|
บทที่
4 ถึงคราวดำจริง
โดย...อ๋อง บางนรา
ตื่นเช้ามาวันที่
2 ของการเรียน
ก็เรียนภาคทฤษฎีอีกครั้ง
เรียนเกี่ยวกับสัตว์น้ำ
สัตว์อันตรายในทะเล
การควบคุมภาวะสมดุลของร่างกาย
เรียนเรื่องความดันของชั้นบรรยากาศ
การ ASCENDING จากน้ำ หรือ DESCENDING
ลงน้ำ
การดูตารางเวลาในการดำน้ำ
และอีกหลายอย่าง
พอภาคบ่ายก็เรียนทฤษฎีเพิ่มเติมเข้าไปอีก
จนผมมึนไปหมด แล้วก็ทำ Test
ย่อยอีก ก็เข้าอีหรอบเดิม
ครูผู้สอนต้องคอยอธิบาย
และแนะนำข้อสอบให้ตามเคย
ไม่รู้ว่าผู้สอนจะใจดีอะไรกันนักกันหนา
แต่ก็มีบางเรื่องเหมือนกันที่ลูกศิษย์อย่างผมขี้สงสัยจนเกินไป
แย้งจนตัวครูผู้สอนยังงงเลย
และไม่สามารถหาคำตอบให้ผมได้
โดยที่ครูผู้สอนต้องตอบแบบอ้อมแอ้มว่า
ถ้าเป็นตามสมมติฐาน เหตุผลของน้องก็จริงเหมือนกันนะ
แล้วพี่ค่อยหาคำตอบให้
แต่จนบัดนี้ผมก็ยังไม่ได้รับคำตอบเลย
ซึ่งผมก็ลืมไปซะแล้ว
ว่าเคยถามอะไรกับพี่เขาไว้
พอ 4
โมงเย็นก็เริ่มภาคปฏิบัติ
ไปซ้อมที่หน้าอ่าวบริเวณท่าเรือเหมือนเดิม
แต่ขอโทษทีครับ คราวนี้ผมไม่บ้าพอที่จะเดินหลังแอ่นก้นกระดูกโดยห้อย
TANK
อากาศอยู่บนหลังอีกต่อไปแล้ว
หน้ากาก SNORKLE เข็มขัดตะกั่ว
โดยมือหนึ่งหิ้ว BCD พร้อม BACKPACK
กับ TANK อากาศ
และอีกมือถือตีนกบไปใส่ในทะเล
เพราะการใส่ BCD พร้อม TANK
อากาศในทะเลมันเบาแรงกว่า
ซึ่งช่วงหลัง ๆ
เวลาดำน้ำจริง
ผมก็ใช้วิธีนี้
โดยการลงตัวเปล่าจากเรือ
แล้วให้คนหย่อน BCD
ลงไปเพื่อไปใส่ในน้ำ
แต่วันนี้มีพิเศษนิดหน่อยตรงที่ว่า
ผมจะไม่เรียนคนเดียวให้เหงาหงอยอีกต่อไป
เพราะมีผู้ที่มาเรียนด้วยอีกคน
เป็นเด็กบนเกาะพีพีนั่นล่ะครับ
ชื่อ แหล ขอเหน็บแนมซะหน่อยเถอะ
คนอะไรชื่อ แหล
คงต้องมีนิสัยตอแหลแน่ ๆ
เลย ถึงมีชื่อแบบนี้
นายแหลนี่ยังไม่เคยดำน้ำแบบ
SCUBA เลย
ก็เลยต้องมาเรียนด้วยกัน
ความใฝ่ฝันของเขาก็คือ
อยากจะเป็น DIVE MASTER ซึ่งทำหน้าที่เป็นไกด์นำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำตามจุดดำน้ำต่าง
ๆ ซึ่งการที่จะเป็น DIVE MASTER ก็ต้องเรียนอีกหลายหลักสูตรทีเดียว
ก็คงต้องเสียเงินทองอีกมากโขละครับ
ก็อย่างที่ผมเขียนไว้ว่านายแหลไม่เคยดำน้ำแบบ
SCUBA
แต่เขาก็มีประสบการณ์ดำน้ำแบบ
SNORKLE มาอย่างโชกโชน
โดยเฉพาะงานอดิเรกของเขาคือดำน้ำยิงปลา
แน่นอน
การว่ายน้ำและดำน้ำอึดของเขามีมากกว่าผมอย่างเทียบกันไม่ได้ทีเดียว
นายแหลเคยเล่าให้ฟังว่า
เวลาจะไปดำน้ำยิงปลา
ต้องคอยเอาฉมวกหลบพวกฝรั่ง
เพราะกลัวฝรั่งอนุรักษ์จะมาด่าว่ารังแกสัตว์
เอาเปรียบสัตว์ นี่ขนาด SNORKLE
ธรรมดาน่ะ
ยิ่งถ้านักดำน้ำใส่ SCUBA ละก็
ห้ามพกฉมวกลงไปยิงปลาเด็ดขาด
เขาว่าเป็นการเอาเปรียบ นายแหลเคยเล่าให้ฟังว่าเขาเคยถูกฝรั่งด่ามาแล้ว
 |
ตามหลักความจริงผมว่าใช้ฉมวกยิงปลา
เรายิงได้ครั้งละตัวเท่านั้น
แต่พวกใช้แหใช้อวนล่ะ
จับทีได้เกือบตัน
ปลาเล็กปลาน้อยพลอยติดขึ้นมาด้วย
ไม่ยักจะมีใครว่าแฮะ
มุมมองเรื่องนี้มีหลายแบบ
อย่างผมเคยดูในรายการ DISCOVERY
การดำน้ำยิงปลาเดี๋ยวนี้ก็ถือเป็นกีฬาประเภทหนึ่งไปแล้วเหมือนกัน
พูดถึงนายแหลต่อ จริง ๆ
นายแหลเขาต้องเรียนจบก่อนผมไปนานแล้ว
แต่ว่าเป็นเพราะครูสอนนั่นแหละเห็นว่าเขาเป็นคนบนเกาะ
เรียนเมื่อไหร่ก็ได้
ประกอบกับส่วนใหญ่มีแต่ฝรั่งมาเรียน
นายแหลก็เลยอดเรียน
จนมีผมมาเรียนนี่แหละ
จึงได้โอกาส
แต่เขาไม่เรียนภาคทฤษฎีนะ
เขาจะมาฝึกภาคปฏิบัติเลยพร้อมผม |
เอาล่ะ!
มาเข้าเรื่องฝึกภาคปฏิบัติดีกว่า
อู้นอกเรื่องมาเยอะแล้ว
การฝึกวันนี้ก็ทบทวนของเดิมที่ฝึกเมื่อวาน
และฝึกของที่เรียนภาคทฤษฎีวันนี้ด้วย
โดยมีแหลเป็น BUDDY
กฎกติกามารยาทของ GOLF TIP
ตามที่แจ็ค นิคลอส
กล่าวไว้ว่า
เวลาที่เราจะระเบิดทรายเพื่อขึ้นกรีน
เอ๊ย! ไม่ใช่ ล้อเล่นน่ะครับ
ตามกฎกติกาของการดำน้ำมีอยู่ว่า
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักดำน้ำมือเซียนขนาดไหนก็ตาม
การดำน้ำทุกครั้งจะต้องมี
BUDDY ด้วยทุกครั้ง
เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ในเวลาฉุกเฉิน
(ผมนี่ล้อเลียนคุณพิษณุ
นิลกลัด ซะแล้ว ขออภัยมา ณ
ที่นี้ด้วย แหง!
ก็ผมชอบดูรายการ GOLF TIP นี่นา)
ตามปรกติเวลาฝึกภาคปฏิบัติแต่ละอย่างเสร็จโดยที่ครูผู้สอนจะทำให้ดูก่อน
แล้วเราทำตาม
ถ้าเราทำได้ถูกต้องครูผู้สอนก็จะยินดีกับเราด้วยการ
SHAKE HAND และยกนิ้วให้
ยกนิ้วโป้งชมนะครับ
ไม่ใช่นิ้วอื่นอย่าเข้าใจผิด
ซึ่งผมก็ไม่เคยทำให้ครูผู้สอนต้องผิดหวังเลย
ถ้าผมเป็นองคุลีมาลนะ
ป่านนี้นิ้วโป้งครูผู้สอนคงจะเต็มรอบคอผมไปแล้วมั้ง
เพราะผมทำได้ดีจนอาจารย์ต้องยกนิ้วชมอยู่บ่อย
ๆ
พอฝึกเสร็จก็ขึ้นมาบนผิวน้ำกัน
แล้วเช็คอากาศใน TANK ดู
ครูสอนบอกเหลืออีกเยอะ
เอาล่ะ!
เดี๋ยวเราจะไปดำน้ำกัน
ซ้อมไว้ก่อน
เพราะพรุ่งนี้จะต้องลง TEST
ภาคปฏิบัติ
โดยดำน้ำในทะเลแบบของจริงแล้ว
เดี๋ยวพี่จะพาไปดำใกล้ ๆ
นี่แหละ มีกองหินอยู่หย่อมนึง
O.K. นะ
คราวนี้แหละผมเริ่มปอดแหกกระทันหัน
กลัวโน่น กลัวนี่ สารพัด
ถึงแม้จะเป็นการซ้อม
แต่มันเป็นการดำน้ำจริง ครั้งแรกของผมนี่ครับ
ผมเลยบอกพี่เขาว่า พี่ครับ!
ยังไงพี่ต้องดำจูงมือผมไปนะครับ
ผมกลัว
พี่เขาก็มองหน้าแบบยิ้ม ๆ
คงจะสงสาร หรือ สมเพช หรือ
อาจจะปนทุเรศด้วยก็ได้
แต่ผมก็ไม่สนใจ
รู้อย่างเดียว ปอดแหกซะแล้ว
พี่เขาก็สั่งให้เริ่มปล่อยลมออกจาก
BCD แล้วจูงมือผมดำไปเรื่อย ๆ
สักพักก็ปล่อยให้ผมเป็นอิสระ
แล้วเขาก็สังเกตดูการดำของผมเพื่อดูข้อบกพร่อง
พอถึงกองหินพี่เขาก็ชี้ให้ดูโน่นดูนี่ไปเรื่อย
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงกองหินเล็ก
ๆ
ในสายตาของคนอื่นหรือใครก็ตามที
แต่สำหรับผมนั้นมันช่างเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน
ที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสโลกใต้ทะเลที่ใกล้ชิดขนาดนี้
มันบอกไม่ถูก ละลานตา
ตื่นเต้น หรือ กลัว
กลัวสัตว์มีพิษ
เพราะกลัวจะจ๊ะเอ๋กันแล้วหนีไม่ทัน
หรือกลัวแม้แต่เสียงหายใจของตัวเอง
เพราะเวลาอยู่ใต้น้ำจะเงียบมาก
ได้ยินแต่เสียงฟืด ฟาด ฟืด
ฟาด
จากการหายใจของเราเองนั่นแหละ
ดำน้ำดูปลาเล็กปลาน้อย
มีปะการังบ้างเป็นหย่อม ๆ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างของปะการังแข็ง
พอมีดอกไม้ทะเลบ้าง
กำลังเพลิดเพลินอยู่เชียว
พี่เขาก็สะกิดให้ดูอะไรบางอย่าง
ผมก็หันไปดูตาม
เจอบางสิ่งบางอย่างที่ผมเข้าใจว่างู
เพราะมันว่ายเหมือนเลื้อยเร็วมากทีเดียว
แต่ตัวไม่ใหญ่
พี่เขาพยายามจะจับมันให้ได้
ผมก็รีบเตะตีนกบไปหาพี่เขา
แล้วโบกไม้โบกมือ
พยายามบอกว่าอย่าจับมัน
โบกมืออยู่นั่นแหละ
เพราะอยู่ใต้น้ำมันพูดไม่ได้
ซึ่งเขาก็โบกมือตอบ
แต่ก็ยังจะจับให้ได้อยู่นั่นแหละ
เจออยู่ 2 ตัว
จับไม่ได้สักตัว
ก็ดำไปเรื่อย ๆ
คราวนี้แหละ ไอ้สิ่งที่หวาดกลัวนักหนาก็จ๊ะเอ๋เข้าจนได้
ยังไม่ใช่ผีพราย
หรือฉลามหรอกครับ
แต่เป็นงู !! งูขาวปล้องดำ
ผมก็ได้แต่ประคองตัวอยู่นิ่ง
ๆ
มองมันเลื้อยผ่านหน้าไปอย่างใจเย็น
จริง ๆ แล้วใจก็ไม่เย็นหรอก
ถ้าเป็นบนบกล่ะก็
เหงื่อคงแตกพลั่กไปแล้ว
ที่ประคองตัวอยู่นิ่ง ๆ
ก็ไม่ใช่ว่าเก๋าหรืออะไร
มันตกใจจนก้าวขาไม่ออกต่างหาก
ผมแทบจะไม่หายใจด้วยซ้ำ
กลัวฟองอากาศที่มันพุ่งออกมาจาก
REGULATOR
จะทำให้มันตกใจแล้วเข้ามาฉกผม
ผมบอกแล้วว่า ผมมันปอดแหก
|
จากนั้นดำอีกสักครู่
พี่เขาก็ให้สัญญาณมือว่าขึ้นบนผิวน้ำได้แล้ว
พอกลับมาถึงร้านดำน้ำ
ก็นั่งคุยกันเรื่องดำน้ำเมื่อกี้นี้ว่าเห็นแล้วที่โบกมือ
น้องไม่อยากจะให้พี่จับใช่ไหม
ผมตอบว่า ใช่
เพราะผมกลัวจะเป็นงู
พี่เขาก็บอกว่า
มันเป็นม้าน้ำ
พี่เขากะจะจับมาให้ผมดูชัด
ๆ
ซึ่งผมก็มารู้ภายหลังจากการอ่านหนังสือต่าง
ๆ ว่า นั่นไม่ใช่ม้าน้ำหรอก
แต่เป็นปลาไม้จิ้มฟันจระเข้อีกพันธุ์หนึ่ง
เป็นตระกูลเดียวกับพวกม้าน้ำ
ซึ่งเป็นตระกูล PIPE FISH เช่นกัน
ส่วนงูขาวปล้องดำเช่นกัน
เป็นงูพิษชนิดหนึ่ง
ซึ่งจะไม่ทำอันตรายคนถ้าไม่มีใครไปแหย่มัน
ยกเว้นอาจจะมีปลาบางชนิด
เช่น ปลาวัวบางพันธุ์
หรือที่เรียกว่า TITAN TRIGGER
ปลาพวกนี้ถ้าเราว่ายเข้าไปในอาณาเขตของมัน
มันก็จะออกมาจู่โจมกับผู้บุกรุกในถิ่นของมัน |
 |
จากนั้นพี่เขาก็บอกว่า
รู้สึกว่าผมจะยังทรงตัวได้ไม่ดี
เวลาดำน้ำตัวนี้ติดพื้นเชียว
ผมก็บอกว่า ผมพยายามปรับ BCD
แล้วนะ พี่เขาบอกอีกว่า
นั่นอาจจะเป็นเพราะเข็มขัดตะกั่ว
เพราะใส่ 3 ลูก มันหนักเกิน
พรุ่งนี้เวลาดำน้ำจริงลองใส่แค่
2 ลูกพอ
ผมยังพูดกับพี่เขาอีกว่า
แปลกจริง
ปกติถ้าแช่น้ำเป็นชั่วโมงแบบนี้ผมมักจะเป็นตะคริว
แต่ตอนนี้ไม่เห็นเป็นเลย
พี่เขาบอกว่า
ถ้าเราเตะตีนกบให้ถูกวิธี
และไม่ตึงเครียดจนเกินไป
โอกาสเป็นตะคริวก็จะมีน้อยลง
การดำน้ำเป็นการผ่อนคลาย
ดูโน่น สังเกตนี่ไปเรื่อย ๆ
ไม่จำเป็นต้องรีบไปไหน
เพราะไม่ได้แข่งกับใคร
บางครั้งถ้าเรารีบเกินไปเราอาจพลาดโอกาสเห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจไปก็ได้
พี่เขาก็ยกตัวอย่างให้ฟัง
เรื่องปูกับกุ้งหรือปูกับปลานี่แหละ
เอ้า! สมมติว่า
ปูกับปลาก็แล้วกัน
เพราะผมก็ชักจะลืมไปแล้ว
มีอยู่คราวหนึ่ง
พี่เขาดำน้ำ
คงจะเข้าไปในบริเวณที่อยู่อาศัยของปูกับปลาคู่นั้น
พอมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาใกล้
ปลาก็รีบมุดรูเข้าไปก่อน
แล้วตามด้วยปูมุดตาม
สักพักหนึ่งทั้งปูและปลาก็โผล่ออกมา
แล้วปูก็เข้าไปใหม่อีกครั้ง
แล้วตามด้วยปลามุดตามเข้าไป
พี่เขาก็เฝ้าสังเกตอีกนานนับ
10 นาที จนพอสรุปได้ว่า
การที่ปลามุดเข้าในรูก่อนปู
คงเป็นเพราะความตกใจนั่นเอง
แต่ทั้งปูและปลาคงนึกขึ้นได้ว่าจริง
ๆ แล้ว รูปูต้องอยู่ลึกกว่า
ก็เลยออกมาใหม่เพื่อให้ปูเข้าก่อน
แล้วปลาตามเข้าไปทีหลัง
นี่ก็เป็นความน่ารักอย่างหนึ่งของสัตว์ใต้ทะเล
มิน่าล่ะ
ผมเคยอ่านเจอในนิตยสารต่างประเทศว่า
บางคนดำน้ำแทบทุกวัน
เป็นเวลานานนับสิบ ๆ ปี
แต่ไม่เคยที่จะเบื่อกับโลกใต้ทะเลเลย
เป็นเพราะเขาชอบที่จะสังเกตชีวิตสัตว์ต่าง
ๆ ใต้ท้องทะเลนั่นเอง
ตกกลางคืน
ก็นอนทบทวนสิ่งต่าง ๆ
ที่ผ่านเข้ามาในวันนี้
เพื่อหาข้อบกพร่องของตนเอง
และต้องนั่งอ่านคู่มือดำน้ำต่อเพื่อเพิ่มเติมความรู้
รวมถึงเตรียม TEST
ใหญ่ภาคทฤษฎีในอีก 2
วันข้างหน้า 5
ทุ่มแล้วยังไม่หลับเลย
ความเหงาเข้ามาเยือนอีกแล้ว
ก็ออกไปหาอะไรทานสักหน่อย
กลับมานอนต่อ ก็ไม่หลับอีก
จนตี 2 ถึงจะผลอยหลับไป ผมทราบสาเหตุของการที่นอนไม่หลับแล้ว
ก็เพราะ PUB
ข้างที่พักนั่นเอง
ที่คืนนี้ไม่ยอมเล่นเพลง
WONDERFUL TONIGHT
ปล่อยให้รอฟังอยู่ได้
โยนความผิดให้ร้านมันซะเลย
คร่อก
ฟี้
คร่อก
ฟี้
อ๋อง
บางนรา Email : i_ong2000@hotmail.com
|
แนะนำผู้เขียน:
อ๋อง บางนรา เป็นนามปากกาของนักเขียนหนุ่ม
เพื่อนสมาชิก sabuy.com
จากนราธิวาส
ที่ส่งงานเขียนมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์แบบเป็นกันเอง
ไม่ใช่นักดำน้ำชั้นเซียน
ไม่ใช่ตากล้องใต้น้ำชั้นยอด
แต่เป็นแค่นักดำน้ำธรรมดาเหมือนพวกเราทุกคน
ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่าง
ๆ มากมาย กว่าจะเป็น นักดำน้ำหัดใหม่
ได้กับเขาซักคน
หวังว่าเรื่องยาวที่เรานำเสนอเป็น
ตอน ๆ รายสัปดาห์นี้
จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับหลาย
ๆ คนนะครับ สู้ต่อไป
เพื่อทำให้ได้ดั่งใจฝันครับผม
"...ลุงจิ๊บ..." |
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: บทที่ 4 ถึงคราวดำจริง
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 53
Re: บทที่ 4 ถึงคราวดำจริง
ราคาไม่แพง คุณภาพดีจ๊ะ
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์