน่ แต่ที่ผมจะพาไปล่ะก็...ไม่ใช่  เกาะนี้เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ กับเกาะเสม็ด อยู่ถัดจากเกาะเสม็ดไปทางทิศตะวันออก อยู่ห่างจากหัวแหลมของเกาะเสม็ดเป็นระยะทางประมาณ 4.61 กิโลเมตร  เกาะนี้ยังคงความสวยงามของโลกใต้ทะเลอยู่ได้เพราะเป็นเกาะในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ สังกัดอยู่กับอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า    อ้อ.. ลืมบอกไปว่าเกาะนี้ชื่อว่า  เกาะกุฎี  เกาะชื่อแปลกที่ไม่ค่อยได้ยินชื่อ อ่านว่า กุดี  ไม่ใช่ กุลีแบกข้าวสาร  หรือเกาะกูดีคนเดียว  หรือ เกาะกูตีหัวชาวบ้าน  ที่ถูกอ่านว่า เกาะกุดี

เกาะกุฏี เป็นเกาะหนึ่งในหมู่เกาะกุฎี  ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ 3 เกาะ โดยมีเกาะกุฎีเป็นเกาะใหญ่สุด ความยาวหัวเกาะถึงท้ายเกาะประมาณ 510 เมตร  เกาะถัดมาทางทิศเหนือคือเกาะขาม เป็นเกาะเล็กๆ ยาวสุดประมาณ 150 เมตร  ท้ายสุดทางทิศเหนือ ชื่อไม่ค่อยสุภาพสักเท่าไรแต่คนที่นั่นเขาก็เรียกกันว่า เกาะปลายตีน ความยาวหัวถึงท้ายเกาะประมาณ 390 เมตร ทั้ง 3 เกาะรวมกันเรียกว่าหมู่เกาะกุฎี  แต่ก็ยังมีเกาะอื่นๆ ที่เรียกชื่อแยกออกมาอีกเช่นเกาะค้างคาว เกาะถ้ำฤาษี แต่เกาะเหล่านี้มีสันฐานติดกับเกาะกุฎี ความหลักวิชาการก็คือเกาะเดียวกัน

เกาะกุฏี ถึงแม้จะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ก็มีจุดที่น่าสนใจหลายอย่าง แนวปะการังน้ำตื้นรอบเกาะคือจุดท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของเกาะกุฎี ปะการังที่นี่มีหลากหลายและสวย ส่วนที่ว่าจะสวยยังไงอีกสักเดี๋ยวเราจะได้โดดน้ำลงไปชมกัน  การเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนเกาะกุฏีเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ควรพลาด แม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ แต่ก็มีป่าในสภาพที่สมบูรณ์ อัดแน่นไปด้วยต้นไม้ จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวผานิลมังกร ทางเดินผ่านป่าเขียวๆ ร่มรื่น   ณ. จุดชมวิวจะมองเห็นทัศนียภาพรอบเกาะที่สวยงาม มองไปทางทิศตะวันตกจะเห็นเกาะทอดตัวเป็นแนวยาวจากเหนือจรดใต้ นั่นล่ะเกาะเสม็ด  นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ บ้างก็ซื้อทัวร์มาจากเกาะเสม็ด บ้างก็มาเรือสปีดโบทเช่าเหมาลำ ท่าเรือเช่ามีตั้งแต่ท่าเรือบ้านเพ  ชายหาดสวนสน  ไปจนถึงแหลมแม่พิมพ์
ออกเดินทาง คณะของเราเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าจากกรุงเทพฯ  การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปท่าเรือเพไปได้หลายวิธี รถทัวร์ปรับอากาศจากสถานีขนส่งสายตะวันออกก็มีให้บริการ แต่รถตู้เช่าสะดวกที่สุดสำหรับการไปเที่ยวเป็นหมู่คณะ  เช้านี้ในกรุงเทพฯ อากาศสดใสหวังว่าที่ระยองก็คงจะเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็ยังหวาดๆ เกี่ยวกับสภาพอากาศเพราะก่อนหน้านี้มีพายุเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกไม่เว้นแต่ละวัน แต่ฝนแถวระยองแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือมักจะตกตอนค่ำๆ  หวังว่าคงไม่ผิดแผน ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงท่าเรือ  เพียง 200 กิโลเมตร  หลับยังไม่ทันตื่นก็ถึงซะแล้ว เงยหน้ามองท้องฟ้าเห็นแล้วชื่นใจ ฟ้าเป็นฟ้าไม่รู้ว่าเมฆไปไหน   เด็กเรือคนเดิมยิ้มหน้าบานออกมาต้อนรับ รีบรายงานสภาพอากาศ  " อากาศดีทุกวันเลยพี่ คลื่นลมสงบ น้ำใส "  รีบแต่งตัวแล้วออกเดินทางมุ่งสู่เกาะ อยากไปเห็นเกาะกุฎีในยามที่คลื่นลมสงบทะเลเรียบ ผมไม่ชอบดำช่วงที่คลื่นลมแรงเพราะว่าเวลามองที่พื้นเดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกล พอโดนคลื่นยกตัวขึ้นไปทีก็เห็นปะการังห่างออกไป พอคลื่นทิ้งเราลงก็เห็นปะการังใกล้เข้ามา เดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกลก็เมาซิครับ คนอื่นเขาเมาเรือแต่ผมเมาน้ำ หนักๆ เข้าก็ขึ้นมาเกาะขอบเรือให้อาหารปลาสักทีหนึ่ง  มัวแต่โม้ เดี๋ยวเดียวเรือก็ถึงเกาะซะแล้ว ปกติเรือต้องใช้เวลาเดินทางจากฝั่งมาเกาะประมาณ 20-25 นาที แต่วันนี้ทะเลเรียบกริบไม่มีคลื่น เรือวิ่งเพียง 7 นาทีก็ถึงแล้ว 7 นาทีจริงๆ ใกล้ๆ แค่นี้คราวหน้าว่ายน้ำมาดีกว่า 
ถึงเกาะกุฎี สภาพชายหาดมีแนวสันทรายยาวจากทะเลไปสู่เกาะ  เรือต้องจอดที่ข้างสันทรายไม่สามารถเข้าไปจอดริมเกาะได้เพราะว่าน้ำตื้น  ลงจากเรือก็ต้องขึ้นเกาะไปชำระเงินค่าธรรมเนียมตามระเบียบของกรมอุทยานฯ  บนเกาะมีสำนักงานศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำเกาะเพื่อคอยอำนวยความสะดวกและดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ ไปคู่ หรือไปเดี่ยวก็เที่ยวได้  มองไปทางด้านซ้ายเห็นการก่อสร้าง เป็นการสร้างบ้านพักหลังเล็กบริเวณชายเขา ทางด้านขวามีบ้านหลังเล็กๆ ของอุทยานไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว  แต่ที่นี่จะมีปัญหาเรื่องน้ำใช้ เพราะไม่มีแหล่งน้ำ น้ำใช้ในห้องน้ำก็ต้องใช้น้ำเค็ม สำหรับน้ำจืดต้องสั่งซื้อมาจากฝั่ง  ดังนั้นผู้ที่ขึ้นไปพักบนเกาะหากประสงค์จะใช้น้ำจืดก็จะต้องจ่ายค่าน้ำจืดเพิ่มต่างหากค่าธรรมเนียมและค่าที่พัก  แต่สำหรับคณะของเราเที่ยววันเดียวกลับจึงไม่มีปัญหา 

      

เช้าๆ อากาศแจ่มใส แดดไม่ร้อน ลมก็เย็นสบาย เราไปเดินป่าขึ้นจุดชมวิวกันดีกว่า บนเกาะมีทางเดินป่าเรียกว่าเส้นทางศึกษาธรรมชาติเดินได้รอบเกาะ ธรรมชาติของเส้นทางเดินนี้ก็สวยดี ระหว่างทางมีป่าที่เป็นป่า มีผีเสื้อบินให้เห็น ที่พื้นดินมีต้นบุก บอกไปจะรู้จักมั้ยนะ บุกที่สาวๆ ทานแล้วผอมไงครับ บุกจะมีหัวอยู่ใต้ดินเมื่อโดนฝนก็จะแทงใบโผล่ขึ้นมาจากดิน มองดูเขียวไปทั่วแนวทางเดิน บนต้นไม้ก็มีเฟิร์นอยู่หลายชนิด เฟิร์นเขากวางเยอะสุด เฟิร์นข้าหลวงหลังลายก็มี เฟิร์นที่ไม่รู้จักชื่อก็เยอะ  วิวด้านซ้ายเป็นป่า วิวด้านขวาเป็นทะเลสีสวย ได้สองอารมณ์ในคราวเดียว ถ้าจะบอกว่าทางเดินขึ้นไม่ชันเดินสบายๆ เดี๋ยวก็จะหาว่าโกหก  กว่าจะเดินถึงก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันแหล่ะ แต่พอถึงแล้วก็คุ้มนะ วิวสวย จากจุดชมวิวมองเห็นไปได้ไกลลิบ
ได้เวลาลงทะเลกันแล้ว  แต่เดี๋ยวก่อน  ก่อนที่จะลงทะเลต้องซักซ้อมกันก่อน ปะการังที่นี่สวยงามมาก ถึงแม้จะสวยน้อยกว่าที่อื่นแต่ที่นี่ก็สวยที่สุดของทะเลระยอง ไม่ว่าจะพักที่เกาะเสม็ดหรือจะพักที่ไหนๆ ก็จะต้องมาดำน้ำกันที่เกาะกุฎีแห่งนี้ ปะการังมีความหลากหลายและอยู่ในระดับน้ำตื้นมากๆ การที่ปะการังอยู่ในที่ตื้นจึงถูกนักท่องเที่ยวเหยียบหักพังลงไปนอนหงายท้องตายอยู่กับพื้นทะเลเป็นจำนวนไม่ใช่น้อยพบเห็นได้ทั่วไปหลายจุด ปะการังโต๊ะขนาดเล็กโดนเหยียบหักทั้งกอ ปะการังโต๊ะขนาดใหญ่โดนเหยียบจนบริเวณขอบหักบิ่น ปะการังโต๊ะที่นี่มีขนาดใหญ่มาก หลายๆ กอมีขนาดใหญ่กว่ารถเก๋ง นักท่องเที่ยวบางท่านเห็นว่าเหยียบถึงก็เหยียบ ปะการังโขดก็เยอะ แล้วปะการังโขดก็มีลักษณะเหมือนก้อนหินจึงมักจะโดนเหยียบอยู่บ่อยๆ ถึงแม้ปะการังโขดจะไม่แตกหักแต่บริเวณที่โดนเหยียบก็จะตายไป ดังนั้นการลงไปดำน้ำในแนวปะการังน้ำตื้นจึงไม่ควรยืนบนปะการัง หากเหนื่อยต้องการพักก็ควรจะใช้วิธีนอนหงาย วิธีนี้จะดีกว่าสบายกว่า ไม่ทำความเสียหายกับปะการังแล้วยังไม่เสี่ยงต่อการโดนหอยเม่นตำ ก่อนจะลงน้ำควรตรวจสอบอุปกรณ์ดำน้ำให้เรียบร้อยก่อนว่าใช้ได้หรือไม่ เสื้อชูชีพต้องใส่ให้เรียบร้อยเพราะเป็นสิ่งจำเป็นกับชีวิตของเรา ตรวจดูว่าตัวล๊อกต่างๆ อยู่ครบหมั๊ย ล๊อกแล้วหรือยัง  หน้ากากหลวมไปหรือแน่นไปปรับยังไงก็ต้องศึกษาก่อน  ท่อหายใจใช้ยังไงคาบยังไงไม่ให้น้ำเข้าก็ต้องศึกษาก่อน อย่าหวังว่าจะลงไปศึกษาตอนที่ลงน้ำแล้วเพราะเป็นสิ่งที่ยุ่งยากและลำบาก หากไม่มีทักษะเรื่องการใช้อุปกรณ์ก็จะทำให้หมดสนุกกับการดำน้ำเพราะต้องคอยยุ่งอยู่กับหน้ากากเดี๋ยวใส่เดี๋ยวถอดอยู่อย่างนั้นจนแทบไม่ได้ดูอะไร
โอเค ครับ หน้ากากพร้อม ท่อหายใจพร้อม งั้นเราก็ลงน้ำกันเลย   ดูภาพขวาซิครับ  ยังไม่ทันได้จุ่มหน้าลงน้ำก็เห็นแล้ว จุดดำน้ำมีอยู่รอบเกาะของทั้ง 3 เกาะของหมู่เกาะกุฎี เพียงแต่เราจะเลือกดำที่จุดไหนซึ่งแต่ละจุดมีจุดเด่นที่แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย สิ่งที่ทุกจุดมีคือปะการังทั่วไปมีทั้งปะการังโต๊ะ ปะการังโขด ปะการังดอกกระหล่ำ ปะการังสมอง ปะการังเห็ด และอีกมากมายหลายชนิดเขียนบอกไม่หมด แต่จุดเด่นที่แต่ละจุดมีต่างกันคือบางจุดมีกัลปังหาสีแดงสด อีกจุดมีกัลปังหาสีเหลือง อีกจุดมีหอยมือเสือเยอะมาก  อีกจุดมีดงดอกไม้ทะเลกับปลาการ์ตูนเยอะมาก อีกจุดหนึ่งก็จะมี Soft coral  ขึ้นอยู่ในระดับน้ำตื้นระดับที่มือเอื้อมถึง บางจุดก็มีปะการังเขากวางเขียวสีสดใส สวยครับ   เพียงแต่ว่าเราจะเลือกลงดำที่จุดไหน จะดำให้ครบทุกจุดก็เหนื่อย เมื่อเลือกจุดดำน้ำโดดน้ำตูมลงไปก็ใช่จะว่าเจอสิ่งที่ต้องการเห็นในทันทีทันใดเพราะเรือต้องจอดในจุดน้ำลึกนอกแนวปะการัง โดยทางกรมประมงได้ทำทุ่นสีส้มไว้ในบริเวณรอบๆ เกาะเพื่อเป็นจุดผูกเรือแทนการทิ้งสมอเพื่อป้องกันความเสียหายต่อแนวปะการัง จากจุดจอดเรือก็จะต้องว่ายเข้าหาแนวปะการังที่อยู่ในระดับน้ำตื้น 
สำหรับดำน้ำจุดแรกผมเลือกจุดที่จะลงดำบริเวณหัวแหลมฝั่งตะวันออก  แนวปะการังในบริเวณนี้กระจายอยู่ทั่วไปบริเวณริมเกาะจากทิศเหนือจรดใต้  พอได้จุ่มหน้าลงน้ำได้เห็นความใสของน้ำแล้วก็ชื่นใจ วันนี้น้ำใส พอบอกว่าน้ำใสอย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าใสเหมือนอย่างสิมิลัน ความใสของน้ำทะเลฝั่งอันดามันมีความใส หรือเรียกว่าทัศนวิสัยใต้น้ำมองได้ไกลไม่ต่ำกว่า 10 เมตร อย่างที่เกาะสิมิลันอย่างต่ำก็ 15 เมตร บางครั้งถึง 30 เมตร อย่างเกาะสุรินทร์ก็จะขุ่นกว่า แต่ถึงยังไงก็ยังเกิน 10 เมตร บางครั้งก็ 15 เมตร  แต่สำหรับทะเลแถวระยองความใสอย่างมากก็แค่ 5 เมตร แต่สำหรับวันนี้ความใสอยู่ที่ประมาณ 3-4 เมตร ช่วงเช้า 4 เมตร ช่วงบ่ายประมาณ 3 เมตร แค่ความใสเพียง 4 เมตรก็ทำให้ผมประทับใจแล้วกับความงดงามของโลกใต้ทะเลของที่นี่แล้ว ถึงแม้จะอยู่ใกล้ฝั่งแต่แนวปะการังที่นี่ยังสมบูรณ์และมีความหลากหลาย  หลักๆ คือปะการังโต๊ะ ปะการังโขด ปะการังสมอง  ปะการังดอกไม้ทะเลก็มี ปะการังเขากวางก็พอมี  ปะการังสีสวยอีกชนิดหนึ่งของที่นี่คือปะการังเขากวางสีเขียว และยังมีฟองน้ำครกด้วย


กลุ่มปะการังที่มองเห็นในภาพข้างบน


ฝูงปลาสลิดทะเล

ปลานกแก้ว

ปะการังเขากวางเขียว

การดำน้ำนี่ก็แปลก ตอนดำก็แทบจะไม่ได้ใช้แรงอะไรแค่เพียงปล่อยตัวให้ลอยไปตามน้ำกับใช้มือแหวกว่ายนิดหน่อยเพื่อให้ตัวเคลื่อนไหวไปในจุดที่ต้องการจะไปเพียงแค่นี้เอง แต่ดำไม่ทันไรก็เหนื่อยซะแล้วขืนดำต่อไปมีหวังจะเป็นลม ขึ้นไปเล่นน้ำชายหาดกันดีกว่า ด้านหน้าเกาะมีสันทรายยาวออกไปในทะเล บริเวณนี้น้ำตื้น ปลอดภัย เหมาะที่จะเล่นน้ำหรือถ่ายรูปเพราะวิวสวย  หากเหนื่อยกับการเล่นน้ำ ที่บนเกาะก็มีชิงช้าผูกไว้ที่ใต้ต้นไม้หลายจุดให้ได้นั่งเล่น หรือจะเดินเล่นชายหาดก็ได้  ผมเดินไปทางด้านซ้ายของเกาะ ระหว่างทางได้เห็นเศษซากปะการังจำนวนมากทับถมกันอยู่บริเวณชายหาด นี่แหล่ะคือผลงานของพายุเกรย์ที่ฝากไว้    เจ้าหน้าที่บอกว่าแต่ก่อนแนวปะการังสมบูรณ์กว่านี้แต่โดนพายุเกรย์หอบขึ้นมากองบนชายหาด  ไม่ใช่เพียงแค่เกาะนี้ อีกหลายๆ เกาะของทะเลฝั่งตะวันออกก็โดนกันถ้วนหน้า  แต่เวลาก็ผ่านมานานแล้ว แนวปะการังทางฝั่งตะวันออกกำลังฟื้นตัว  เมื่อผมได้เห็นความสมบูรณ์ของแนวปะการังในไดพ์แรกทำให้ผมนึกไปว่านี่ขนาดโดนพายุเกรย์หอบขึ้นมาเป็นกองพะเนินแบบนี้ ที่นี่ก็ยังมีแนวปะการังที่สวย  ทำให้นึกไปว่าแนวปะการังแต่ก่อนจะสวยงามเพียงไร เสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสเห็นในตอนนั้น ก็เหมือนกับหลายๆ คนที่คิดถึงอันดามันนั่นแหล่ะ ยังไม่ทันได้เที่ยวก็โดนสึนามิซัดซะแล้ว แต่สึนามิก็ยังไม่สร้างความเสียหายให้กับแนวปะการังน้ำตื้นเท่ากับพายุเกรย์    ผมมัวแต่เดินเที่ยวเพลิน กลับมาเพื่อนๆ ทานข้าวกันแล้ว  ที่นี่ห้ามภาชนะโฟมขึ้นเกาะนะครับ ตอนนี้มีกฎหมายเกี่ยวกับการนำภาชนะโฟมเข้าในเขตอุทยาน หากโดนจับมีโทษจำคุก 2 เดือน หรือปรับ 5,000 บาท  พอบอกเรื่องนี้ทีไรเป็นต้องมีคนแย้งขึ้นมาทุกทีว่า อะไรกันเอาโฟมขึ้นเกาะจำคุก 2 เดือน ทีฆ่าคนตายรอลงอาญา 2 ปี  บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ 48 ชั่วโมง อันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันเพราะผมก็ไม่ใช่ผู้พิพากษา  ผมรู้แต่เพียงว่ากอกัลปังหาสีสวยอยู่ตรงไหน ปลาการ์ตูนกับดงดอกไม้ทะเลอยู่ตรงไหน  เชื่อผมหมั๊ยล่ะครับ    ถ้าไม่เชื่อก็ตามผมมาเลย  ถ้าเชื่อก็ตามมาด้วยนะครับ

อเค ครับ หน้ากากพร้อม ท่อหายใจพร้อม ชูชีพล๊อกเรียบร้อย ลงน้ำกันเลย  ไดพ์นี้เลือกดำจุดถัดมาทางทิศตะวันตกจากจุดแรก ปะการังหลักๆ ก็เหมือนกับจุดแรกแต่มีหนาแน่นกว่า จุดเด่นคือมีกัลปังหาสีสวยอยู่หลายกอ ถึงแม้เกาะสุรินทร์จะแนวปะการังที่สวยอลังการแต่กัลปังหาสีสวยแบบนี้ก็ไม่มีให้ดู จะมีก็เพียงจุดเดียวที่อ่าวสุเทพ และสีก็ไม่สวยแบบนี้ เห็นหมั๊ยครับว่าแต่ละที่มีดีต่างกัน    นอกจากกัลปังหาแล้วจุดนี้ยังมี Soft coral หรือปะการังอ่อนแบบแผ่นให้ชมในหลายจุด แต่ละจุดอยู่ในระดับน้ำตื้นและมีอยู่จำนวนมาก ปะการังเขากวางเขียวก็มี ฟองน้ำครกก็มีหลายจุด หากจะดูฟองน้ำครกต้องไปเกาะเต่า แต่วันนี้ไม่ต้องไปถึงเกาะเต่า ที่นี่มีให้ชมหลายจุดแต่ละจุดอยู่ในระดับน้ำไม่ลึกมากประมาณ 4 เมตร    สำหรับปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเลในจุดนี้หาชมยาก ถ้าจะชมดงดอกไม้ทะเลต้องไปดำจุดต่อไป งดงามเกินความคาดหมายแน่   สำหรับจุดนี้จะมีหอยมือเสือตัวใหญ่ๆ ให้ชมหลายจุด จะเป็นหอยที่อยู่โดดเดี่ยวเป็นตัวๆ บนพื้น แต่ละตัวมีขนาดใหญ่  ปริมาณไม่ค่อยหนาแน่นนักเมื่อเทียบกับจุดต่อไปซึ่งเดี๋ยวเราจะได้ไปชมกัน

ยังอยู่ที่จุดเดิม จุดนี้แนวปะการังค่อนข้างตื่น หากดำในช่วงที่คลื่นลมแรงต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากเพราะคลื่นจะซัดเข้าหาฝั่งตรงๆ ขณะที่ดำชมปะการังอยู่นั้นอาจจะลอยเข้าใกล้ฝั่งโดยไม่รู้ตัว พอรู้ตัวอีกที่ก็อยู่ใกล้ก้อนหินใหญ่ชายฝั่งแล้ว ครั้นจะว่ายทวนคลื่นออกมาก็ลำบาก หากคลื่นแรงก็จะโดนคลื่นซัดเข้าไปกระแทกกับแนวหินชายฝั่งซึ่งอาจจะมีหอยแม่นคอยต้อนรับอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นในการดำที่จุดนี้จะต้องไม่เข้าใกล้ฝั่งมากจนเกินไป  สำหรับจุดสวยๆ เช่นกอปังหา ดงดอกไม้ทะเลก็ยากที่จะระบุไปเลยว่าตรงไหนเพราะแนวปะการังมีบริเวณกว้าง ตอนอยู่ในจุดที่ดำอาจจะบอกได้โดยมองเทียบกับจุดอ้างอิงบนเกาะ เช่น แนวระหว่างก้อนหินใหญ่ก้อนนั้น มองตรงแนวกับยอดไม้ยอดโน้น แล้วห่างฝั่งประมาณเแค่นั้น แบบนี้ก็อาจจะบอกได้  บางท่านอาจจะลงไม่ถูกจุด หรือลงทุกจุดแต่หาจุดสวยๆไม่เจอก็เลยคิดว่าที่นี่ไม่มีอะไร ที่นี่มีเยอะแต่ว่าเราจะหาพบหรือเปล่า ที่นี่ไม่เหมือนสิมิลันซึ่งน้ำมีความใสมองไกลอย่างต่ำ 15 เมตร ใสแบบนั้นมองอะไรก็เห็นหมด  แต่ที่นี่ความใส 3-5 เมตร เราจะมองเห็นได้ไม่ไกลดังนั้นจึงต้องวนหาสักหน่อยก็จะเจอ
ุดต่อไปไดพ์ที่สาม จุดนี้ขยับจากจุดเดิมขึ้นไปทางด้านทิศเหนือ จุดนี้มีดอกไม้ทะเลเยอะมาก เสียดายที่เลือกดำช่วงบ่ายเพราะความใสเริ่มลดลงนิดนึง จุดนี้มีดอกไม้ทะเลเยอะมาก มีอยู่เป็นดงๆ ต้องเรียกว่าอาณาจักรน้อยๆ ของดอกไม้ทะเล ดอกไม้ทะเลที่จุดนี้ที่จำแนกความแตกต่างได้เด่นชัดมี 3 ชนิด เป็นชนิดที่ปลาการ์ตูนไม่กล้าอยู่ 1 ชนิด และเป็นชนิดที่ปลาการ์ตูนอาศัยอยู่อีก 2 ชนิด ชนิดแรกสีสวยสดใสเป็นดอกไม้ทะเลสีเขียว บริเวณปลายหนวดมีสีชมพูปนม่วง ดอกไม้ทะเลชนิดสีเขียวนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทะเลฝั่งอ่าวไทย บางกอขึ้นอยู่โดดเดี่ยว พบเห็นได้ทั่วไปในบริเวณนี้หาดูไม่ยากเลย ดอกไม้ทะเลเขียวอีกส่วนหนึ่งจะอาศัยอยู่รวมกันเป็นดงเหมือนสวนหย่อมใต้น้ำสีเขียวสดใส หนวดของดอกไม้ทะเลจะพริ้วไหวไปตามกระแสน้ำงดงาม  ดอกไม้ทะเลอีกชนิดหนึ่งคือดอกไม้ทะเลสีน้ำตาลอ่อน ชนิดนี้ก็มีทั้งอยู่เป็นกอเดี่ยวๆ และอยู่เป็นกลุ่ม ในกอดอกไม้มีปลาการ์ตูนหน้าตาแป๋วๆ อาศัยอยู่เกือบทุกกอ  พอพูดถึงปลาการ์ตูนหลายคนอาจคิดไปถึงเจ้านีโม พระเอกในหนังดังเรื่อง Finding Nemo เจ้านีโมคือปลาการ์ตูนส้มขาว ( Clown Anemonefish ) เป็นปลาการ์ตูนในฝั่งมหาสมุทรอินเดีย หรือในทะเลอันดามัน  สำหรับปลาการ์ตูนฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค ฝั่งอ่าวไทย เป็นปลาการ์ตูนอินเดียนแดง (  Pink skunk Anemonefish  )  เป็นปลาการ์ตูนเหมือนกัน อาศัยอยู่ในกอดอกไม้ทะเลเหมือนกันแต่หน้าตาไม่เหมือนกัน  มัวแต่เพลินกับปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะลจนลืมสิ่งที่สนใจอื่นๆ ในจุดนี้ไปเลย อันที่จริงที่จุดดำน้ำจุดนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมาก ปะการังก็มีเหมือนจุดอื่นๆ ที่ขาดไปก็เพียงแต่กัลปังหา  ที่โดดเด่นมากอีกอย่างคือหอยมือเสือ

ดอกไม้ทะเลชนิดหนวดสีน้ำตาลอ่อน

ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง

ดอกไม้ทะเลเขียวอาศัยอยู่เป็นกลุ่มก้อน
หอยมือเสือที่นี่มีเยอะมาก มีทั้งแบบที่อยู่โดดเดี่ยวที่เกาะอยู่กับพื้นทราย และแบบที่ฝั่งอยู่กับปะการัง จุดอื่นก็พอมีแต่จุดนี้เยอะสุด  ดูอย่างในภาพขวาซิครับ  จุดนี้จุดเดียวนับได้ 10 ตัว แต่ถ่ายมาไม่ครบตามที่เห็นเพราะต้องการถ่ายให้เห็นใกล้ๆ หอยมือเสือหาชมได้ทั่วไปมีให้เห็นแทบทุกจุดในรัศมีที่มองเห็น บางจุดกระจายกันอยู่บางจุดอยู่รวมกันอย่างในภาพ ความสวยงามของหอยมือเสืออยู่ที่สีสันของสาหร่ายที่เกาะที่เนื้อเยื่อบริเวณปาก แต่ละตัวมีสีสันแตกต่างๆ กัน มองดูเหมือนกลีบดอกไม้  เมื่อเราเข้าไปใกล้ๆ มันก็จะหุบเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจไปรุกราน สักเดี๋ยวก็จะเปิดปากออกเหมือนเดิม  ยังมีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างในบริเวณนี้ Soft coral ในบริเวณนี้ก็มีมาก มีเกาะอยู่ทั้งในบริเวณน้ำลึกและน้ำตื้น     จุดนี้ดำชมกันแค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะพาย้ายจุดไปดำจุดต่อไป

เมื่อตอนเที่ยงคนเรือบอกว่าเดี๋ยวจะพาไปดำจุดใหม่อีกจุดหนึ่ง จุดนี้เขาว่าน่าสนใจ สวยอย่างไรเดี๋ยวคงได้ไปชมกัน   ไปเลยลูกพี่  จะพาไปไหนก็ไป    อ้าว...แล้วทำไมไม่ไป   

คนขับเรือส่งสัญญาณมือชู 4 นิ้ว เป็นอันเข้าใจกันว่า 4 โมงเย็นแล้วนะ จะไปเหรอ จะไปได้ไงล่ะก็ต้องเข้าฝั่งอาบน้ำแต่งตัว เดินทางกลับกรุงเทพฯ กว่าจะอาบน้ำกันครบทุกคนก็ใช้เวลาไม่ใช่น้อย กลับก่อนดีกว่าไว้มีเวลาจะมาใหม่

สำหรับทุกท่านที่จะไปดำน้ำชมปะการังที่เกาะนี้ ขอให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดดังนี้  ไม่เหยียบบนปะการังไม่ว่ามันจะตายแล้วหรือไม่ก็ตาม , อย่าคิดว่าไม่เป็นไรหรอกไม่มีใครเห็น , อย่าให้เด็กเรือจับปลาการ์ตูนขึ้นมาให้ดู

หากรักทะเลจริงขอเพียง 3 ข้อเท่านั้น ถ้าปฎิบัติตามขอให้วันนั้นน้ำใส หากกลุ่มใดฝ่าฝืนขอให้วันนั้นน้ำขุ่น



รถยนต์ 
1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 34  สายบางนา-ตราด ถึงชลบุรี ใช้ถนนสายชลบุรี- บางละมุง  ถึงบางละมุงเลี้ยวซ้ายไป ตามทางหลวงสาย 36  ไปจนสุดถนนที่แยกระยอง เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวง หมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท ไปจนถึงแยกบ้านเพ  เลี้ยวขวาเข้าตัวเมืองเพ
2. ใช้ทางด่วนมอเตอร์เวย์ ไปจนสุดถนนมอเตอร์เวย์  บรรจบกับถนน สายชลบุรี-บางละมุง  ถึงบางละมุงเลี้ยวซ้าย ไปตามทางหลวงสาย 36  เหมือนเส้นทางแรก
รถโดยสารประจำทาง 

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสาร ปรับอากาศไปท่าเรือเพ จังหวัดระยองทุกวัน โดยออกจากสถานีขนส่งเอกมัย
เรือเที่ยวเกาะ 
เรือสปี๊ดโบ๊ทเช่า เหมาลำมีให้บริการจาก เกาะเสม็ด   จากฝั่งมีเรือสปีดโบ๊ทให้เช่า ออกจากท่าเรือเพ, ชายหาดสวนสวน, ชายหาดแหลมแม่พิมพ์
บริการเรือเร็วเช่าเหมาลำ
 
เที่ยวเกาะกุฎี เกาะมันนอก เกาะมันใน เกาะมันกลาง เกาะทะลุ   โทร 09-0197899


บริการแพคเก็จทัวร์นำเที่ยวหมู่เกาะกุฎี 

จากเกาะเสม็ด  มีเรือทัวร์ให้บริการดำน้ำชมปะการังหมู่เกาะกุฎี แบบไป-กลับวันเดียว     อัตราค่าบริการท่านละ 600 บาท  ออกทุกวัน จากหาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด  เที่ยวไป  เรือออกจากทรายหาดทรายแก้ว เวลา 11.00 น.   เที่ยวกลับออกจากเกาะเวลา 15.00 น.  ติดต่อได้ที่หน้าหาดทรายแก้ว

จากกรุงเทพ  มีแพคเก็จทัวร์วันเดียวให้บริการ   ออกเดินทางจากรุงเทพ  ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์   ดูรายละเอียดได้ที่เวบไซด์ www.nemotour.com

 

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 


   

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ดูปะการังที่เกาะกุฎี

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 282

  1. Re: ดูปะการังที่เกาะกุฎี

  2. Re: ดูปะการังที่เกาะกุฎี

  3. Re: ดูปะการังที่เกาะกุฎี

  4. Re: ดูปะการังที่เกาะกุฎี

  5. Re: ดูปะการังที่เกาะกุฎี

  6. Re: ดูปะการังที่เกาะกุฎี

  7. Re: ดูปะการังที่เกาะกุฎี

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้