แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
 
RSS RSS
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
ท่องเที่ยว > เที่ยวกรุงเทพฯ > สองเท้าพาเดิน
สองเท้าพาเดิน

วัด ท่าพูด

สร้างเมื่อ : ประมาณยุคกรุงธนบุรี

อำเภอสามพรานซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดนครปฐมทร่นอกจากจะโด่งดังในเรื่องของสวนผลไม้ สวนจระเข้ รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์เฉพาะกลุ่มที่มีชื่อเสียงอยู่หลายแห่งแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่เป็นที่เลื่องลือและดึงดูดคนต่างจังหวัดให้แวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสายก็คือ “วัด”
วัดที่มีชื่อเสียงในอำเภอสามพรานนี้ มีอยู่หลายวัดทีเดียวที่ตัววัดเองนั้นมีลูกศิษย์ลูกหาเยอะจนถึงขนาดแทบจะหาที่จอดรถในวันธรรมสวณะเอาไม่ได้เสียเลย อย่างเช่นวัดไร่ขิงเป็นต้น แต่ในตำบลเดียวกันนี้ ที่เป็นถนนสายเดียวกันมีวัดหลวงอยู่วัดหนึ่งมีชื่อสั้นๆ ว่า “วัดบางพูด”
วัดท่าพูดนี้เป็นวัดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างวัดไร่ขิงและวัดดอนหวาย เป็นวัดที่คาดว่าน่าจะสร้างมาตั้งแต่สมัยธนบุรี วัดนี้แม้ว่าภายนอกจะดูเป็นวัดที่สงบ ไม่ดูครึกครื้นที่รถราจอดรอเต็มวัดอย่างวัดไร่ขิงหรือวัดดอนหวาย หากแต่วัดนี้ก็มีชื่อเสียงในระดับหนึ่งถึงความน่าอัศจรรย์ของอดีตเจ้าอาวาสวัด
ท่านเจ้าอาวาสวัดที่ทำให้วัดท่าพูดเริ่มมีชื่อเสียงนั้นคือ “หลวงพ่อมาก” ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในสมัยแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลวงพ่อมากรูปนี้เป็นที่เล่าขานกันว่าท่านนั้นสามารถฟังภาษาสัตว์ได้ แต่ด้วยเหตุที่ไม่มีหลักฐานระบุที่มาของชื่อวัดอย่างชัดเจนจึงทำให้ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าชื่อของวัดในปัจจุบันนี้ถูกแผลงมามาจนกลายเป็น “ท่าพูด” ตามกิตติศัพท์ของหลวงพ่อมากหรือไม่ อย่างไรก็ดี วัดท่าพูดนี้มิอได้มีดีที่เพียงคำเลื่องลือในการฟังภาษาสัตว์ของอดีตท่านเจ้าอาวาสเท่านั้น พระจุฬามณีอันเป็นสัญญลักษณ์อันศักดิ์สิทธ์ประจำวัดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เรียกศรัทธาจากสานุศิษย์แดนไกลให้มาศรัทธาเป็นลูกศิษย์ลูกหาของวัดได้ไม่น้อย
พระจุฬามณีนี้เป็นที่เก็บพระบรมธาตุเขี้ยวแก้วและเป็นที่บรรจุมวยผมของพระพุทธเจ้าที่ประดิษฐานอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พระจุฬามณีนี้ถูกเก็บไว้ที่หน้าโบสถ์วิหารซึ่งเป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสร้างขึ้นมาเพื่อใช้บรรจุพระจุฬามณีนี้โดยเฉพาะ ครั้นพอมาถึงปีพ.ศ.2525 เกิดมีคนร้ายแอบขึ้นไปเจาะพระเจดีย์เพื่อขโมยของจากพระจุฬามณีนี้ ทำให้ทางวัดต้องเปิดกรุขึ้นมาเพื่อจะนำของมีค่าทั้งหมดรวมทั้งพระจุฬามณีนี้มาเก็บไว้ยังที่ที่ปลอดภัย จากนั้นจึงทำการบูรณะใหม่จนแล้วเสร็จในอีก 2 ปีถัดมา และในปัจจุบัน ก็ยังมีสาธุชนเดินทางมากราบไหว้และยลพระจุฬามณีพร้อมทั้งสดับรับฟังเรื่องราวสุดน่าทึ่งของหลวงพ่อมากที่คนในวัดยังคงเล่าสืบต่อมาให้คนรุ่นหลังฟังอยู่ตราบจนทุกวันนี้

สิริลักษณ์ จินตนะดิลกกุล

ทีมงานวันว่าง

ท่านผู้อ่านมีคำแนะนำหรือติชมหรือคุยกับทีมงานวันว่างได้ที่
leisure@th.mweb.com
 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 


 

   

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: วัด ท่าพูด

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 6

  1. Re: วัด ท่าพูด

  2. Re: วัด ท่าพูด

  3. Re: วัด ท่าพูด

  4. Re: วัด ท่าพูด

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้