จากข่าวดังเมื่อวันที่
30 พ.ย. 46 ที่ผ่านมา
ถึงการค้นพบหลุมขนาดใหญ่
มีลักษณะคล้ายปล่องภูเขาไฟ
ลึกลงไปใต้พื้นพิภพนับร้อยเมตร
กว่า 30 หลุม
ในเขตพื้นที่บ้านกึ๊ดสามสิบ
ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว
เป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าลีซอ
และเป็นพื้นที่เป้าหมายการปราบปรามยาเสพติด
ของ จ.แม่ฮ่องสอน
นับตั้งแต่ข่าวดังกล่าวนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไป
หมู่บ้านกึ๊ดสามสิบ
ที่อยู่ห่างไกลต่อความเจริญ
และการคมนาคม
ได้กลับกลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยว
ที่นิยมชมชอบการท่องเที่ยวในรูปแบบผจญภัยกันเป็นอย่างมาก
โดยต่างมุ่งหวังว่าอยากจะเดินทางไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่า
หลุมดังกล่าวที่กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณหมู่บ้านกึ๊ดสามสิบนั้น
เป็นหลุมที่เกิดขึ้นมาได้อย่างไร
และจะมีความลึกขนาดไหน
นอกจากนั้น แล้วยังเกิดคำถามต่ออีกว่า
ในหมู่บ้านที่ห่างไกลต่อการคมนาคมนี้
จะยังมีอะไรอื่นที่น่าสนใจอยู่อีกบ้าง
?
วันนี้ทีมงานของเราจึงเร่งเดินทางไปเก็บภาพ
และรายละเอียดมาให้ชมกัน
...
การเดินทางสู่หมู่บ้านกึ๊ดสามสิบ
ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ลำบากสักหน่อย
แถมพ่วงท้ายมาด้วยเป็นหมู่บ้านเป้าหมายการปราบปรามยาเสพติด
และเพิ่งจะมีการเข้ากวาดล้าง
จนถึงขั้นปะทะกันไปหมาดๆ
ซึ่งในวันที่ 28 พ.ย. 46
วันที่ทีมงานเดินทางไปถึง
อ.ปางมะผ้า
ก็บังเอิญได้ยินได้ฟังเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยุโต้ตอบกัน
ถึงการปะทะกันอีกครั้งในบริเวณชายแดน
จ.แม่ฮ่องสอน
ข่าวล่าสุดนี้ทำให้พวกเราทั้งหมดที่กำลังมึนๆ
งงๆ
กับอาการเมาโค้งอยู่นั้น
หายเป็นปลิดทิ้งในทันที
แต่ก็ยังพออุ่นใจได้บ้างที่ทาง
จ.แม่ฮ่องสอน
โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด
ได้กรุณาให้ความอนุเคราะห์แก่คณะเรา
โดยท่านได้ผสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของ
อ.ปางมะผ้า
ไว้เป็นการล่วงหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คณะเรามาก่อนหน้าแล้ว
หมู่บ้านกึ๊ดสามสิบ
ตั้งอยู่ห่างจาก อ.ปางมะผ้า
จ.แม่ฮ่องสอน เป็นระยะทาง
18 กม.
ต้องใช้รถกระบะที่ขับเคลื่อน
4 ล้อ เดินทางเข้าไป
ในฤดูฝนรถยนต์ไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้
ตลอดสองข้างทางมีสภาพเป็นป่าเขา
นานๆ
จึงจะพบหมู่บ้านของชาวเขาสักหมู่บ้านหนึ่ง
ประมาณ
1 ชั่วโมงกว่า
คณะเราได้มาถึงหมู่บ้านกึ๊ดสามสิบ
ก็พบกับความประหลาดใจกับสิ่งแรกที่ได้เห็น
คือ ทุ่งดอกบัวตองเหลืองอร่ามทั่วไปทั้งหมู่บ้าน
!!
ตั้งแต่ชายเขาด้านล่างอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนบ้านกึ๊ดสามสิบ
เรื่อยไปจนถึงบนเขาซึ่งเป็นที่ตั้งหมู่บ้าน
ของชาวเขาเผ่าลีซอ
ทุ่งบัวตองแห่งนี้
ดูงดงามและยิ่งใหญ่ไม่แพ้ที่ดอยอูคอ
อ.ขุนยวมเลย
แต่ก็คงมีข้อด้อยอยู่ที่การเดินทางเข้ามาชมที่ค่อนข้างลำบาก
ทั้งนี้ทางจังหวัดก็มีนโยบายเร่งพัฒนาให้หมู่บ้านแห่งนี้
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ
จ.แม่ฮ่องสอน
อีกหน่อยอาจจะเป็นปีหน้าเราคงไม่ต้องมุ่งไปที่
อ.ขุนยวม
เพียงแห่งเดียวนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับชาว
อ.ปางมะผ้า
และนักท่องเที่ยวทุกคน
ปล่องภูเขาไฟ
ผมขอหยุดเรื่องทุ่งดอกบัวตอง
ที่งดงามไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน
เพราะที่นี่ยังมีเรื่องสำคัญที่ผมดั้นด้นมาเพื่อถ่ายภาพมาให้ชมกัน
นั่นคือ ปล่องภูเขาไฟกว่า
30 ปล่อง (จะเป็นปล่องภูเขาไฟ
หรือ โพรงถ้ำ
สันนิษฐานนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์
ในที่นี้ผมขอเรียกตามผู้คนส่วนใหญ่ไปก่อน)
ห่างออกไปจากหมู่บ้านประมาณประมาณ
200 เมตร
ด้านทิศตะวันตกเป็นจุดที่ตั้งของปล่องภูเขาไฟ
ปล่องแรกที่คณะของเราได้เดินทางเข้าไป
ดูเหมือนจะเป็นปล่องที่เดินทางเข้าไปได้สะดวกที่สุด
แม้จะต้องเดินลุยป่าสักหน่อย
จากสภาพเส้นทางมีร่องรอยของชาวบ้านเดินมาก่อนบ้างแล้ว
นายยอดชาย เปรมวชิระนนท์
อดีตสมาชิก อบต.
ของหมู่บ้าน
บอกกับคณะเราว่า ก่อนหน้านี้มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น
4 5 คน ได้เดินทางเข้ามา
พร้อมอุปกรณ์การโรยตัวลงไป
แต่ก็ลงไปได้ไม่ถึง 10
เมตร
ก็ต้องรีบขึ้นมาเพราะรู้สึกว่าด้านล่างไม่มีอากาศหายใจ
การทำงานเก็บภาพในบริเวณนี้
ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง
เพราะบริเวณปาก
หรือขอบปล่อง
ยังไม่มีแนวป้องกันภัย
การลื่นพลัดตกลงไปอาจเกิดขึ้นได้เสมอ
ปล่องแรก
ที่อยู่ใกล้หมู่บ้านที่สุดนี้
มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
6 เมตร
หินที่ปากปล่องมีลักษณะคล้ายหินปูนตามถ้ำทั่วๆ
ไป
เมื่อมองลงไปตามผนังบางจุดมีลักษณะคล้ายหินงอกหินย้อย
ชาวบ้านได้ทดลองโยนก้อนหินที่มีน้ำหนักประมาณ
1 กก. ลงไป
ต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งจึงจะได้ยินเสียงหินก้อนก้อนนั้นกระทบ
ซึ่งไม่แน่ใจว่ากระทบกับพื้น
หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในปล่องที่ลึกลงไปใต้พิภพนี้
จากทัศนคติของผมเอง
หากโรยตัวลงไปนั้นสามารถกระทำได้
แต่การกลับขึ้นมานั้นเป็นเรื่องที่ยากมากทีเดียว
ผมจึงหายแปลกใจว่าทำไมกลุ่มของชาวญี่ปุ่นจึงลงไปได้ไม่ลึกนัก
ถัดจากจุดแรก
คณะของเราได้เดินต่อไปยัง
จุดที่สอง
จุดที่สองต้องเดินลงไปในหุบซึ่งมีลำห้วยเล็กเป็นสายน้ำไหลอยู่
และสองข้างทางเป็นป่าขึ้นปกคลุม
บางครั้งต้องหมอบก้มเดินไป
จุดนี้มีลักษณะเป็นหลืบหินที่แยกตัวออกเกิดเป็นโพรงลึกลงไป
คือปากปล่องไม่เป็นลักษณะกลม
แต่กลับเป็นลักษณะวงลีแคบๆ
หินที่ปากปล่องเป็นหินที่มีลักษณะเช่นเดียวกับจุดแรก
ชาวบ้านได้บอกกับคณะเราว่าในบริเวณหมู่บ้านกึ๊ดสามสิบนี้
จะมีปล่อง หรือโพรง
ที่ลึกลงไปแบบนี้ 30
กว่าปล่อง
ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกว่าทำไมลักษณะคล้ายๆ
กันนี้ถึงมาเกิดบริเวณเดียวกันนี้อย่างมากมาย
อีกบริเวณหนึ่งที่น่าสนใจ
คือบริเวณที่ชาวบ้านเรียกว่า
ลานหินภูเขาไฟ
ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน
มีหินรูปร่างแปลกตาแต่ละก้อนมีความกว้าง
1 2 เมตร
กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป
เมื่อมองจากระยะไกลก็จะเห็นถึงความงดงามแปลกตาไปอีกแบบ
ชาวบ้านสันนิษฐานกันว่า
หินเหล่านี้เกิดจากการระเบิดของของภูเขาไฟดังกล่าว
ปัจจุบบันทาง
จ.แม่ฮ่องสอน
มีแผนการพัฒนาหมู่บ้านกึ๊ดสามสิบ
ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชนในพื้นที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
จากเดิมที่ได้จากการเกษตรกรรมแต่เพียงอย่างเดียว
นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง
ที่ชาวบ้านกึ๊ดสามสิบ
จะไม่ติดอยู่กับห้วงเหว (กึ๊ด
ภาษาลีซอ แปลว่า เหว)
ของยาเสพติดอีกต่อไป
การพัฒนากำลังเริ่มต้นขึ้น
หน่วยงานราชการ ทหาร
ตำรวจ
ระดมกำลังเข้าพื้นที่เสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง
ครูอาจารย์ปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ถึงแม้จะต้องสู้ท่ามกลางความขาดแคลน
แต่ผมเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะสำเร็จ
ผ่านพ้นไปได้
ด้วยพลังของทุกคนที่จะร่วมแรงร่วมใจช่วยกันหยิบยื่นให้ในโอกาสต่อไป
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: สกู๊ปพิเศษ พบปล่องภูเขาไฟกว่า 30 ปล่อง และทุ่งบัวตองแห่งใหม่
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 92
Re: สกู๊ปพิเศษ พบปล่องภูเขาไฟกว่า 30 ปล่อง และทุ่งบัวตองแห่งใหม่
ปล่องที่ว่านั้นไม่ใช่ปล่องภูเขาไฟ แต่เป็นปล่องที่เกิดจากการยุบตัวของถ้ำใต้ดิน
ส่วนหินสีขาวๆทีโผล่มาเหนือดินตามภาพนั้น เป็นป่าหิน(Karen) ที่เกิดบนผิวบนของเขาหินปูน เดิมจะเกิดอยู่ใต้ผิวดิน พอหน้าดินถูกกัดเซาะหายไป ก็เลยโผล่มาให้เห็น
ภูมิประเทศแบบนี้ทางธรณีวิทยาเรียกว่า ภูมิประเทศแบบคาสต์(Karst topography) จะมีลักษณะเฉพาะของเขาหินปูนที่มีถ้ำเยอะ มีลักษณะตะปุ่มตะป่ำเป็นแอ่งหลุมยุบ สลับกับหน้าผาชัน หรือแท่งหิน
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์