แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
 
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวผจญภัย

สกู๊ปพิเศษ พบปล่องภูเขาไฟกว่า 30 ปล่อง และทุ่งบัวตองแห่งใหม่

เอ็มเว็บ:ท่องเที่ยว! : แม่ฮ่องสอน : ดอกบัวตอง : ปางมะผ้า : บ้านกึ๊ดสามสิบ : ถ้ำ

สกู๊ปพิเศษ พบปล่องภูเขาไฟกว่า 30 ปล่อง และทุ่งบัวตองแห่งใหม่ ที่แม่ฮ่องสอน

นุ บางบ่อ / เรื่อง
น้องเมย์ , Poseidon / ภาพ


ปล่องภูเขาไฟ หรือโพรงถ้ำแรก ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 6 เมตร

จากข่าวดังเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 46 ที่ผ่านมา ถึงการค้นพบหลุมขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้ายปล่องภูเขาไฟ ลึกลงไปใต้พื้นพิภพนับร้อยเมตร กว่า 30 หลุม ในเขตพื้นที่บ้านกึ๊ดสามสิบ ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว เป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าลีซอ และเป็นพื้นที่เป้าหมายการปราบปรามยาเสพติด ของ จ.แม่ฮ่องสอน

นับตั้งแต่ข่าวดังกล่าวนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไป หมู่บ้านกึ๊ดสามสิบ ที่อยู่ห่างไกลต่อความเจริญ และการคมนาคม ได้กลับกลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยว ที่นิยมชมชอบการท่องเที่ยวในรูปแบบผจญภัยกันเป็นอย่างมาก โดยต่างมุ่งหวังว่าอยากจะเดินทางไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่า หลุมดังกล่าวที่กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณหมู่บ้านกึ๊ดสามสิบนั้น เป็นหลุมที่เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และจะมีความลึกขนาดไหน นอกจากนั้น แล้วยังเกิดคำถามต่ออีกว่า ในหมู่บ้านที่ห่างไกลต่อการคมนาคมนี้ จะยังมีอะไรอื่นที่น่าสนใจอยู่อีกบ้าง ?

วันนี้ทีมงานของเราจึงเร่งเดินทางไปเก็บภาพ และรายละเอียดมาให้ชมกัน ...

การเดินทางสู่หมู่บ้านกึ๊ดสามสิบ ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ลำบากสักหน่อย แถมพ่วงท้ายมาด้วยเป็นหมู่บ้านเป้าหมายการปราบปรามยาเสพติด และเพิ่งจะมีการเข้ากวาดล้าง จนถึงขั้นปะทะกันไปหมาดๆ ซึ่งในวันที่ 28 พ.ย. 46 วันที่ทีมงานเดินทางไปถึง อ.ปางมะผ้า ก็บังเอิญได้ยินได้ฟังเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยุโต้ตอบกัน ถึงการปะทะกันอีกครั้งในบริเวณชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน ข่าวล่าสุดนี้ทำให้พวกเราทั้งหมดที่กำลังมึนๆ งงๆ กับอาการเมาโค้งอยู่นั้น หายเป็นปลิดทิ้งในทันที แต่ก็ยังพออุ่นใจได้บ้างที่ทาง จ.แม่ฮ่องสอน โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ได้กรุณาให้ความอนุเคราะห์แก่คณะเรา โดยท่านได้ผสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของ อ.ปางมะผ้า ไว้เป็นการล่วงหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คณะเรามาก่อนหน้าแล้ว

หมู่บ้านกึ๊ดสามสิบ ตั้งอยู่ห่างจาก อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เป็นระยะทาง 18 กม. ต้องใช้รถกระบะที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ เดินทางเข้าไป ในฤดูฝนรถยนต์ไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้ ตลอดสองข้างทางมีสภาพเป็นป่าเขา นานๆ จึงจะพบหมู่บ้านของชาวเขาสักหมู่บ้านหนึ่ง

ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า คณะเราได้มาถึงหมู่บ้านกึ๊ดสามสิบ ก็พบกับความประหลาดใจกับสิ่งแรกที่ได้เห็น คือ ทุ่งดอกบัวตองเหลืองอร่ามทั่วไปทั้งหมู่บ้าน !! ตั้งแต่ชายเขาด้านล่างอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนบ้านกึ๊ดสามสิบ เรื่อยไปจนถึงบนเขาซึ่งเป็นที่ตั้งหมู่บ้าน ของชาวเขาเผ่าลีซอ ทุ่งบัวตองแห่งนี้ ดูงดงามและยิ่งใหญ่ไม่แพ้ที่ดอยอูคอ อ.ขุนยวมเลย แต่ก็คงมีข้อด้อยอยู่ที่การเดินทางเข้ามาชมที่ค่อนข้างลำบาก ทั้งนี้ทางจังหวัดก็มีนโยบายเร่งพัฒนาให้หมู่บ้านแห่งนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ จ.แม่ฮ่องสอน อีกหน่อยอาจจะเป็นปีหน้าเราคงไม่ต้องมุ่งไปที่ อ.ขุนยวม เพียงแห่งเดียวนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับชาว อ.ปางมะผ้า และนักท่องเที่ยวทุกคน

ปล่องภูเขาไฟ
ผมขอหยุดเรื่องทุ่งดอกบัวตอง ที่งดงามไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน เพราะที่นี่ยังมีเรื่องสำคัญที่ผมดั้นด้นมาเพื่อถ่ายภาพมาให้ชมกัน นั่นคือ
ปล่องภูเขาไฟกว่า 30 ปล่อง (จะเป็นปล่องภูเขาไฟ หรือ โพรงถ้ำ สันนิษฐานนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์ ในที่นี้ผมขอเรียกตามผู้คนส่วนใหญ่ไปก่อน) ห่างออกไปจากหมู่บ้านประมาณประมาณ 200 เมตร ด้านทิศตะวันตกเป็นจุดที่ตั้งของปล่องภูเขาไฟ ปล่องแรกที่คณะของเราได้เดินทางเข้าไป ดูเหมือนจะเป็นปล่องที่เดินทางเข้าไปได้สะดวกที่สุด แม้จะต้องเดินลุยป่าสักหน่อย จากสภาพเส้นทางมีร่องรอยของชาวบ้านเดินมาก่อนบ้างแล้ว นายยอดชาย เปรมวชิระนนท์ อดีตสมาชิก อบต. ของหมู่บ้าน บอกกับคณะเราว่า ก่อนหน้านี้มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น 4 – 5 คน ได้เดินทางเข้ามา พร้อมอุปกรณ์การโรยตัวลงไป แต่ก็ลงไปได้ไม่ถึง 10 เมตร ก็ต้องรีบขึ้นมาเพราะรู้สึกว่าด้านล่างไม่มีอากาศหายใจ

การทำงานเก็บภาพในบริเวณนี้ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง เพราะบริเวณปาก หรือขอบปล่อง ยังไม่มีแนวป้องกันภัย การลื่นพลัดตกลงไปอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ปล่องแรก ที่อยู่ใกล้หมู่บ้านที่สุดนี้ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 เมตร หินที่ปากปล่องมีลักษณะคล้ายหินปูนตามถ้ำทั่วๆ ไป เมื่อมองลงไปตามผนังบางจุดมีลักษณะคล้ายหินงอกหินย้อย ชาวบ้านได้ทดลองโยนก้อนหินที่มีน้ำหนักประมาณ 1 กก. ลงไป ต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งจึงจะได้ยินเสียงหินก้อนก้อนนั้นกระทบ ซึ่งไม่แน่ใจว่ากระทบกับพื้น หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในปล่องที่ลึกลงไปใต้พิภพนี้ จากทัศนคติของผมเอง หากโรยตัวลงไปนั้นสามารถกระทำได้ แต่การกลับขึ้นมานั้นเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว ผมจึงหายแปลกใจว่าทำไมกลุ่มของชาวญี่ปุ่นจึงลงไปได้ไม่ลึกนัก

ถัดจากจุดแรก คณะของเราได้เดินต่อไปยัง จุดที่สอง จุดที่สองต้องเดินลงไปในหุบซึ่งมีลำห้วยเล็กเป็นสายน้ำไหลอยู่ และสองข้างทางเป็นป่าขึ้นปกคลุม บางครั้งต้องหมอบก้มเดินไป จุดนี้มีลักษณะเป็นหลืบหินที่แยกตัวออกเกิดเป็นโพรงลึกลงไป คือปากปล่องไม่เป็นลักษณะกลม แต่กลับเป็นลักษณะวงลีแคบๆ หินที่ปากปล่องเป็นหินที่มีลักษณะเช่นเดียวกับจุดแรก

ชาวบ้านได้บอกกับคณะเราว่าในบริเวณหมู่บ้านกึ๊ดสามสิบนี้ จะมีปล่อง หรือโพรง ที่ลึกลงไปแบบนี้ 30 กว่าปล่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกว่าทำไมลักษณะคล้ายๆ กันนี้ถึงมาเกิดบริเวณเดียวกันนี้อย่างมากมาย

อีกบริเวณหนึ่งที่น่าสนใจ คือบริเวณที่ชาวบ้านเรียกว่า ลานหินภูเขาไฟ ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน มีหินรูปร่างแปลกตาแต่ละก้อนมีความกว้าง 1 – 2 เมตร กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เมื่อมองจากระยะไกลก็จะเห็นถึงความงดงามแปลกตาไปอีกแบบ ชาวบ้านสันนิษฐานกันว่า หินเหล่านี้เกิดจากการระเบิดของของภูเขาไฟดังกล่าว

ปัจจุบบันทาง จ.แม่ฮ่องสอน มีแผนการพัฒนาหมู่บ้านกึ๊ดสามสิบ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชนในพื้นที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ได้จากการเกษตรกรรมแต่เพียงอย่างเดียว

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ชาวบ้านกึ๊ดสามสิบ จะไม่ติดอยู่กับห้วงเหว (กึ๊ด ภาษาลีซอ แปลว่า เหว) ของยาเสพติดอีกต่อไป การพัฒนากำลังเริ่มต้นขึ้น หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ ระดมกำลังเข้าพื้นที่เสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ครูอาจารย์ปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ถึงแม้จะต้องสู้ท่ามกลางความขาดแคลน แต่ผมเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะสำเร็จ ผ่านพ้นไปได้ ด้วยพลังของทุกคนที่จะร่วมแรงร่วมใจช่วยกันหยิบยื่นให้ในโอกาสต่อไป


เจ้าหน้าที่ - ชาวบ้าน และทีมงาน

มีต้นไม้ใหญ่สูงขึ้นมาจากขอบปล่อง

มอสเกาะบริเวณขอบปล่อง ลึกลงไปมืดสนิท

ปากปล่องที่สอง มีลักษณะไม่กลมเหมือนปล่องแรก


การเดินทางสู่ปล่องที่สอง


หินที่ชาวบ้านเชื่อกันว่า เป็นสะเก็ดหินจากภูเขาไฟ แต่ละก้อนมีความยาวประมาณ 1-2 เมตร

บริเวณลานหินภูเขาไฟ เป็นที่โลงบนเนินเขาหลังหมู่บ้าน

ทุ่งดอกบัวตองที่ยิ่งใหญ่ ไม่แพ้ที่ดอยแม่อูคอ

มุมมองจากหลังหลังหมู่บ้าน เห็นความยิ่งใหญ่ของทุ่งดอกบัวตอง


อีกมุมหนึ่ง ที่เห็นทุ่วบัวตองเต็มหมู่บ้าน


หมู่บ้านกึ๊ดสามสิบบริเวณเชิงเขา

พาหนะในการเดินทาง ต้อง 4 x 4 เท่านั้น

บ้านที่เรียบง่ายของชาวลีซอ

โรงเรียนบ้านกึ๊ดสามสิบ ที่ยังขาดแคลนไปเสียทุกอย่าง มีเด็กนักเรียน 203 คน และครู 13 คน เปิดสอนถึงชั้น ม.3

เส้นทางสู่บ้านกึ๊ดสามสิบ บางช่วงเป็นทุ่งโล่งสวยงาม


สาวชาวลีซอ ในชุดประจำเผ่า


ดอกบัวตองที่กำลังบานสะพรั่ง รอคอยการมาเยือน

น้องเมย์ กับสาวๆ ชาวลีซอ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
ถ้ำปลาตาบอด
ปีนหน้าผาสู่ถ้ำผีแมน

คุยกับ จอห์น สปีส์ นักสำรวจถ้ำตัวยงแห่งแม่ฮ่องสอน

ติดต่อคนในหมู่บ้านกึ๊ดสามสิบ เพื่อนำชม
คุณยอดชาย เปรมวชิระนนท์
โทร. 0-5361-9164


ขอขอบคุณ
นายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ท่านนายอำเภอ , ท่านปลัดอำเภอ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน
สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 
โทร.0-5361-1808 
หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยว จังหวัดแม่ฮ่องสอน



 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 


   

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: สกู๊ปพิเศษ พบปล่องภูเขาไฟกว่า 30 ปล่อง และทุ่งบัวตองแห่งใหม่

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 92

  1. Re: สกู๊ปพิเศษ พบปล่องภูเขาไฟกว่า 30 ปล่อง และทุ่งบัวตองแห่งใหม่

    • ความคิดเห็นที่92
    • ที่กึ๊ดสามสิบ และบริเวณอำเถอปางมะผ้า เป็นหินปูน ครับ
      ปล่องที่ว่านั้นไม่ใช่ปล่องภูเขาไฟ แต่เป็นปล่องที่เกิดจากการยุบตัวของถ้ำใต้ดิน
      ส่วนหินสีขาวๆทีโผล่มาเหนือดินตามภาพนั้น เป็นป่าหิน(Karen) ที่เกิดบนผิวบนของเขาหินปูน เดิมจะเกิดอยู่ใต้ผิวดิน พอหน้าดินถูกกัดเซาะหายไป ก็เลยโผล่มาให้เห็น
      ภูมิประเทศแบบนี้ทางธรณีวิทยาเรียกว่า ภูมิประเทศแบบคาสต์(Karst topography) จะมีลักษณะเฉพาะของเขาหินปูนที่มีถ้ำเยอะ มีลักษณะตะปุ่มตะป่ำเป็นแอ่งหลุมยุบ สลับกับหน้าผาชัน หรือแท่งหิน
    • Alek รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: Alek
      • เมื่อ[11 กุมภาพันธ์ 2550 - 12:10 น.]
      • IP[124.121.61.XXX]

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้