|
บทที่
6 สำเร็จหลักสูตร
โดย...อ๋อง บางนรา
ช่วงก่อนสว่างฝนตกหนักอีกแล้ว
ตอนเช้าลมยังแรงอยู่
ได้ยินว่าเรือใหญ่เข้าเกาะไม่ได้
เพราะคลื่นใหญ่
วันนี้ก็เลยอดดำน้ำ
ผมก็นั่งอยู่ร้านดำน้ำนั่นแหละ
เพราะไม่รู้ว่าจะไปไหน
และผมเองก็ไม่อยากจะไปไหนด้วย
เนื่องมาจากคนเดียว
จะไปไหนไกล ๆ เช่น
ขึ้นไปบนจุดชมวิวก็ไม่อยากไป
เพราะระยะทางค่อนข้างไกล
เดินคนเดียวเบื่อจะตาย
ก็เลยไปแถวท่าเรือ
เดินเล่น
นั่งเล่นดูพวกนักท่องเที่ยวไปเรื่อย
เซ็งมาก ๆ ก็กลับมานอน
พอตกเย็นก็ไปที่ร้านเพื่อวางแผนว่าจะไปดำน้ำที่ไหนในวันพรุ่งนี้
พี่เขาก็แนะนำว่าถ้าออกเรือออกทะเลได้ก็ให้ไปดำทางฝั่งตะวันออกของเกาะพีพีเลก็แล้วกัน
ที่เลือกไว้ก็ปีเละ วอลล์
กับเกาะปิดะนอก
วางแผนเสร็จก็นั่งคุยกันต่อ
ก็เรื่องประสบการณ์ดำน้ำของพี่เขานั่นแหละ
ท่านผู้อ่านที่รัก
อย่าเอ็ดไปนะ!!
ผมรู้จุดอ่อนของพี่เขาด้วยล่ะ
คือกลัวผีเหมือนผมนั่นล่ะครับ
เพราะผมถามพี่เขาว่า พี่ครับ!!
ผมถามจริง ๆ
เวลาพี่ดำน้ำพี่กลัวอะไรมากที่สุด
พี่เขาตอบสั้น ๆ
แต่ได้ใจความว่า กลัวผี!!
พี่เขาไม่เคยเจอหรอก
ก็เพราะไม่เคยเจอนี่แหละ
เลยกลัว
แต่เขาก็เคยเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ที่เคยงมศพนักท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืนให้ฟัง
ผมยังไม่อยากเชื่อเลยว่ามีนักท่องเที่ยวตายในน้ำขณะที่ยังสวมเสื้อชูชีพอยู่
แต่พี่เขายืนยันว่าเป็นคนเอาขึ้นมาเองกับมือ
ผมบอกพี่เขาว่า
ปีหน้าถ้ามีโอกาสผมอยากมาเรียนหลักสูตร
ADVANCE PLUS เพราะผมอยากดำ NIGHT DIVE (ดำน้ำกลางคืน)
และดำน้ำดูเรือจม เพราะ 2
อย่างนี้อยู่ในหลักสูตรด้วย
พี่เขาก็บ่ายเบี่ยงใหญ่เลยว่า
อย่าเรียนเลย
ถ้าจะเรียนให้เลือกเรียนเรื่องการถ่ายภาพใต้น้ำดีกว่า
ผมก็ยืนยันเสียงแข็งว่า
ถ้าจะเรียนยังไงก็ต้องลง
NIGHT DIVE กับ WREQK DIVE ให้ได้
ผมเห็นพี่เขาทำหน้าเซ็งเลย
ผมรู้แหละน่าว่าพี่ขี้เกียจ
แล้วกลัวผีใช่ไหมล่ะ
เลยไม่อยากสอนผมวิชาเหล่านี้
(ผมแอบนินทาในใจ)
ที่ผมอยากทำอีกอย่างคือดำน้ำในถ้ำ
แต่พี่เขาบอกว่าอันตรายมาก
เพราะถ้ำจะแคบ คดเคี้ยว
มีแต่ทรายกับผนังหิน
ไม่มีอะไรสวยงามหรอก
พี่เขาก็เล่าให้ฟังว่า
เคยพานักท่องเที่ยวฝรั่งไปดำที่ตุกนงาช้าง
(ถ้ำใต้น้ำแห่งหนึ่งบริเวณหัวเกาะพีพีดอน)
ดำเข้าไปเรื่อย ๆ
ใช้ไฟฉายส่องนำทาง
ฝรั่งคนนำเตะตีบกบถูกทรายฟุ้งขึ้นมา
คราวนี้ต่างคนต่างตกใจ
เพราะมองอะไรไม่เห็น
พี่เขาก็กลัวว่านักท่องเที่ยวคนนั้นจะหลงทางและใจหนึ่งตัวเองก็กลัว
จึงตัดสินใจถอยออกมาปากถ้ำก่อน
เพื่อเอาตัวเองให้รอดก่อน
พอออกมาปากถ้ำที่ไหนได้ฝรั่งคนนั้นออกมารออยู่แล้ว
พี่เขาก็เลยขยาดกับถ้ำใต้น้ำมาตั้งแต่บัดนั้น
 |
เช้าวันนี้อากาศยังไม่ค่อยดีนัก
แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อวาน
เตรียมตัวพร้อมเริ่มออกเดินทางไปยังเกาะพีพีเล
ในวันนี้คนเป็น DIVE LEADER
ของผมไม่ใช่ครูสอนอีกแล้ว
เพราะผมเรียนจบหลักสูตรแล้ว
พี่เขาให้ญาติผู้น้องอีกคนไปแทน
พร้อมทั้งเป็น BUDDY ไปในตัว
ตอนเริ่มเดินทางใจจริงผมอยากไปดำที่เกาะปิดะก่อน
แต่พี่เขาบอกให้ดำที่ผาปิเละก่อนแล้วกัน
ผมยังไงก็ได้
พอถึงจุดดำน้ำก็ทิ้งตัวลงน้ำทันที
ช่วงบริเวณนี้เป็นหน้าผาตัดดิ่ง
50 องศา จนถึงแนวพื้นทรายเลย
ผมเริ่มจะชินกับการดำน้ำแล้ว
การควบคุมสมดุลของร่างกายก็ดีขึ้น
ผมได้บอกพี่เขาก่อนลงดำน้ำว่า
วันนี้ผมขอทำลายสถิติตัวเองหน่อย
เพราะที่ผ่านมายังดำลึกไม่ถึง
60 ฟุตเลย ตามกฎของ PADI
ผู้ที่เรียนหลักสูตร OPEN WATER
ห้ามดำลึกกว่า 60 ฟุต
แต่วันนี้ผมขอลองเป็นกรณีพิเศษ
ผมก็ไต่ความลึกลงไปเรื่อย
ๆ จนถึงพื้นทรายที่ระดับ 60
กว่าฟุต
เพราะผมอยากรู้สึกของความดัน
3 บรรยากาศซะหน่อย
ก็ไม่มีอะไรแปลกไปหรอก
แต่ก๊าซไนโตรเจนซึมเข้าสู่ร่างกายเร็วขึ้นเท่านั้น
ถึงอย่างไรผมก็ต้องขึ้นไปทำ
SAFETY STOP ระยะ 5 เมตร
ก่อนถึงผิวน้ำอยู่แล้ว
ทุกครั้งเพื่อความไม่ประมาท |
|
แต่การดำน้ำ DIVE
นี้สุดแสนจะตื่นเต้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
เนื่องจากเป็นหน้าผาตัดตลอดแนว
มีหลืบเล็กหลืบน้อยคล้ายเป็นห้องดูน่ากลัวทีเดียว
ก็มีลองดูเข้าไปบ้างทั้งที่กลัวว่าจะจ๊ะเอ๋กับผู้ที่ไม่ได้รับเชิญก็ตาม
เนื่องจากบริเวณนี้เป็นหน้าผา
ทำให้มีปะการังตามหน้าผาอยู่เยอะเลยครับ
พวกกัลปังหาก็เยอะ เอ๊!!
อะไรแวบ ๆ ทางขวามือ
หันไปเจอกระเบนธงว่ายน้ำฉิวเลย
มีปลาหมึกยักษ์ซ่อนในโพรงหินด้วย
แกล้งแหย่ดูเล็กน้อย
อยากเห็นตัวมัน
แต่ไม่ยักกะโผล่ออกมา เฮ้ย!
นั่นปลาไหลมอเรย์นี่นา
ชูคอสลอนเลย
ตัวเท่าแข้งน่ะ
ต้องระวังพอสมควร
เพราะฟันมันคมมาก
ปะการังเต็มพรืดตามหน้าผา
เยอะจริง ๆ ดำ DIVE นี้ผมต้องทำ
MULTI LEVEL DIVING ด้วย
เพื่อดูปะการังตามระดับความลึกต่าง
ๆ เยี่ยมมากครับ
สำหรับหน้าผาปิเละ
บริเวณนี้ยังมีจุดดำน้ำอีก
2 แห่ง คือ อ่าวโละซามะ และ
VIKING REEF (บริเวณถ้ำไวกิ้ง
ที่เขาเก็บรังนกนางแอ่น)
พอขึ้นมาบนเรือ
คนเรือดันทำที่ START
เรือตกทะเลอีก
พี่เขาก็ต้องลงไปงมอีกรอบ
แต่สำหรับผมขอบายก่อนล่ะ
พองมขึ้นมาได้
ก็เข้าไปในปิเละ (ทะเลใน)
เพื่อทานข้าวบริเวณนี้มีคนมา
SNORKING กันเพียบเลย
ถึงตอนนี้ผมเมาเรือแล้วล่ะ
ยังไม่รู้ว่าจะดำช่วงบ่ายได้หรือเปล่า
สักพักก็ออกเรือเพื่อไปเกาะปิดะ
แล่นเรือไประหว่างทางคนขับเรือก็ชี้ให้ดูเรือที่สวนมาจากเกาะปิดะ |
 |
น้อง! นั่นเต๋า
สโรชา นี่นา
ผมก็โวยลั่น บอกแล้วช่วงเช้าให้ไปที่เกาะปิดะก่อน
อดดำน้ำพร้อมเต๋าเลย
โอ๊ย!
บ้าดาราจริงโว้ย
พี่เขาบ่น
ช่วงนี้คลื่นเริ่มแรงแล้ว
เพราะห่างจากฝั่งมากขึ้น
ผมเองก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว
จะอาเจียนก็อาเจียนไม่ออก
ทรมานชะมัด พอถึงเกาะปิดะ
พี่เขาก็ทอดสมอ
แต่เรือโคลงไปโคลงมา
ผมก็ร่ำ ๆ
ไม่อยากจะลงซะแล้ว
เพลียเหลือเกิน
จนพี่เขาบอกให้ลงในน้ำ SNORKLING
ไปพลาง ๆ ก่อน ผมก็ทำตาม
หยึย!! แถวนี้ลึกแฮะ
เสียวจริง ๆ คลื่นแรงมากเลย
บริเวณเกาะปิดะจะไม่มีหาดทรายเลย
เป็นหน้าผาตัด 90
องศาทั้งเกาะ
จึงไม่สามารถขึ้นไปพักบนฝั่งได้
ก็ต้องจอดเรือห่างหน้าผาออกมาสัก
20 เมตร
เพราะถ้าจอดใกล้หน้าผาเกินไป
คลื่นจะซัดเรือให้ไปชนหน้าผาได้
สักพักหนึ่งทุกคนบนเรือก็ได้ยินเสียงลั่น
เปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ
ทุกคนยังงงอยู่ว่าเสียงอะไร
และแล้วความสงสัยก็สิ้นไป
เมื่อได้ยินเสียงครืด ..
โครม .. มาจากหน้าผา
ต้นไม้ใหญ่ครับ ทั้งต้นเลย
โค่นลงมาจากหน้าผา
เสียงงี้ดังสนั่นเลย
ยิ่งสะท้อนกับหน้าผาทำให้เสียงก้องขึ้นมาก
ยังกับระบบ HIFI แน่ะ
ดีว่ามีหินรองรับไว้เกือบจะหล่นถึงน้ำอยู่แล้ว
ถ้าหล่นลงน้ำด้วยความสูงขนาดนั้น
และด้วยขนาดของต้นไม้ต้นนั่นล่ะก็
คงน่าดูชมพิลึกล่ะครับ
เล่นเอาหายอยากอาเจียนไปพักนึงเลยครับด้วยความตื่นเต้น
ตอนมันหล่นมาจากหน้าผาผมงี้ตาค้างเลย
ลืมสังเกตหน้าตาของผู้คนบนเรือซะด้วยสิ
ว่าเป็นยังไงกันบ้าง
 |
สักพัก DIVE MASTER
ก็ลงมาให้สัญญาณพร้อมดิ่งลงไป
ไม่ผิดหวังเลยสำหรับเกาะปิดะ
งามสมคำร่ำลือจริง ๆ
สิ่งที่เคยเจอมาในการดำน้ำทั้งหมดก็ได้มาเจอในที่แห่งนี้
รวมถึงสิ่งที่ไม่เคยเจอในบริเวณอื่นด้วย
แต่ที่นี่มีครับ
สมบูรณ์จริง ๆ
ทั้งปะการังและปลาทั้งหลาย
สิ่งที่ผมอยากเจอมากที่สุดคือ
CHRISTMAS TREE หรือหนอนฉัตรหลากสี
ทากทะเลสีสด
ได้เจอสมใจปรารถนาแล้ว
ดื่มด่ำกับความงามสักครูพี่ก็พาไปดำเลาะตามแนวผาอีกแล้ว
หน้าผาสวยมาก
ปะการังอ่อนหลากสีและฟองน้ำหลากสีช่วยแต่งแต้มสร้างสีสันให้กับหน้าผาบริเวณนี้เต็มไปหมด
แต่หน้าผาบริเวณนี้ลึกทีเดียว
ก็คงประมาณ 80-90 ฟุต
เพราะผมดำระยะ 50 กว่าฟุต
ยังเห็นพื้นทรายอีกไกลทีเดียว
ดำลับเหลี่ยมผาไปด้วยหน่อยเดี๋ยว
เหลือเชื่อเลยกำลังอุ่นอยู่แท้
ๆ ทำไมอยู่ดี ๆ
ถึงเย็นเฉียบพลันขึ้นมาทันที
ซึ่งมาทราบภายหลังว่า เจอ
THERMOCLINE เข้าแล้ว คือ
กระแสน้ำเย็นเฉียบพลัน
ผมให้สัญญาณไปที่พี่เขาว่า
หนาวเหลือเกิน
ทนไม่ไหวแล้ว
เพราะมีอาการเมาคลื่นรวมอยู่ด้วย
แต่พี่เขาก็ทำมือให้สัญญาณว่าดำต่อ
เพราะดูจากนาฬิกาเพิ่งดำได้แค่
20 นาทีเอง ผมเลยฝืนต่อไป
ดำไปเรื่อย ๆ
เจอปลาสิงโตเป็นกลุ่มเลย 4-5
ตัว
มีกระเบนจุดน้ำเงินกบดานที่พื้นทรายด้วย
แถมตามหน้าผาเจอกุ้งมังกรอีก
2-3 ตัว เล่นเอาผมน้ำลายสอเลย |
เฮ้!! มีฝูง BARACUDA ด้วย (ปลาสาก..หมาป่าแห่งท้องทะเล)
พี่เขาก็พาไปยังที่ ๆ หนึ่ง
เป็นหลืบผาเข้าไป โอ้โห!! SEA FAN
ยักษ์ (โคตรของกัลปังหาพัด)
ใหญ่มหึมาสุด ๆ
แต่น่าเสียดายที่กิ่งของมันอีกกิ่งหนึ่งซึ่งใหญ่ไม่แพ้กันได้หักอยู่ในบริเวณนั้นแหละ
ผมเองก็ไม่ทราบว่าหักเพราะอะไร
ถ้าหักเพราะคลื่นลมจากธรรมชาติก็น่าเสียดายพออยู่แล้ว
มันเป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้
แต่ถ้าหากจากน้ำมือมนุษย์หรือนักดำน้ำคนไหน
ผมขอประณามและสาบแช่งมัน
เสียดายจริง ๆ
มันช่างใหญ่โตงดงามอะไรเช่นนี้
ก่อนจะลงดำน้ำที่เกาะปิดะนี้
|
ครูสอนผมรวมถึงหลายคนบนเกาะก็พูดถึงความยิ่งใหญ่ของกัลปังหากอนี้แล้ว
พอได้รับฟังการบอกเล่าของผมว่า
ผมเห็นมันหักไปแล้วกิ่งหนึ่ง
แต่ละคนทำหน้าตกใจ
ไม่อยากจะเชื่อในคำบอกเล่าของผมนัก
รวมทั้งเสียดายด้วย
แต่ละคนบ่นกันพึมพำ
สักพักหนึ่งผมเริ่มรู้สึกว่าดำต่อไปไม่ไหวแล้ว
ร่างกายเพลียเกินไป
จึงให้สัญญาณขึ้นผิวน้ำ
ซึ่งก็ยังอยู่ในบริเวณหน้าผา
ผมก็ขึ้นไปทำ SAFETY STOP ในระยะ 5
เมตรก่อนถึงผิวน้ำ
ผมก็มัวแต่ดู GAUGE วัดความลึก
พอเหลือ 5
เมตรก่อนถึงผิวน้ำ
ผมก็หยุดพักนิ่ง ๆ
เพื่อให้ร่างกายคลายก๊าซไนโตรเจนออกมา
ก็ได้ยินเสียงโครม
โครม
สนั่นเลย เงยหน้าขึ้นไปดู
แม่เจ้าโว้ย!!
คลื่นซัดเข้าหน้าผานั่นเอง
แต่ละลูกละอื้อฮือเลยครับ
ผมก็รีบมุดดำลงต่อ
แล้วค่อยตีออกห่างจากหน้าผามาเรื่อย
ๆ จนมาถึงบริเวณที่เรือจอด
แล้วค่อยขึ้นเรือคิดแล้วเสียวไส้จิรง
ๆ
ตอนนั้นถ้าขึ้นสู่ผิวน้ำเลยล่ะก็
คอได้อยู่เฝ้าเกาะปิดะตลอดชาติแน่ |
 |
บ่ายแก่ ๆ
คลื่นลมแรงมากยิ่งขึ้น "นี่มันไม่ใช่เดิ่งแล้วนะพี่
ลูกคลื่นสูงเกือบเมตรแล้วนะ"
ผมบ่นด้วยความกลัวขึ้นจับจิต
จะเอาอะไรกับเรือหางยาว
ผมรีบคว้าชูชีพขึ้นมากอดไว้
โธ่เอ๊ย!
ไม่ต้องกลัวหรอกน่า
คลื่นแค่นี้ พี่เขาพูดเหมือนเรื่องธรรมดา
พร้อมทั้งบังคับหางเสือล้อกับคลื่นอย่างชำนาญ
ผมคิดว่าถ้าไม่หมั่นไส้เขาจนเกินไปนัก
ผมได้ยินคำพูดและสายตาที่มองผมด้วยรอยยิ้มเยาะ
เหมือนผมเป็นคนปอดแหก
ผมได้แต่นึกในใจว่า ไอ้เวรเอ๊ย!!
ขอให้เรือคว่ำทีเหอะ
เพราะยังไงผมก็มีชูชีพกับตัวอยู่แล้ว
ถ้าพวกเขาจะมาเกาะชูชีพผมละก็
จะถีบให้กระเด็นไปเลย
แต่ก็แค่คิดนะครับ
ด้วยความเจ็บใจที่คลื่นแรงกว่าปกติ
ก็จะเป็นบริเวณร่องระหว่างเกาะปิดะนอกกับเกาะปิดะใน
เกาะปิดะในกับเกาะพีพีเลและเกาะพีพีเลกับเกาะพีพีดอน
ที่ผมกล่าวมามันเป็นเหมือนช่องลมที่บีบให้ลมพัดแรงกว่าปกติ
ตามร่องน้ำแบบนี้คลื่นก็จะแรงอยู่แล้ว
ยิ่งผมมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนักเกี่ยวกับการออกเรือหางยาว
คือ
มีอยู่ครั้งหนึ่งนั่งเรือกลับจากถ้ำพระนางมายังอ่าวพระนาง
ซึ่งเวลาตอนเย็นจะเป็นช่วงน้ำขึ้น
ใกล้จะถึงฝั่งอยู่แล้ว
อยู่ดี ๆ
คนขับเรือดับเครื่องยนต์เฉยเลย
แล้วจอดเรือเอาลำตัวขวางคลื่น
คราวนี้เรือโคลงไปโคลงมา
แทบจะพลิกคว่ำเลย
ผู้คนในเรือตะโกนกันโหวกเหวก
จับโน่นจับนี่กันอุตลุด
ผมนั่งตรงกลางไม่รู้จะคว้าอะไรก็คว้าแขนฝรั่งไว้กับแขนน้องชายผม
ฝรั่งกับน้องชายผมนั่งริมก็เกาะกาบเรือไว้ได้ยินฝรั่งตะโกนลั่นเลยว่า
OH! MY GOD HELO!! ส่วนผมน่ะเหรอ
ด่าครับ ด่าคนขับแหลก ไอ้เวร!
ดับเครื่องทำไมว่ะ
จอดขวางคลื่นอีก รีบ START ซิวะ
แต่จริง ๆ
แล้วผมด่าดุเด็ดเผ็ดมันกว่านี้เยอะ
แต่ไม่สามารถเขียนลงได้
หยาบคาย ..
ในเรือเสื้อชูชีพก็ไม่มี
คนขับก็รีบ START เรือ
ในที่สุดก็ถึงฝั่งด้วยความสวัสดิภาพ
ท่ามกลางความใจหายใจคว่ำของทุกคนบนเรือ
(ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นของช่วงเวลาที่น่าหวาดเสียว)
ในที่สุดการเรียนดำน้ำก็เสร็จสิ้นลงแล้ว
พรุ่งนี้ก็จะเดินทางเพื่อกลับขึ้นฝั่ง
ผมพอใจแล้วกับการได้ลองทำในสิ่งที่อยากทำมาเป็นเวลานานแล้ว
การดำน้ำไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวหรือเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต
เหมือนที่หลาย ๆ
คนคิดรวมถึงตัวผมเองด้วย
ครูสอนยังบอกผมด้วยซ้ำว่า
วิ่งข้ามถนนในเมืองยังอันตรายกว่าดำน้ำอีก
ผมก็เห็นด้วยนะ
ถ้าเราเคารพกฎกติกาและไม่ประมาท
ขอให้มีสติอยู่เสมอ
ผมได้แต่ประสบการณ์ที่ดี
ทัศนคติที่ดี
กับกีฬาประเภทนี้
รวมถึงได้ซึมซับความงามของธรรมชาติใต้น้ำไว้
ทำให้ผมรู้สึกหวงแหนและเคารพในธรรมชาติต่อไปในภายภาคหน้า
และตลอดไป
ผมอยากให้ทุกคนได้รับความรู้สึกแบบนี้
เหมือนเช่นตัวผม
ด้วยใจจริงครับ
---------------------------
บทส่งท้าย
 |
ผมเองไม่ใช่นักผจญภัยหรือนักกีฬาอาชีพ
หรือนักเขียนอาชีพที่บังอาจเขียนเรื่องราวต่าง
ๆ ในหนังสือเล่มนี้
ผมเป็นเพียงแค่ผู้ที่รักการท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสกับธรรมชาติในอีกมุมที่แปลกออกไป
ทุกคนย่อมรู้ถึงศักยภาพของแต่ละคนเองดี
ผมแค่ทำสิ่งที่ท้าทายจิตใจผมตลอดมา
ผมรักความสนุกกับธรรมชาติ
เหมือนกับเป็นสิ่งที่ช่วยจรรโลงจิตใจของผม
ผมอยากสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติในอีกแง่มุมหนึ่ง
นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกหวงแหนธรรมชาติมากขึ้น
ผมมักสงสัยมานานว่า
ทำไมคนต่างชาติอยากมาเที่ยวเมืองไทย
เพื่อสัมผัสธรรมชาติ
ในขณะที่ผมและคนอีกมากในเมืองไทย
มองข้ามสิ่งเหล่านั้น
ซึ่งล้วนแต่อยากไปท่องเที่ยวต่างประเทศ
แต่ขณะนี้ผมไม่สงสัยในความงามของธรรมชาติในบ้านเราเลยที่คนต่างชาติข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนดำน้ำในเมืองไทย
ปีนหน้าผาในเมืองไทย
เพราะผมค้นพบคำตอบเหล่านี้ด้วยตนเองแล้ว
จุดมุ่งหมายของการเขียนนี้
ไม่ได้ต้องการสอนแนะนำอะไรให้แก่ผู้ใดทั้งสิ้น
เพียงแค่เขียนขึ้นเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง
เพื่อนมักถามผมว่า
ทำไมถึงชอบ ดำน้ำ ปีนเขา
เดินป่า
หาความลำบากให้ตัวเอง
ผมก็ได้แต่บอกว่า
ชีวิตคนเรามันอยู่กับเมืองมามาก
ราบเรียบเกินไป
อาจมีบ้างที่ต้องลำบากเพราะต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
แต่ถ้าเราหาอะไรที่แปลกใหม่บ้างสร้างความท้าทายให้กับจิตใจของตัวเอง
ขจัดความกลัวบางอย่างในจิตใจออกไปบ้าง
มันก็เติมรสชาติให้กับชีวิตได้ดีไม่น้อย
กีฬาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว
คนเล่นกีฬาเหล่านี้ไม่ใช่พวกบ้าบิ่น
แต่คนชอบกีฬาพวกนี้มีความกล้าบนพื้นฐานของความปลอดภัย
กีฬาเหล่านี้ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ
มีสมาธิสูง
พร้อมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลา
และต้องเคารพกฎเกณฑ์ในกติกาของกีฬาแต่ละประเภท
รวมถึงหวงแหนต่อธรรมชาติด้วย
มันเป็นการสร้างจิตสำนึกอย่างหนึ่ง
|
อ๋อง
บางนรา Email : i_ong2000@hotmail.com
|
แนะนำผู้เขียน:
อ๋อง บางนรา เป็นนามปากกาของนักเขียนหนุ่ม
เพื่อนสมาชิก sabuy.com
จากนราธิวาส
ที่ส่งงานเขียนมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์แบบเป็นกันเอง
ไม่ใช่นักดำน้ำชั้นเซียน
ไม่ใช่ตากล้องใต้น้ำชั้นยอด
แต่เป็นแค่นักดำน้ำธรรมดาเหมือนพวกเราทุกคน
ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่าง
ๆ มากมาย กว่าจะเป็น นักดำน้ำหัดใหม่
ได้กับเขาซักคน
หวังว่าเรื่องยาวที่เรานำเสนอเป็น
ตอน ๆ รายสัปดาห์นี้
จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับหลาย
ๆ คนนะครับ สู้ต่อไป
เพื่อทำให้ได้ดั่งใจฝันครับผม
"...ลุงจิ๊บ..." |
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: บทที่ 6 สำเร็จหลักสูตร
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 35
Re: บทที่ 6 สำเร็จหลักสูตร
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์