แนะนำสถานที่ ท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม  การเดินทาง ร้านอาหาร   ทัวร์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ดอกไม้
  ค้นหาเรื่องท่องเที่ยว
  Untitled Document
ภาพเด็ดวันนี้
เก็บตกมาฝาก
แพ็คเกจทัวร์
สนุก! คาราวาน
เรื่องของคนชอบเที่ยว
เที่ยวไปกินไป
ที่พักประทับใจ
ดูนก, ผีเสื้อ
ถามทาง
รีสอร์ท & สปา ทั่วไทย
อุปกรณ์ท่องเที่ยว
ผลัดกันไปชิม
ทริปเด็ดห้ามพลาด
ภาคเหนือ
ภาคกลาง
ภาคอีสาน
ภาคตะวันออก
ภาคใต้
ร้านอาหาร
ท่องราตรี
สองเท้าพาเดิน
เทศกาลงานเมือง
ช๊อปปิ้ง
เที่ยวผจญภัย
เที่ยวทะเล-ดำน้ำ
จักรยานเสือภูเขา
เที่ยวอนุรักษ์
ราคาทัวร์ทั่วไทย
วอลล์เปเปอร์
สายด่วนท่องเที่ยว
รวมเว็บท่องเที่ยว
เรื่องจากทางบ้าน
ข่าวท่องเที่ยว
บล็อค ท่องเที่ยว
เรื่องท่องเที่ยวต่างแดน
helper end
 
เที่ยวอนุรักษ์
เที่ยวอนุรักษ์

สำรวจเส้นทาง..สนุก!คาราวาน ครั้งที่ 4

キテヤサハモテヌィハケリ。、メテメヌメケ4

    โดนลากไปอีสานแดนหมอลำและเสียงแคน เพื่อไปสำรวจเส้นทาง สนุก!คาราวาน 4  สมาชิก 4 ชีวิตเป็นชายซะ3 หญิงอีก1 (กล้ามาอีกเนอะ) จุกแรกที่เราแวะพักคือจุดพักรถเขื่อนลำตะคอง


จากนั้นรถก็แล่นสู่ตัวเมืองโคราชราวๆ ตี1 กว่าๆ เห็นจะได้ สาวที่เราหิ้วมาด้วยนอนหลับไม่รู้เรื่องเลย (ในใจน่าจะทิ้งไว้ที่ปั๊มนี้ดีไหมเนี่ย) พวกเราใช้เวลาพักรถสำรวจเส้นทาง และมานั่งถกเถียงกันว่าจะไปทางไหนดี สรุปกันว่าปั๊มนี้แหละคือจุดพักรถจุดแรกของคาราวาน4 ในครั้งนี้ จากนั้นเราจะใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 226 ผ่านอำเภอโชคชัย บุรีรัมย์ ศรีสะเกษและมุ่งสู่จุดหมายเขาพระวิหาร พวกเราเดินทางมาถึงอำเภอกันทรลักษณ์ตอนรุ่งเช้าและแวะกินข้าวที่ร้านต้มเลือดหมูโดยมีพี่ธง เจ้าหน้าที่ ททท. มารอต้อนรับและเป็นไกด์พาเราไปตลอดทริปในครั้งนี้

ผามออีแดง

ทางเข้าสู่กัมพูชา

ตลาดหน้าทางขึ้นปราสาท

บรรไดทางขึ้นปราสาท

โคปุระชั้น5 ปราสาทชั้นนอกสุด
จากนั้นเราก็ออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร(ของกัมพูชาไปละเสียดายจัง) ซึ่งที่นี่จะเป็นจุดพักทานอาหารเช้าของชาวคาราวาน4 เพราะสถานที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นพันๆ คน อาหารก็มีให้บริการหลายร้าน วันจริงเราจะทำพิธีเปิดกันที่นี่ด้วย ส่วนวันนี้ขอชมสถานที่แบบนักท่องเที่ยวก่อน เริ่มจากไปถ่ายรูปตัวเองกับผามออีแดง และก็ถ่ายให้เพื่อนสาวก่อนจะลากกันไปชายแดนข้ามไปชมความงามของปราสาทเขาพระวิหาร ก่อนถึงอย่าลืมแวะชมความงามของภาพสลักหินนูนต่ำ ซึ่งสันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยมีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 15 ระหว่าง พ.ศ. 1465-1490 จากตรงนี้เราต้องเสียค่าผ่านแดนฝั่งไทย 5 บาท พอจะขึ้นปราสาทเสียอีกคนละ 50 บาท ด้วยครับ ตลอดเส้นทางเดินขึ้นปราสาทก็จะมีชาวกัมพูชาวางจำหน่ายสินค้าหลากหลาย มีทั้งพลอย เหล้า บุหรี่ (ไม่จำเป็นอย่าซื้อเพราะจะไม่สามารถนำข้ามกลับมาฝั่งไทยได้เพราะมันผิดกฏหมาย)  
ปราสาทเขาพระวิหารตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา ทำให้เกิดกรณีพิพาทโต้แย้งขึ้นว่าใครจะเป็นผู้ครอบครองและดูแลปราสาทหินแห่งนี้ กระทั่งวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศก็ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ทั้งๆ ที่ด้านหน้าและทางขึ้นลงปราสาทอยู่ทางฝั่งประเทศไทย (มันน่าเสียดายมากที่มันควรจะเป็นสมบัติของคนไทยเรา)
     องค์ปราสาทสร้างในพุทธศตวรรษที่ 16 พ.ศ. 1545 - 1593 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่  1 ทรงสร้างและสถาปณาศรีศิขเรศวร อันหมายถึงที่ประทับของพระอิศวร ต่อมาได้ทำการก่อสร้างเพิ่มเติมอีกหลายรัชกาลกว่าจะแล้วเสร็จ เขาพระวิหารอ่านตามภาษาเขมรว่า เปรี๊ยะ วิเฮียร์ (Phrea vihear) มีการจารึกไว้อีกชื่อว่า ภวาลัย ภายหลังมีชื่ออื่นๆ คือ ศรีศิขรีศวรวีราศรม และ ตปัสวีนทราศรม สุดท้ายก็รู้จักกันในชื่อเขาพระวิหาร ปราสาทมีความยาว 800 เมตร ตามแนวเหนือใต้ ทางเข้าสู่ปราสาทประธานนั้น มีโคปุระคั่นอยู่ 5 ชั้น (ปกติจะนับจากชั้นในออกมา ดังนั้นโคปุระชั้นที่ 5 จึงเป็นส่วนที่ผู้เข้าชมจะพบเป็นส่วนแรก) โคปุระชั้นที่ 5 เป็นศิลปะแบบเกาะแกร์ ยังมีร่องรอยสีแดงที่เคยประดับตกแต่งตัวปราสาทเอาไว้ แต่ส่วนหลังคากระเบื้องนั้นหายไปหมดแล้ว สำหรับโคปุระชั้นที่ 4 เป็นศิลปะสมัยหลัง คือ แคลง/บาปวน และมีหน้าบันด้านนอกทางทิศใต้ ถือเป็น "หนึ่งในผลงานชิ้นเอกอุของปราสาทเขาพระวิหาร" เป็นภาพสลักการกวนเกษียรสมุทรขององค์พระนารายณ์ สำหรับโคปุระชั้นที่ 3 นั้นมีขนาดใหญ่สุด และขนาบด้วยห้องสองห้อง ก่อนเข้าสู่ปราสาทประธาน


ซาลาเปาหลากหลายไส้ ที่บ้านเขาภูแก้ว อ.พิบูลฯ

 
  เราเดินถ่ายรูปอยู่ไม่นานเพราะวันนี้อากาศไม่
อำนวยเมฆมากเกินไป เลยทำให้การถ่ายรูปออกมาไม่สวย เราจึงต้องถอยกลับก่อนถึงปราสาทประธาน จากนั้นคณะก็ออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายที่2 เขื่อนสิรินธร ซึ่งเป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว สร้างกั้นลำโดมน้อย อันเป็นสาขาของแม่น้ำมูล ชมความงามกันนิดก็ไปต่อยังจุดหมายที่3 อำเภอโขงเจียม ระหว่างทางมีร้านขายกระเทียมซึ่งเป็นของดีของจังหวัดศรีะเกษ อย่าลืมอุดหนุนด้วยละ เกือบลืมแวะซื้อซาลาเปาที่ภูเขาแก้วไว้รับทานในรถได้นะรับรองว่าอร่อยและถูก คณะเราแวะพักทานอาหารกลางวันกันริมน้ำโขง แต่วันจริงเราจะแวะให้สมาชิกได้ซื้อปลาสดๆ จากแม่น้ำโขงไปทำรับประทานกันเองในมื้อค่ำ (ทำเผื่อทีม staff ด้วยจะดีมาก ขอบคุณล่วงหน้าครับ อิอิ)
ผมขอแนะนำละกันในฐานะหัวเรือเรื่องปากท้องคาราวานปีก่อนๆ ที่โขงเจียมจะมีปลาแม่น้ำมากมายหลายชนิด ราคาก็ไม่แพง โดยเฉพาะที่มีมากคือ ปลากดเหลือง(ต้มยำน้ำใส) ปลาคัง(ลวกจิ้ม) ปลาเนื้ออ่อน (ทอดกระเทียม)
และกุ้งแม่น้ำ(เผากับต้มยำ) น้ำลายไหล เลือกกันตามสะดวกละกัน ส่วนเครื่องปรุงเตรียมกันไปก่อนจากกรุงเทพฯ เพราะตลาดสดโขงเจียมมีแค่ช่วงเช้า คณะเราไปถึงบ่ายไม่ทันแน่นอน
เมื่อท้องอิ่มก็ไปต่อครับ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะจุดหมายที่ 3 ให้ทุกคนได้ไปยลโฉมแก่งหินกลางลำน้ำมูล ที่นี่มีสะพานแขวนให้ได้ไปถ่ายรูปกันด้วยนะ แวะพักอยู่สักพักพวกเราก็เดินทางกันต่อเพื่อไปยังหมูบ้านที่เราจะไปบริจาคของกัน หมู่บ้านนี้ชื่อหมู่บ้านท่าล้ง ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม มีชนเผ่าบรูอาศัยอยู่ (ชนชาติลาวเดิม) ที่นี่มีโรงเรียนที่เปิดสอนถึง ป.6  มีนักเรียนราวๆ 45 คน แต่ทริปบี้เราจะไปช่วยกันสร้างห้องน้ำสาธารณะให้กับหมู่บ้านกันด้วย เกือบลืมอีกละวันจริงที่เราลงมาบริจาคของ จะมีสินค้าพื้นบ้านจำพวกงานจักรสานมาวางจำหน่าย และก็มีปลาสดๆ มาขายด้วยเพราะอาชีพหลักของหมู่บ้านนี้คือการทำประมงริมโขง รับรองปลาสดแน่นอน
เหนื่อยมาทั้งวัน เดินทางมานานได้เวลาหาที่พักแรมคืนนี้กันละขึ้นผาแต้มหาที่ค้างแรมดีกว่า และโชคดีที่มีบ้านอุทยานเหลือให้เช่าอีกหนึ่งหลัง แต่โชคร้ายของสาวที่ไปคือต้องนอนกับตุ๊กแกหนุ่มที่วิ่งไล่กินแมลงทั่วบ้าน
พวกผู้ชายคงกลัวตุ๊กแก เลยออกมานอนตากน้ำค้างกินลมกันหมดรวมทั้งผมด้วย เป็นการจบหนึ่งวันของการเดินทาง ไว้เดี๋ยวว่างมาเขียนต่อให้ละกันว่าจะพาไปเที่ยวไหนกันดีกับคาราวาน 4 ในปีนี้ แต่อนนี้ขอหลับเอาแรงเตรียมตัวไปดูพระอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้ก่อนละครับ.....

ไว้รอเรื่องของวันที่2 กันต่อนะ......coming soon เด้อ

"Posidon...เรื่อง"


บล็อกของนู๋นุ้ย และ บล็อกของบิ๊ก , ไข่กระทะอาหารรับอรุณ

โครงการ สนุก! คาราวาน ครั้งที่ 4



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง