แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
 
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > เที่ยวกรุงเทพฯ > เทศกาลงานเมือง
เทศกาลงานเมือง

พระธาตุเขี้ยวแก้ว

[dsc00014.jpg]
พระธาตุเขี้ยวแก้ว
สักการะพระเขี้ยวแก้ว ความสุขทางใจที่มาได้ครั้งเดียว
ทั่วทั้งโลกมีแค่ที่เมืองจีนและที่ศรีลังกาเท่านั้น ไทยยืมจีนมาแค่ 76 วันครับ

เมื่อเร็วๆนี้ เรามีโอกาสได้ไปกราบสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) ที่หอสมุดพระพุทธศาสนามหาสิรินาถ พุทธมณฑล ซึ่งอัญเชิญมาจากวัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยพระเขี้ยวแก้วนี้จะอัญเชิญมาไว้ที่ประเทศไทยจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546

เรานั่งแท็กซี่ไปทางพุทธมณฑลสาย 4 จากจุดนัด จริงๆแล้วถ้าอยากประหยัดจะนั่งรถเมล์สาย 515 จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็ได้เหมือนกัน (ถ้ามีรถมาเองก็จะสะดวกมาก) หลังจากเลี้ยวรถเข้ามาในพุทธมณฑลตามสัญญาณมือของตำรวจจราจรผู้แข็งขันอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง ก็เจอกับป้ายลูกศรบอกทางตรงไปยังหอสมุดฯ มีรถยนต์จอดอยู่กันหลายคัน หลายขนาดตามใต้ต้นไม้บริเวณลานกว้าง เหล่าชาวประชาชีทั้งหญิงชาย ทั้งแก่ทั้งสาว มากหน้าหลายตาต่างพากันเดินไปสู่ที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วราวกับนัดกันไว้มาเป็นอย่างดี

เราเดินถ่ายรูปรอบๆบริเวณพอหอมปากหอมคอ จนมาถึงหน้าหอสมุดฯ บริเวณนั้นมีเต๊นท์ตั้งอยู่มากมาย ทั้งเต๊นท์ฝากของ เต๊นท์ขายเครื่องสักการะบูชา เต๊นท์ปฐมพยาบาล และที่มองไปทุกครั้งก็ต้องเจอทุกครั้ง นอกจากคนเข้ามากราบไหว้และต้นไม้ใบหญ้าแล้ว ก็ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารมายืน เดินเฝ้ารอบบริเวณดังกล่าวแทบทุกจุด เรียกว่า คุมกันตั้งแต่ทางเข้าเลยว่างั้นเถอะ

เล่าให้ฟังถึงความหมาย ประวัติความเป็นมาของพระบรมสารีริกธาตุหรือพระเขี้ยวแก้วกันหน่อยดีกว่าว่า พระบรมสารีริกธาตุนั้น หมายถึง พระอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งพุทธศาสนิกชนจะสักการะเพื่อน้อมขอพระบารมีให้คุ้มครองตนเองจากภัยอันตรายทั้งปวง สำหรับพระธาตุเขี้ยวแก้วที่อัญเชิญมาประดิษฐานนี้ ตามประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ. 617 พระจักรพรรดิ์ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ได้ส่งอุปราช หวาง ซุน และคณะไปอาราธนาพระสงฆ์อินเดีย 2 รูปจากประเทศดาโรชี (ปัจจุบันคือประเทศอัฟกานิสถาน) เข้ามายังประเทศจีน และอีก 4 ปีต่อมา วัดม้าขาว ซึ่งเป็นวัดพระพุทธศาสนาวัดแรกในประเทศจีนก็อุบัติ เชื่อกันว่า พระเขี้ยวแก้วนั้นมีอยู่ 2 องค์ องค์หนึ่งอยู่ที่แคนดี้ ประเทศศรีลังกา อีกองค์หนึ่งอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งถูกอัญเชิญมาเมื่อใดไม่ปรากฏชัด ทราบแต่ว่าพระอาจารย์จีนฟาเหียนได้อัญเชิญจากเมืองโคทาน (ในประเทศปากีสถาน) มาที่นานจิง และต่อมาในปี พ.ศ. 1614 ได้ถูกเก็บซ่อนไว้ในเจดีย์ เซาเฉียน เจดีย์ที่วัดหลิงกวง ซึ่งเป็นวัดใหญ่อยู่ที่เทือกเขาตะวันตกชานกรุงปักกิ่ง จนถึงปี พ.ศ.2453 เกิดสงครามกับกองทัพพันธมิตร 8 ประเทศ เจดีย์เซาเฉียนถูกทำลายพังลงจึงได้พบพระเขี้ยวแก้วปรากฏอีกครั้ง และทางการจึงได้สร้างเจดีย์ใหม่ไว้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นเจดีย์แปดเหลี่ยม 13 ชั้น สูง 51 เมตร อำนวยการสร้างโดยสมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีน ใช้เวลา 6 ปีเศษจึงแล้วเสร็จ

และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 75 พรรษา คณะสงฆ์ รัฐบาลไทย และคณะกรรมการอำนวยการอนุรักษ์และ พัฒนาพุทธมณฑลจึงเห็นสมควรอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจาก ประเทศจีนมาประดิษฐานที่ประเทศไทยเป็นเวลา 76 วัน เพื่อความเป็นสิริมงคลคุ้มครองในหลวง ของปวงชนชาวไทยและเหล่าพสกนิกรทั้งหลายทั่วประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้แทนรัฐบาลไทย เดินทางไปลงนามความร่วมมือกับรัฐมนตรีว่า การทบวงกิจการศาสนาของสาธารณรัฐประชาชนจีนในเรื่อง การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ที่ผ่านมา และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวาย สักการะได้ตั้งแต่วันนี้-28 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 08.30-17.00 น.


เราเดินเลี้ยวซ้ายเข้าไปข้างในหอสมุดฯ ก่อนจะเข้าไปในส่วนที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วฯ พอเข้าไปเห็นพระธาตุเขี้ยวแก้วที่ประดิษฐานอยู่บนที่ตั้งสูง มีพระจีน 2 รูปนั่งคุกเข่าขนาบข้างบนพื้น เสียงสวดของ พระเป็นภาษาจีนฟังดูขรึมขลัง แต่ก็รู้สึกได้ถึงความศรัทธาที่ทรงพลังอย่างมหาศาล ที่มีอยู่ในตัวของแต่ละคนที่ต่างก็ก้มลงกราบไหว้ด้วยใจเคารพ

ฟังเสียงสวดของพระจีนได้ที่นี่


เรื่องโดย ....นายนก                 

[dsc00009.jpg]
ประชาชนมากราบไหว้มากมาย
[dsc00019.jpg]
พระธาตุเขี้ยวแก้ว
[dsc00011.jpg]
จัดที่ให้สักการะบูชา
[dsc00013.jpg]
ภายในบรรจุพระธาตุเขี้ยวแก้ว
[dsc00016.jpg]
รองรับด้วยทองคำ
[dsc00028.jpg]
นายสบายกับพระจีนที่มาด้วย
[dsc00024.jpg]
ประชาชนต่อแถวเพื่อสักการะ
[dsc00026.jpg]
คำบูชาพระเขี้ยวแก้ว

[dscn0031.jpg]
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

[dscn0027.jpg]
สถานที่เก็บพระเขี้ยวแก้ว

[dscn0024.jpg]
ห้ามนำของเข้าต้องฝาก

[dscn0022.jpg]
คำชี้แจงการนมัสการ
[dscn0016.jpg]
ก่อนเข้าต้องถอดรองเท้า
[dsc00035.jpg]
ตู้รับบริจาค
[dsc00012.jpg]
กราบไหว้บูชา
[dsc00020.jpg]
สามเหล่าทัพช่วยป้องกัน
[dsc00022.jpg]
ต่อแถวเข้าไปนมัสการ
 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 


   

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้