ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ภาพ รูป การเดินทาง ททท.
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ผาชะนะได เช้านี้ที่รอคอย
กลางดึกของคืนวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน
11 ปี 2518 (ไม่แน่ใจว่าปีนั้นถูกต้องหรือเปล่า
แต่วันและเดือนนั้นใช่แน่นอน)
เสียงหมาเห่ากรรโชคอย่างดุดันเมื่อได้กลิ่นสาบกลุ่มคนชายแปลกหน้าในชุดดำ
บ้างก็สวมใส่ชุดลายพราง
มันเห่าอยู่นานราวกับจะปลุกเตือนผู้คนในหมู่บ้านที่กำลังหลับใหลอยู่ในผืนผ้าห่มปกป้องความเหน็บหนาว
ให้รู้ถึงภัยร้ายที่กำลังมาเยือนหมู่บ้านภูคำเดือย
 |
คนในบ้านไม้ที่หลังคามุงสังกะสีหลายหลังละแวกนี้จำต้องลืมตาขึ้น
แต่ยังไม่มีใครลงจากเรือนมาสืบหาต้นเหตุ เสียงหมาเห่าทวีความรุนแรงมากขึ้น
จนหลายคนไม่อาจทนความสงสัยที่ผิดสังเกตต่อไปได้
|
 |
ทันใดนั้นก่อนที่ใครจะคิดทำอะไรต่อ...เสียงจากสิ่งที่ไม่คุ้นเคยก็พลันส่งเสียงหวีดแหลมแหวกมวลอากาศมาจากมุมมืดมุมหนึ่ง
แล้วเกิดเป็นเสียงระเบิดตูมดังสนั่นหวั่นไหว
ตามมาด้วยเสียงที่สองและสามมาติดๆ จากนั้นเป็นเสียงปืนนานาชนิด
ระรัวออกจากปลายกระบอกเหล็กอย่างไม่มีใครนับทัน
และไม่มีใครคิดจะนับมันด้วย
|
|
ลุงลาเมง ชาวบ้านภูคำเดือย
ในตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ
ผู้สืบเชื้อสายชาวภูไทเซโปน
เล่าต่อไปท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนลานหิน ผกค.
ในวันนี้ว่า ค่ำคืนนั้น ตนซึ่งบวชเป็นพระได้พบความผิดสังเกตหลายอย่าง
เช่นในตอนเย็นมีคนแปลกหน้าเข้ามาแล้วหายเข้าไปในป่าหลังหมู่บ้าน
|
 |
|
ความผิดสังเกตดังกล่าวชาวบ้านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ
ต่างก็เตรียมความพร้อมจนกลางดึกของคืนนั้นได้เกิดเรื่อง
และถึงเช้าจึงได้ออกไปดู พบโรงพักในสภาพมอดไหม้เสียหายหนัก
ด้วยแรงระเบิดจากปืนอาร์พีจี และพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย
ที่เสียชีวิตอยู่ในซากปรักหักพัง ชาวบ้านต่างวิภาควิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
และเรียกการสู้รบนั้นว่า
“สงครามแย่งชิงประชาชน”
|
 |
 |
ปัจจุบันบ้านภูคำเดือย นั้นเงียบสงบ
ผู้นำหมู่บ้านพยายามพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอำนาจเจริญ
โดยใช้ความเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวภูไทเซโปน
ซึ่งเป็นชาวอีสานดั้งเดิมมีวัฒนธรรมประเพณีที่น่าสนใจ
มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อาทิ ลานหิน ผกค. ทุ่งดอกไม้ เหวทิ้งโจร
ถ้ำผาหินสอ เขาคีรีวงกต
โดยผืนป่าบริเวณนี้ล้วนมีเรื่องราวของเหล่าสหายในยุคสงครามการช่วงชิงอำนาจรัฐ
หรือ สงครามแย่งชิงประชาชนในอดีตที่น่าศึกษา
|
ภายในหมู่บ้านได้จัดกิจกรรมการปั่นจักรยานท่องเที่ยว โดยใน 1 ปี นั้นมีการจัด 3 รอบ
คือรอบวันที่ 13-14 ธันวาคม 2551 รอบวันที่ 17-18 มกราคม 2552 และรอบวันที่ 31
มกราคม – กุมภาพันธ์ 2552
ใครที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบการปั่นจักรยานชมวัฒนธรรม
และต้องการหาเส้นทางใหม่ๆ ก็น่าจะไปลองดู
ช่วงนี้ละครหลังข่าวตอนค่ำหลายเรื่องกำลังเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับอาชีพหมอลำ
ซึ่งเป็นอาชีพที่น่าสนใจของชาวภาคอีสาน เพราะสามารถทำรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
หมอลำบางคณะถึงกับอยู่ในขั้นรวยมาก
แต่กว่าจะร่ำรวยได้ก็ต้องผ่านความยากลำบากมามากพอสมควร
ว่ากันว่าในจังหวัดอำนาจเจริญ ที่หมู่บ้านปลาค้าว
เป็นชุมชนที่มีคณะหมอลำซิ่งมากที่สุดในประเทศไทย ทั้งยังมีหมอลำรุ่นคุณปู่
และหมอลำน้อยรุ่นหลาน ไว้ให้ผู้ไปเยือนได้เยี่ยมชมอีกด้วย
เสาหินมหัศจรรย์ ทุ่งดอกไม้ และ
เส้นแวงที่ 105
ผม และเพื่อนรุ่นพี่อีก 3 คน ที่ส่วนใหญ่นั้นประกอบอาชีพด้านสื่อมวลชน
ออกเดินทางต่อโดยใช้เส้นทาง จากจังหวัดอำนาจเจริญ
มุ่งสู่ถนนสายเลียบริมแม่น้ำโขงที่อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี
แล้วเลาะไปตามสายแม่น้ำโขงไปตามทางหลวงสาย 2112 เส้นทางสายนี้จะพาพวกเราไปสู่
อำเภอโขงเจียม ดินแดนแม่น้ำสองสีได้อย่างสะดวก
แถมได้ชมวิวทิวทัศน์ริมฝั่งโขงไปด้วยในตัว
 |
การผจญภัยเพื่อไปเที่ยวชมเสาหินมหัศจรรย์นี้ เริ่มต้นขึ้นที่บริเวณที่ทำการ
อบต.นาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
ที่ต้องเริ่มต้นที่นี่ก็เพราะว่า เป็นระเบียบของทาง อบต.นาโพธิ์กลาง
และชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งไว้
โดยให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ป่าดงนาทาม
ต้องแจ้งความประสงค์ให้กับทาง อบต.ทราบก่อน
|
 |
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเอง
หากมีการพลัดหลงในป่า หรืออุบัติเหตุสุดวิสัยอื่นๆ
ทั้งนี้หากเดินทางเข้ามาเป็นหมู่คณะ ทาง อบต. สามารถจัดหาเจ้าหน้าที่นำทาง
และดูแลอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ตามสมควรให้ได้
|
 |
สัมภาระจำเป็นที่จะนำไปใช้ในการตั้งแคมป์ในป่าดงนาทาม
และของใช้ส่วนตัวของผมถูกนำขึ้นไปไว้ในรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ
|
|
ไม่นานก็เคลื่อนตัวมุ่งหน้าผ่านกลางหมู่บ้านซะซอม
หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่องที่พักแบบโฮมสเตย์
ซึ่งได้มาตรฐาน
ปัจจุบันมีชาวต่างชาตินิยมเดินทางเข้ามาพักผ่อนอยู่เป็นประจำ
เพื่อศึกษาวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น ถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่
รวมทั้งการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ภายในหมู่บ้าน
|
 |
 |
หมู่บ้านซะซอมเป็นหมู่บ้านที่มีความน่าสนใจ
โดยเริ่มจากการต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยเสียงดนตรีและอาหารพื้นบ้าน
ภายในหมู่บ้านมีงานหัตถกรรมอันโดดเด่น เช่น ผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ
กรรมวิธีการผลิตจากเริ่มแรกไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย
ชาวบ้านยังคงใช้วิธีแบบดั้งเดิม โดยไม่พึ่งเครื่องจักรสมัยใหม่
จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้การผลิตผ้ามัดย้อมแบบดั้งเดิม
|
 |
ในด้านการท่องเที่ยวภายในหมู่บ้านและละแวกใกล้เคียง
ก็มีสถานที่ที่น่าสนใจได้แก่ เสาเฉลียงธรรมชาติ (ผมกำลังจะไปชม)
ภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ นมัสการไหว้พระใหญ่วัดภูอานนท์
ไต่สะพานที่มีความยาวถึง 360 เมตร จากภูเขาลูกหนึ่งไปยังอีกลูกหนึ่ง
เส้นทางเดินป่าถ้ำผีกองกอย...(แค่ชื่อก็น่าไปค้นหา) ดงสมุนไพร ต้นไม้กินคน
ประติมากรรมหินทราย
|
 |
แหม...แต่ละชื่อเป็นไงครับ น่าสนใจทั้งนั้น
เอาเถอะทริปนี้ผมได้แต่แวะชมและพูดคุยกับชาวบ้านไม่นานนัก
เพราะมีภารกิจข้างหน้ารออยู่ ได้แต่สัญญากับตัวเองว่า
โอกาสหน้าเจอกันแน่ถ้ำผีกองกอย ก็ชื่อเขาฟังดูแปลกดีครับ
|
|
รถกระบะที่มีคนขับ ชื่อนายแว่น
(เห็นเพื่อนเขาเรียกกันอย่างนั้น)
ก็คงเพราะนายแว่นใส่แว่นด้วยกระมัง
นอกจากนายแว่นจะหน้าตาหล่อเหลาเอาการแล้ว ยังเป็นพนักงานอยู่ที่
อบต.นาโพธิ์กลาง ด้วยท่าทางขยันขันแข็งคล่องแคล่ว
หากใครไปเที่ยวป่าดงนาทามลองโทร. ไปติดต่อดูนะครับ
ผมว่านายแว่นคงดีใจหลายที่มีเพื่อนๆ มาเที่ยวกัน
|
 |
|
นอกจากนายแว่นแล้วก็ยังมีท่านประเวส หอมชื่น ปลัด อบต.นาโพธิ์กลาง
ที่นอกจากจะทำงานเก่งแล้ว ยังมากไปด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น
โดยเฉพาะเรื่องสมุนไพรที่มีอยู่หลากหลายชนิดในป่าดงนาทามแห่งนี้
ทั้งยังมีพลพรรคของนายแว่นอีกหลายท่าน
ทีมาช่วยสร้างความสนุกสนานเฮฮาให้ทริปนี้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น
|
 |
 |
นายแว่นจอดรถกลางป่า
สภาพแวดล้อมตอนนี้รายรอบไปด้วยต้นไม้รกครึ้ม
สำหรับคนที่ชอบธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพรแล้วคงถูกใจเหมือนผม
นี่แหละหรือที่เขาเรียก ดงนาทาม
แสงตะวันเริ่มมอดจางลงไปทุกที จากที่สีแดงประกายแสบตา
ตอนนี้เริ่มอ่อนแสงเรื่อเรือง ท้องฟ้าพลอยเปลี่ยนสีไปกะเขาด้วย
เริ่มเป็นสีส้มตรงเส้นขอบฟ้า ขึ้นไปหน่อยก็เริ่มมืดดำ
พวกเราต้องเร่งฝีเท้าไปยังเสาเฉลียงคู่ก่อนที่แสงจะหมด
จุดนั้นท่านปลัดประเวส
บอกว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากจุดหนึ่งของดงนาทาม
|
 |
ระหว่างทางเดินบนพลาญหินกว้างมีดอกไม้ดินขึ้นอยู่ประปราย
ยั่วยวนให้พวกเราคนแปลกถิ่นเก็บภาพประทับใจไปตลอดเส้นทางเดิน
ขณะเดียวกันสายลมเย็นพัดโชยปะทะผิวราวกับเป็นการต้อนรับอย่างยินดี
|
 |
เสาเฉลียงคู่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
ผมคงเดินไปถึงก่อนที่แสงจะหมด
ในกระเป๋าผมมีไฟฉายพอให้อุ่นใจขึ้นบ้างเมื่อนึกถึงช่วงเวลาเดินกลับ
เราพยามเดินหลีกเลี่ยงการเหยียบดอกไม้ที่ขึ้นอยู่บนผลาญหิน
แม้มันเป็นเพียงต้นไม้ขนาดเล็ก แต่หนึ่งต้นเล็กๆ
เหล่านี้ก็ทำให้จิตใจของเราเบิกบานได้เช่นกัน
|
 |
เสาเฉลียงคู่สองต้นนี้ดูจะโดดเด่นกว่าเสาเฉลียงต้นอื่นๆ
ที่ว่ากันว่ามีอยู่อย่างมากมายในป่าดงนาทาม
ผมพยายามจินตนาการถึงลักษณะรูปร่างของก้อนหินขนาดใหญ่สองก้อนที่เทินอยู่บนเสาหินว่ามีรูปร่างเหมือนกับอะไร
แต่ก็นึกไม่ออก เลยสรุปกับตัวเองว่า
มันเป็นปฏิมากรรมชั้นเทพที่ไม่ต้องการคนเข้าใจหรือยากที่จะเข้าถึง
|
ความมืดเริ่มครอบคลุมไปทั่วบริเวณ
ดวงอาทิตย์หายไปที่หลังยอดไม้สุดสายตา
บริเวณที่โล่งอย่างนี้อากาศหนาวเย็นเริ่มแสดงพลัง แคมป์ที่พักของเราอยู่ที่น้ำตกห้วยพอก
คงไม่ไกลนักหากเราใช้รถกระบะเดินทาง ที่นั่นมีลานกางเต้นท์
และห้องน้ำไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่หลายห้อง จัดได้ว่าสะดวกสบาย
ทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กับผาชะนะได
ที่ซึ่งพรุ่งนี้เราจะไปสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต
นั่นคือการ ดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครๆ ในประเทศไทย
|
ค่ำคืนนี้เป็นอีกคืนหนึ่งที่ผมมีความสุขท่ามกลางความทุกข์ใจบางเรื่อง
(งง....อ่ะดิ) ผมนอนบนเสื่อหน้าเต้นท์ เอากระเป๋ากล้องมาหนุนหัว ข้างๆ
มีทั้งเพื่อนใหม่ และพี่เก่า นั่งล้องวงขับกล่อมเสียงเพลง
แสงไฟจากเศษไม้ให้ความสว่างและอบอุ่น
|
 |
พลันนักร้องในกลุ่มขับกล่อมเพลงคนเก็บฟืน
ผมเลยนึกถึงคนรู้จักคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลงนี้เป็นชีวิตจิตใจเขาเคยบอกว่า
เนื้อหาของเพลงนั้นกินใจมากเหลือเกิน เพลงนี้กับตอนนี้
ทำให้ผมเคลิบเคลิ้มไปกับท้องฟ้าที่มีดวงดาวระยิบระยับพรั่งพราวเต็มท้องฟ้า
ยิ่งท้องฟ้ามืดเป็นสีดำสนิท ดวงดาวก็ยิ่งโดดเด่นสวยมากขึ้นเป็นทวีคูณ
เสียงเพลงค่อยๆ เงียบไปจากวงนักร้องประสานเสียง
กลายเป็นคู่หูดูโอ และนักร้องเดี่ยวในที่สุด หลายคนหลับใหลกันไปแล้ว
น้ำค้างเริ่มแรงจนฮูตคลุมหัวชื้น ถึงเวลาที่ต้องเข้าเต้นท์แล้วซินะ ทั้งๆ
ที่อยากจะนอนชมดาวต่อ ในที่สุดบรรทัดสุดท้ายของไดอารีวันนี้ก็ได้จบลงในเต้นท์ด้วยถ้อยคำว่า
ประทับใจ
 |
เช้านี้ไม่มีเสียงไก่ขัน
ไม่มีเสียงรถยนต์วิ่งผ่านหน้าบ้านให้หนวกหู
ที่นี่มีแต่อากาศหนาวยะเยือก และละอองหมอกโอบกอดรอบตัว
มันเป็นเช้าตรู่ที่สดชื่นแจ่มใสแม้ดวงอาทิตย์ของวันใหม่จะยังไม่ขึ้นมาให้เห็น
เราทุกคนมุ่งหน้าเดินออกจากแคมป์เพื่อไปยังริมหน้าผาชะนะไดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดตั้งแคมป์ของเรามากนัก
เช้านี้แหละที่เราจะเห็นดวงอาทิตย์ก่อนใครในสยาม
|
|
ณ เส้นแวงที่ 105 องศา 37 ลิปดา 17
ฟิลิปดา คือที่ตั้งของผาชะนะได
หน้าผาริมแม่น้ำโขงกั้นระหว่างประเทศไทยของเรา กับ สปป.ลาว
ที่นี่คือจุดอ้างอิงว่า เป็นจุดที่ตั้งอยู่ตะวันออกสุดในประเทศไทย
เส้นแวงคือเส้นลองติจูด (Longitude) เส้นนี้ใช้บอกตำแหน่งบนพื้นโลก
|
 |
จากที่เราเคยได้ร่ำเรียนมาในตอนเด็กก็จะคุ้นกันอยู่ 2 เส้น คือ
เส้นรุ้ง (ละติจูด Latitude) เส้นนี้เป้นเส้นในแนวนอน
มีค่าตั้งแต่ 0 องศาที่เส้นศูนย์สูตร ไปจนถึง 90 องศา ที่บริเวณขั้วโลก (จะเป็น 90
องศาเหนือ หรือ ใต้ ขึ้นอยู่กับการวัดในด้านขึ้น หรือ ลง)
ฉะนั้นพื้นที่แต่ละพื้นที่ที่จึงละติจูดแตกต่างกัน และจะมีสภาพภูมิอากาศต่างกัน
โดยแบ่งเป็นเขตร้อน เขตอบอุ่น และเขตหนาว
 |
อีกเส้นหนึ่ง คือ เส้นแวง
หรือเรียกแบบสากลว่า ลองติจูด (Longitude) คือ เส้นในแนวตั้ง
โดยวัดไปทางตะวันออก หรือตะวันตก ทั้งนี้ตามหลักสากลแล้ว
จะมีเส้นสมมุติในแนวเหนือใต้ที่เรียกกันว่า เส้นไพรม์เมอริเดียน (Prime
Meridian) อยู่ที่หมู่บ้านกรีนิช ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
เส้นนี้จะมีค่าเท่ากับ 0 องศา หากนั้บไปทางตะวันออก ก็บวกไป 180 องศา (+
180) ถ้านับไปทางตะวันตกก็ลบไป 180 องศา (- 180)
|
|
ส่วนประเทศไทยของเรานั้นอยู่ในบริเวณเส้นลองติจูดที่ 105
ตะวันออก หากวัดกันให้ละเอียดถึงบริเวณผาชะนะได ก็จะมีหน่วยย่อยอีก คือ 37
ลิปดา 17 ฟิลิปดา หน่วยนี้คล้ายกับ นาที และวินาที
ซึ่งจะเป็นค่าที่ละเอียดชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ตามหลักแล้วแต่ละองศาของเส้นลองติจูด
จะมีค่าของเวลาแตกต่างกันเส้นละ 4 นาที
|
 |
มาถึงตรงนี้แล้ว ผมเลยไม่ค่อยสนใจหน่วยย่อยเจ้าลิปดา และฟิลิปดาเท่าไรนัก
แต่กลับนึกไปถึงตอนเด็กๆ ที่มีครูหน้าดุคอยพร่ำสอนให้ท่องจำว่า
“ละ นอน......ลอง ตั้ง” หรืออีกวลีหนึ่งคล้ายๆ กัน
“รุ้ง ตะแคง.....แวง ตั้ง” สองวลีนี้ผมจำขึ้นใจ
เลยทำให้จำได้จนถึงวันนี้
 |
“เช้านี้ดวงอาทิตย์ขึ้นที่ผาชะนะได
เวลาหกนาฬิกา ห้านาที......เอิ๊กๆๆ...” พี่จำรัส เซ็นนิล
ผู้สื่อข่าวจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
ปล่อยมุกให้พวกเราขำแต่เช้า หากใครเคยฟังข่าวจากสถานี สวท.
คงจะคุ้นเคยกับเสียงทุ้มๆ หล่อๆ (ตัวจริงพี่จำรัสก็หล่อครับ) กันได้ วันนี้
สวท. มาเองถึงที่ เลยได้ประกาศสดให้ผู้รับฟังรายการสี่ห้าคน
ระหว่างการรอคอยดวงอาทิตย์ขึ้นจากฝั่งลาวอย่างใจจดจ่อ
|
 |
ไม่นานนักขณะที่เรากำลังชื่นชมมวลหมอกบนสายน้ำโขง
ทั้งบนทิวเขาทั้งฝั่ง สปป.ลาว และฝั่งไทย ที่ทอดตัวยาวไปตามสายน้ำ
แสงสีทองแรกก็เปล่งประกายผ่านขอบเมฆขาวออกมาให้เห็น
สีของมันเริ่มเข้มแดงขึ้นอย่างช้าๆ เมฆเคลื่อนตัวหลีกไปทางทิศใต้
เมฆก้อนใหม่ก็เข้ามาบดบังแทนที่ แต่เหมือนจะเว้นระยะให้เราได้กดชัตเตอร์เก็บภาพกันได้ทัน
แสงของดวงอาทิตย์ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
แต่คงไม่มากเท่าคู่รักบางคู่ที่นั่งโอบไหล่กันอยู่ริมหน้าผาตอนนี้
|
ณ
ที่แห่งนี้ถึงแม้ชื่อจะฟังดูออกเป็นการท่องเที่ยวป่าดงพงไพร
แต่บรรยากาศนั้นสร้างความโรแมนติกให้กับคู่รักได้ประทับใจอย่างมิรู้ลืม
แม่น้ำโขง สายน้ำแห่งชีวิต มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นบนสองฟากฝั่ง
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เริ่มต้นขึ้นอย่างสดใส ไม่ว่าวันวานที่ผ่านมาจะเป็นเช่นไร
เราจะจดจำเรื่องที่ผิดพลาดไว้เป็นเพียงบทเรียนไม่ใช่เพื่อตอกย้ำให้ช้ำชอกใจ
เพราะว่า “ชีวิตใหม่ของเรานั้น
เริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน”
ขอเป็นกำลังใจให้สำหรับคนที่กำลังคิดว่า สิ้นหวัง ครับ
นุ บางบ่อ....เรื่อง / ภาพ
ออนไลน์เมื่อ...27 มกราคม 2552
เรื่องท่องเที่ยวผจญภัยอีกมากมาย
ภาพแถม
| ขอขอบคุณ / สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม |
|
อำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง :
คุณนพรัตน์ กอกหวาน
คุณธงชัย แสนทวีสุข
และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี
โทร.045 243 770 , 045 250 714
www.tatubon.org
ความอนุเคราะห์ด้านการพาเที่ยวชมวิถีชีวิตท้องถิ่น :
ท่านายก อบต. คำเขื่อนแก้ว อ.ชานุมาน
จ.อำนาจเจริญ
ข้อมูลประวัติศาสตร์ในช่วง สงครามชิงประชาชน
:
ลุงลาเมง
มิตรภาพ และความสะดวกสบาย ที่ป่าดงนาทาม :
ท่านปลัดประเวส หอมชื่น
นายแว่น และเพื่อนๆ
อบต. นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี
โทร. 045 381 063
www.phachanadai.th.gs
วิถีชีวิตท้องถิ่นบ้านอีสาน แบบดั้งเดิม :
ชาวบ้านซะซอม
โทร.045 410 102 , 086 255 536
ที่พักสบายๆ ใน อ.โขงเจียม :
อารยารีสอร์ท
โทร. 0 4535 1191
ความรู้เรื่องม้าพันธุ์พื้นเมือง ใน
อ.โขงเจียม :
อาจารย์ชูชาติ วารปรีดี (ครูนอกคอก
แห่งรายการคนค้นคน)
และอีกหลายๆ รอยยิ้มในจังหวัดอุบลราชธานี
ที่ทำให้ผมเขียนเรื่องนี้เสร็จสมบูรณ์
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ผาชะนะได เช้านี้ที่รอคอย
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 12
Re: ผาชะนะได เช้านี้ที่รอคอย
Re: ผาชะนะได เช้านี้ที่รอคอย
Re: ผาชะนะได เช้านี้ที่รอคอย
Re: ผาชะนะได เช้านี้ที่รอคอย