แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
 
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > เที่ยวกรุงเทพฯ > สองเท้าพาเดิน
สองเท้าพาเดิน

วัด พระศรีรัตนศาสดาราม ตอน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

สร้างเมื่อ : ประมาณยุคสุโขทัย

ในยุครัตนโกสินทร์ นับตั้งแต่เริ่มสร้างเมืองมาได้กว่า 200 ปีนั้น ประเทศไทยเรามีของคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญๆ ซึ่งมีชื่อเสียงดึงดูดคนต่างชาติให้มาชมนั้น ย่อมต้องมีพระคู่บ้านคู่เมืองของเราอยู่ด้วย และพระคู่บ้านคู่เมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของชาติไทยมานานหลายร้อยปีสิ่งหนึ่งก็คือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า พระแก้วมรกต ตามเนื้อขององค์พระที่มีสีเขียวใสตลอดทั้งองค์
พระแก้วมรกตนี้ มิได้เป็นพระที่สร้างขึ้นใหม่เหมือนวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่พระพุทธรูปองค์สำคัญนี้มีมากกว่า 600 ปีแล้ว โดยที่ยังไม่พบหลักฐานอันชัดแจ้งถึงปีที่สร้าง มีเพียงตำนานที่บันทึกไว้ว่ามีการค้นพบองค์พระที่ วัดแก้วเชียงรายที่มีการหล่อปูนทับ ต่อมามีการกกะเทาะปูนออกจนเห็นเป็นองค์พระสีเขียวใส เป็นพระพุทธรูปมรกตที่มีเนื้อที่สมบูรณ์
การค้นพบองค์พระแก้วมรกตนั้นลือไปถึงหูของเจ้าเมืองเชียงใหม่ เจ้าเมืองฯ จึงได้จัดขบวนอัญเชิญองค์พระเพื่อมาประดิษฐานที่เชียงใหม่ แต่ขบวนอัญเชิญนี้ก็มาไม่ถึงเชียงใหม่ ด้วยเหตุที่ระหว่างขบวน ก็มักจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้ไม่ถึงเมืองเชียงใหม่เสียที ในที่สุดองค์พระจึงได้มาประดิษฐานที่ลำปางแทน
ต่อมาในปี พ.ศ.2011 ในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช พระองค์ก็โปรดฯ ให้อัญเชิญองค์พระแก้วมรกตขึ้นมายังเชียงใหม่อันเป็นแคว้นที่ทรงปกครองอยู่อีกครั้ง โดยทรงดำริว่าจะให้มาประดิษฐานอยู่ที่หอแก้วซึ่งเป็นหอพระสร้างใหม่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ แต่ก็ประดิษฐานอยู่ได้ไม่นาน ยอดปราสาทที่หอองค์พระก็ถูกฟ้าจนเสียหาย จนหอพระนั้นกลายเป็นเพียงที่เก็บองค์พระซึ่งปราศจากยอดปราสาทตามที่พระเจ้าติโลกราชดำริจะสร้างไว้
ครั้นถึงปี พ.ศ.2094 พระเจ้าไชยเชษฐาก็โปรดฯ ให้อาราธนาองค์พระแก้วมรกตมาประดิษฐานอยู่ที่หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ตามลำดับ องค์พระแก้วมรกตจึงผลัดถิ่นไปอยู่ลาวจนกระทั่งเข้ายุคกรุงธนบุรี ทางสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเมื่อครั้งยังดำรงยศเป็นเจ้าพระยาจักรี ทรงยกทัพรบชนะกรุงศรีสัตนาคนหุต พระองค์จึงได้อาราธนาพระแก้วมรกตกลับสู่สยามประเทศ และเมื่อถึงปีพ.ศ.2325 อันเป็นปีที่ทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์จึงอาราธนาองค์พระมาประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามอันเป็นวัดหลวงในพระบรมมหาราชวัง และองค์พระแก้วมรกตก็ทรงประดิษฐานอยู่ ณ อารามหลวงแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน

สิริลักษณ์ จินตนะดิลกกุล

LEISURE TEAM

ท่านผู้อ่านมีคำแนะนำหรือติชมหรือคุยกับ LEISURE TEAMได้ที่
leisure@th.mweb.com
 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 


 

   

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้