Untitled 2
อุทัยธานี
นุ บางบ่อ...เรื่อง / ภาพ
ออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กรกฏาคม 2550
อุทัยธานี เมืองพระชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว
ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกโลกห้วยขาแข้ง
แหล่งต้นน้ำสะแกกรัง ตลาดนัดดังโคกระบือ
ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีหลายสิ่งหลายอย่างดูเหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่
บางอย่างก็ทรุดลง การเดินทางท่องเที่ยวก็เช่นเดียวกัน
หลายคนไม่ค่อยอยากออกจากบ้าน เพราะเกรงว่าจะเกิดค่าใช้จ่ายสู้เก็บเงินไว้ดีกว่า
อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน จากวันนี้มีกินมีใช้ วันพรุ่งนี้อาจไม่มีก็ได้ คิดๆ
แล้วก็เหนื่อยเบื่อหน่ายมากกว่าเดิมเข้าไปอีก
เพราะผมเองก็แอบคิดอย่างนี้อยู่เหมือนกัน
แต่ก็อย่างว่า คนที่ชอบการเดินทาง
จะให้มานั่งๆ นอนๆ
อยู่บ้านดูทีวีอ่านหนังสือก็รู้สึกร้อนระอุทั้งที่ทุกวันนี้ฝนตกพรำอยู่ทุกวัน
จิตใจเริ่มกระสับกระส่ายร้อนรน สองเท้าเริ่มคันยิบๆ (ไม่ใช่ฮ่องกงฟูตนะครับ)
อดทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว รีบเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าใบเก่า และรถคันเก่า
ออกเดินทางไป จ.อุทัยธานี ดีกว่า เพราะพึ่งอ่านหนังสือท่องเที่ยวเล่มหนึ่งจบไป
เขาเขียนถึงจังหวัดนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจทีเดียว ที่สำคัญ จ.อุทัยธานี
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 222 กิโลเมตร เท่านั้น ค่าใช้จ่ายคงไม่มายเท่าไรนัก
พลาดท่าจริงๆ ก็ยังมีเต้นท์ติดท้ายรถ ไปกางนอนที่ห้วยขาแข้ง ให้สบายอารมณ์
พูดถึงห้วยขาแข้งก็นึกถึงน้าสืบ
นาคะเสถียร วีรบุรุษแห่งพงไพร วันนั้นวันที่ 1 กันยายน 2533
วันที่ผมพึ่งได้รู้จัก และเป็นวันเดียวกันที่น้าสืบ ได้จากไป
จากไปเพื่อปลุกทุกคนให้ตื่นตัวด้วยเสียงปืนเพียง 1 นัด
ที่ปลิดชีพตัวเองเพื่อสรรพชีวิตในผืนป่าใหญ่
ซึ่งกำลังถูกกัดกร่อนร่อยหลอลดน้อยลงไปทุกวี่วัน...มันช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าเหลือเกิน
ผมขอสดุดีด้วยจิตคาราวะ
อุทัยธานี
เมืองที่หลายคนชอบผ่านเลยไป
ทั้งที่อุทัยธานี
เป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์
รวมไปถึงรูปแบบการดำรงวิถีชีวิตที่ยังคงไว้แบบดั้งเดิม
ด้วยการที่เป็นเมืองหลายคนชอบผ่านเลยไป น้อยคนนักจะตั้งใจแวะเวียนเข้าไปเยี่ยมยล
ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้วัฒนธรรมของผู้คนในเมืองนี้ได้ดำเนินไปด้วยความปกติสุขและสันติ
วันนี้ผมได้เดินทางแบบเจาะจงไปยังเมืองเงียบๆ เมืองนี้ ด้วยความหวังที่ว่า
ความเงียบเหงาน่าจะทำให้เกิดสมาธิ และมุมมองใหม่
ที่อาจจะให้คำตอบกับบางเรื่องที่ผมยังลังเลใจอยู่ก็เป็นได้
 หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วิหารแก้ว วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) |
ไหว้พระดังเมืองอุทัยธานี
จุดแรกที่ผมได้แวะเที่ยวชมคือ
การได้ไปนมัสการรูปเหมือนพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) ณ วัดจันทาราม
หรือในอีกชื่อหนึ่งที่รู้จักกันดีคือ
วัดท่าซุง วัดนี้เป็นวัดที่เก่า
สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่โดยท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
|
 วิหารแก้ว วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) |
จุดเด่นของวัดอยู่ที่วิหารแก้ว
เป็นอาคารที่มีความวิจิตรตระการตา เสาทุกต้นประดับประดาด้วยแก้ว
เมื่อยามกระทบกับแสงจะเป็นประกายระยิบ
ว่ากันว่าวิหารนี้ได้สร้างตามนิมิตรของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ที่จำลองสวรรค์ลงมาให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้ชื่นชม |
| นอกจากวิหารแก้วแล้ว
ภายในวัดยังมีปราสาททองคำ
ซึ่งถือเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นได้อย่างงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ปัจจุบันปราสาทหลังนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์
แต่ก็สามารถเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าไปชมได้ในบริเวณชั้นล่างและภายนอกโดยรวม
|
 วิหารแก้ว วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) |
 ปราสาททองคำ วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) |
 ปราสาททองคำ วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)
 ปราสาททองคำ วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) |
 ปราสาททองคำ วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) |
|
เขาสะแกกรัง
จากวัดท่าซุง ขับรถย้อนเข้าไปในตัวเมืองอุทัย ผ่านเทศบาล
ถึงแยกวงเวียนวิทยุ แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนท่าช้าง
ไม่ไกลนักก็จะพบกับเขาสูงตั้งเด่นอยู่ตรงหน้าแลเห็นยอดมณฑปอยู่บนยอดเขา
นี่แหละครับเขาสะแกกรัง ส่วนด้านล่างนั้นเป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี
สองสถานที่นี้อยู่ใกล้ชิดติดกันเพียงมีถนนสายเล็กๆ คั่นกลางไว้เท่านั้นเอง
|
 เขาสะแกกรัง |
|
ผมจอดรถแล้วยืนมองจากด้านล่างไปตามบันไดสู่ยอดเขาสะแกกรัง สูงเอาการอยู่
ชาวบ้านแถวนี้บอกว่าบันไดนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 449 ขั้น
และตรงจุดนี้เองเป็นที่มาของภาพสวยๆ ในวันออกพรรษาของทุกปี (แรม 1 ค่ำ
เดือน 11) ซึ่งจะมีพระสงฆ์นับร้อยรูปมาทำพิธีบนยอดเขาแห่งนี้
แล้วเดินลงมารับบิณฑบาตรจากพุทธศาสนิกชน เป็นทิวแถวยาวลงมา
โดยเรียกกันว่าประเพณีตักบาตรเทโว เป็นภาพที่งดงามน่าประทับใจมาก
|
 มณฑป บนเขาสะแกกรัง |
 ทิวทัศน์จากเขาสะแกกรัง |
ตอนแรกก็คิดว่าจะเดินขึ้นเขาสะแกกรัง เพื่อจะนับว่าบันไดสู่ยอดเขานี้ยังครบ
449 ขั้นอยู่หรือเปล่า แต่แดดที่แผดร้อนเอาการอยู่ทำให้ถอดใจเดินกลับเข้ารถ
แล้วขับเลี้ยวลัดไปทางด้านหลังเขา ซึ่งมีทางขึ้นสู่ยอดได้อย่างสะดวก
ด้วยระยะทางเพียง 4 กิโลเมตร
ผมก็ได้ขึ้นมาสูดอากาศเย็นสบายบนยอดเขาและได้ชมทิวทัศน์เมืองอุทัยได้อย่างถนัดชัดเจน
|
 ระฆัง 100 ปี บนเขาสะแกกรัง |
เขาสะแกกรัง เดิมเรียกกันว่า วัดเขาแก้ว
เป็นเขาขนาดเล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง
เมื่อมองจากมุมไกลจะเห็นเป็นรูปร่างคล้ายกับสิงโตกำลังนอน
ด้านบนยอดเขานี้มีมณฑปหลังใหญ่อยู่หนึ่งหลัง
ภายในเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง
เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดอุทัยธานี ด้านข้างของมณฑปทางทิศตะวันออก
มีระฆังสัมฤทธิ์ใบใหญ่ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5
เขาเชื่อกันว่าเป็นระฆังที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก
ใครมาถึงยอดเขาต้องลองตีระฆังใบนี้ น่าสนใจครับ นานๆ จะได้เข้าวัดเข้าวา
จุดธูปเทียนบูชารอยพระพุทธบาทจำลองเรียบร้อยแล้ว
ออกมาตีระฆังให้เสียงก้องกังวาลไปไกลๆ ทั้งสนุกและก็ได้ความสบายใจ
เวลามาเที่ยวเมืองอุทัยอย่าลืมมาที่นี่นะครับ วิวสวยจริงๆ
|
|
ด้านหลังมณฑปยังมีพลับพลา
และพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก
พระราชบิดาของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกต้นราชวงศ์จักรีประดิษฐานอยู่
ตามประวัติเล่าสืบต่อกันว่า สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี)
ทรงประสูติที่บ้านสะแกกรัง
แล้วทรงรับราชการในแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 (พระเจ้าบรมโกศ)
ได้ดำรงตำแหน่ง พระอักษรสุนทร เสมียนตรากรมมหาดไทย
ถึงรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 (พระเจ้าเอกทัศ)
ขณะนั้นพม่ายกกองทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา
เกิดการระส่ำระสายแตกสามัคคีขึ้นในพระนคร
จึงทรงอพยพครอบครัวไปรับราชการกับเจ้าเมืองพิษณุโลก และต่อมาทรงพระประชวร
จนสิ้นพระชนม์ในเมืองพิษณุโลก
|
 ทิวทัศน์ บนเขาสะแกกรัง |
 รอยพระพุทธบาทจำลอง บนเขาสะแกกรัง |
 ทิวทัศน์ บนเขาสะแกกรัง |
 พลับพลา พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พระราชบิดาของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก |
|
เมืองอุทัยในทุกวันนี้จึงมีชื่อเรียกอย่างน่าภาคภูมิใจอีกชื่อหนึ่งว่า
เมืองพระชนกจักรี
|
 พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พระราชบิดาของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก |
 ลำน้ำสะแกกรัง |
บ่ายคล้อยเสียงท้องร้องเตือนว่า ผมควรจะหาอาหารอร่อยๆ ลงกระเพาะได้แล้ว
สอบถามจากชาวเมืองอุทัย ได้ความว่า
ร้านที่มีเมนูปลาสดๆ เด็ดๆ ของเมืองอุทัย ต้องไปที่ร้านนกน้อย
ร้านนี้ตั้งอยู่ริมน้ำสะแกกรัง ใกล้กับสะพานข้ามไปเกาะเทโพ
หาไม่ยากครับถามใครก็รู้จัก
|
 ปลาแรดราดพริก จากร้านนกน้อย |
นอกจากร้านอาหารนกน้อยแล้ว
ในเมืองอุทัยธานี ก็ยังมีบริการเรือลำใหญ่ๆ
ล่องลำน้ำสะแกกรัง ชมวิถีชีวิตของผู้คนที่อาอาศัยอยู่ในเรือนแพ
และริมฝั่งน้ำ หากล่องตอนเย็นๆ ก็จะได้พบเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน หรือ
จะรับประทานมื้อเย็นในเรือด้วยก็มีให้บริการ
|
|
แม่น้ำสะแกกรังสายนี้
เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของชาวจังหวัดอุทัยธานี
ในปัจจุบันยังมีผู้คนที่อาศัยอยู่ในเรือนแพหน้าเมืองอุทัยหลายหลัง
แต่ละหลังมีอาชีพทำการประมงเลี้ยงปลา ปลาที่เลี้ยงส่วนใหญ่ก็คือปลาแรด
ซึ่งเป็นปลาน้ำจืด เนื้อของปลาแรดมีรสชาติอร่อย นำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย |
 ต้มยำปลา ร้านนกน้อย |
|
และยังถือเป็นปลาประจำจังหวัดอุทัยธานีอีกด้วย
เรือนแพบางหลังได้เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวได้มาพักในลักษณะโฮมสเตย์
ก็ได้บรรยากาศที่แปลกใหม่ ที่นับวันจะหาชมหรือสัมผัสได้ยากขึ้นทุกวัน
|
 แพพักที่นับวันจะหาชมได้ยาก |
 วัดโบสถ์ หรือ วัดอุโปสถาราม |
 วัดโบสถ์ หรือ วัดอุโปสถาราม |
 แพของชาวบ้าน ริมน้ำสแกกรัง |
หลังมื้อเที่ยงตอนบ่ายๆ
ผ่านไปแบบสำราญใจสบายกระเพาะน้อยๆ ของผมแล้ว โปรแกรมต่อไปผมต้องเดินทางต่อ
เพื่อหาที่หลับนอนสำหรับคืนนี้
ในตอนแรกของการเดินทางมาผมว่าจะไปกางเต้นท์นอนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
เพื่อซึมซับกับบรรยากาศธรรมชาติแบบแนบชิดกันไปเลย แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจแล้วหละครับ
เพราะท่าทางฝนฟ้าส่อเค้าทมึนมาแล้ว ช่วงนี้เอาแน่ไม่ได้เลยเดี๋ยวแดดร้อนเดี๋ยวฝนตก
ขอเข้าพักในรีสอร์ทก่อนดีกว่า คืนนี้ของผมจึงจบลงที่ห้วยขาแข้งคันทรีโฮมรีสอร์ท
ในเส้นทางบ้านไร่ ลานสัก ใกล้ๆ กับน้ำตกไซเบอร์ นั่นแหละครับ
เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเล่าต่อว่าผมได้เดินทางไปไหนต่อ คอยติดตามกันนะครับ
"นุ บางบ่อ"
 แพของชาวบ้าน ริมน้ำสแกกรัง |
 แพของชาวบ้าน ริมน้ำสแกกรัง |
 เรือนแพโบราณ ริมน้ำสะแกกรัง |
ที่มาของชื่อเมืองอุทัยธานี
ตามตำนานกล่าวว่า ในสมัยสุโขทัย
ท้าวมหาพรหมได้เข้ามาสร้างเมืองที่บ้านอุทัยเก่า (อำเภอหนองฉาง ในปัจจุบัน)
แล้วพาคนไทยมาอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านกะเหรี่ยง และหมู่บ้านมอญจึงเรียกว่า
"เมืองอู่ไทย" ตามกลุ่มหรือที่อยู่ของคนไทย
ต่อมาเกิดความแห้งแล้งกระแสน้ำเปลี่ยนทาง เมืองจึงถูกทิ้งร้าง
ต่อมาในสมัยอยุธยา ชาวกะเหรี่ยงชื่อ "พะตะเบิด"
เข้ามาปรับปรุงเมืองอู่ไทย โดยขุดทะเลสาบขังน้ำไว้ใกล้เมือง
และเป็นผู้ปกครองเมืองอู่ไทย คนแรก ต่อมาชื่อเมืองได้ถูกเรียกเพี้ยนเป็น
"เมืองอุไทย" ตามสำเนียงชาวกะเหรี่ยง และมีฐานะเป็นหัวเมืองหน้าด่านชั้นนอก
คอยสกัดกั้นกองทัพพม่าที่จะเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา
ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการอพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือนที่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรังมากขึ้น
และได้กลายเป็นที่ตั้งของตัวเมืองอุทัยธานีในปัจจุบัน
|
| ขอขอขบคุณ -
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม |
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ
เขต 4
โทร. 0 5551 4341-3 โทรสาร 0 5551 4344
คุณสุรศักดิ์
วิริยาภรณ์ประภาส (ไกด์อ้วน)
โทร. 08 1740 0003
ห้วยขาแข้ง
คันทรี่โฮมรีสอร์ท
อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี
โทรศัพท์ : 08 1867 4967, 08 1973 1213 , 08 1808 7712
ล่องเรือแม่น้ำสะแกกรัง
คุณวีระ บำรุงศรี
โทร. 08 1830 0653
ร้านอาหารนกน้อย
โทร. 0 5651 1952
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: อุทัยธานี
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 167
Re: อุทัยธานี
Re: อุทัยธานี
ขอบคุณค่ะ